ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH
ปล่อยเช่าคอนโด

ปล่อยเช่าคอนโดอย่างไรให้คุ้มค่า พร้อมข้อกฎหมายที่เจ้าของห้องต้องรู้

หลายคนที่กำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ อาจมีคำถามในใจว่า “การซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม” เมื่อเทียบกับสภาวะตลาดที่มีความผันผวนในช่วงนี้ แต่ความคุ้มค่าของการปล่อยเช่าคอนโดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทำเลที่มีศักยภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงราคาซื้อเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนที่จะได้รับ ไปจนถึงกลุ่มผู้เช่าเป้าหมายในพื้นที่นั้นๆ ด้วย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปหาคำตอบว่าการซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มค่าจริงหรือไม่ พร้อมเผยเคล็ดลับในการปล่อยเช่าให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ข้อกฎหมายสำคัญที่เจ้าของห้องต้องรู้ รวมถึงบริการที่จะช่วยให้การปล่อยเช่าคอนโดของคุณเป็นเรื่องง่ายและหายห่วง ซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม เช็กปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุน ก่อนตัดสินใจลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า นักลงทุนควรวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อประเมินว่าการลงทุนครั้งนี้จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่ โดยสามารถสรุปปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาได้ดังนี้ ปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น vs ระยะยาว แบบไหนดีกว่ากัน หากตัดสินใจปล่อยเช่าคอนโดแล้ว คำถามต่อไปที่เจ้าของห้องต้องคิดต่อ คือการเลือกระหว่างการปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น 1-6 เดือน หรือการปล่อยเช่าระยะยาวหลัก 1 ปีขึ้นไป เพราะการปล่อยเช่าทั้งสองแบบนี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน และเหมาะกับทำเลและความพร้อมของเจ้าของห้องที่ต่างกันไป ดังนี้ หัวข้อ ปล่อยเช่าระยะสั้น (1-6 เดือน) ปล่อยเช่าระยะยาว (1 ปีขึ้นไป) ข้อดี ค่าเช่าต่อเดือนสูงกว่า สามารถปรับราคาตามฤดูกาลท่องเที่ยวได้ รายได้สม่ำเสมอต่อเนื่อง ดูแลง่าย เน้นตรวจสอบเป็นระยะๆ ข้อเสีย ต้องดูแลและทำความสะอาดห้องบ่อยตามการย้ายเข้าออก และมีความเสี่ยงด้านกฎหมายหากเช่าต่ำกว่า 30 วัน รายได้ต่อเดือนอาจต่ำกว่าการปล่อยเช่าระยะสั้นในบางช่วง เหมาะกับ คอนโดใกล้แหล่งท่องเที่ยว หรือติดรถไฟฟ้าใจกลางเมือง คอนโดในย่านที่อยู่อาศัย หรือใกล้แหล่งงาน กฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เจ้าของห้องต้องรู้ นอกจากเรื่องทำเลและรูปแบบการเช่าแล้ว เจ้าของห้องและนักลงทุนอสังหาฯ มือใหม่ยังควรทำความเข้าใจกฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต กฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเช่าคอนโด การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม คำถามที่เจ้าของห้องมือใหม่มักสงสัย คือ “การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม” โดยปกติแล้วเจ้าของห้องไม่มีความจำเป็นต้องแจ้งขออนุญาตจากนิติบุคคลก่อนปล่อยเช่าห้องของตนเอง เนื่องจากเป็นสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เจ้าของห้องสามารถบริหารจัดการได้ตามความเหมาะสม เว้นแต่จะมีข้อบังคับจากนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้เช่าและเจ้าของห้องเอง รวมถึงเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบและดูแลอาคาร เจ้าของห้องควรแจ้งข้อมูลผู้เช่าให้นิติบุคคลทราบ เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อ และช่วงเวลาที่เข้าพักอาศัย เพื่อให้นิติบุคคลสามารถออกบัตรผ่านเข้า-ออกอาคาร หรือประสานงานในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องก่อนปล่อยเช่า อีกหนึ่งขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม คือ การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องให้ละเอียดทั้งก่อนและหลังส่งมอบห้อง ทั้งระบบไฟฟ้า น้ำประปา เครื่องปรับอากาศ โครงสร้างของห้อง และเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่ง เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปล่อยเช่าคอนโด 1. แนวทางการปล่อยเช่าคอนโดให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้การปล่อยเช่าคอนโดเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย เจ้าของห้องควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ 2. ควรเรียกเก็บเงินมัดจำและค่าเช่าล่วงหน้าเท่าไหร่ ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 ได้กำหนดให้มีการเก็บเงินค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันความเสียหาย (เงินมัดจำ) โดยเรียกเก็บรวมกันได้ไม่เกิน 3 เดือน โดยทั่วไปแล้ว มักแบ่งการเรียกเก็บเป็นเงินประกันความเสียหาย 2 เดือน และเงินค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือนก่อนเข้าพักอาศัย…

กฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ซื้อผู้ขายต้องรู้

ในความเข้าใจของคนทั่วไป การซื้อขายบ้านหรือคอนโดอาจดูเป็นเรื่องง่ายๆ แค่ตกลงราคา จ่ายเงิน แล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อ แต่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้กลับมีรายละเอียดทางกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ซับซ้อน ที่หากมองข้ามขั้นตอนสำคัญไป ก็อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในระยะยาวได้ ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจภาพรวมของกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรทราบ ตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐาน การทำสัญญาที่รัดกุม ไปจนถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การซื้อขายบ้านหรือคอนโดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด ภาพรวมกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรรู้ ก่อนเข้าสู่รายละเอียดของสัญญาและค่าใช้จ่ายต่างๆ ผู้ซื้อและผู้ขายควรทำความเข้าใจภาพรวมก่อนว่ากฎหมายกำหนดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ไว้อย่างไรบ้าง โดยเริ่มต้นจาก อสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายคืออะไร? ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 139 นิยามคำว่า “อสังหาริมทรัพย์” หมายถึง ทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ทั้งที่ดินและทรัพย์สินที่ติดอยู่กับที่ดินอย่างถาวร หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน รวมถึงสิทธิต่างๆ ที่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นด้วย โดยตัวอย่างที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น บ้านบางนา ทาวน์โฮม และคอนโดติดรถไฟฟ้าต่างๆ เป็นต้น ขั้นตอนหลักในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยข้อกฎหมายต่างๆ ทำให้หลายๆ คนสงสัยว่า การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะถูกต้องและปลอดภัยสำหรับทั้งสองฝั่ง โดยสามารถสรุปลำดับขั้นตอนหลักๆ ได้ดังนี้ ขั้นตอนเหล่านี้ ถือเป็นข้อปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายคอนโดมือสอง หรือบ้านกรุงเทพกรีฑา ซึ่งอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปบ้าง เช่น การตรวจสอบเงื่อนไขบางประการร่วมกับนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ เป็นต้น การทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขั้นตอนการทำสัญญา ถือเป็นจุดที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างสูง เพราะหากดำเนินการผิดพลาด หรือมีข้อมูลในสัญญาที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจทำให้การซื้อขายล้มเหลวและอาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้ สัญญาจะซื้อจะขาย VS สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด หลายคนอาจสงสัยว่าสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะมีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ ตามมาตรา 453 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้ให้นิยามของ “สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์” ว่าเป็นข้อตกลงที่ผู้ขายยินยอมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินให้ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงจ่ายเงินให้ผู้ขายตามที่ตกลงกันไว้ โดยสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขาย คือ ข้อตกลงล่วงหน้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายก่อนที่จะโอนกรรมสิทธิ์จริง มักใช้ในช่วงที่ผู้ซื้อวางเงินมัดจำให้ผู้ขาย เพื่อยืนยันและเป็นหลักฐานว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้วว่าจะซื้อ-ขายกันตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ เช่น ราคา วันโอน หรือเงื่อนไขการผ่อนชำระ ตามมาตรา 456 วรรคสอง สัญญาจะซื้อจะขายจะมีผลบังคับใช้ ก็ต่อเมื่อมีอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้เกิดขึ้น 2. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด คือ สัญญาซื้อขายที่ทำในขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์จริง โดยต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น จึงจะถือว่าการซื้อขายนั้นสมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มาตรา 456 วรรคหนึ่ง ระบุว่า หากการซื้อขาย ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียมไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน สัญญาซื้อขายนั้นจะถือเป็น “โมฆะ” แม้ว่าจะมีการจ่ายเงินให้ผู้ขาย หรือมีการทำสัญญากันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วก็ตาม ด้วยเหตุนี้ ผู้ซื้อและผู้ขายจึงควรทำความเข้าใจความแตกต่างของสัญญาทั้งสองรูปแบบให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง โดยสามารถสรุปได้ตามตารางนี้ สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ทำเมื่อไหร่ ช่วงวางเงินมัดจำ วันโอนกรรมสิทธิ์จริง ทำที่ไหน…

การตรวจสอบอาคารคืออะไร รู้สัญญาณเตือนล่วงหน้าและวิธีเลือกบริษัทตรวจสอบ

สำหรับเจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลบางท่าน “การตรวจสอบอาคาร” อาจเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งปัญหาโครงสร้างเล็กๆ ค่อยๆ ลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ หรือร้ายแรงจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานโดยตรง เพราะในความเป็นจริงแล้ว การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอไม่ได้เป็นเพียงข้อบังคับทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในการใช้งานอาคาร โดยเฉพาะในคอนโดมือสองหรืออาคารที่ผ่านการใช้งานมานาน ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าอาคารที่สร้างใหม่ไม่น้อย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบอาคาร ตั้งแต่สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ขอบเขตของงานตรวจสอบตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงแนะนำบริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ ที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของอาคารและนิติบุคคลอย่างครบวงจร สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรตรวจสอบโครงสร้างอาคารเก่าโดยด่วน การสังเกตสัญญาณเตือนทางกายภาพต่างๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถตรวจสอบและรับมือได้อย่างทันท่วงที โดยมีสัญญาณเตือนที่สำคัญดังนี้ รอยร้าวและการทรุดตัว ระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค การละเลยสัญญาณเตือนเหล่านี้ ไม่เพียงส่งผลต่อสภาพอาคารเท่านั้น แต่ยังเพื่อความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และส่งผลเสียต่อมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาวได้อีกด้วย ดังนั้น การหมั่นสังเกตและตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่เจ้าของอาคารทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อประเมินความเสี่ยง พร้อมวางแผนการตรวจสอบและซ่อมแซมแก้ไขอย่างทันท่วงที การตรวจสอบอาคาร ตรวจอะไรบ้าง เจาะลึกขอบเขตงานที่สำคัญ หากมีคำถามว่าการตรวจสอบอาคารนั้นครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 32 ทวิ ได้กำหนดขอบเขตของงานตรวจสอบไว้อย่างชัดเจน โดยสามารถสรุปออกเป็น 4 ด้านหลัก ดังนี้ 1. ความมั่นคงของโครงสร้าง การตรวจสอบอาคารในด้านแรก คือ การประเมินความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร ทั้งสภาพความสมบูรณ์ของโครงสร้างหลัก การต่อเติมดัดแปลงหรือปรับปรุงสภาพอาคารที่อาจส่งผลต่อการรับน้ำหนัก รวมถึงตรวจหาความชำรุดสึกหรอต่างๆ เพื่อประเมินว่าอาคารยังสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 2. ระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร การตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร จะเน้นประเมินความสามารถในการทำงานของระบบต่างๆ และการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสมเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 3 ระบบหลัก ได้แก่ 3. สมรรถนะของระบบและอุปกรณ์ของอาคารเพื่ออพยพผู้ใช้อาคาร การประเมินสมรรถนะของบันไดหนีไฟ ทางหนีไฟ เครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน รวมถึงระบบแจ้งสัญญาณเตือนภัยว่าสามารถใช้งานได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงสนับสนุนให้ผู้ใช้อาคารสามารถอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 4. ระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในอาคาร การตรวจสอบอาคารยังครอบคลุมไปถึงแผนบริหารจัดการด้านความปลอดภัย ได้แก่ แผนการป้องกันและระงับอัคคีภัย แผนการซ้อมอพยพผู้ใช้อาคาร แผนการบริหารจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัยในอาคาร และแผนการบริหารจัดการของผู้ตรวจสอบอาคาร เพื่อให้ทุกฝ่ายพร้อมรับมือเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริง อาคาร 9 ประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ต้องตรวจสอบ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้มีการกำหนดอาคาร 9 ประเภทที่ต้องผ่านการตรวจสอบอาคารตามกฎหมายเป็นประจำทุกปี ได้แก่ โดยกลุ่มคอนโดมิเนียมที่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นทำเลสำหรับเช่าคอนโดสุขุมวิท คอนโดอ่อนนุช หรือคอนโดติดรถไฟฟ้า ต่างๆ ควรได้รับการตรวจสอบอาคารอย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน บริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ เมื่อทราบถึงความสำคัญและขอบเขตของการตรวจสอบอาคารแล้ว การเลือกผู้ให้บริการตรวจสอบอาคารที่มีความน่าเชื่อถือก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยพลัสฯ ได้ร่วมมือกับ “ทัช พร็อพเพอร์ตี้” บริษัทในเครือที่เชี่ยวชาญด้านระบบวิศวกรรมอาคารและการตรวจสอบอาคารครบวงจรมากว่า 17 ปี พร้อมประสบการณ์ตรวจสอบอาคารมาแล้วกว่า 5 ล้านตารางเมตร เพื่อมอบบริการตรวจสอบอาคารที่ครอบคลุมทุกมิติให้กับเจ้าของอาคารและนิติบุคคล ทำไมต้องเลือก PLUS และ TOUCH การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอ…

รวม 16 คอนโดใกล้มหาลัยฯ ถูกใจนักศึกษาและวัยทำงาน

การตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยในวัยเรียนหรือช่วงเริ่มต้นทำงาน ถือเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่สำคัญ โดยเฉพาะการเลือกพักอาศัยในคอนโดใกล้มหาลัย ที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางแต่ละวันแล้ว คอนโดใกล้มหาลัยยังมอบความอุ่นใจในด้านความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ในบทความนี้ พลัสฯ จึงได้รวบรวม 16 โครงการคอนโดใกล้มหาลัยฯ คุณภาพครอบคลุม 6 ทำเลศักยภาพรอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครอง นักศึกษา คนทำงานด้านการศึกษา รวมถึงนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มองหาโอกาสปล่อยเช่าในย่านสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬา ที่น่าสนใจ ย่านใจกลางเมืองอย่างปทุมวัน สามย่าน และราชเทวี ถือเป็นศูนย์กลางที่แวดล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สยามสแควร์ และศูนย์การค้าชั้นนำโดยรอบ การเลือกคอนโดย่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงตอบโจทย์การใช้ชีวิตเหนือระดับ พร้อมสะดวกด้วยขนส่งมวลชนที่เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว 1. แอชตัน จุฬา-สีลม (Ashton Chula-Silom) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ ระดับลักชัวรีที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 56 ชั้น บนทำเลใจกลางสามย่าน เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT เชื่อมต่อทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและย่านธุรกิจโดยรอบ โดดเด่นด้วยดีไซน์กระจกแบบ Curved Facade ที่ดูเรียบหรู ล้ำสมัย พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางขนาด 2 ชั้นที่ครบครัน ตอบโจทย์การเป็นคอนโดใกล้มหาลัยสำหรับทั้งนักศึกษาและคนทำงาน ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 34.0 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ ไลน์ ราชเทวี (The Line Ratchethewi) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ บนทำเลราชเทวี ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS เชื่อมต่อทั้งย่านประตูน้ำ พญาไท สยาม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดดเด่นด้วยอาคารสูง 38 ชั้น ตกแต่งภายนอกด้วยโทนสีดำ-ทองแดงอันเป็นเอกลักษณ์ จัดเต็มทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและรูปแบบห้องพักที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เงียบสงบแต่ใกล้ชิดย่านสยาม-ราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 32.62 ตารางเมตร คลิก 3. ไพน์ บาย แสนสิริ (Pyne by Sansiri) คอนโดใกล้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 42 ชั้น และทำเลติดสถานีรถไฟฟ้าหน้าโครงการแบบก้าวเดียวถึง มอบความได้เปรียบสูงสุดในการเดินทาง ตอบโจทย์การพักอาศัยด้วยห้องพักให้มีความโปร่งกว้างขวางเป็นพิเศษ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมที่ครบครัน ในทำเลทองคำในย่านราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 47.0 ตารางเมตร คลิก คอนโดใกล้ มศว อโศก ที่น่าสนใจ…

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

การตัดสินใจปล่อยขายคอนโดมือสองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การแปะประกาศหน้าโครงการหรือโพสต์รูปภาพลงบนอินเทอร์เน็ตแล้วรอให้ผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามา เพราะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีห้องคอนโดอีกจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะแข่งขันกับห้องของคุณ หากไม่มีจุดเด่นที่กระตุ้นผู้ซื้อให้สนใจ ห้องคอนโดที่ลงขายก็ยากที่จะมีใครสนใจ ไร้การติดต่อกลับ หรืออาจถูกกดราคาจนกำไรที่คาดหวังไว้หายไปไม่เหลือ เพื่อให้การขายคอนโดมือสองเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์การลงทุน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปไขข้อสงสัยว่า การขายคอนโดมือสองต้องทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม การจัดการเอกสารสำคัญทางกฎหมายที่ห้ามตกหล่น ไปจนถึงเทคนิคการต่อรองเพื่อปิดดีลให้สำเร็จลุล่วง ก่อนขายคอนโดมือสอง ต้องเตรียมอะไรบ้าง สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนขายคอนโดมือสอง คือ การเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร โดยเฉพาะโฉนดห้องชุด หรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) ของห้องคอนโดที่จะขายว่ามีข้อมูลต่างๆ ถูกต้องตรงตามชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในปัจจุบัน เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์ขาดในการซื้อขาย พร้อมตรวจสอบภาระผูกพันกับสถาบันการเงินอย่างละเอียด ว่าไม่มีภาระจำนองหรือการติดภาระอื่นๆ รวมถึงการตรวจสอบค่าส่วนกลางค้างชำระและขอใบปลอดหนี้จากนิติบุคคล เพื่อใช้ในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่หากขาดไปก็อาจสร้างปัญหาในการขายคอนโดมือสองได้ ห้องที่ดูทรุดโทรมมักทำให้ห้องคอนโดราคาตกลงมากกว่าที่ควรจะเป็น เจ้าของห้องจึงควรประเมินสภาพห้องและซ่อมแซมจุดบกพร่อง จุดชำรุดเสียหายต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มขายคอนโดมือสอง ไม่ว่าจะเป็นการเช็กการทำงานระบบไฟฟ้าและน้ำประปา  ตรวจสอบจุดรั่วซึมในห้องน้ำและระเบียง รอบแตกร้าวตามผนัง พื้นบวมแตก วอลล์เปเปอร์ลอกหลุด และจุดอื่นๆ เพื่อให้คอนโดของเราอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด สร้างความมั่นใจ ดึงดูดผู้ซื้อ และลดปัญหาการต่อรองจากสภาพห้องที่ทรุดโทรม แม้ว่าห้องคอนโดของเราจะตกแต่งเป็นอย่างดี อยู่ในทำเลทอง และแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่หากตั้งราคาหลุดจากความเป็นจริง ก็จะปิดการขายได้ยากยิ่งขึ้น การตั้งราคาขายคอนโดมือสองให้เหมาะสม จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยเริ่มจากการนำข้อมูลราคาประเมินต่อตารางเมตรของกรมธนารักษ์และราคาซื้อขายจริงของห้องคอนโดอื่นๆ ในทำเลและขนาดใกล้เคียงมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อหาช่วงราคาที่เหมาะสมกับห้องของเรา นอกจากราคาตลาดแล้ว การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของคอนโดก็สำคัญไม่แพ้กัน เจ้าของห้องควรพิจารณาว่าใครบ้างที่จะเลือกอยู่ห้องของเรา เช่น ชาวต่างชาติที่ต้องการคอนโดย่านสุขุมวิทที่มีคอมมูนิตีนานาชาติขนาดใหญ่ หรือคนทำงานทั่วไปที่มองหาคอนโดอ่อนนุชในราคาเข้าถึงง่าย เพราะแต่ละกลุ่มต่างมีความต้องการและราคาในใจที่แตกต่างกัน การมองหาจุดสมดุลระหว่างราคาที่คุ้มค่าและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ จะช่วยให้คอนโดมือสองของเราน่าสนใจและปิดการขายได้เร็วยิ่งขึ้น เทคนิคการขายคอนโดให้ได้ราคาดีและปิดการขายไว หนึ่งในวิธีขายคอนโดให้ออกไวและมีประสิทธิภาพ คือ การตกแต่งปรับปรุงห้องพักให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เช่น การทาสีผนังห้องใหม่ด้วยโทนสีขาว หรือสีเบจที่ช่วยพรางตาให้ห้องดูกว้างขวาง สะอาดตาขึ้น การเปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นโทนสีอบอุ่นเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย รวมถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งให้ดูน่าสนใจ ไม่แออัด ในสไตล์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถจินตนาการถึงการใช้ชีวิตในห้องคอนโดได้ง่ายขึ้น หลังจากที่มีผู้เริ่มสนใจคอนโดแล้ว เทคนิคขั้นต่อไป คือ การเจรจาราคาต่อรองราคาและเงื่อนไขต่างๆ กับผู้ที่สนใจซื้อ เพื่อหาข้อตกลงและปิดการขายคอนโดมือสองตามที่ต้องการ โดยเคล็ดลับของการวางแผนเจรจาต่อรองนั้น มีตั้งแต่การใช้ข้อมูลราคากลางและสถิติราคาขายจริงในอดีตเพื่อสนับสนุนการตั้งราคาของเรา เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นถึงความสมเหตุสมผล และโปร่งใส ไม่ได้เป็นการตั้งราคาเผื่อต่อที่สูงจนเกินไป หรือการเลือกใช้การเจรจาแบบ Win-Win เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพอใจกับข้อเสนอ เช่น การเสนอแถมเครื่องใช้ไฟฟ้า สิทธิ์จอดรถ หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญบางชิ้นเพื่อชดเชยกับราคาที่ผู้ซื้อขอต่อรอง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าและช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น ทำเลคือสิ่งที่นักลงทุนอสังหาฯ ต่างให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ เสมอ หากห้องคอนโดอยู่ในทำเลทองยอดนิยม เช่น ทำเลใกล้แหล่งงาน ใกล้ย่านเศรษฐกิจ หรือเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสำคัญ เจ้าของห้องก็ควรที่จะชูจุดเด่นสำคัญนี้เป็นหลัก รวมถึงการเดินทางจากคอนโดไปยังแหล่งงานหรือสถานีรถไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ เพื่อให้ผู้ซื้อรู้สึกถึงความคุ้มค่าในทำเลดังกล่าว เลือกช่องทางขายคอนโดมือสองอย่างไรให้ถูกจุด การลงประกาศบนเว็บไซต์หรือในชุมชนออนไลน์ต่างๆ ถือเป็นช่องทางหลักที่จะช่วยให้ผู้คนพบเจอกับประกาศขายของเราได้ง่ายขึ้น ซึ่งการลงประกาศที่ดีนั้น ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีจำนวนผู้เข้าใช้งานสูง มีฟีเจอร์เสริมในการดันประกาศ เพื่อให้โพสต์ขายคอนโดมือสองของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมถึงการเลือกใช้คำโปรยที่สะดุดตา เช่นการชูจุดเด่นด้านทำเล ขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก…

คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่

แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิท ครบทุกช่วง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

สุขุมวิท คือหนึ่งในทำเลศูนย์กลางแห่งความเจริญและไลฟ์สไตล์คนเมืองของกรุงเทพฯ ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความสำเร็จได้อย่างชัดเจน ทั้งการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ไปจนถึงแหล่งงานและย่านเศรษฐกิจชั้นนำ ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นแหล่งรวมโครงการคอนโดสุขุมวิทชั้นนำมากมายที่เป็นที่ต้องการของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างไม่เสื่อมคลาย ในบทความนี้ พลัสฯ ขอแนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ ครอบคลุมตั้งแต่สุขุมวิทตอนต้นจรดปลาย พร้อมเจาะลึกตั้งแต่ความน่าสนใจของทำเล แนวโน้มราคา ไปจนถึงการวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้คุณเลือกคอนโดแถวสุขุมวิทให้เช่าหรือซื้อได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้ชีวิต แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ 1. เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 (The Line Sukhumvit 101) คอนโดมิเนียม High Rise 38 ชั้น ทำเลติดถนนสุขุมวิท ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี โดดเด่นด้วยห้องพักเพดานสูงสไตล์ Duplex 3.4 – 5.5 เมตร ที่ให้ความโปร่งโล่งสบายในการพักอาศัย พร้อมความสะดวกสบายครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่สำหรับทำกิจกรรมและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ และการเดินทางที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ในทำเลสุขุมวิทตอนปลายแห่งนี้ ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 42.4 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ (The Monument Thonglor) คอนโดสุขุมวิทระดับ Ultra-Luxury ในย่านไลฟ์สไตล์อย่างทองหล่อ โดดเด่นด้วยตัวอาคาร High Rise สูงถึง 45 ชั้น ภายใต้แนวคิด Luxury is Space ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ โปร่งโล่ง เป็นส่วนตัว มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่หรูหราเหนือระดับ พร้อมวิวทิวทัศน์ใจกลางเมืองแบบพาโนรามา ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่ล้อมรอบโครงการ ถือเป็นหนึ่งในคอนโดสุขุมวิทที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในย่านนี้ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 125.25 ตารางเมตร คลิก 3. ฮาสุ เฮาส์ (Hasu Haus) คอนโดสุขุมวิทสไตล์รีสอร์ต Low Rise 7 ชั้น ภายในพื้นที่ T77 คอมมูนิตีคอนโดอ่อนนุช โดดเด่นด้วยการผสานไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้ากับพื้นที่ธรรมชาติและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นสไตล์มินิมอล มอบบรรยากาศการอยู่อาศัยที่เงียบสงบ ร่มรื่น ควบคู่ไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพื่อการใช้ชีวิตที่ลงตัวในทำเลยอดนิยมของย่านสุขุมวิทตอนปลาย ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้านโยบาย ESG

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้านโยบาย ESG ปั้น Roadmap การอยู่อาศัยยั่งยืน ผ่าน 5 กลยุทธ์ ‘พลัสก่อการดี’

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำอันดับ 1 ด้านบริหารจัดการอสังหาฯ และการอยู่อาศัยครบวงจร เผยแผน Property Management ระยะยาว เพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยของคนยุคใหม่ ทุกเจเนอเรชัน   ชูแนวคิดด้าน ESG ที่ใส่ใจทั้งสังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการ มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยที่ดีให้ลูกบ้านผ่านแนวคิด “Quality of Life and Well-being”   ส่ง 5 กลยุทธ์ “พลัสก่อการดี” สู่การสร้าง positive impact อย่างยั่งยืน ได้แก่ Environment Management, Care for Community, Health & Wellbeing, Multi-generations Society และ Lifelong Education นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ เดินหน้าขับเคลื่อนแผนสนับสนุนด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในทุกมิติ ควบคู่กับการสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีในระยะยาว ผ่านแนวคิด “Quality of Life and Well-being” มุ่งพัฒนาคอมมูนิตี้ที่เอื้อต่อทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และคุณภาพชีวิตโดยรวมของลูกบ้าน ทั้งการดูแลสภาพแวดล้อมภายในโครงการให้มีความสวยงามเสมือนวันแรกที่เข้าอยู่เพื่อรักษามูลค่า ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของลูกบ้าน ซึ่งรวมไปถึง ความปลอดภัยในการอยู่อาศัย และ การสร้างสังคมอยู่อาศัยที่ดี ตลอดจนการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน 5 กลยุทธ์ ‘พลัสก่อการดี’ พลัสฯ มุ่งเน้นพัฒนาการอยู่อาศัยในทุกมิติ ผ่านภาพใหญ่ในการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และ การกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) ภายใต้ 5 กลยุทธ์ ได้แก่ 1. Environment Management มุ่งสร้างสังคมการอยู่อาศัยที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Low Carbon Society) ผ่านโครงการ Waste To Worth ส่งเสริมการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี ที่ดำเนินการต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 5 รวมถึงลดการใช้พลังงานในโครงการ และจัดกิจกรรมส่งเสริมสิ่งแวดล้อม อาทิ ‘คัด แยก แลก สุข’ โดยให้ลูกบ้านนำขวดพลาสติกหรือขยะรีไซเคิลมาแลกรับไข่ไก่ และ กิจกรรม Backyard สวนปลูกผักภายในโครงการ เพื่อเป้าหมายมุ่งสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2050 2. Care for Community เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนบ้าน และใส่ใจช่วยเหลือชุมชนรอบด้าน ผ่านกิจกรรม อาทิ ‘พลัสปันสุข’ ส่งต่อความรู้พร้อมทั้งพัฒนาชุมชนโดยรอบ…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ถอดบทเรียน "น้ำท่วมใหญ่" สู่การบริหารจัดการวิกฤตอย่างมืออาชีพ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Property Management ได้นำประสบการณ์การบริหารจัดการโครงการที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มาเป็น “กรณีศึกษา” ที่ทรงคุณค่า เพื่อพัฒนาแผนรับมือและยกระดับมาตรฐานการดูแลลูกบ้านให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นวิกฤตธรรมชาติที่รุนแรงและสร้างความท้าทายในระดับสูง โดยเฉพาะมิติของการขาดแคลนไฟฟ้า สภาวะที่ยานพาหนะเข้าถึงไม่ได้จากกระแสน้ำเชี่ยว และข้อจำกัดด้านการสื่อสาร นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “ท่ามกลางวิกฤตที่หนักหน่วง ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นทีมงานพลัสฯ แสนสิริ ภาคเอกชน และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ทำงานอย่างสุดกำลังและทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ความร่วมมือและความทุ่มเทนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สามารถประคองสถานการณ์และบรรเทาผลกระทบได้ ซึ่งในสถานการณ์ฉุกเฉิน การดำเนินการต้องรวดเร็ว แม่นยำ และสื่อสารชัดเจน การมีแผนที่รัดกุมและยืดหยุ่นคือหัวใจสำคัญ” กลยุทธ์รับมือเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดยทีมงานได้เริ่มใช้แผนรับมือเหตุฉุกเฉิน (Emergency Response Plan) ทันที โดยมุ่งเน้นการประเมินความเสี่ยงและปรับรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง ซึ่งนำไปสู่การจัดการขั้นต้นได้อย่างทันท่วงที โดยมีแกนหลักในการปฏิบัติการ 5 ข้อ ได้แก่ 1. เปิด War Room: ศูนย์กลางบริหารเหตุการณ์ เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานกลางในการติดตามสถานการณ์ และวางแผนงานทั้งหมด การจัดตั้ง War Room ช่วยให้การตัดสินใจทำได้รวดเร็ว และข้อมูลเป็นปัจจุบัน โดยทีมในสถานการณ์น้ำท่วม ประกอบด้วย: (1) ทีมเสบียง จัดหาอาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพ (2) ทีมลำเลียงและช่วยเหลือพื้นที่ ประสานจัดหารถ เรือ เจ็ตสกี และอุปกรณ์กู้ภัยจากภาครัฐและเอกชน (3) ทีมประสานงานภาครัฐและท้องถิ่น ทำงานร่วมกับเทศบาล หน่วยงานทหาร ศูนย์ช่วยเหลือ และผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อจัดหาสิ่งช่วยเหลือและทรัพยากรจำเป็น (4) ทีมสื่อสาร อัปเดตสถานการณ์ตลอดวัน ตอบคำถามลูกบ้าน และประสานงานทั้งออฟไลน์และออนไลน์ (5) ทีมความปลอดภัยด้านวิศวกร และติดตามสถานการณ์ ตรวจสอบระดับน้ำ จุดเสี่ยง และระบบไฟฟ้าหรือระบบสำคัญของโครงการ 2. ดูแลลูกค้ากลุ่มเปราะบาง มีการเก็บข้อมูลกลุ่มคนเปราะบาง เช่น ผู้สูงวัย เด็กเล็ก และผู้ป่วยที่ต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ การมีฐานข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้การประสานงานเพื่อจัดหาการช่วยเหลือเป็นไปอย่างเป็นระบบและรวดเร็วมากขึ้น สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที 3. การสื่อสารในช่วงที่ระบบมีข้อจำกัด เมื่อไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตไม่พร้อมใช้งาน การสื่อสารอาจต้องอาศัยช่องทางพื้นฐาน เช่น การแจ้งข่าวสารด้วยการเดินประกาศ และเขียนแจ้งข้อมูลบนบอร์ดประชาสัมพันธ์ โดยอัปเดตข้อมูลต่อเนื่อง วิธีนี้ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถติดตามข้อมูลได้ด้วยตนเอง และยังคงทั่วถึง นอกจากนี้ มีสิ่งเล็กๆ ที่ทีมงานเราทำและได้ผลดี คือ การให้ลูกบ้านวางรองเท้าไว้หน้าห้อง ช่วยให้ทีมงานทราบว่าห้องไหนมีคนอยู่ และสามารถติดต่อแจ้งข้อมูลได้โดยไม่ต้องใช้เวลาเพิ่มในการตรวจเช็ก ทั้งนี้ การสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ก็สามารถทำควบคู่ไปพร้อมกันได้ 4. การให้ความช่วยเหลือ จัดหาอาหาร น้ำดื่ม ถุงยังชีพเพื่อจัดส่งให้กับลูกบ้าน รวมไปถึงการจัดหารถขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุกและรถโฟร์วีล หรือรถที่สามารถลุยน้ำท่วมสูงได้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชูแนวทางบริหารความปลอดภัยเชิงรุก ผ่านโปรแกรม “Crisis Preparedness & Response”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ยกระดับการดูแลความปลอดภัยครบวงจร เตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินและสถานการณ์วิกฤต ด้วยโปรแกรมเชิงรุก “Crisis Preparedness & Response”   จัดอบรมเข้มเสริมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน ครอบคลุมการวิเคราะห์และบริหารความเสี่ยง การสื่อสารในภาวะวิกฤติ และ การปฐมพยาบาลทางจิตใจ (Psychological First Aid) เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบหลังเหตุการณ์ฉุกเฉิน   เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติรูปแบบใหม่ (The New Wave of Disaster) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ปรับแผนให้รัดกุมและเหมาะสมกับยุคสมัย   มุ่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมพัฒนาทักษะทีมงานให้พร้อมรับมือในทุกสถานการณ์ เสริมแนวทางบริหารความปลอดภัยแบบครบวงจร ทั้งเจ้าหน้าที่มืออาชีพ รวมถึง LIV-24 Smart Tech ที่ตรวจสอบและแจ้งเตือนเหตุผิดปกติแบบเรียลไทม์ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าดูแลความปลอดภัยเชิงรุก จัดอบรมในโปรแกรม Crisis Preparedness & Response Program เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินในทุกสถานการณ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของโครงการภายใต้การบริหารของพลัสฯ ให้สามารถป้องกันและจัดการเหตุการณ์ได้อย่างเป็นระบบและทันท่วงที นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่พลัสฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นพื้นฐานของการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ การอบรมเรื่องการจัดการเหตุฉุกเฉินครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาความรู้และทักษะของทีมงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทีมงานสามารถตอบสนองและจัดการเหตุการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับลูกบ้านได้ทันท่วงที โดยการอบรมครั้งนี้ครอบคลุมทั้งการวิคราะห์ บริหารและจัดการความเสี่ยง การสื่อสารในภาวะวิกฤติ การจัดการเมื่อเครื่องมือสื่อสารไม่สามารถใช้การได้ รวมถึง การปฐมพยาบาลทางจิตใจ (Psychological First Aid) เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบทางอารมณ์และจิตใจหลังเหตุการณ์ฉุกเฉิน มุ่งเสริมให้แผนรับมือเหตุฉุกเฉินของพลัสฯ มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน รัดกุม และสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในทุกโครงการ การจัดการแผนสถานการณ์ฉุกเฉินต้องมีการอัปเดตข้อมูลอยู่เสมอ เพราะเหตุการณ์บ้านเมืองและภัยธรรมชาติมีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ยิ่งในปัจจุบันเราพบความเสี่ยงที่ซับซ้อนมากขึ้น พลัสฯ ในฐานะผู้ดูแลการอยู่อาศัย มองว่าความปลอดภัยคือสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุด ทั้งในมุมของลูกบ้าน และในมุมของทีมงาน พนักงานควรได้รับการฝึกฝนอยู่เสมอ เพื่อให้พร้อมปฏิบัติงานได้อย่างมั่นใจและเป็นมืออาชีพในทุกสถานการณ์ “พลัสฯ จัดให้มีการอบรมต่อเนื่อง และนำองค์ความรู้ไปพัฒนาแผนรับมือเหตุฉุกเฉินให้ครอบคลุมทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว น้ำท่วม ไฟไหม้ โรงงานสารเคมีรั่วไหล หรือการก่อเหตุจราจล รวมถึงให้ความรู้เบื้องต้นแก่ลูกบ้าน เพื่อให้สามารถเอาตัวรอดในภาวะฉุกเฉินได้อย่างปลอดภัย” นางสาวนฤมล กล่าวเพิ่มเติม ปัจจุบัน พลัสฯ บริหารจัดการความปลอดภัยด้วยแนวทางที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการดูแลโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมืออาชีพ การนำเทคโนโลยีอัจฉริยะจากระบบ LIV-24 Smart Tech มาช่วยตรวจสอบและแจ้งเตือนเหตุการณ์ผิดปกติแบบเรียลไทม์ ตลอดจนการพัฒนาแผนป้องกันและรับมือภัยพิบัติรูปแบบใหม่ (The New Wave of Disaster) อัพเดทความรู้เสมอเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ในแต่ละยุคสมัย และทำให้มั่นใจว่า ทีมงานของเราสามารถจัดการเหตุและช่วยเหลือลูกบ้านได้ในสถานการณ์จริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า ทุกโครงการภายใต้การบริหารของพลัสฯ ได้รับการดูแลด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตลูกบ้าน สานต่อความร่วมมือแสนสิริ-สมิติเวช

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตลูกบ้าน ปั้นคอมมูนิตี้ใส่ใจสุขภาพสานต่อความร่วมมือแสนสิริ-สมิติเวช ส่งบริการสุขภาพครบวงจรถึงบ้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มุ่งสร้างสังคมการอยู่อาศัยที่ใส่ใจสุขภาพและคุณภาพชีวิต ผ่านแนวคิด “Quality of Life and Well-being” เดินหน้าส่งเสริมการอยู่อาศัยรอบด้าน ทั้งการดูแลสภาพแวดล้อมและการใช้ชีวิต ล่าสุด สานต่อความร่วมมือแสนสิริ-สมิติเวช ส่ง “Wellness at Home” บริการสุขภาพครบวงจรถึงบ้าน พร้อมมอบสิทธิพิเศษลูกบ้าน นำร่องโครงการบุราสิริ กรุงเทพกรีฑา มุ่งเน้นดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) ให้กับทุกคนในครอบครัว ตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงวัย ด้วยบริการสุขภาพที่ทันสมัยและได้มาตรฐาน รุกต่อเนื่องส่งเสริมด้านสุขภาพ เผยแผนระยะยาวปั้นคอมมูนิตี้ใส่ใจสุขภาพทั้งลูกบ้านและชุมชน ตอบรับเทรนด์ Wellness Lifestyle ที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพและการใช้ชีวิตแบบองค์รวมมากขึ้น นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยมาอย่างต่อเนื่อง โดยมองเรื่องสุขภาพเป็นส่วนสำคัญในการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้นที่ผ่านมา พลัสฯ จึงได้เดินหน้าส่งเสริมแนวคิดนี้ผ่านการจัดกิจกรรมด้านสุขภาพที่หลากหลายให้กับลูกบ้าน อาทิ บริการฉีดวัคซีนประจำปี และกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพ “Plus Run for You” การให้ผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้เรื่องการออกกำลังกายที่ถูกวิธี เพื่อทำให้การดูแลสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตประจำวันของลูกบ้าน ล่าสุด ได้ร่วมมือกับแสนสิริ และ โรงพยาบาลสมิติเวช เปิดตัว “Wellness at Home” นำบริการทางการแพทย์ครบวงจรส่งตรงถึงโครงการ ช่วยให้ลูกบ้านได้รับบริการด้านสุขภาพอย่างสะดวกสบาย พร้อมรับสิทธิพิเศษ ทั้งบริการฟรีและส่วนลดเฉพาะสำหรับลูกบ้านแสนสิริ ซึ่งสามารถใช้บริการได้ทั้งภายในโครงการและโรงพยาบาลสมิติเวชสาขาที่ร่วมรายการ นำร่องโครงการแรกที่ บุราสิริ กรุงเทพกรีฑา โดยบริการครอบคลุมการดูแลสุขภาพที่ทันสมัยและหลากหลาย อาทิ การประเมินพัฒนาการเด็ก การคำนวณความสูงสุดท้ายและภาวะเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัย การตรวจความเสี่ยงสุขภาพด้วยเทคโนโลยี AI จากภาพถ่ายจอประสาทตา การฟื้นฟูร่างกายด้วยวิตามินทางหลอดเลือด (IV Drip) การตรวจวิเคราะห์การลงน้ำหนักเท้าและการทรงตัว รวมถึงการตรวจประเมินความเสี่ยงภาวะหลงลืมและสมองเสื่อม พร้อมบริการฉีดวัคซีน เช่น ไข้หวัดใหญ่และโรคปอดบวมชนิดรุนแรง ทั้งนี้ มีแผนขยายความร่วมมือส่ง Wellness at Home ไปยังคอมมูนิตี้อื่นๆ ของแสนสิริที่พลัสฯ ดูแล นอกจากนี้ พลัสฯ ยังมีภารกิจต่อเนื่องในการส่งเสริมด้านสุขภาพให้แก่ลูกบ้านและชุมชนโดยรอบ โดยมีแผนระยะยาวในการสร้างความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ด้านสุขภาพ เพื่อมอบบริการหลากหลาย อาทิ การปรึกษานักโภชนาการในการวางแผนมื้ออาหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนและสุขภาพจิต การจัดส่งอาหารเหลวพร้อมทานถึงบ้าน รวมถึงการอบรมเจ้าหน้าที่หน้างานให้มีความรู้ด้านปฐมพยาบาลและช่วยเหลือชีวิตเบื้องต้น เพื่อให้ลูกบ้านและผู้คนในชุมชนโดยรอบสามารถได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีในกรณีเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ พลัสฯ มุ่งส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมสร้างคอมมูนิตี้ที่ใส่ใจทั้งสุขภาพกายและใจของลูกบ้าน ด้วยบริการสุขภาพที่เข้าถึงง่าย สิทธิประโยชน์ และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่ออกแบบให้เหมาะกับแต่ละโครงการ ภายใต้แนวคิด “Quality of Life…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชวนลูกบ้านร่วมกิจกรรม พลัสก่อการดี ร่วมใจทำภูเก็ตบ้านเราให้สะอาดและน่าอยู่ปีที่ 4

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต เดินหน้าสร้างสังคมคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจัดกิจกรรม “พลัสก่อการดี ร่วมใจทำภูเก็ตบ้านเราให้สะอาดและน่าอยู่ ปีที่ 4” ร่วมสืบสานเทศกาลถือศีลกินผัก จังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2568 โดยมีทีมผู้บริหาร พนักงาน และลูกบ้านจากหลากหลายโครงการที่พลัสฯ ดูแล ร่วมแรงร่วมใจเก็บขยะตลอดเส้นทางขบวนอิ้วเก้ง หรือขบวนแห่พระ ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของเทศกาลที่มีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก กิจกรรมดังกล่าวสามารถเก็บขยะได้รวมกว่า 600 กิโลกรัม ประกอบด้วยขวดน้ำ หลอดและแก้วพลาสติก รวมถึงกล่องประทัด ถือเป็นการมีส่วนร่วมในการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมืองภูเก็ตในช่วงเทศกาลสำคัญ พร้อมส่งเสริมจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อชุมชน พลัสฯ เชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนเริ่มต้นจากพลังเล็กๆ ของทุกคน เมื่อร่วมมือกัน บ้านของเราก็จะน่าอยู่ขึ้นในทุกๆ วัน พลัสฯ จึงมุ่งมั่นสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแรง อบอุ่น และเปี่ยมด้วยความใส่ใจ โดยเปิดโอกาสให้ทั้งพนักงานและลูกบ้านมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคมไปในทิศทางที่ดีขึ้น ที่ผ่านมา พลัสฯ ภูเก็ตได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมหลากหลายรูปแบบ เช่น การเก็บขยะริมหาด และการบริจาคโลหิต ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจในการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับชุมชนโดยรอบ และเป็นการสานต่อความมุ่งมั่นในการสร้างทุกวันให้ยั่งยืน (Building Better…Everyday) ขององค์กร สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบทบาทของภาคเอกชนในการสนับสนุนความยั่งยืนในระดับท้องถิ่น ผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชน และการส่งเสริมจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงามของภูเก็ต ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ โชว์ผลประกอบการครึ่งปีแรก ทะลุ 9 ร้อยล้าน สะท้อนดีมานด์ Property Management โตต่อ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชูบริการ “Plus Luxury Management” ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ สร้างปรากฏการณ์ สถาบัน Plus Eduplex คว้ารางวัลระดับนานาชาติครั้งแรกของไทย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัยหาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำตลาด! คว้ารางวัล ‘The Best Agent in Property Management’

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Property Management ด้วยการคว้ารางวัล The Best Agent in Property Management จากงาน Dot Property Thailand Real Estate Agent Awards 2025 สะท้อนศักยภาพองค์กรที่ยืนหยัดส่งมอบคุณภาพบริการให้ลูกค้าตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปี นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลนี้ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันความมุ่งมั่นของทีมงานพลัสฯ ที่ดำเนินงานภายใต้มาตรฐานระดับสากล และยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) เราพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้บริการ ผ่านบริการครบวงจรทั้งการบริหารจัดการด้านการอยู่อาศัย (Living Management) บริหารอาคารเชิงพาณิชย์ (Facility Management) บริการให้คำปรึกษาด้านระบบอาคารและวิศวกรรมอาคาร (Engineering Consultancy) และ โซลูชันเทคโนโลยีอัจฉริยะ ลิฟ-24 (LIV-24 Smart Tech Solutions) นอกเหนือจากนี้ พลัสฯ ยังต่อยอดบริการและโซลูชันใหม่ ๆ ที่คิดมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ายุคใหม่ เช่น บริการตรวจสุขภาพบ้าน, บริการที่ปรึกษาแบบเลือกได้เฉพาะส่วน (Plus Consultancy) และบริการ Plus Concierge ที่เชื่อมต่อบริการจากพันธมิตรด้านการอยู่อาศัย สร้างความสะดวกสบายในรูปแบบใหม่ๆ ให้ลูกค้าใช้ชีวิตง่ายดายยิ่งขึ้น พลัสฯ ยังเป็นผู้ให้บริการรายแรกและรายเดียวในไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO ในทุกมิติของการบริหารจัดการและสามารถใช้มาตรฐานเหล่านี้ครอบคลุมทุกโครงการได้ ประกอบด้วยมาตรฐานด้านคุณภาพ การจัดการทรัพยากรกายภาพ และสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้นำตลาดบริหารอสังหาริมทรัพย์ พลัสฯ ยังเดินหน้าพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม ทั้งการนำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับการบริหารจัดการ การสร้างมาตรฐานใหม่ด้านบริการที่ผสมผสานแนวคิด Lifestyle & Hospitality และการดูแลแบบเชิงรุก เพื่อให้การบริหารอสังหาฯ อย่างมืออาชีพและยั่งยืน “รางวัลนี้ไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จขององค์กร แต่ยังเป็นกำลังใจสำคัญให้ทีมงานพลัสฯ มุ่งมั่นพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพ โดยยึดลูกค้าเป็นหัวใจของการทำงาน เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดที่ส่งมอบบริการคุณภาพสูง และยกระดับมาตรฐานวงการ Property Management ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” นางสาวนฤมล กล่าวปิดท้าย ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ โชว์ผลประกอบการครึ่งปีแรก ทะลุ 9 ร้อยล้าน สะท้อนดีมานด์ Property Management โตต่อ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชูบริการ “Plus Luxury Management” ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ สร้างปรากฏการณ์ สถาบัน Plus Eduplex คว้ารางวัลระดับนานาชาติครั้งแรกของไทย…