ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH
ปล่อยเช่าคอนโด

ปล่อยเช่าคอนโดอย่างไรให้คุ้มค่า พร้อมข้อกฎหมายที่เจ้าของห้องต้องรู้

หลายคนที่กำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ อาจมีคำถามในใจว่า “การซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม” เมื่อเทียบกับสภาวะตลาดที่มีความผันผวนในช่วงนี้ แต่ความคุ้มค่าของการปล่อยเช่าคอนโดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทำเลที่มีศักยภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงราคาซื้อเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนที่จะได้รับ ไปจนถึงกลุ่มผู้เช่าเป้าหมายในพื้นที่นั้นๆ ด้วย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปหาคำตอบว่าการซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มค่าจริงหรือไม่ พร้อมเผยเคล็ดลับในการปล่อยเช่าให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ข้อกฎหมายสำคัญที่เจ้าของห้องต้องรู้ รวมถึงบริการที่จะช่วยให้การปล่อยเช่าคอนโดของคุณเป็นเรื่องง่ายและหายห่วง ซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม เช็กปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุน ก่อนตัดสินใจลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า นักลงทุนควรวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อประเมินว่าการลงทุนครั้งนี้จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่ โดยสามารถสรุปปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาได้ดังนี้ ปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น vs ระยะยาว แบบไหนดีกว่ากัน หากตัดสินใจปล่อยเช่าคอนโดแล้ว คำถามต่อไปที่เจ้าของห้องต้องคิดต่อ คือการเลือกระหว่างการปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น 1-6 เดือน หรือการปล่อยเช่าระยะยาวหลัก 1 ปีขึ้นไป เพราะการปล่อยเช่าทั้งสองแบบนี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน และเหมาะกับทำเลและความพร้อมของเจ้าของห้องที่ต่างกันไป ดังนี้ หัวข้อ ปล่อยเช่าระยะสั้น (1-6 เดือน) ปล่อยเช่าระยะยาว (1 ปีขึ้นไป) ข้อดี ค่าเช่าต่อเดือนสูงกว่า สามารถปรับราคาตามฤดูกาลท่องเที่ยวได้ รายได้สม่ำเสมอต่อเนื่อง ดูแลง่าย เน้นตรวจสอบเป็นระยะๆ ข้อเสีย ต้องดูแลและทำความสะอาดห้องบ่อยตามการย้ายเข้าออก และมีความเสี่ยงด้านกฎหมายหากเช่าต่ำกว่า 30 วัน รายได้ต่อเดือนอาจต่ำกว่าการปล่อยเช่าระยะสั้นในบางช่วง เหมาะกับ คอนโดใกล้แหล่งท่องเที่ยว หรือติดรถไฟฟ้าใจกลางเมือง คอนโดในย่านที่อยู่อาศัย หรือใกล้แหล่งงาน กฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เจ้าของห้องต้องรู้ นอกจากเรื่องทำเลและรูปแบบการเช่าแล้ว เจ้าของห้องและนักลงทุนอสังหาฯ มือใหม่ยังควรทำความเข้าใจกฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต กฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเช่าคอนโด การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม คำถามที่เจ้าของห้องมือใหม่มักสงสัย คือ “การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม” โดยปกติแล้วเจ้าของห้องไม่มีความจำเป็นต้องแจ้งขออนุญาตจากนิติบุคคลก่อนปล่อยเช่าห้องของตนเอง เนื่องจากเป็นสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เจ้าของห้องสามารถบริหารจัดการได้ตามความเหมาะสม เว้นแต่จะมีข้อบังคับจากนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้เช่าและเจ้าของห้องเอง รวมถึงเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบและดูแลอาคาร เจ้าของห้องควรแจ้งข้อมูลผู้เช่าให้นิติบุคคลทราบ เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อ และช่วงเวลาที่เข้าพักอาศัย เพื่อให้นิติบุคคลสามารถออกบัตรผ่านเข้า-ออกอาคาร หรือประสานงานในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องก่อนปล่อยเช่า อีกหนึ่งขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม คือ การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องให้ละเอียดทั้งก่อนและหลังส่งมอบห้อง ทั้งระบบไฟฟ้า น้ำประปา เครื่องปรับอากาศ โครงสร้างของห้อง และเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่ง เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปล่อยเช่าคอนโด 1. แนวทางการปล่อยเช่าคอนโดให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้การปล่อยเช่าคอนโดเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย เจ้าของห้องควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ 2. ควรเรียกเก็บเงินมัดจำและค่าเช่าล่วงหน้าเท่าไหร่ ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 ได้กำหนดให้มีการเก็บเงินค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันความเสียหาย (เงินมัดจำ) โดยเรียกเก็บรวมกันได้ไม่เกิน 3 เดือน โดยทั่วไปแล้ว มักแบ่งการเรียกเก็บเป็นเงินประกันความเสียหาย 2 เดือน และเงินค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือนก่อนเข้าพักอาศัย…

กฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ซื้อผู้ขายต้องรู้

ในความเข้าใจของคนทั่วไป การซื้อขายบ้านหรือคอนโดอาจดูเป็นเรื่องง่ายๆ แค่ตกลงราคา จ่ายเงิน แล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อ แต่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้กลับมีรายละเอียดทางกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ซับซ้อน ที่หากมองข้ามขั้นตอนสำคัญไป ก็อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในระยะยาวได้ ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจภาพรวมของกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรทราบ ตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐาน การทำสัญญาที่รัดกุม ไปจนถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การซื้อขายบ้านหรือคอนโดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด ภาพรวมกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรรู้ ก่อนเข้าสู่รายละเอียดของสัญญาและค่าใช้จ่ายต่างๆ ผู้ซื้อและผู้ขายควรทำความเข้าใจภาพรวมก่อนว่ากฎหมายกำหนดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ไว้อย่างไรบ้าง โดยเริ่มต้นจาก อสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายคืออะไร? ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 139 นิยามคำว่า “อสังหาริมทรัพย์” หมายถึง ทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ทั้งที่ดินและทรัพย์สินที่ติดอยู่กับที่ดินอย่างถาวร หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน รวมถึงสิทธิต่างๆ ที่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นด้วย โดยตัวอย่างที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น บ้านบางนา ทาวน์โฮม และคอนโดติดรถไฟฟ้าต่างๆ เป็นต้น ขั้นตอนหลักในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยข้อกฎหมายต่างๆ ทำให้หลายๆ คนสงสัยว่า การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะถูกต้องและปลอดภัยสำหรับทั้งสองฝั่ง โดยสามารถสรุปลำดับขั้นตอนหลักๆ ได้ดังนี้ ขั้นตอนเหล่านี้ ถือเป็นข้อปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายคอนโดมือสอง หรือบ้านกรุงเทพกรีฑา ซึ่งอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปบ้าง เช่น การตรวจสอบเงื่อนไขบางประการร่วมกับนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ เป็นต้น การทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขั้นตอนการทำสัญญา ถือเป็นจุดที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างสูง เพราะหากดำเนินการผิดพลาด หรือมีข้อมูลในสัญญาที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจทำให้การซื้อขายล้มเหลวและอาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้ สัญญาจะซื้อจะขาย VS สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด หลายคนอาจสงสัยว่าสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะมีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ ตามมาตรา 453 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้ให้นิยามของ “สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์” ว่าเป็นข้อตกลงที่ผู้ขายยินยอมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินให้ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงจ่ายเงินให้ผู้ขายตามที่ตกลงกันไว้ โดยสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขาย คือ ข้อตกลงล่วงหน้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายก่อนที่จะโอนกรรมสิทธิ์จริง มักใช้ในช่วงที่ผู้ซื้อวางเงินมัดจำให้ผู้ขาย เพื่อยืนยันและเป็นหลักฐานว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้วว่าจะซื้อ-ขายกันตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ เช่น ราคา วันโอน หรือเงื่อนไขการผ่อนชำระ ตามมาตรา 456 วรรคสอง สัญญาจะซื้อจะขายจะมีผลบังคับใช้ ก็ต่อเมื่อมีอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้เกิดขึ้น 2. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด คือ สัญญาซื้อขายที่ทำในขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์จริง โดยต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น จึงจะถือว่าการซื้อขายนั้นสมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มาตรา 456 วรรคหนึ่ง ระบุว่า หากการซื้อขาย ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียมไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน สัญญาซื้อขายนั้นจะถือเป็น “โมฆะ” แม้ว่าจะมีการจ่ายเงินให้ผู้ขาย หรือมีการทำสัญญากันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วก็ตาม ด้วยเหตุนี้ ผู้ซื้อและผู้ขายจึงควรทำความเข้าใจความแตกต่างของสัญญาทั้งสองรูปแบบให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง โดยสามารถสรุปได้ตามตารางนี้ สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ทำเมื่อไหร่ ช่วงวางเงินมัดจำ วันโอนกรรมสิทธิ์จริง ทำที่ไหน…

การตรวจสอบอาคารคืออะไร รู้สัญญาณเตือนล่วงหน้าและวิธีเลือกบริษัทตรวจสอบ

สำหรับเจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลบางท่าน “การตรวจสอบอาคาร” อาจเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งปัญหาโครงสร้างเล็กๆ ค่อยๆ ลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ หรือร้ายแรงจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานโดยตรง เพราะในความเป็นจริงแล้ว การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอไม่ได้เป็นเพียงข้อบังคับทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในการใช้งานอาคาร โดยเฉพาะในคอนโดมือสองหรืออาคารที่ผ่านการใช้งานมานาน ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าอาคารที่สร้างใหม่ไม่น้อย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบอาคาร ตั้งแต่สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ขอบเขตของงานตรวจสอบตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงแนะนำบริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ ที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของอาคารและนิติบุคคลอย่างครบวงจร สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรตรวจสอบโครงสร้างอาคารเก่าโดยด่วน การสังเกตสัญญาณเตือนทางกายภาพต่างๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถตรวจสอบและรับมือได้อย่างทันท่วงที โดยมีสัญญาณเตือนที่สำคัญดังนี้ รอยร้าวและการทรุดตัว ระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค การละเลยสัญญาณเตือนเหล่านี้ ไม่เพียงส่งผลต่อสภาพอาคารเท่านั้น แต่ยังเพื่อความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และส่งผลเสียต่อมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาวได้อีกด้วย ดังนั้น การหมั่นสังเกตและตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่เจ้าของอาคารทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อประเมินความเสี่ยง พร้อมวางแผนการตรวจสอบและซ่อมแซมแก้ไขอย่างทันท่วงที การตรวจสอบอาคาร ตรวจอะไรบ้าง เจาะลึกขอบเขตงานที่สำคัญ หากมีคำถามว่าการตรวจสอบอาคารนั้นครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 32 ทวิ ได้กำหนดขอบเขตของงานตรวจสอบไว้อย่างชัดเจน โดยสามารถสรุปออกเป็น 4 ด้านหลัก ดังนี้ 1. ความมั่นคงของโครงสร้าง การตรวจสอบอาคารในด้านแรก คือ การประเมินความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร ทั้งสภาพความสมบูรณ์ของโครงสร้างหลัก การต่อเติมดัดแปลงหรือปรับปรุงสภาพอาคารที่อาจส่งผลต่อการรับน้ำหนัก รวมถึงตรวจหาความชำรุดสึกหรอต่างๆ เพื่อประเมินว่าอาคารยังสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 2. ระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร การตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร จะเน้นประเมินความสามารถในการทำงานของระบบต่างๆ และการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสมเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 3 ระบบหลัก ได้แก่ 3. สมรรถนะของระบบและอุปกรณ์ของอาคารเพื่ออพยพผู้ใช้อาคาร การประเมินสมรรถนะของบันไดหนีไฟ ทางหนีไฟ เครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน รวมถึงระบบแจ้งสัญญาณเตือนภัยว่าสามารถใช้งานได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงสนับสนุนให้ผู้ใช้อาคารสามารถอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 4. ระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในอาคาร การตรวจสอบอาคารยังครอบคลุมไปถึงแผนบริหารจัดการด้านความปลอดภัย ได้แก่ แผนการป้องกันและระงับอัคคีภัย แผนการซ้อมอพยพผู้ใช้อาคาร แผนการบริหารจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัยในอาคาร และแผนการบริหารจัดการของผู้ตรวจสอบอาคาร เพื่อให้ทุกฝ่ายพร้อมรับมือเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริง อาคาร 9 ประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ต้องตรวจสอบ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้มีการกำหนดอาคาร 9 ประเภทที่ต้องผ่านการตรวจสอบอาคารตามกฎหมายเป็นประจำทุกปี ได้แก่ โดยกลุ่มคอนโดมิเนียมที่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นทำเลสำหรับเช่าคอนโดสุขุมวิท คอนโดอ่อนนุช หรือคอนโดติดรถไฟฟ้า ต่างๆ ควรได้รับการตรวจสอบอาคารอย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน บริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ เมื่อทราบถึงความสำคัญและขอบเขตของการตรวจสอบอาคารแล้ว การเลือกผู้ให้บริการตรวจสอบอาคารที่มีความน่าเชื่อถือก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยพลัสฯ ได้ร่วมมือกับ “ทัช พร็อพเพอร์ตี้” บริษัทในเครือที่เชี่ยวชาญด้านระบบวิศวกรรมอาคารและการตรวจสอบอาคารครบวงจรมากว่า 17 ปี พร้อมประสบการณ์ตรวจสอบอาคารมาแล้วกว่า 5 ล้านตารางเมตร เพื่อมอบบริการตรวจสอบอาคารที่ครอบคลุมทุกมิติให้กับเจ้าของอาคารและนิติบุคคล ทำไมต้องเลือก PLUS และ TOUCH การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอ…

รวม 16 คอนโดใกล้มหาลัยฯ ถูกใจนักศึกษาและวัยทำงาน

การตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยในวัยเรียนหรือช่วงเริ่มต้นทำงาน ถือเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่สำคัญ โดยเฉพาะการเลือกพักอาศัยในคอนโดใกล้มหาลัย ที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางแต่ละวันแล้ว คอนโดใกล้มหาลัยยังมอบความอุ่นใจในด้านความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ในบทความนี้ พลัสฯ จึงได้รวบรวม 16 โครงการคอนโดใกล้มหาลัยฯ คุณภาพครอบคลุม 6 ทำเลศักยภาพรอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครอง นักศึกษา คนทำงานด้านการศึกษา รวมถึงนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มองหาโอกาสปล่อยเช่าในย่านสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬา ที่น่าสนใจ ย่านใจกลางเมืองอย่างปทุมวัน สามย่าน และราชเทวี ถือเป็นศูนย์กลางที่แวดล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สยามสแควร์ และศูนย์การค้าชั้นนำโดยรอบ การเลือกคอนโดย่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงตอบโจทย์การใช้ชีวิตเหนือระดับ พร้อมสะดวกด้วยขนส่งมวลชนที่เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว 1. แอชตัน จุฬา-สีลม (Ashton Chula-Silom) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ ระดับลักชัวรีที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 56 ชั้น บนทำเลใจกลางสามย่าน เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT เชื่อมต่อทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและย่านธุรกิจโดยรอบ โดดเด่นด้วยดีไซน์กระจกแบบ Curved Facade ที่ดูเรียบหรู ล้ำสมัย พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางขนาด 2 ชั้นที่ครบครัน ตอบโจทย์การเป็นคอนโดใกล้มหาลัยสำหรับทั้งนักศึกษาและคนทำงาน ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 34.0 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ ไลน์ ราชเทวี (The Line Ratchethewi) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ บนทำเลราชเทวี ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS เชื่อมต่อทั้งย่านประตูน้ำ พญาไท สยาม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดดเด่นด้วยอาคารสูง 38 ชั้น ตกแต่งภายนอกด้วยโทนสีดำ-ทองแดงอันเป็นเอกลักษณ์ จัดเต็มทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและรูปแบบห้องพักที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เงียบสงบแต่ใกล้ชิดย่านสยาม-ราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 32.62 ตารางเมตร คลิก 3. ไพน์ บาย แสนสิริ (Pyne by Sansiri) คอนโดใกล้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 42 ชั้น และทำเลติดสถานีรถไฟฟ้าหน้าโครงการแบบก้าวเดียวถึง มอบความได้เปรียบสูงสุดในการเดินทาง ตอบโจทย์การพักอาศัยด้วยห้องพักให้มีความโปร่งกว้างขวางเป็นพิเศษ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมที่ครบครัน ในทำเลทองคำในย่านราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 47.0 ตารางเมตร คลิก คอนโดใกล้ มศว อโศก ที่น่าสนใจ…

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

การตัดสินใจปล่อยขายคอนโดมือสองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การแปะประกาศหน้าโครงการหรือโพสต์รูปภาพลงบนอินเทอร์เน็ตแล้วรอให้ผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามา เพราะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีห้องคอนโดอีกจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะแข่งขันกับห้องของคุณ หากไม่มีจุดเด่นที่กระตุ้นผู้ซื้อให้สนใจ ห้องคอนโดที่ลงขายก็ยากที่จะมีใครสนใจ ไร้การติดต่อกลับ หรืออาจถูกกดราคาจนกำไรที่คาดหวังไว้หายไปไม่เหลือ เพื่อให้การขายคอนโดมือสองเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์การลงทุน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปไขข้อสงสัยว่า การขายคอนโดมือสองต้องทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม การจัดการเอกสารสำคัญทางกฎหมายที่ห้ามตกหล่น ไปจนถึงเทคนิคการต่อรองเพื่อปิดดีลให้สำเร็จลุล่วง ก่อนขายคอนโดมือสอง ต้องเตรียมอะไรบ้าง สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนขายคอนโดมือสอง คือ การเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร โดยเฉพาะโฉนดห้องชุด หรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) ของห้องคอนโดที่จะขายว่ามีข้อมูลต่างๆ ถูกต้องตรงตามชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในปัจจุบัน เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์ขาดในการซื้อขาย พร้อมตรวจสอบภาระผูกพันกับสถาบันการเงินอย่างละเอียด ว่าไม่มีภาระจำนองหรือการติดภาระอื่นๆ รวมถึงการตรวจสอบค่าส่วนกลางค้างชำระและขอใบปลอดหนี้จากนิติบุคคล เพื่อใช้ในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่หากขาดไปก็อาจสร้างปัญหาในการขายคอนโดมือสองได้ ห้องที่ดูทรุดโทรมมักทำให้ห้องคอนโดราคาตกลงมากกว่าที่ควรจะเป็น เจ้าของห้องจึงควรประเมินสภาพห้องและซ่อมแซมจุดบกพร่อง จุดชำรุดเสียหายต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มขายคอนโดมือสอง ไม่ว่าจะเป็นการเช็กการทำงานระบบไฟฟ้าและน้ำประปา  ตรวจสอบจุดรั่วซึมในห้องน้ำและระเบียง รอบแตกร้าวตามผนัง พื้นบวมแตก วอลล์เปเปอร์ลอกหลุด และจุดอื่นๆ เพื่อให้คอนโดของเราอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด สร้างความมั่นใจ ดึงดูดผู้ซื้อ และลดปัญหาการต่อรองจากสภาพห้องที่ทรุดโทรม แม้ว่าห้องคอนโดของเราจะตกแต่งเป็นอย่างดี อยู่ในทำเลทอง และแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่หากตั้งราคาหลุดจากความเป็นจริง ก็จะปิดการขายได้ยากยิ่งขึ้น การตั้งราคาขายคอนโดมือสองให้เหมาะสม จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยเริ่มจากการนำข้อมูลราคาประเมินต่อตารางเมตรของกรมธนารักษ์และราคาซื้อขายจริงของห้องคอนโดอื่นๆ ในทำเลและขนาดใกล้เคียงมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อหาช่วงราคาที่เหมาะสมกับห้องของเรา นอกจากราคาตลาดแล้ว การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของคอนโดก็สำคัญไม่แพ้กัน เจ้าของห้องควรพิจารณาว่าใครบ้างที่จะเลือกอยู่ห้องของเรา เช่น ชาวต่างชาติที่ต้องการคอนโดย่านสุขุมวิทที่มีคอมมูนิตีนานาชาติขนาดใหญ่ หรือคนทำงานทั่วไปที่มองหาคอนโดอ่อนนุชในราคาเข้าถึงง่าย เพราะแต่ละกลุ่มต่างมีความต้องการและราคาในใจที่แตกต่างกัน การมองหาจุดสมดุลระหว่างราคาที่คุ้มค่าและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ จะช่วยให้คอนโดมือสองของเราน่าสนใจและปิดการขายได้เร็วยิ่งขึ้น เทคนิคการขายคอนโดให้ได้ราคาดีและปิดการขายไว หนึ่งในวิธีขายคอนโดให้ออกไวและมีประสิทธิภาพ คือ การตกแต่งปรับปรุงห้องพักให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เช่น การทาสีผนังห้องใหม่ด้วยโทนสีขาว หรือสีเบจที่ช่วยพรางตาให้ห้องดูกว้างขวาง สะอาดตาขึ้น การเปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นโทนสีอบอุ่นเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย รวมถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งให้ดูน่าสนใจ ไม่แออัด ในสไตล์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถจินตนาการถึงการใช้ชีวิตในห้องคอนโดได้ง่ายขึ้น หลังจากที่มีผู้เริ่มสนใจคอนโดแล้ว เทคนิคขั้นต่อไป คือ การเจรจาราคาต่อรองราคาและเงื่อนไขต่างๆ กับผู้ที่สนใจซื้อ เพื่อหาข้อตกลงและปิดการขายคอนโดมือสองตามที่ต้องการ โดยเคล็ดลับของการวางแผนเจรจาต่อรองนั้น มีตั้งแต่การใช้ข้อมูลราคากลางและสถิติราคาขายจริงในอดีตเพื่อสนับสนุนการตั้งราคาของเรา เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นถึงความสมเหตุสมผล และโปร่งใส ไม่ได้เป็นการตั้งราคาเผื่อต่อที่สูงจนเกินไป หรือการเลือกใช้การเจรจาแบบ Win-Win เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพอใจกับข้อเสนอ เช่น การเสนอแถมเครื่องใช้ไฟฟ้า สิทธิ์จอดรถ หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญบางชิ้นเพื่อชดเชยกับราคาที่ผู้ซื้อขอต่อรอง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าและช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น ทำเลคือสิ่งที่นักลงทุนอสังหาฯ ต่างให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ เสมอ หากห้องคอนโดอยู่ในทำเลทองยอดนิยม เช่น ทำเลใกล้แหล่งงาน ใกล้ย่านเศรษฐกิจ หรือเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสำคัญ เจ้าของห้องก็ควรที่จะชูจุดเด่นสำคัญนี้เป็นหลัก รวมถึงการเดินทางจากคอนโดไปยังแหล่งงานหรือสถานีรถไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ เพื่อให้ผู้ซื้อรู้สึกถึงความคุ้มค่าในทำเลดังกล่าว เลือกช่องทางขายคอนโดมือสองอย่างไรให้ถูกจุด การลงประกาศบนเว็บไซต์หรือในชุมชนออนไลน์ต่างๆ ถือเป็นช่องทางหลักที่จะช่วยให้ผู้คนพบเจอกับประกาศขายของเราได้ง่ายขึ้น ซึ่งการลงประกาศที่ดีนั้น ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีจำนวนผู้เข้าใช้งานสูง มีฟีเจอร์เสริมในการดันประกาศ เพื่อให้โพสต์ขายคอนโดมือสองของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมถึงการเลือกใช้คำโปรยที่สะดุดตา เช่นการชูจุดเด่นด้านทำเล ขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก…

คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่

แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิท ครบทุกช่วง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

สุขุมวิท คือหนึ่งในทำเลศูนย์กลางแห่งความเจริญและไลฟ์สไตล์คนเมืองของกรุงเทพฯ ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความสำเร็จได้อย่างชัดเจน ทั้งการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ไปจนถึงแหล่งงานและย่านเศรษฐกิจชั้นนำ ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นแหล่งรวมโครงการคอนโดสุขุมวิทชั้นนำมากมายที่เป็นที่ต้องการของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างไม่เสื่อมคลาย ในบทความนี้ พลัสฯ ขอแนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ ครอบคลุมตั้งแต่สุขุมวิทตอนต้นจรดปลาย พร้อมเจาะลึกตั้งแต่ความน่าสนใจของทำเล แนวโน้มราคา ไปจนถึงการวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้คุณเลือกคอนโดแถวสุขุมวิทให้เช่าหรือซื้อได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้ชีวิต แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ 1. เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 (The Line Sukhumvit 101) คอนโดมิเนียม High Rise 38 ชั้น ทำเลติดถนนสุขุมวิท ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี โดดเด่นด้วยห้องพักเพดานสูงสไตล์ Duplex 3.4 – 5.5 เมตร ที่ให้ความโปร่งโล่งสบายในการพักอาศัย พร้อมความสะดวกสบายครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่สำหรับทำกิจกรรมและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ และการเดินทางที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ในทำเลสุขุมวิทตอนปลายแห่งนี้ ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 42.4 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ (The Monument Thonglor) คอนโดสุขุมวิทระดับ Ultra-Luxury ในย่านไลฟ์สไตล์อย่างทองหล่อ โดดเด่นด้วยตัวอาคาร High Rise สูงถึง 45 ชั้น ภายใต้แนวคิด Luxury is Space ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ โปร่งโล่ง เป็นส่วนตัว มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่หรูหราเหนือระดับ พร้อมวิวทิวทัศน์ใจกลางเมืองแบบพาโนรามา ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่ล้อมรอบโครงการ ถือเป็นหนึ่งในคอนโดสุขุมวิทที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในย่านนี้ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 125.25 ตารางเมตร คลิก 3. ฮาสุ เฮาส์ (Hasu Haus) คอนโดสุขุมวิทสไตล์รีสอร์ต Low Rise 7 ชั้น ภายในพื้นที่ T77 คอมมูนิตีคอนโดอ่อนนุช โดดเด่นด้วยการผสานไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้ากับพื้นที่ธรรมชาติและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นสไตล์มินิมอล มอบบรรยากาศการอยู่อาศัยที่เงียบสงบ ร่มรื่น ควบคู่ไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพื่อการใช้ชีวิตที่ลงตัวในทำเลยอดนิยมของย่านสุขุมวิทตอนปลาย ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดโมเดลปรับปรุงอาคารชลันต์ทิพย์ ลดต้นทุน-เพิ่มมูลค่า-ประหยัดพลังงาน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เดินหน้ารุกตลาดอาคารสำนักงานต่อเนื่อง คว้าสัญญาบริหารอาคาร “ชลันต์ทิพย์” ใจกลางย่านสีลม มุ่งปรับโฉมและพัฒนาประสิทธิภาพอาคารสูง 14 ชั้น พื้นที่รวมกว่า 18,000 ตารางเมตร ให้ทันสมัยและตอบโจทย์การใช้งานในยุคที่ธุรกิจต้องแข่งขันด้านต้นทุนและความยั่งยืน ท่ามกลางอาคารสำนักงานและมิกซ์ยูสใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจำนวนมาก นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ในการบริหารจัดการอาคารชลันต์ทิพย์ เราเน้นแนวทางการดูแลแบบครบวงจร ทั้งระบบวิศวกรรมอาคาร ความสวยงามภายนอก และการจัดการพื้นที่ใช้สอย โดยทีมงานของพลัสฯ จะวิเคราะห์จุดที่ต้องปรับเพิ่มประสิทธิภาพร่วมกับลูกค้า เพื่อจัดลำดับความสำคัญว่าจุดใดควรดำเนินการทันที และจุดใดควรวางแผนพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อให้การลงทุนคุ้มค่ามากที่สุด ที่สำคัญต้องสามารถยืดอายุการใช้งานอาคาร ระบบต่างๆ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่งเสริมด้านความยั่งยืน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจได้ในระยะยาว แผนการบริหารครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ได้แก่ 1. การปรับปรุงกายภาพและระบบวิศวกรรมอาคาร พลัสฯ ปรับภูมิทัศน์โครงการให้ดูใหม่และทันสมัย โดยเฉพาะพื้นที่หน้าอาคาร ซึ่งเดิมเป็นน้ำพุที่ติดตั้งมานาน มีค่าบำรุงรักษาสูง จึงแทนที่ด้วยโซนต้นไม้เพื่อสร้างความร่มรื่น สวยงาม และช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแล นอกจากนี้ ยังได้วางแผนดูแลอาคารระยะยาวเพื่อยืดอายุการใช้งานและเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจในอนาคต 2. การควบคุมต้นทุนในการปรับปรุงอาคาร เราพิจารณาว่าส่วนใดจำเป็นต้องได้รับการดำเนินการก่อน-หลัง และบางส่วนก็ไม่จำเป็นต้องปรับแก้ไขทั้งระบบ พร้อมทั้ง รับฟังความเห็นของลูกค้า และคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นหลัก อาทิ ปรับปรุงระบบปรับอากาศ โดยการแบ่งเป็น 2 ระยะ เริ่มจากแก้ไขเฉพาะจุดสำคัญก่อน เพื่อลดผลกระทบต่อการใช้งาน และช่วยกระจายงบประมาณ พร้อมทั้งช่วยในการประหยัดพลังงานระยะยาว ติดตั้งระบบ CCTV ใหม่ จากเดิมที่จะต้องดำเนินงานด้วยผู้รับเหมา พลัสฯ มีทีมงานติดตั้งให้ จึงสามารถช่วยประหยัดต้นทุนได้กว่า 70% 3. สร้างรายได้เพิ่มให้กับธุรกิจ อาคารชลันต์ทิพย์มีพื้นที่หลายส่วนที่เรามองว่าสามารถนำมาสร้างประโยชน์และสร้างรายได้ เช่น ปรับพื้นที่บริเวณชั้น 1 ให้เป็นร้านค้าเชิงพาณิชย์ โดยพลัสฯ ช่วยประสานงานจัดหาผู้เช่า ทำให้เกิดรายได้ใหม่ เปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าเดิม เป็นดิจิทัลมิเตอร์ ทำให้ได้รับเงินประกันมิเตอร์คืนกว่า 1.5 ล้านบาท ปรับปรุงลานจอดรถให้สามารถรองรับปริมาณรถได้มากขึ้น เพิ่มศักยภาพการใช้พื้นที่และสร้างรายได้เสริม “จากคู่ค้า สู่คู่คิด” ในการพัฒนาอาคารอย่างยั่งยืน คุณชลันต์ หวั่งหลี เจ้าของอาคารชลันต์ทิพย์ กล่าวว่า “อาคารชลันต์ทิพย์เปิดใช้งานมานานกว่า 34 ปี ทำให้หลายระบบจำเป็นต้องได้รับการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยและพร้อมใช้งานเพื่อแข่งขันกับอาคารใหม่ๆ การร่วมงานกับพลัสฯ ทำให้เราได้เห็นภาพรวมอาคารชัดเจนยิ่งขึ้น ทีมงานไม่ได้มองเพียงปัญหาที่เราแจ้ง แต่ยังเสนอแนวทางพัฒนาในจุดอื่นๆ ที่ควรปรับปรุง โดยไม่เน้นการปรับเปลี่ยนระบบทั้งหมดซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง แต่ใช้วิธีแก้ไขอย่างเหมาะสมตามลำดับความสำคัญ ทำให้สามารถประหยัดต้นทุน รวมถึงทีมงานพลัสฯ นำเสนอการบริหารจัดการงานต่างๆ จากประสบการณ์ ทำให้เห็นมุมมองที่แตกต่าง เราไม่ต้องลองผิดลองถูก สามารถนำมาบริหารจัดการงานต่างๆ ของอาคารชลันต์ทิพย์ได้ทันที และมีประสิทธิภาพใช้งานได้จริง” พลัสฯ เดินหน้ายกระดับอาคารสำนักงาน สู่มาตรฐานใหม่ที่ตอบโจทย์อนาคต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ปรับทัพใหญ่ ขยายบริการ Property Management ชูไลฟ์สไตล์เซอร์วิส

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ปรับทัพใหญ่ ขยายบริการ Property Management ชูไลฟ์สไตล์เซอร์วิส ร่วมผลักดันภูเก็ตสู่การเป็นฮับใหม่ด้านการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด แม่ทัพของพลัสฯ ภูเก็ต เปิดเผยถึงการปรับทัพบริการด้าน Property Management ให้บริการหลังการขายด้านการอยู่อาศัยที่เป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น พร้อมยกระดับสู่บริการระดับพรีเมียมเพื่อตอบโจทย์ตลาดบ้านพักและวิลล่าลักซ์ชัวรีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่มองหาที่อยู่อาศัยในเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างภูเก็ต ภูเก็ตในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็น “ฮับของโครงการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียม” อย่างชัดเจน ข้อมูลจากสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยระบุว่า ตลาดบ้านและวิลล่าระดับบนในภูเก็ตมีการเติบโตเฉลี่ย 5–8% ต่อปีในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันมูลค่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จังหวัดภูเก็ตในปี 2567 ก็เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 15–20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงดีมานด์ที่ยังแข็งแกร่งจากนักลงทุนทั้งในไทยและต่างชาติ ด้วยศักยภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่หันมาลงทุนในภูเก็ตมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือบริษัทแสนสิริ ซึ่งมีหลายโครงการระดับลักซ์ชัวรีที่ได้รับการดูแลหลังการขายโดยพลัสฯ อาทิ แคนวาส เชิงทะเล, เดอะ เทลส์ สตอรี่ วัน-บางโจ และสราญสิริ เกาะแก้ว รีทรีต และยังมีแผนขยายอีกหลายโครงการในพื้นที่ภูเก็ต ไม่เพียงแค่การขยายตัวของผู้พัฒนาโครงการเท่านั้น ลูกค้าที่มีบ้านพักตากอากาศระดับพรีเมียมมีความต้องการใช้บริการ Property Management แบบครบวงจรเพิ่มมากขึ้นถึง 25-30% ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่ไม่ได้อยู่ประจำในประเทศไทย ที่มองหาบริษัทที่สามารถจัดการที่อยู่อาศัยให้ได้แม้เจ้าตัวไม่ได้อยู่ดูแลเอง บริการ Property Management ของพลัสฯ จึงปรับให้มีความเป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น พร้อมนำความรู้และความเชี่ยวชาญในตลาดภูเก็ตมาออกแบบบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าภูเก็ตอย่างตรงจุด โดยบริการหลังการขาย (After-Sale Service) อสังหาฯ นี้ ประกอบด้วย การบริหารจัดการที่พักอาศัย (Living Management) ดูแลโครงการที่พักอาศัย นิติบุคคลคอนโดและหมู่บ้าน ดูแลพื้นที่ส่วนกลางให้โครงการดูดีเสมือนวันแรกที่เข้าอยู่อาศัย การซ่อมแซมและบำรุงรักษาอาคารและระบบวิศวกรรมอาคาร พร้อมทั้งสร้างคอมมูนิตี้การอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ให้โครงการมีมูลค่าเพิ่มในระยะยาว บริการพลัส คอนเซียจ (Plus Concierge) ดูแลด้านไลฟ์สไตล์และการอยู่อาศัย มีทั้งบริการแบบแพคเกจ และบริการรายครั้ง (On-demand) ให้ลูกค้าเลือกสรรได้เองตามต้องการ อาทิ บริการทำความสะอาด การทำสวน ล้างแอร์ ทำความสะอาดสระว่ายน้ำ การขนย้ายกรณีย้ายเข้า-ออกบ้าน บริการจัดการด้านสาธารณูปโภค เช่น การรับชำระค่าน้ำ/ไฟ กรณีเจ้าของไม่อยู่บ้าน และช่วยจัดทำเอกสารคนเข้าเมือง (Immigration) ตอบโจทย์ทั้งลูกค้าที่อยู่อาศัยเองและนักลงทุนที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและปล่อยเช่า ดูแลความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ โดยใช้เทคโนโลยีเอไอ (Artificial Intelligent: AI) และไอโอที (Internet of Things: IoT) ของ LIV-24 ผู้นำด้านโซลูชันสมาร์ทเทคของไทย มาช่วยยกระดับความปลอดภัยในการอยู่อาศัย เช่น ระบบ AI…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ รุกกลยุทธ์ใหม่ ส่ง “Plus Consultancy” บริการที่ปรึกษาอสังหาฯ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ต่อยอดประสบการณ์บริหารโครงการเกือบ 3 ทศวรรษ เปิดตัวบริการใหม่ “Plus Consultancy” ที่ปรึกษาบริการด้าน Property Management ตอบโจทย์โครงการอสังหาฯ ที่มีทีมงานอยู่แล้ว แต่ต้องการ “เสริมความมั่นใจเฉพาะจุด” เลือกใช้บริการเฉพาะด้าน เช่น บริการจดทะเบียนนิติฯ วางงบประมาณค่าส่วนกลาง วางกลยุทธ์การขาย หรือสร้างจุดขายที่แตกต่างให้โครงการลักซ์ชัวรี   บริการที่ปรึกษาเฉพาะส่วนนี้ เข้ามาช่วยปิดจบ pain point ลูกค้าที่ไม่มีเวลาบริหารโครงการเต็มที่ ต้องการความเชี่ยวชาญการบริหารงานขายและการตลาด การบริหารนิติโครงการ หรือยังขาดทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ช่วยลดขั้นตอนเพื่อความคล่องตัว ภายใต้งบประมาณที่กำหนด   ผลการให้บริการกลุ่มลูกค้านำร่อง พบว่าสามารถลดต้นทุนด้านการจัดการโดยรวมได้ พร้อมทั้งสร้างความพึงพอใจให้กับผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ ยังชูจุดแข็งบริการรูปแบบทีมงานส่วนกลาง (Pool Resource) ทั้งเจ้าหน้าที่ธุรการ ผู้จัดการโครงการ และช่างเทคนิค สำหรับนิติบุคคล ที่สามารถบริหารแบบแชร์ทีมระหว่างโครงการภายใต้การดูแลของพลัสฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดต้นทุนแรงงาน โดยไม่ลดคุณภาพการให้บริการ การเปิดตัวบริการแบบเลือกได้ของพลัสฯ ตอบรับพฤติกรรมลูกค้ากลุ่ม B2B ที่ต้องการความยืดหยุ่น โดยจากผลสำรวจ Deloitte ชี้กลุ่มลูกค้าองค์กรทั่วโลกกว่า 78% ต้องการบริการแบบ customize สูงขึ้นต่อเนื่อง นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ของเรา พลัสฯ พบว่าหลายโครงการมีทีมบริหารของตนอยู่แล้ว จึงไม่ต้องการซื้อบริการแบบเบ็ดเสร็จทั้งระบบ แต่มีความต้องการผู้เชี่ยวชาญเข้าไปช่วยเฉพาะจุดที่มีปัญหา โดย pain point สำคัญของลูกค้าคือไม่มีทีมที่มีกลยุทธ์เฉพาะด้านหรือเชี่ยวชาญการบริหารเชิงลึก หรือไม่มีเวลาเข้าไปบริหารในเชิงลึกเอง จึงมองหาทีมที่เข้ามาช่วยวางกรอบแนวคิดเสริมได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มในโครงสร้างขนาดใหญ่ พลัสฯ จึงออกแบบบริการใหม่ที่ลูกค้าเลือกได้ตามโจทย์ที่แท้จริง ซึ่งช่วยลดต้นทุนได้ และยังสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัย โมเดลใหม่นี้แบ่งออกเป็น 2 ธุรกิจหลัก 1. ให้คำปรึกษาด้าน Property Management สำหรับผู้พัฒนาโครงการ ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าโครงการได้อย่างเหมาะสม บริการวางแผนการจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด วางแผนการคาดการณ์งบประมาณ (Budget Projection) เพื่อกำหนดค่าส่วนกลาง ตรวจรับมอบระบบสาธารณูปโภค การวาง Customer Journey และออกแบบบริการสำหรับพื้นที่ส่วนกลางตามคอนเซปต์ของโครงการเพื่อสร้างจุดขายที่แตกต่างให้กับโครงการลักซัวรี่ ฯลฯ สำหรับกรรมการนิติบุคคล ให้คำปรึกษาในการบริหารจัดการที่อยู่อาศัย เพื่อให้โครงการคงคุณภาพในระยะยาว จัดหาทีมงานมืออาชีพ (Outsourcing) ทั้งทีมจัดการ ทีมซ่อมแซม ปรับปรุง บำรุงรักษาอาคาร ทีมด้านความปลอดภัย การดูแลรักษาความสะอาด ให้คำแนะนำการปรับปรุงกายภาพของโครงการเพื่อเพิ่มมูลค่าโครงการ วางแผนงานและงบประมาณการซ่อมบำรุงเพื่อให้โครงการดูทันสมัย นอกจากนี้ เรายังสามารถให้คำแนะนำว่าจุดไหนที่ควรทำหรือควรปรับปรุง เพื่อให้การบริหารด้านการอยู่อาศัยมีประสิทธิภาพสูงสุด ตอบโจทย์ทั้งด้านกายภาพที่สวยงามและคงความมีมูลค่า รวมไปถึงคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัยของลูกบ้าน 2. ให้คำปรึกษาในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Property Development) ศึกษาความเป็นไปได้การลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ (Feasibility…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ แชร์กลยุทธ์การตลาดอสังหาฯ ยุคใหม่สู่แวดวงวิชาการ ต่อยอดประสบการณ์ 28 ปี

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ แชร์กลยุทธ์การตลาดอสังหาฯ ยุคใหม่สู่แวดวงวิชาการต่อยอดประสบการณ์ 28 ปี ถ่ายทอดสู่คลาสปริญญาโท ธรรมศาสตร์ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เดินหน้าต่อยอดองค์ความรู้จากสนามจริงสู่ภาคการศึกษา โดยล่าสุด นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับเชิญเป็นวิทยากรพิเศษในหัวข้อ “Real Estate Marketing Management” ให้กับนักศึกษาระดับปริญญาโท คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (Thammasat Business School) ณ ศูนย์ท่าพระจันทร์ ในคลาสเรียนนี้ นางสาวสมสกุลได้นำประสบการณ์กว่า 28 ปีของพลัสฯ มาถ่ายทอดในมุมที่เข้มข้นและร่วมสมัย ผ่านบทเรียนที่ครอบคลุมทั้งในเรื่องกลยุทธ์การขายและการตลาดสำหรับโครงการใหม่, แนวทางการใช้ Smart CRM และ Data Analytics เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค, กลยุทธ์ด้าน Real Estate Brokerage ทั้งในตลาดขายดาวน์ ขายต่อ และปล่อยเช่า รวมถึงกรณีศึกษาการขยายตลาดในทำเลศักยภาพ เช่น ภูเก็ต ซึ่งกำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มนักลงทุนและลูกค้าต่างชาติ นางสาวสมสกุล เปิดเผยว่ามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักศึกษาซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย สิ่งที่เรานำไปถ่ายทอดไม่ใช่แค่ทฤษฎีในตำรา แต่เป็นบทเรียนจากประสบการณ์จริงที่ปรับให้เข้ากับบริบทยุคใหม่ ทำให้นักศึกษาได้เห็นภาพตลาดในมุมที่สดใหม่และสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง การเผยแพร่ความรู้ในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ในการผลักดันบุคลากรรุ่นใหม่ ให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และมีศักยภาพในการสร้างงานคุณภาพ เพื่อขับเคลื่อนวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เสริมแกร่งความยั่งยืน คว้า 8 รางวัล Green Residence และ Green Office พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล Best Leadership Agent จากเวที Living Insider Awards 2024 พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล Best Property Management เจ้าแรกของประเทศไทย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus   ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัยหาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ สร้างปรากฏการณ์ สถาบัน Plus Eduplex คว้ารางวัลระดับนานาชาติครั้งแรกของไทย

ครั้งแรก! Property Management ไทย “Plus Eduplex” โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัลระดับสากล “Best In-House Learning Academy” จาก Employee Experience Awards 2025   พลัสฯ เป็น Property Management รายแรกที่มีสถาบันพัฒนาหลักสูตรอย่างครบวงจร โดยได้ผลิตหลักสูตรมากกว่า 250 หลักสูตรและจัดอบรมบุคลากรคุณภาพออกสู่ตลาดปีละกว่า 10,000 คน สนับสนุนการเติบโตในสายงานของพนักงานได้มากถึง 70% และสามารถผลักดันบุคลากรกลุ่ม High Potential ให้ขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญขององค์กรได้กว่า 400 ตำแหน่ง ภายในระยะเวลาเพียง 6 ปี   เดินหน้าขยายศักยภาพ Plus Eduplex มุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบันชั้นนำในต่างประเทศ เพื่อสร้างบุคลากรระดับเวิลด์คลาสพร้อมรองรับตลาดลูกค้าต่างชาติที่เติบโตอย่างรวดเร็วในภาคอสังหาฯ   พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าพิสูจน์บทบาทผู้นำด้าน Property Management อย่างเต็มภาคภูมิ ล่าสุดคว้ารางวัล “Best In-House Learning Academy” รางวัลสถาบันการเรียนรู้ภายในองค์กรยอดเยี่ยม จากเวทีระดับนานาชาติ Employee Experience Awards 2025 สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จที่มาจากรากฐานของ “คน” และ “หัวใจของการให้บริการ” ที่พลัสฯ มุ่งมั่นดำเนินการมาตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปี หัวใจเบื้องหลังรางวัลระดับนานาชาตินี้คือ “Plus Eduplex” สถาบันการเรียนรู้ภายในองค์กรที่พลัสฯ ก่อตั้งขึ้นด้วยแนวคิดที่ชัดเจนว่า “หากจะยกระดับบริการ ต้องเริ่มจากการสร้างคนที่มีคุณภาพ” พลัสฯ จึงมีแนวทางในการบ่มเพาะความเป็น People Centric หรือการใส่ใจความต้องการของทั้งลูกค้าและบุคลากร เพื่อออกแบบหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความเติบโตของพนักงาน และตอบสนองความต้องการของตลาดบริหารอสังหาริมทรัพย์อย่างแท้จริง นายสันติ ศรีสงคราม ผู้อำนวยการสถาบัน Plus Eduplex บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ เรามีความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการอสังหาฯ โดยบริหารโครงการที่อยู่อาศัยและอาคารพาณิชย์จำนวน 440 โครงการ มากกว่า 126,000 ยูนิต และพื้นที่รวมกว่า 20 ล้านตารางเมตร ดูแลโครงการในทุกเซกเมนท์ ด้วยประสบการณ์ที่แข็งแกร่งนี้ ทำให้เรามีความเข้าใจตลาด Property Management อย่างลึกซึ้ง และรู้ว่าควรพัฒนาจุดใดเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ จึงได้ตัดสินใจปั้นสถาบัน Plus Eduplex ขึ้นเมื่อ 6 ปีก่อน พร้อมทั้งพัฒนาหลักสูตรที่หลากหลายและครอบคลุมด้วยเป้าหมายในการตอบโจทย์ตลาดอสังหาฯ 5 กลยุทธ์เบื้องหลังความสำเร็จของ Plus Eduplex 1. การออกแบบหลักสูตรที่ตอบโจทย์จริงทั้งพนักงานและภาคธุรกิจ มุ่งออกแบบหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการทั้งของตลาด Property Management และเส้นทางการเติบโตของพนักงาน โดยเปิดโอกาสให้พนักงานต่อยอดทักษะข้ามสายงานได้อย่างยืดหยุ่น…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เผยความคืบหน้าการจัดการหลังแผ่นดินไหว

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยความคืบหน้าการบริหารจัดการภายหลังเหตุแผ่นดินไหวเมื่อ 28 มีนาคมที่ผ่านมา โดยพลัสฯ ดูแลอาคารและที่อยู่อาศัยกว่า 400 โครงการ ครอบคลุมกว่า 100,000 ครอบครัว พร้อมตอกย้ำบทบาทของธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ (Property Management) ในการเป็น “แนวหลัง” ที่แข็งแกร่งของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย สุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังเหตุแผ่นดินไหว ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญได้เข้าตรวจสอบความมั่นคงของโครงสร้างในทุกโครงการอย่างเร่งด่วน โดยผลการตรวจสอบยืนยันว่าอาคารทุกแห่งมีความมั่นคงปลอดภัย และได้รับการรับรองจากกรุงเทพมหานครครบถ้วน 100% ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2568 เร่งซ่อมลิฟต์-ระบบส่วนกลาง-ห้องชุดลูกบ้าน พร้อมประสานเคลมประกันทุกขั้นตอน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระบบลิฟต์โดยสาร เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซมเร่งด่วน เพื่อให้ลูกบ้านสามารถกลับเข้าใช้งานในโครงการได้โดยสะดวกและปลอดภัย โดยพลัสฯ จัดการให้มีลิฟต์โดยสารใช้งานได้อย่างน้อย 1 ตัวในทุกโครงการ ภายใน 48 ชั่วโมงหลังแผ่นดินไหว ปัจจุบันสถานะซ่อมแซมลิฟต์โดยสารดำเนินการไปแล้วเกิน 80% โดยคาดว่าจะซ่อมแซมเสร็จสิ้นทั้งหมดภายในเดือนกรกฎาคม 2568 เนื่องจากมีส่วนที่ต้องสั่งซื้ออะไหล่จากต่างประเทศ และอะไหล่บางส่วนจำเป็นต้องสั่งผลิตใหม่ เพราะไม่มีจำหน่ายในท้องตลาด ขณะที่งานระบบและพื้นที่ส่วนกลาง อาทิ ระบบไฟฟ้า สระว่ายน้ำ และงานสถาปัตยกรรมส่วนกลาง จุดที่เสียหายมีการซ่อมแซมแล้วเสร็จบางส่วน และส่วนที่เหลือยังอยู่ในขั้นตอนประเมินราคาซ่อมแซมและอนุมัติวงเงินประกันภัย โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2568 จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซมต่อไป ในส่วนของความเสียหายภายในห้องชุดลูกบ้าน จะมีขั้นตอนในการเคลมประกันและการซ่อมแซมในส่วนที่เสียหายภายใน โดยพลัสฯ ได้มีการติดตามลูกบ้านทุกห้องที่ได้รับผลกระทบ เพื่อนัดหมายเข้าตรวจห้องพร้อมยื่นเอกสารการเคลมประกัน เพื่อให้ลูกบ้านดำเนินการซ่อมแซมในลำดับถัดไป โดยมีการติดตามอย่างต่อเนื่องจนจบกระบวนการ ทั้งนี้การอนุมัติจากบริษัทประกันขึ้นอยู่กับความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสารประกอบการพิจารณาเคลมประกันภัยภายในห้องชุด โดยพลัสฯ ยืนยันว่าเราพร้อมช่วยเหลือและเคียงข้างลูกบ้านจนกว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้นครบถ้วนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทพิสูจน์สำคัญของ DNA การให้บริการของพลัสฯ ที่ยึดมั่นในแนวคิด Customer Centric หรือการใส่ใจและดูแลลูกค้าเป็นลำดับแรก โดยเราให้ความสำคัญสูงสุดกับ “ความปลอดภัย” และ “การบริหารความคาดหวังของลูกค้า” เรายังมุ่งมั่นให้บริการเหนือความคาดหวังของลูกค้า ซึ่งสะท้อนผ่านการลงมือปฏิบัติจริงของทีมหน้างาน เช่น การช่วยเหลือผู้สูงอายุอพยพจากอาคารชั้น 30 การจัดเตรียมน้ำดื่มสำหรับผู้อพยพ รวมถึงการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับลูกบ้านที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนสะท้อนหัวใจของการบริการที่พลัสฯ ยึดถือมาโดยตลอด ชี้ทิศทาง “Property Management” หลังจากนี้ สุวรรณี ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า “บริการหลังการขาย” โดยเฉพาะในภาวะวิกฤต จะกลายเป็นแต้มต่อที่สำคัญในตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยคาดว่าแนวโน้มของธุรกิจ Property Management จะมุ่งไปในทิศทางต่อไปนี้: 1. การวางแผนรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินแบบรอบด้าน ในอนาคต “แผนฉุกเฉิน” จะต้องมีความละเอียดรอบคอบมากยิ่งขึ้น รองรับสถานการณ์ที่หลากหลาย ไม่ใช่แค่เหตุแผ่นดินไหว แต่รวมถึงการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินรูปแบบอื่น ๆ เช่น น้ำท่วม พายุ โรคระบาด เหตุการณ์จลาจล เป็นต้น 2. การจัดให้มีการอบรมที่ต่อเนื่องทั้งกับพนักงานและลูกค้า การจัดอบรม แม้เกี่ยวกับเรื่องเล็กน้อยที่เราอาจคิดว่าทุกคนรู้อยู่แล้ว…