ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH
ปล่อยเช่าคอนโด

ปล่อยเช่าคอนโดอย่างไรให้คุ้มค่า พร้อมข้อกฎหมายที่เจ้าของห้องต้องรู้

หลายคนที่กำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ อาจมีคำถามในใจว่า “การซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม” เมื่อเทียบกับสภาวะตลาดที่มีความผันผวนในช่วงนี้ แต่ความคุ้มค่าของการปล่อยเช่าคอนโดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทำเลที่มีศักยภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงราคาซื้อเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนที่จะได้รับ ไปจนถึงกลุ่มผู้เช่าเป้าหมายในพื้นที่นั้นๆ ด้วย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปหาคำตอบว่าการซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มค่าจริงหรือไม่ พร้อมเผยเคล็ดลับในการปล่อยเช่าให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ข้อกฎหมายสำคัญที่เจ้าของห้องต้องรู้ รวมถึงบริการที่จะช่วยให้การปล่อยเช่าคอนโดของคุณเป็นเรื่องง่ายและหายห่วง ซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม เช็กปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุน ก่อนตัดสินใจลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า นักลงทุนควรวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อประเมินว่าการลงทุนครั้งนี้จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่ โดยสามารถสรุปปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาได้ดังนี้ ปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น vs ระยะยาว แบบไหนดีกว่ากัน หากตัดสินใจปล่อยเช่าคอนโดแล้ว คำถามต่อไปที่เจ้าของห้องต้องคิดต่อ คือการเลือกระหว่างการปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น 1-6 เดือน หรือการปล่อยเช่าระยะยาวหลัก 1 ปีขึ้นไป เพราะการปล่อยเช่าทั้งสองแบบนี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน และเหมาะกับทำเลและความพร้อมของเจ้าของห้องที่ต่างกันไป ดังนี้ หัวข้อ ปล่อยเช่าระยะสั้น (1-6 เดือน) ปล่อยเช่าระยะยาว (1 ปีขึ้นไป) ข้อดี ค่าเช่าต่อเดือนสูงกว่า สามารถปรับราคาตามฤดูกาลท่องเที่ยวได้ รายได้สม่ำเสมอต่อเนื่อง ดูแลง่าย เน้นตรวจสอบเป็นระยะๆ ข้อเสีย ต้องดูแลและทำความสะอาดห้องบ่อยตามการย้ายเข้าออก และมีความเสี่ยงด้านกฎหมายหากเช่าต่ำกว่า 30 วัน รายได้ต่อเดือนอาจต่ำกว่าการปล่อยเช่าระยะสั้นในบางช่วง เหมาะกับ คอนโดใกล้แหล่งท่องเที่ยว หรือติดรถไฟฟ้าใจกลางเมือง คอนโดในย่านที่อยู่อาศัย หรือใกล้แหล่งงาน กฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เจ้าของห้องต้องรู้ นอกจากเรื่องทำเลและรูปแบบการเช่าแล้ว เจ้าของห้องและนักลงทุนอสังหาฯ มือใหม่ยังควรทำความเข้าใจกฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต กฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเช่าคอนโด การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม คำถามที่เจ้าของห้องมือใหม่มักสงสัย คือ “การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม” โดยปกติแล้วเจ้าของห้องไม่มีความจำเป็นต้องแจ้งขออนุญาตจากนิติบุคคลก่อนปล่อยเช่าห้องของตนเอง เนื่องจากเป็นสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เจ้าของห้องสามารถบริหารจัดการได้ตามความเหมาะสม เว้นแต่จะมีข้อบังคับจากนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้เช่าและเจ้าของห้องเอง รวมถึงเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบและดูแลอาคาร เจ้าของห้องควรแจ้งข้อมูลผู้เช่าให้นิติบุคคลทราบ เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อ และช่วงเวลาที่เข้าพักอาศัย เพื่อให้นิติบุคคลสามารถออกบัตรผ่านเข้า-ออกอาคาร หรือประสานงานในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องก่อนปล่อยเช่า อีกหนึ่งขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม คือ การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องให้ละเอียดทั้งก่อนและหลังส่งมอบห้อง ทั้งระบบไฟฟ้า น้ำประปา เครื่องปรับอากาศ โครงสร้างของห้อง และเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่ง เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปล่อยเช่าคอนโด 1. แนวทางการปล่อยเช่าคอนโดให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้การปล่อยเช่าคอนโดเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย เจ้าของห้องควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ 2. ควรเรียกเก็บเงินมัดจำและค่าเช่าล่วงหน้าเท่าไหร่ ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 ได้กำหนดให้มีการเก็บเงินค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันความเสียหาย (เงินมัดจำ) โดยเรียกเก็บรวมกันได้ไม่เกิน 3 เดือน โดยทั่วไปแล้ว มักแบ่งการเรียกเก็บเป็นเงินประกันความเสียหาย 2 เดือน และเงินค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือนก่อนเข้าพักอาศัย…

กฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ซื้อผู้ขายต้องรู้

ในความเข้าใจของคนทั่วไป การซื้อขายบ้านหรือคอนโดอาจดูเป็นเรื่องง่ายๆ แค่ตกลงราคา จ่ายเงิน แล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อ แต่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้กลับมีรายละเอียดทางกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ซับซ้อน ที่หากมองข้ามขั้นตอนสำคัญไป ก็อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในระยะยาวได้ ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจภาพรวมของกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรทราบ ตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐาน การทำสัญญาที่รัดกุม ไปจนถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การซื้อขายบ้านหรือคอนโดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด ภาพรวมกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรรู้ ก่อนเข้าสู่รายละเอียดของสัญญาและค่าใช้จ่ายต่างๆ ผู้ซื้อและผู้ขายควรทำความเข้าใจภาพรวมก่อนว่ากฎหมายกำหนดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ไว้อย่างไรบ้าง โดยเริ่มต้นจาก อสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายคืออะไร? ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 139 นิยามคำว่า “อสังหาริมทรัพย์” หมายถึง ทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ทั้งที่ดินและทรัพย์สินที่ติดอยู่กับที่ดินอย่างถาวร หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน รวมถึงสิทธิต่างๆ ที่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นด้วย โดยตัวอย่างที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น บ้านบางนา ทาวน์โฮม และคอนโดติดรถไฟฟ้าต่างๆ เป็นต้น ขั้นตอนหลักในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยข้อกฎหมายต่างๆ ทำให้หลายๆ คนสงสัยว่า การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะถูกต้องและปลอดภัยสำหรับทั้งสองฝั่ง โดยสามารถสรุปลำดับขั้นตอนหลักๆ ได้ดังนี้ ขั้นตอนเหล่านี้ ถือเป็นข้อปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายคอนโดมือสอง หรือบ้านกรุงเทพกรีฑา ซึ่งอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปบ้าง เช่น การตรวจสอบเงื่อนไขบางประการร่วมกับนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ เป็นต้น การทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขั้นตอนการทำสัญญา ถือเป็นจุดที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างสูง เพราะหากดำเนินการผิดพลาด หรือมีข้อมูลในสัญญาที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจทำให้การซื้อขายล้มเหลวและอาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้ สัญญาจะซื้อจะขาย VS สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด หลายคนอาจสงสัยว่าสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะมีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ ตามมาตรา 453 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้ให้นิยามของ “สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์” ว่าเป็นข้อตกลงที่ผู้ขายยินยอมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินให้ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงจ่ายเงินให้ผู้ขายตามที่ตกลงกันไว้ โดยสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขาย คือ ข้อตกลงล่วงหน้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายก่อนที่จะโอนกรรมสิทธิ์จริง มักใช้ในช่วงที่ผู้ซื้อวางเงินมัดจำให้ผู้ขาย เพื่อยืนยันและเป็นหลักฐานว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้วว่าจะซื้อ-ขายกันตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ เช่น ราคา วันโอน หรือเงื่อนไขการผ่อนชำระ ตามมาตรา 456 วรรคสอง สัญญาจะซื้อจะขายจะมีผลบังคับใช้ ก็ต่อเมื่อมีอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้เกิดขึ้น 2. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด คือ สัญญาซื้อขายที่ทำในขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์จริง โดยต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น จึงจะถือว่าการซื้อขายนั้นสมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มาตรา 456 วรรคหนึ่ง ระบุว่า หากการซื้อขาย ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียมไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน สัญญาซื้อขายนั้นจะถือเป็น “โมฆะ” แม้ว่าจะมีการจ่ายเงินให้ผู้ขาย หรือมีการทำสัญญากันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วก็ตาม ด้วยเหตุนี้ ผู้ซื้อและผู้ขายจึงควรทำความเข้าใจความแตกต่างของสัญญาทั้งสองรูปแบบให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง โดยสามารถสรุปได้ตามตารางนี้ สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ทำเมื่อไหร่ ช่วงวางเงินมัดจำ วันโอนกรรมสิทธิ์จริง ทำที่ไหน…

การตรวจสอบอาคารคืออะไร รู้สัญญาณเตือนล่วงหน้าและวิธีเลือกบริษัทตรวจสอบ

สำหรับเจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลบางท่าน “การตรวจสอบอาคาร” อาจเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งปัญหาโครงสร้างเล็กๆ ค่อยๆ ลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ หรือร้ายแรงจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานโดยตรง เพราะในความเป็นจริงแล้ว การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอไม่ได้เป็นเพียงข้อบังคับทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในการใช้งานอาคาร โดยเฉพาะในคอนโดมือสองหรืออาคารที่ผ่านการใช้งานมานาน ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าอาคารที่สร้างใหม่ไม่น้อย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบอาคาร ตั้งแต่สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ขอบเขตของงานตรวจสอบตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงแนะนำบริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ ที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของอาคารและนิติบุคคลอย่างครบวงจร สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรตรวจสอบโครงสร้างอาคารเก่าโดยด่วน การสังเกตสัญญาณเตือนทางกายภาพต่างๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถตรวจสอบและรับมือได้อย่างทันท่วงที โดยมีสัญญาณเตือนที่สำคัญดังนี้ รอยร้าวและการทรุดตัว ระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค การละเลยสัญญาณเตือนเหล่านี้ ไม่เพียงส่งผลต่อสภาพอาคารเท่านั้น แต่ยังเพื่อความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และส่งผลเสียต่อมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาวได้อีกด้วย ดังนั้น การหมั่นสังเกตและตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่เจ้าของอาคารทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อประเมินความเสี่ยง พร้อมวางแผนการตรวจสอบและซ่อมแซมแก้ไขอย่างทันท่วงที การตรวจสอบอาคาร ตรวจอะไรบ้าง เจาะลึกขอบเขตงานที่สำคัญ หากมีคำถามว่าการตรวจสอบอาคารนั้นครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 32 ทวิ ได้กำหนดขอบเขตของงานตรวจสอบไว้อย่างชัดเจน โดยสามารถสรุปออกเป็น 4 ด้านหลัก ดังนี้ 1. ความมั่นคงของโครงสร้าง การตรวจสอบอาคารในด้านแรก คือ การประเมินความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร ทั้งสภาพความสมบูรณ์ของโครงสร้างหลัก การต่อเติมดัดแปลงหรือปรับปรุงสภาพอาคารที่อาจส่งผลต่อการรับน้ำหนัก รวมถึงตรวจหาความชำรุดสึกหรอต่างๆ เพื่อประเมินว่าอาคารยังสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 2. ระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร การตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร จะเน้นประเมินความสามารถในการทำงานของระบบต่างๆ และการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสมเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 3 ระบบหลัก ได้แก่ 3. สมรรถนะของระบบและอุปกรณ์ของอาคารเพื่ออพยพผู้ใช้อาคาร การประเมินสมรรถนะของบันไดหนีไฟ ทางหนีไฟ เครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน รวมถึงระบบแจ้งสัญญาณเตือนภัยว่าสามารถใช้งานได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงสนับสนุนให้ผู้ใช้อาคารสามารถอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 4. ระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในอาคาร การตรวจสอบอาคารยังครอบคลุมไปถึงแผนบริหารจัดการด้านความปลอดภัย ได้แก่ แผนการป้องกันและระงับอัคคีภัย แผนการซ้อมอพยพผู้ใช้อาคาร แผนการบริหารจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัยในอาคาร และแผนการบริหารจัดการของผู้ตรวจสอบอาคาร เพื่อให้ทุกฝ่ายพร้อมรับมือเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริง อาคาร 9 ประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ต้องตรวจสอบ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้มีการกำหนดอาคาร 9 ประเภทที่ต้องผ่านการตรวจสอบอาคารตามกฎหมายเป็นประจำทุกปี ได้แก่ โดยกลุ่มคอนโดมิเนียมที่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นทำเลสำหรับเช่าคอนโดสุขุมวิท คอนโดอ่อนนุช หรือคอนโดติดรถไฟฟ้า ต่างๆ ควรได้รับการตรวจสอบอาคารอย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน บริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ เมื่อทราบถึงความสำคัญและขอบเขตของการตรวจสอบอาคารแล้ว การเลือกผู้ให้บริการตรวจสอบอาคารที่มีความน่าเชื่อถือก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยพลัสฯ ได้ร่วมมือกับ “ทัช พร็อพเพอร์ตี้” บริษัทในเครือที่เชี่ยวชาญด้านระบบวิศวกรรมอาคารและการตรวจสอบอาคารครบวงจรมากว่า 17 ปี พร้อมประสบการณ์ตรวจสอบอาคารมาแล้วกว่า 5 ล้านตารางเมตร เพื่อมอบบริการตรวจสอบอาคารที่ครอบคลุมทุกมิติให้กับเจ้าของอาคารและนิติบุคคล ทำไมต้องเลือก PLUS และ TOUCH การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอ…

รวม 16 คอนโดใกล้มหาลัยฯ ถูกใจนักศึกษาและวัยทำงาน

การตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยในวัยเรียนหรือช่วงเริ่มต้นทำงาน ถือเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่สำคัญ โดยเฉพาะการเลือกพักอาศัยในคอนโดใกล้มหาลัย ที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางแต่ละวันแล้ว คอนโดใกล้มหาลัยยังมอบความอุ่นใจในด้านความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ในบทความนี้ พลัสฯ จึงได้รวบรวม 16 โครงการคอนโดใกล้มหาลัยฯ คุณภาพครอบคลุม 6 ทำเลศักยภาพรอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครอง นักศึกษา คนทำงานด้านการศึกษา รวมถึงนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มองหาโอกาสปล่อยเช่าในย่านสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬา ที่น่าสนใจ ย่านใจกลางเมืองอย่างปทุมวัน สามย่าน และราชเทวี ถือเป็นศูนย์กลางที่แวดล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สยามสแควร์ และศูนย์การค้าชั้นนำโดยรอบ การเลือกคอนโดย่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงตอบโจทย์การใช้ชีวิตเหนือระดับ พร้อมสะดวกด้วยขนส่งมวลชนที่เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว 1. แอชตัน จุฬา-สีลม (Ashton Chula-Silom) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ ระดับลักชัวรีที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 56 ชั้น บนทำเลใจกลางสามย่าน เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT เชื่อมต่อทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและย่านธุรกิจโดยรอบ โดดเด่นด้วยดีไซน์กระจกแบบ Curved Facade ที่ดูเรียบหรู ล้ำสมัย พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางขนาด 2 ชั้นที่ครบครัน ตอบโจทย์การเป็นคอนโดใกล้มหาลัยสำหรับทั้งนักศึกษาและคนทำงาน ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 34.0 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ ไลน์ ราชเทวี (The Line Ratchethewi) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ บนทำเลราชเทวี ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS เชื่อมต่อทั้งย่านประตูน้ำ พญาไท สยาม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดดเด่นด้วยอาคารสูง 38 ชั้น ตกแต่งภายนอกด้วยโทนสีดำ-ทองแดงอันเป็นเอกลักษณ์ จัดเต็มทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและรูปแบบห้องพักที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เงียบสงบแต่ใกล้ชิดย่านสยาม-ราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 32.62 ตารางเมตร คลิก 3. ไพน์ บาย แสนสิริ (Pyne by Sansiri) คอนโดใกล้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 42 ชั้น และทำเลติดสถานีรถไฟฟ้าหน้าโครงการแบบก้าวเดียวถึง มอบความได้เปรียบสูงสุดในการเดินทาง ตอบโจทย์การพักอาศัยด้วยห้องพักให้มีความโปร่งกว้างขวางเป็นพิเศษ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมที่ครบครัน ในทำเลทองคำในย่านราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 47.0 ตารางเมตร คลิก คอนโดใกล้ มศว อโศก ที่น่าสนใจ…

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

การตัดสินใจปล่อยขายคอนโดมือสองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การแปะประกาศหน้าโครงการหรือโพสต์รูปภาพลงบนอินเทอร์เน็ตแล้วรอให้ผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามา เพราะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีห้องคอนโดอีกจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะแข่งขันกับห้องของคุณ หากไม่มีจุดเด่นที่กระตุ้นผู้ซื้อให้สนใจ ห้องคอนโดที่ลงขายก็ยากที่จะมีใครสนใจ ไร้การติดต่อกลับ หรืออาจถูกกดราคาจนกำไรที่คาดหวังไว้หายไปไม่เหลือ เพื่อให้การขายคอนโดมือสองเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์การลงทุน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปไขข้อสงสัยว่า การขายคอนโดมือสองต้องทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม การจัดการเอกสารสำคัญทางกฎหมายที่ห้ามตกหล่น ไปจนถึงเทคนิคการต่อรองเพื่อปิดดีลให้สำเร็จลุล่วง ก่อนขายคอนโดมือสอง ต้องเตรียมอะไรบ้าง สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนขายคอนโดมือสอง คือ การเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร โดยเฉพาะโฉนดห้องชุด หรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) ของห้องคอนโดที่จะขายว่ามีข้อมูลต่างๆ ถูกต้องตรงตามชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในปัจจุบัน เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์ขาดในการซื้อขาย พร้อมตรวจสอบภาระผูกพันกับสถาบันการเงินอย่างละเอียด ว่าไม่มีภาระจำนองหรือการติดภาระอื่นๆ รวมถึงการตรวจสอบค่าส่วนกลางค้างชำระและขอใบปลอดหนี้จากนิติบุคคล เพื่อใช้ในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่หากขาดไปก็อาจสร้างปัญหาในการขายคอนโดมือสองได้ ห้องที่ดูทรุดโทรมมักทำให้ห้องคอนโดราคาตกลงมากกว่าที่ควรจะเป็น เจ้าของห้องจึงควรประเมินสภาพห้องและซ่อมแซมจุดบกพร่อง จุดชำรุดเสียหายต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มขายคอนโดมือสอง ไม่ว่าจะเป็นการเช็กการทำงานระบบไฟฟ้าและน้ำประปา  ตรวจสอบจุดรั่วซึมในห้องน้ำและระเบียง รอบแตกร้าวตามผนัง พื้นบวมแตก วอลล์เปเปอร์ลอกหลุด และจุดอื่นๆ เพื่อให้คอนโดของเราอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด สร้างความมั่นใจ ดึงดูดผู้ซื้อ และลดปัญหาการต่อรองจากสภาพห้องที่ทรุดโทรม แม้ว่าห้องคอนโดของเราจะตกแต่งเป็นอย่างดี อยู่ในทำเลทอง และแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่หากตั้งราคาหลุดจากความเป็นจริง ก็จะปิดการขายได้ยากยิ่งขึ้น การตั้งราคาขายคอนโดมือสองให้เหมาะสม จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยเริ่มจากการนำข้อมูลราคาประเมินต่อตารางเมตรของกรมธนารักษ์และราคาซื้อขายจริงของห้องคอนโดอื่นๆ ในทำเลและขนาดใกล้เคียงมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อหาช่วงราคาที่เหมาะสมกับห้องของเรา นอกจากราคาตลาดแล้ว การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของคอนโดก็สำคัญไม่แพ้กัน เจ้าของห้องควรพิจารณาว่าใครบ้างที่จะเลือกอยู่ห้องของเรา เช่น ชาวต่างชาติที่ต้องการคอนโดย่านสุขุมวิทที่มีคอมมูนิตีนานาชาติขนาดใหญ่ หรือคนทำงานทั่วไปที่มองหาคอนโดอ่อนนุชในราคาเข้าถึงง่าย เพราะแต่ละกลุ่มต่างมีความต้องการและราคาในใจที่แตกต่างกัน การมองหาจุดสมดุลระหว่างราคาที่คุ้มค่าและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ จะช่วยให้คอนโดมือสองของเราน่าสนใจและปิดการขายได้เร็วยิ่งขึ้น เทคนิคการขายคอนโดให้ได้ราคาดีและปิดการขายไว หนึ่งในวิธีขายคอนโดให้ออกไวและมีประสิทธิภาพ คือ การตกแต่งปรับปรุงห้องพักให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เช่น การทาสีผนังห้องใหม่ด้วยโทนสีขาว หรือสีเบจที่ช่วยพรางตาให้ห้องดูกว้างขวาง สะอาดตาขึ้น การเปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นโทนสีอบอุ่นเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย รวมถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งให้ดูน่าสนใจ ไม่แออัด ในสไตล์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถจินตนาการถึงการใช้ชีวิตในห้องคอนโดได้ง่ายขึ้น หลังจากที่มีผู้เริ่มสนใจคอนโดแล้ว เทคนิคขั้นต่อไป คือ การเจรจาราคาต่อรองราคาและเงื่อนไขต่างๆ กับผู้ที่สนใจซื้อ เพื่อหาข้อตกลงและปิดการขายคอนโดมือสองตามที่ต้องการ โดยเคล็ดลับของการวางแผนเจรจาต่อรองนั้น มีตั้งแต่การใช้ข้อมูลราคากลางและสถิติราคาขายจริงในอดีตเพื่อสนับสนุนการตั้งราคาของเรา เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นถึงความสมเหตุสมผล และโปร่งใส ไม่ได้เป็นการตั้งราคาเผื่อต่อที่สูงจนเกินไป หรือการเลือกใช้การเจรจาแบบ Win-Win เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพอใจกับข้อเสนอ เช่น การเสนอแถมเครื่องใช้ไฟฟ้า สิทธิ์จอดรถ หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญบางชิ้นเพื่อชดเชยกับราคาที่ผู้ซื้อขอต่อรอง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าและช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น ทำเลคือสิ่งที่นักลงทุนอสังหาฯ ต่างให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ เสมอ หากห้องคอนโดอยู่ในทำเลทองยอดนิยม เช่น ทำเลใกล้แหล่งงาน ใกล้ย่านเศรษฐกิจ หรือเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสำคัญ เจ้าของห้องก็ควรที่จะชูจุดเด่นสำคัญนี้เป็นหลัก รวมถึงการเดินทางจากคอนโดไปยังแหล่งงานหรือสถานีรถไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ เพื่อให้ผู้ซื้อรู้สึกถึงความคุ้มค่าในทำเลดังกล่าว เลือกช่องทางขายคอนโดมือสองอย่างไรให้ถูกจุด การลงประกาศบนเว็บไซต์หรือในชุมชนออนไลน์ต่างๆ ถือเป็นช่องทางหลักที่จะช่วยให้ผู้คนพบเจอกับประกาศขายของเราได้ง่ายขึ้น ซึ่งการลงประกาศที่ดีนั้น ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีจำนวนผู้เข้าใช้งานสูง มีฟีเจอร์เสริมในการดันประกาศ เพื่อให้โพสต์ขายคอนโดมือสองของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมถึงการเลือกใช้คำโปรยที่สะดุดตา เช่นการชูจุดเด่นด้านทำเล ขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก…

คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่

แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิท ครบทุกช่วง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

สุขุมวิท คือหนึ่งในทำเลศูนย์กลางแห่งความเจริญและไลฟ์สไตล์คนเมืองของกรุงเทพฯ ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความสำเร็จได้อย่างชัดเจน ทั้งการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ไปจนถึงแหล่งงานและย่านเศรษฐกิจชั้นนำ ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นแหล่งรวมโครงการคอนโดสุขุมวิทชั้นนำมากมายที่เป็นที่ต้องการของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างไม่เสื่อมคลาย ในบทความนี้ พลัสฯ ขอแนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ ครอบคลุมตั้งแต่สุขุมวิทตอนต้นจรดปลาย พร้อมเจาะลึกตั้งแต่ความน่าสนใจของทำเล แนวโน้มราคา ไปจนถึงการวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้คุณเลือกคอนโดแถวสุขุมวิทให้เช่าหรือซื้อได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้ชีวิต แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ 1. เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 (The Line Sukhumvit 101) คอนโดมิเนียม High Rise 38 ชั้น ทำเลติดถนนสุขุมวิท ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี โดดเด่นด้วยห้องพักเพดานสูงสไตล์ Duplex 3.4 – 5.5 เมตร ที่ให้ความโปร่งโล่งสบายในการพักอาศัย พร้อมความสะดวกสบายครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่สำหรับทำกิจกรรมและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ และการเดินทางที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ในทำเลสุขุมวิทตอนปลายแห่งนี้ ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 42.4 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ (The Monument Thonglor) คอนโดสุขุมวิทระดับ Ultra-Luxury ในย่านไลฟ์สไตล์อย่างทองหล่อ โดดเด่นด้วยตัวอาคาร High Rise สูงถึง 45 ชั้น ภายใต้แนวคิด Luxury is Space ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ โปร่งโล่ง เป็นส่วนตัว มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่หรูหราเหนือระดับ พร้อมวิวทิวทัศน์ใจกลางเมืองแบบพาโนรามา ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่ล้อมรอบโครงการ ถือเป็นหนึ่งในคอนโดสุขุมวิทที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในย่านนี้ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 125.25 ตารางเมตร คลิก 3. ฮาสุ เฮาส์ (Hasu Haus) คอนโดสุขุมวิทสไตล์รีสอร์ต Low Rise 7 ชั้น ภายในพื้นที่ T77 คอมมูนิตีคอนโดอ่อนนุช โดดเด่นด้วยการผสานไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้ากับพื้นที่ธรรมชาติและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นสไตล์มินิมอล มอบบรรยากาศการอยู่อาศัยที่เงียบสงบ ร่มรื่น ควบคู่ไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพื่อการใช้ชีวิตที่ลงตัวในทำเลยอดนิยมของย่านสุขุมวิทตอนปลาย ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้า 2 รางวัลใหญ่ Livinginsider Agent Awards 2025

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริษัทชั้นนำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ประกาศความสำเร็จอีกครั้ง! หลังคว้า 2 รางวัลใหญ่จากงาน Livinginsider Thailand Agent Awards 2025 เวทีที่ยกย่องเอเจนท์ ตัวแทนซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาฯ และบริษัทนายหน้าที่มีผลงานโดดเด่นแห่งปี สะท้อนถึงมาตรฐานการทำงานที่เป็นมืออาชีพ และความเชื่อมั่นจากลูกค้าที่มีต่อองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง 2 รางวัลที่พลัสฯ ได้รับ ได้แก่ Best Customer Services Excellence Agency มอบให้เอเจนท์ที่เป็นเลิศในการให้บริการลูกค้า มี Customer-centric Mindset และมุ่งสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกขั้นตอนของบริการซื้อ–ขาย–เช่า Popular Company Agent of the Year การันตีความเป็นที่หนึ่งในใจลูกค้า ในฐานะผู้ให้บริการด้านซื้อ–ขาย–เช่าอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย จากคะแนนโหวตที่ลูกค้าเลือกให้เป็นอันดับ 1 นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์เพื่อขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า เรายินดีอย่างมากที่สามารถคว้าถึง 2 รางวัลในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเราในการพัฒนาบริการ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในแง่การให้บริการที่ใส่ใจทุกขั้นตอน รวมไปถึงการให้บริการที่มีความจริงใจกับลูกค้า ผ่านหลัก Fact-based Selling โดยยึดผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ทำให้เราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่องยาวนาน รางวัลนี้ถือเป็นกำลังใจสำคัญให้ทีมงานของพลัสฯ เดินหน้าพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านบุคลากร เทคโนโลยี และโซลูชันการบริการ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มุ่งมั่นส่งมอบบริการที่ครบวงจร ครอบคลุมทั้งด้านบริหารจัดการโครงการ ตัวแทนซื้อ-ขาย–เช่า และบริการ After Sale Service ภายใต้มาตรฐานการดำเนินงานระดับสากล และการออกแบบโซลูชันและบริการเพื่อลูกค้าโดยเฉพาะ เพื่อเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยและความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าอย่างยั่งยืน ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ยืน 1 ผู้ให้บริการอสังหาฯ ครบวงจร คว้ารางวัล “Best Property Management” 2 ปีซ้อน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชูบริการ “Plus Luxury Management” ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ สร้างปรากฏการณ์ สถาบัน Plus Eduplex คว้ารางวัลระดับนานาชาติครั้งแรกของไทย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ พลิกโฉมวงการอยู่อาศัยลักชัวรี ชู ‘Lifestyle Luxury Management’

มิติใหม่ของการอยู่อาศัยพรีเมียม! พลัสฯ ปรับทัพ Property Management ชูความเป็นไลฟ์สไตล์และฮอสพิทัลลิตี้ ตอบโจทย์กลุ่มเรียลดีมานด์ นักลงทุนต่างชาติ และ High Net Worth Individuals เปิด 5 กลยุทธ์สู่ Lifestyle Luxury Management ได้แก่ Timeless Quality, Smart Security, Premium Community, Elevated Living และ Global Standard เตรียมเปิดตัว MR. & MS. Happening! ไม่ใช่แค่นิติฯดูแลจัดการอาคาร แต่ให้บริการแบบ Personalized Service รู้จักรู้ใจลูกบ้าน ดูแลทั้งการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิต เสมือนรับบริการจากโรงแรม ยกระดับบริการ Property Management ไทย พร้อมต่อยอดบริการรองรับลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ประกาศยกระดับการบริหารโครงการอยู่อาศัยในตลาดลักชัวรี เปิดตัวแนวคิด “Lifestyle Luxury Management” พลิกโฉม Property Management ไทยจากการดูแลทรัพย์สิน ไปสู่การมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบครบวงจร ตอบรับแนวโน้มตลาด Branded Residences ที่เติบโตต่อเนื่อง ทั้งจากกำลังซื้อจริง (real demand) และการกลับมาของนักลงทุนต่างชาติและกลุ่มลูกค้า High Net Worth Individuals (HNWI) โดยมุ่งเน้นให้บริการที่ตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์และฮอสพิทัลลิตี้มากขึ้น นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า จากข้อมูลของ C9 Hotelworks พบว่าปี 2024 ตลาด Branded Residence ในเอเชีย มีจำนวน 68,000 ยูนิต เติบโตเฉลี่ยปีละ 11% และไทยเติบโตแข็งแกร่ง ครองสัดส่วนถึง 23% ของตลาดเอเชีย โดยเฉพาะ ภูเก็ต ที่มีโครงการมากถึง 26 โครงการ รวมกว่า 4,700 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 80,000 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของไทยในฐานะ Global Luxury Destination การบริหารโครงการอยู่อาศัยทุกวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการดูแลทรัพย์สินเท่านั้น ลูกค้าระดับบนมองหาประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากขึ้น เป็นการอยู่อาศัยในบ้านแต่ได้รับบริการเสมือนพักโรงแรม พลัสฯ จึงมุ่งพัฒนาบริการและบุคลากรให้ตอบโจทย์ทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ โดยเป้าหมายใหญ่ของเราคือยกระดับ Property Management ไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล และสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก 5 กลยุทธ์หลัก สู่บริการ…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ใส่ใจทุกมิติการอยู่อาศัย เผยแผนป้องกันน้ำท่วม-พายุช่วงมรสุม

ในช่วงฤดูมรสุมที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับฝนตกหนักและความเสี่ยงจากพายุฝนฟ้าคะนอง ที่อาจสร้างผลกระทบต่อหลายพื้นที่ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ผ่านมาตรการป้องกันและแผนปฏิบัติการเชิงรุกที่ครอบคลุมทั้งด้านโครงสร้าง ระบบน้ำ และความปลอดภัยของลูกบ้าน นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า เรายึดหลักการ ‘ป้องกันก่อนเกิดเหตุ’ เป็นสำคัญ โดยมีทีมงานที่เชี่ยวชาญคอยติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศ ระดับน้ำ และสถิติการเกิดน้ำท่วมจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เพื่อนำมาวิเคราะห์และคาดการณ์ความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่ พร้อมวางแผนและจัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อให้สามารถลดผลกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับประเทศไทย ปัญหาน้ำท่วมมักเกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ น้ำฝนจากฤดูมรสุม น้ำเหนือที่ไหลบ่าลงมาจากภาคเหนือ และน้ำหนุนจากทะเลในช่วงน้ำขึ้น โดยเฉพาะกรณีน้ำเหนือที่มักก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและใช้เวลานานในการระบายน้ำ การเข้าใจลักษณะของน้ำแต่ละประเภท ตลอดจนสาเหตุ ช่วงเวลาที่มักเกิด และวิธีการจัดการ จะช่วยให้สามารถวางแผนรับมือได้อย่างเหมาะสม มาตรการป้องกันและรับมือน้ำท่วมของพลัสฯ เพื่อให้ทุกโครงการอยู่อาศัยอย่างมั่นใจ พลัสฯ ได้ดำเนินมาตรการจัดการน้ำท่วมดังนี้ 1. ติดตามและประเมินสถานการณ์ – อัปเดตข้อมูลพยากรณ์อากาศและข้อมูลสถิติจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา โดยเฉพาะช่วงที่เสี่ยงน้ำท่วม มีการเพิ่มการเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด 2. จัดการพื้นที่รับน้ำและระบบระบายน้ำ – กำจัดเศษขยะ สิ่งกีดขวาง ลอกท่อระบายน้ำ และตรวจสอบบ่อดักขยะอย่างน้อยทุก 3 เดือน รวมถึงการถ่ายน้ำออกจากท่อระบายน้ำเมื่อมีแนวโน้มเกิดน้ำท่วม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับน้ำ 3. ตรวจสอบอุปกรณ์และเครื่องมือ – ทดสอบระบบปั๊มน้ำ ตรวจสอบการทำงานของบ่อพักน้ำ ท่อ และประตูระบายน้ำให้พร้อมใช้งาน 4. อบรมทีมงานและจัดเตรียมแผนฉุกเฉิน – ฝึกอบรมการใช้งานอุปกรณ์ การเปิด-ปิดปั๊มน้ำ รวมถึงขั้นตอนการรับมือเมื่อเกิดสถานการณ์จริง 5. เสริมอุปกรณ์พิเศษ – สำหรับบางโครงการที่เสี่ยงน้ำท่วม เราจะมีการจัดเตรียมปั๊มพญานาคและปั๊มแบบ Mobile เพื่อใช้ในการระบายน้ำออก รวมถึงกระสอบทรายในการกั้นน้ำ ลดความเสียหายที่เกิดขึ้น บริหารน้ำ ควบคู่กับ บริหารความกังวลของคน นอกจากมาตรการเชิงโครงสร้าง พลัสฯ ยังให้ความสำคัญกับการดูแลความรู้สึกและความกังวลของลูกบ้าน โดยในช่วงที่มีฝนตกหนักหรือเสี่ยงน้ำท่วม จะมีการวัดระดับน้ำเป็นประจำทุกวัน พร้อมสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกบ้านรับทราบและเตรียมความพร้อมได้อย่างทันท่วงที ขณะเดียวกันยังมีการประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่น เช่น อบต.ในพื้นที่โครงการ เพื่อร่วมกันวางแนวทางป้องกันและจัดการกรณีฉุกเฉิน พลัสฯ ยังมองไกลไปถึงการดูแลชุมชนโดยรอบ ด้วยการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือในยามจำเป็นในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แม้อยู่นอกโครงการที่พลัสฯ ดูแล ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Good Citizen ที่มุ่งเน้นการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมคุณภาพและอยู่ร่วมกันอย่างรับผิดชอบต่อสังคม เตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูมรสุม ช่วงนี้ยังมีแนวโน้มไทยได้รับผลกระทบจากพายุฝน เราในฐานะผู้ดูแลด้านการอยู่อาศัยต้องเตรียมรับมือ โดยสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญในการเฝ้าระวังที่มากขึ้น คือพายุลมแรงที่สามารถสร้างความเสียหายให้กับอาคาร รวมถึงความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย โดยพลัสฯ มีมาตรการรับมือ ดังนี้ 1. ตรวจสอบและดูแลต้นไม้ใหญ่ – ตัดแต่งหรือลดความสูงของต้นไม้ที่มีความเสี่ยงโค่นล้ม พร้อมขอความร่วมมือจากลูกบ้านในการตัดต้นไม้ให้สั้นลง ป้องกันต้นไม้ใหญ่หรือสูงล้มจากลมแรง 2. ตรวจสอบความมั่นคงของป้ายและโครงสร้างภายนอก – เช่น ป้ายบิลบอร์ด ป้ายโครงการ หรือโครงสร้างที่อาจหลุดล้มจากแรงลม 3.…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ แนะมาตรการดูแลโครงการอยู่อาศัย ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

ในฐานะผู้ให้บริการ Property Management รวมไปถึงการบริหารจัดการที่อยู่อาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ขอแนะนำแนวทางการจัดการและดูแลเพื่อป้องกันความเสี่ยงดังกล่าวภายในโครงการที่อยู่อาศัยที่สามารถทำได้โดยทันที หรือสามารถนำไปปรับใช้ในการบริหารจัดการในระยะยาว ดังต่อไปนี้ การจัดการพื้นที่ส่วนกลาง ไม่เพียงแค่การตรวจสอบพื้นที่ตามปกติ แต่ต้องรวมถึงการตรวจสอบรั้วรอบขอบชิด ช่องโหว่ต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เช่น การตรวจสอบแนวรั้ว การตัดแต่งไม้พุ่ม หญ้าที่รก การกำจัดเศษอาหาร หรือสิ่งที่อาจส่งผลให้สัตว์เข้ามาอาศัยในพื้นที่ การร่วมกันวางแผนป้องกันพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทีมงานสวน และบุคลากรฝ่ายบริหารจัดการสอดส่องดูแลพื้นที่เป็นพิเศษ รวมถึงติดตามข่าวสารประกาศเตือนต่าง ๆ ของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง การสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ลูกบ้านจำเป็นต้องได้รับข่าวสารอย่างทันท่วงที โดยเราสามารถจัดทำประกาศในช่องทางที่เข้าถึงผู้อยู่อาศัยได้ง่าย เช่น บอร์ดประชาสัมพันธ์ภายในอาคาร กลุ่มไลน์ของนิติบุคคล หรือระบบแอปพลิเคชันโครงการ พร้อมให้คำแนะนำว่า หากถูกสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงกัด ควรล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันที และรีบพบแพทย์เพื่อรับวัคซีนป้องกัน ทั้งยังสามารถจัดกิจกรรมรณรงค์ เช่น การเชิญสัตวแพทย์มาให้ความรู้แก่ผู้อยู่อาศัย การทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่น Property Management สามารถเป็นตัวกลางประสานงานอย่างรวดเร็ว หากพบสัตว์จรจัดในพื้นที่ เช่น ติดต่อสำนักงานเขตเพื่อเข้ามาควบคุมดูแล หรือประสานกรมปศุสัตว์ในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงรายงานสถานการณ์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอรับคำแนะนำเพิ่มเติม การเสริมมาตรการความปลอดภัย นอกจากติดตั้งป้ายแจ้งเตือนในพื้นที่ที่มักพบสัตว์จรจัดแล้ว ยังสามารถอบรมทีมรักษาความปลอดภัยให้สังเกตและรายงานหากพบสัตว์เข้ามาในโครงการ พร้อมทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ไฟฉายหรืออุปกรณ์ไล่สัตว์ที่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย เพื่อช่วยควบคุมความเสี่ยงได้ทันท่วงที สิ่งสำคัญคือการส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลาให้ลูกบ้านได้รับรู้ เพื่อช่วยให้ทุกคนสามารถเฝ้าระวังและป้องกันตัวเองได้อย่างเหมาะสม อีกทั้ง หน้าที่สำคัญของทีมงานยังรวมถึงการติดตามและตื่นตัวต่อข่าวสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อคัดกรองและนำเสนอข้อมูลที่จำเป็นต่อผู้อยู่อาศัยอยู่เสมอ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัย และมีคุณภาพ ให้ผู้อยู่อาศัยทุกคนมั่นใจและใช้ชีวิตได้อย่างไร้กังวล พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เผยแนวทางเฝ้าระวังอาคารเหตุดินทรุด จุดใดควรดูแลเป็นพิเศษ

ปัญหาดินทรุดเป็นหนึ่งในความท้าทายด้านโครงสร้างที่อาคารและชุมชนเมืองอาจเผชิญ โดยเฉพาะในพื้นที่ดินอ่อนหรือพื้นที่ก่อสร้างหนาแน่น เช่น กรุงเทพมหานคร ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยและมูลค่าทรัพย์สินได้ในระยะยาว การมีแนวทางเฝ้าระวังอย่างเป็นระบบจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและเตรียมความพร้อมรับมือได้ทันเวลา นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า อาคารที่ควรเฝ้าระวังเรื่องการทรุดตัวมากเป็นพิเศษ ได้แก่ พื้นที่ติดแหล่งน้ำ และ พื้นที่ใกล้การก่อสร้างขนาดใหญ่ โดยปกติ ทีมบริหารจัดการอาคารจะมีรอบในการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบตัวอาคารเบื้องต้นผ่านการตรวจด้วยสายตา (Visual Check) อยู่แล้ว ซึ่งอาจตรวจพบรอยแตกร้าวหรือระดับพื้นผิวของพื้นที่ต่างๆ มีการทรุดตัว เช่น ทางเดิน ถนน สนามหญ้า กำแพงรั้ว ที่เปลี่ยนแปลงไปจากปกติ จนอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและการใช้งานอาคาร ก็จำเป็นต้องมีการตรวจละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญ เช่น วิศวกรโยธา เพื่อประเมินความเสียหาย และหาแนวทางแก้ปัญหาต่อไป ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทรุดตัวดังกล่าว อาจส่งผลต่อผู้คนและรถที่สัญจรไปมา ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ยิ่งไปกว่านั้น หากอาคารเกิดการทรุดตัวมาก ก็อาจสร้างความเสียหายให้กับระบบสาธารณูปโภคที่ลอดผ่านหรือยึดติดกับบริเวณที่มีการทรุดตัว เช่น สายไฟ ท่อน้ำ ระบบสื่อสาร ส่งผลกระทบกับการใช้งานอาคารได้ อย่างไรก็ตาม อาคารถูกออกแบบให้มีโครงสร้างแข็งแรง รองรับน้ำหนัก และมีเสาเข็มยึดกับดิน แต่พื้นที่รอบอาคาร เช่น ถนนหรือทางเท้า มักจะเป็นพื้นที่ที่ตัดจากโครงสร้างของอาคาร มีลักษณะเป็นพื้นวางบนดินบดอัด (Slab On Ground) จึงสามารถทรุดตัวได้ง่ายกว่าตัวอาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารที่อยู่ใกล้พื้นที่ก่อสร้างที่มีการขุดดินเป็นหลุมลึก หรืออยู่ติดแหล่งน้ำ ควรต้องมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ หากการป้องกันการพังทลายของดินไม่ดีพอ ทำให้เกิดการไหลหรือทรุดตัวของดินเกิดเป็นโพรง จะสามารถสร้างความเสียหายให้กับอาคารหรือพื้นที่ข้างเคียงได้ ดังนั้น สำหรับอาคารใกล้แหล่งน้ำหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ ควรเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบ หากพบว่ามีความผิดปกติ ควรรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างอาคาร อย่างเช่น วิศวกรโยธา เพื่อตรวจสอบและหาแนวทางป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับอาคารที่รุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ แนะนำว่าควรมีการหารือร่วมกับโครงการก่อสร้างที่อยู่ใกล้เคียงกับอาคารของตน เพื่อขอทราบแนวทางการป้องกันเรื่องดังกล่าวข้างต้น การป้องกันในแง่สภาพแวดล้อม เช่น ฝุ่น ละออง เสียงจากการก่อสร้าง รวมไปถึงความรับผิดชอบต่อการป้องกันความเสียหายที่อาจส่งผลกระทบต่ออาคารที่เราดูแล แม้ดินทรุดจะเป็นปรากฏการณ์ที่บางครั้งเกิดจากธรรมชาติและไม่สามารถควบคุมได้ร้อยเปอร์เซนต์ แต่ด้วยการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง การบูรณาการทั้งงานตรวจสอบเชิงเทคนิคและการบริหารจัดการความเสี่ยง จะช่วยลดโอกาสเกิดเหตุรุนแรง พร้อมเสริมความมั่นใจให้ผู้ใช้อาคาร รวมถึงช่วยให้อาคารมีความปลอดภัยและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัยหาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เจาะกลุ่มนักลงทุนภูเก็ต เสิร์ฟบริการอสังหาฯครบวงจร

พลัสฯ รุกตลาดนักลงทุนภูเก็ต เสิร์ฟบริการปล่อยเช่า–ดูแลบ้าน–การอยู่อาศัย ตอบรับการขยายตัวของกลุ่มผู้ซื้อเพื่อการลงทุนทั้งไทยและต่างชาติที่เติบโตต่อเนื่อง   ตลาดอสังหาฯ ภูเก็ตฟื้นตัวแรงจากการท่องเที่ยว เทียบเท่าช่วงก่อนโควิด ส่งผลให้ความต้องการปล่อยเช่าและอยู่อาศัยระยะยาวเพิ่มขึ้น โดยลูกค้ามองหาการลงทุนที่คุ้มค่าและคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมชูโรงบริการซื้อ-ขาย-เช่า และ ‘Plus Concierge’ ดูแลบ้านเมื่อเจ้าของไม่อยู่ แพ็คเกจทำความสะอาดบ้านและสระว่ายน้ำ บริการจัดการจ่ายค่าน้ำ-ไฟ ตกแต่งบ้าน บริการย้ายเข้า-ออกบ้าน ให้ทุกการอยู่อาศัยสะดวกสบาย ไร้กังวล พร้อมเพิ่มความน่าสนใจในการปล่อยเช่า   นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด แม่ทัพใหญ่ของพลัสฯภูเก็ต เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตยังคงคึกคักต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากปีที่ผ่านมา ชี้ชัดถึงแนวโน้มการลงทุนที่แข็งแกร่ง ทั้งจากนักลงทุนไทยและต่างชาติ ซึ่งยังคงส่งผลต่อภาพรวมของตลาดตลอดทั้งปีนี้ จากรายงานของ Dot Property CONNECT Phuket 2025 พบว่า ภูเก็ตกลับมาเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง โดยมีนักท่องเที่ยวกว่า 13.1 ล้านคนในปี 2024 ใกล้เคียงกับระดับก่อนโควิด ส่งผลให้ความต้องการเช่าระยะสั้นและระยะยาวพุ่งสูงในพื้นที่ยอดนิยม เช่น ป่าตอง เชิงทะเล และบางเทา นอกจากนี้ กลุ่มผู้ซื้อชาวไทยมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยแซงหน้าผู้ซื้อจากรัสเซียขึ้นเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดในปี 2024 สะท้อนความมั่นใจของตลาดในประเทศ ขณะเดียวกัน นักลงทุนจากอินเดียก็เริ่มปรากฏในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ เสริมความหลากหลายของกลุ่มผู้ซื้อ กลุ่มที่อยู่อาศัยราคากลาง–สูง (7–10 ล้านบาท) มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนการขยับของตลาดไปสู่กลุ่มผู้ซื้อที่มองหาทรัพย์สินเพื่อการลงทุนระยะยาวและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พลัสฯ ส่งบริการครบวงจร รองรับนักลงทุนภูเก็ต ด้วยประสบการณ์เกือบ 20 ปีในการดูแลอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต พลัสฯ เข้าใจทั้งบริบทตลาดและความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง จึงได้ออกแบบบริการแบบครบจบในที่เดียว รองรับทั้งผู้พัฒนาโครงการ นักลงทุน และผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะในช่วงที่ภูเก็ตมีการขยายตัวของกลุ่มผู้ซื้อเพื่อการลงทุนอย่างต่อเนื่อง บริการเด่นที่ออกแบบมาเพื่อนักลงทุนโดยเฉพาะ ได้แก่: บริการปล่อยเช่าแบบมืออาชีพ พลัสฯ มีบริการด้านการซื้อ–ขาย–เช่า (Brokerage Service) โดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีความน่าเชื่อถือ พร้อมดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่การทำตลาด คัดกรองผู้เช่า ไปจนถึงการบริหารจัดการหลังการเข้าอยู่อาศัย บริการดูแลบ้านเมื่อเจ้าของไม่อยู่ (Worry-Free Living) ผ่าน Plus Concierge ที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มผู้ซื้อเพื่อการลงทุนที่ไม่ได้พำนักอยู่ในพื้นที่ หรือมีความจำเป็นต้องเดินทางกลับต่างประเทศ ส่งมอบแพ็คเกจจัดการด้านการอยู่อาศัย ที่มีทั้งการทำความสะอาดบ้าน สระว่ายน้ำ ล้างแอร์ ทำสวน กำจัดแมลง รวมไปถึงบริการชำระค่าสาธารณูปโภค (น้ำ, ไฟฟ้า) และรายงานเงินสดย่อยให้กับเจ้าของบ้าน บริการย้ายเข้า-ออกบ้าน ตกแต่งบ้าน และรถรับ-ส่ง สนามบิน ช่วยให้ลูกค้าสะดวก สบาย ไร้กังวล บริการด้านการอยู่อาศัยแบบเลือกสรรเองได้ (On-demand…