ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH
ปล่อยเช่าคอนโด

ปล่อยเช่าคอนโดอย่างไรให้คุ้มค่า พร้อมข้อกฎหมายที่เจ้าของห้องต้องรู้

หลายคนที่กำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ อาจมีคำถามในใจว่า “การซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม” เมื่อเทียบกับสภาวะตลาดที่มีความผันผวนในช่วงนี้ แต่ความคุ้มค่าของการปล่อยเช่าคอนโดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทำเลที่มีศักยภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงราคาซื้อเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนที่จะได้รับ ไปจนถึงกลุ่มผู้เช่าเป้าหมายในพื้นที่นั้นๆ ด้วย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปหาคำตอบว่าการซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มค่าจริงหรือไม่ พร้อมเผยเคล็ดลับในการปล่อยเช่าให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ข้อกฎหมายสำคัญที่เจ้าของห้องต้องรู้ รวมถึงบริการที่จะช่วยให้การปล่อยเช่าคอนโดของคุณเป็นเรื่องง่ายและหายห่วง ซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม เช็กปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุน ก่อนตัดสินใจลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า นักลงทุนควรวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อประเมินว่าการลงทุนครั้งนี้จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่ โดยสามารถสรุปปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาได้ดังนี้ ปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น vs ระยะยาว แบบไหนดีกว่ากัน หากตัดสินใจปล่อยเช่าคอนโดแล้ว คำถามต่อไปที่เจ้าของห้องต้องคิดต่อ คือการเลือกระหว่างการปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น 1-6 เดือน หรือการปล่อยเช่าระยะยาวหลัก 1 ปีขึ้นไป เพราะการปล่อยเช่าทั้งสองแบบนี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน และเหมาะกับทำเลและความพร้อมของเจ้าของห้องที่ต่างกันไป ดังนี้ หัวข้อ ปล่อยเช่าระยะสั้น (1-6 เดือน) ปล่อยเช่าระยะยาว (1 ปีขึ้นไป) ข้อดี ค่าเช่าต่อเดือนสูงกว่า สามารถปรับราคาตามฤดูกาลท่องเที่ยวได้ รายได้สม่ำเสมอต่อเนื่อง ดูแลง่าย เน้นตรวจสอบเป็นระยะๆ ข้อเสีย ต้องดูแลและทำความสะอาดห้องบ่อยตามการย้ายเข้าออก และมีความเสี่ยงด้านกฎหมายหากเช่าต่ำกว่า 30 วัน รายได้ต่อเดือนอาจต่ำกว่าการปล่อยเช่าระยะสั้นในบางช่วง เหมาะกับ คอนโดใกล้แหล่งท่องเที่ยว หรือติดรถไฟฟ้าใจกลางเมือง คอนโดในย่านที่อยู่อาศัย หรือใกล้แหล่งงาน กฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เจ้าของห้องต้องรู้ นอกจากเรื่องทำเลและรูปแบบการเช่าแล้ว เจ้าของห้องและนักลงทุนอสังหาฯ มือใหม่ยังควรทำความเข้าใจกฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต กฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเช่าคอนโด การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม คำถามที่เจ้าของห้องมือใหม่มักสงสัย คือ “การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม” โดยปกติแล้วเจ้าของห้องไม่มีความจำเป็นต้องแจ้งขออนุญาตจากนิติบุคคลก่อนปล่อยเช่าห้องของตนเอง เนื่องจากเป็นสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เจ้าของห้องสามารถบริหารจัดการได้ตามความเหมาะสม เว้นแต่จะมีข้อบังคับจากนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้เช่าและเจ้าของห้องเอง รวมถึงเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบและดูแลอาคาร เจ้าของห้องควรแจ้งข้อมูลผู้เช่าให้นิติบุคคลทราบ เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อ และช่วงเวลาที่เข้าพักอาศัย เพื่อให้นิติบุคคลสามารถออกบัตรผ่านเข้า-ออกอาคาร หรือประสานงานในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องก่อนปล่อยเช่า อีกหนึ่งขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม คือ การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องให้ละเอียดทั้งก่อนและหลังส่งมอบห้อง ทั้งระบบไฟฟ้า น้ำประปา เครื่องปรับอากาศ โครงสร้างของห้อง และเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่ง เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปล่อยเช่าคอนโด 1. แนวทางการปล่อยเช่าคอนโดให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้การปล่อยเช่าคอนโดเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย เจ้าของห้องควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ 2. ควรเรียกเก็บเงินมัดจำและค่าเช่าล่วงหน้าเท่าไหร่ ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 ได้กำหนดให้มีการเก็บเงินค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันความเสียหาย (เงินมัดจำ) โดยเรียกเก็บรวมกันได้ไม่เกิน 3 เดือน โดยทั่วไปแล้ว มักแบ่งการเรียกเก็บเป็นเงินประกันความเสียหาย 2 เดือน และเงินค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือนก่อนเข้าพักอาศัย…

กฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ซื้อผู้ขายต้องรู้

ในความเข้าใจของคนทั่วไป การซื้อขายบ้านหรือคอนโดอาจดูเป็นเรื่องง่ายๆ แค่ตกลงราคา จ่ายเงิน แล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อ แต่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้กลับมีรายละเอียดทางกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ซับซ้อน ที่หากมองข้ามขั้นตอนสำคัญไป ก็อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในระยะยาวได้ ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจภาพรวมของกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรทราบ ตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐาน การทำสัญญาที่รัดกุม ไปจนถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การซื้อขายบ้านหรือคอนโดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด ภาพรวมกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรรู้ ก่อนเข้าสู่รายละเอียดของสัญญาและค่าใช้จ่ายต่างๆ ผู้ซื้อและผู้ขายควรทำความเข้าใจภาพรวมก่อนว่ากฎหมายกำหนดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ไว้อย่างไรบ้าง โดยเริ่มต้นจาก อสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายคืออะไร? ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 139 นิยามคำว่า “อสังหาริมทรัพย์” หมายถึง ทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ทั้งที่ดินและทรัพย์สินที่ติดอยู่กับที่ดินอย่างถาวร หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน รวมถึงสิทธิต่างๆ ที่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นด้วย โดยตัวอย่างที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น บ้านบางนา ทาวน์โฮม และคอนโดติดรถไฟฟ้าต่างๆ เป็นต้น ขั้นตอนหลักในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยข้อกฎหมายต่างๆ ทำให้หลายๆ คนสงสัยว่า การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะถูกต้องและปลอดภัยสำหรับทั้งสองฝั่ง โดยสามารถสรุปลำดับขั้นตอนหลักๆ ได้ดังนี้ ขั้นตอนเหล่านี้ ถือเป็นข้อปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายคอนโดมือสอง หรือบ้านกรุงเทพกรีฑา ซึ่งอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปบ้าง เช่น การตรวจสอบเงื่อนไขบางประการร่วมกับนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ เป็นต้น การทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขั้นตอนการทำสัญญา ถือเป็นจุดที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างสูง เพราะหากดำเนินการผิดพลาด หรือมีข้อมูลในสัญญาที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจทำให้การซื้อขายล้มเหลวและอาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้ สัญญาจะซื้อจะขาย VS สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด หลายคนอาจสงสัยว่าสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะมีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ ตามมาตรา 453 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้ให้นิยามของ “สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์” ว่าเป็นข้อตกลงที่ผู้ขายยินยอมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินให้ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงจ่ายเงินให้ผู้ขายตามที่ตกลงกันไว้ โดยสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขาย คือ ข้อตกลงล่วงหน้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายก่อนที่จะโอนกรรมสิทธิ์จริง มักใช้ในช่วงที่ผู้ซื้อวางเงินมัดจำให้ผู้ขาย เพื่อยืนยันและเป็นหลักฐานว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้วว่าจะซื้อ-ขายกันตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ เช่น ราคา วันโอน หรือเงื่อนไขการผ่อนชำระ ตามมาตรา 456 วรรคสอง สัญญาจะซื้อจะขายจะมีผลบังคับใช้ ก็ต่อเมื่อมีอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้เกิดขึ้น 2. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด คือ สัญญาซื้อขายที่ทำในขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์จริง โดยต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น จึงจะถือว่าการซื้อขายนั้นสมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มาตรา 456 วรรคหนึ่ง ระบุว่า หากการซื้อขาย ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียมไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน สัญญาซื้อขายนั้นจะถือเป็น “โมฆะ” แม้ว่าจะมีการจ่ายเงินให้ผู้ขาย หรือมีการทำสัญญากันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วก็ตาม ด้วยเหตุนี้ ผู้ซื้อและผู้ขายจึงควรทำความเข้าใจความแตกต่างของสัญญาทั้งสองรูปแบบให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง โดยสามารถสรุปได้ตามตารางนี้ สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ทำเมื่อไหร่ ช่วงวางเงินมัดจำ วันโอนกรรมสิทธิ์จริง ทำที่ไหน…

การตรวจสอบอาคารคืออะไร รู้สัญญาณเตือนล่วงหน้าและวิธีเลือกบริษัทตรวจสอบ

สำหรับเจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลบางท่าน “การตรวจสอบอาคาร” อาจเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งปัญหาโครงสร้างเล็กๆ ค่อยๆ ลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ หรือร้ายแรงจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานโดยตรง เพราะในความเป็นจริงแล้ว การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอไม่ได้เป็นเพียงข้อบังคับทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในการใช้งานอาคาร โดยเฉพาะในคอนโดมือสองหรืออาคารที่ผ่านการใช้งานมานาน ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าอาคารที่สร้างใหม่ไม่น้อย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบอาคาร ตั้งแต่สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ขอบเขตของงานตรวจสอบตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงแนะนำบริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ ที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของอาคารและนิติบุคคลอย่างครบวงจร สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรตรวจสอบโครงสร้างอาคารเก่าโดยด่วน การสังเกตสัญญาณเตือนทางกายภาพต่างๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถตรวจสอบและรับมือได้อย่างทันท่วงที โดยมีสัญญาณเตือนที่สำคัญดังนี้ รอยร้าวและการทรุดตัว ระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค การละเลยสัญญาณเตือนเหล่านี้ ไม่เพียงส่งผลต่อสภาพอาคารเท่านั้น แต่ยังเพื่อความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และส่งผลเสียต่อมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาวได้อีกด้วย ดังนั้น การหมั่นสังเกตและตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่เจ้าของอาคารทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อประเมินความเสี่ยง พร้อมวางแผนการตรวจสอบและซ่อมแซมแก้ไขอย่างทันท่วงที การตรวจสอบอาคาร ตรวจอะไรบ้าง เจาะลึกขอบเขตงานที่สำคัญ หากมีคำถามว่าการตรวจสอบอาคารนั้นครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 32 ทวิ ได้กำหนดขอบเขตของงานตรวจสอบไว้อย่างชัดเจน โดยสามารถสรุปออกเป็น 4 ด้านหลัก ดังนี้ 1. ความมั่นคงของโครงสร้าง การตรวจสอบอาคารในด้านแรก คือ การประเมินความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร ทั้งสภาพความสมบูรณ์ของโครงสร้างหลัก การต่อเติมดัดแปลงหรือปรับปรุงสภาพอาคารที่อาจส่งผลต่อการรับน้ำหนัก รวมถึงตรวจหาความชำรุดสึกหรอต่างๆ เพื่อประเมินว่าอาคารยังสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 2. ระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร การตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร จะเน้นประเมินความสามารถในการทำงานของระบบต่างๆ และการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสมเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 3 ระบบหลัก ได้แก่ 3. สมรรถนะของระบบและอุปกรณ์ของอาคารเพื่ออพยพผู้ใช้อาคาร การประเมินสมรรถนะของบันไดหนีไฟ ทางหนีไฟ เครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน รวมถึงระบบแจ้งสัญญาณเตือนภัยว่าสามารถใช้งานได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงสนับสนุนให้ผู้ใช้อาคารสามารถอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 4. ระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในอาคาร การตรวจสอบอาคารยังครอบคลุมไปถึงแผนบริหารจัดการด้านความปลอดภัย ได้แก่ แผนการป้องกันและระงับอัคคีภัย แผนการซ้อมอพยพผู้ใช้อาคาร แผนการบริหารจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัยในอาคาร และแผนการบริหารจัดการของผู้ตรวจสอบอาคาร เพื่อให้ทุกฝ่ายพร้อมรับมือเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริง อาคาร 9 ประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ต้องตรวจสอบ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้มีการกำหนดอาคาร 9 ประเภทที่ต้องผ่านการตรวจสอบอาคารตามกฎหมายเป็นประจำทุกปี ได้แก่ โดยกลุ่มคอนโดมิเนียมที่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นทำเลสำหรับเช่าคอนโดสุขุมวิท คอนโดอ่อนนุช หรือคอนโดติดรถไฟฟ้า ต่างๆ ควรได้รับการตรวจสอบอาคารอย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน บริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ เมื่อทราบถึงความสำคัญและขอบเขตของการตรวจสอบอาคารแล้ว การเลือกผู้ให้บริการตรวจสอบอาคารที่มีความน่าเชื่อถือก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยพลัสฯ ได้ร่วมมือกับ “ทัช พร็อพเพอร์ตี้” บริษัทในเครือที่เชี่ยวชาญด้านระบบวิศวกรรมอาคารและการตรวจสอบอาคารครบวงจรมากว่า 17 ปี พร้อมประสบการณ์ตรวจสอบอาคารมาแล้วกว่า 5 ล้านตารางเมตร เพื่อมอบบริการตรวจสอบอาคารที่ครอบคลุมทุกมิติให้กับเจ้าของอาคารและนิติบุคคล ทำไมต้องเลือก PLUS และ TOUCH การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอ…

รวม 16 คอนโดใกล้มหาลัยฯ ถูกใจนักศึกษาและวัยทำงาน

การตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยในวัยเรียนหรือช่วงเริ่มต้นทำงาน ถือเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่สำคัญ โดยเฉพาะการเลือกพักอาศัยในคอนโดใกล้มหาลัย ที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางแต่ละวันแล้ว คอนโดใกล้มหาลัยยังมอบความอุ่นใจในด้านความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ในบทความนี้ พลัสฯ จึงได้รวบรวม 16 โครงการคอนโดใกล้มหาลัยฯ คุณภาพครอบคลุม 6 ทำเลศักยภาพรอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครอง นักศึกษา คนทำงานด้านการศึกษา รวมถึงนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มองหาโอกาสปล่อยเช่าในย่านสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬา ที่น่าสนใจ ย่านใจกลางเมืองอย่างปทุมวัน สามย่าน และราชเทวี ถือเป็นศูนย์กลางที่แวดล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สยามสแควร์ และศูนย์การค้าชั้นนำโดยรอบ การเลือกคอนโดย่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงตอบโจทย์การใช้ชีวิตเหนือระดับ พร้อมสะดวกด้วยขนส่งมวลชนที่เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว 1. แอชตัน จุฬา-สีลม (Ashton Chula-Silom) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ ระดับลักชัวรีที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 56 ชั้น บนทำเลใจกลางสามย่าน เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT เชื่อมต่อทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและย่านธุรกิจโดยรอบ โดดเด่นด้วยดีไซน์กระจกแบบ Curved Facade ที่ดูเรียบหรู ล้ำสมัย พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางขนาด 2 ชั้นที่ครบครัน ตอบโจทย์การเป็นคอนโดใกล้มหาลัยสำหรับทั้งนักศึกษาและคนทำงาน ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 34.0 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ ไลน์ ราชเทวี (The Line Ratchethewi) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ บนทำเลราชเทวี ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS เชื่อมต่อทั้งย่านประตูน้ำ พญาไท สยาม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดดเด่นด้วยอาคารสูง 38 ชั้น ตกแต่งภายนอกด้วยโทนสีดำ-ทองแดงอันเป็นเอกลักษณ์ จัดเต็มทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและรูปแบบห้องพักที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เงียบสงบแต่ใกล้ชิดย่านสยาม-ราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 32.62 ตารางเมตร คลิก 3. ไพน์ บาย แสนสิริ (Pyne by Sansiri) คอนโดใกล้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 42 ชั้น และทำเลติดสถานีรถไฟฟ้าหน้าโครงการแบบก้าวเดียวถึง มอบความได้เปรียบสูงสุดในการเดินทาง ตอบโจทย์การพักอาศัยด้วยห้องพักให้มีความโปร่งกว้างขวางเป็นพิเศษ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมที่ครบครัน ในทำเลทองคำในย่านราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 47.0 ตารางเมตร คลิก คอนโดใกล้ มศว อโศก ที่น่าสนใจ…

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

การตัดสินใจปล่อยขายคอนโดมือสองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การแปะประกาศหน้าโครงการหรือโพสต์รูปภาพลงบนอินเทอร์เน็ตแล้วรอให้ผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามา เพราะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีห้องคอนโดอีกจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะแข่งขันกับห้องของคุณ หากไม่มีจุดเด่นที่กระตุ้นผู้ซื้อให้สนใจ ห้องคอนโดที่ลงขายก็ยากที่จะมีใครสนใจ ไร้การติดต่อกลับ หรืออาจถูกกดราคาจนกำไรที่คาดหวังไว้หายไปไม่เหลือ เพื่อให้การขายคอนโดมือสองเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์การลงทุน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปไขข้อสงสัยว่า การขายคอนโดมือสองต้องทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม การจัดการเอกสารสำคัญทางกฎหมายที่ห้ามตกหล่น ไปจนถึงเทคนิคการต่อรองเพื่อปิดดีลให้สำเร็จลุล่วง ก่อนขายคอนโดมือสอง ต้องเตรียมอะไรบ้าง สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนขายคอนโดมือสอง คือ การเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร โดยเฉพาะโฉนดห้องชุด หรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) ของห้องคอนโดที่จะขายว่ามีข้อมูลต่างๆ ถูกต้องตรงตามชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในปัจจุบัน เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์ขาดในการซื้อขาย พร้อมตรวจสอบภาระผูกพันกับสถาบันการเงินอย่างละเอียด ว่าไม่มีภาระจำนองหรือการติดภาระอื่นๆ รวมถึงการตรวจสอบค่าส่วนกลางค้างชำระและขอใบปลอดหนี้จากนิติบุคคล เพื่อใช้ในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่หากขาดไปก็อาจสร้างปัญหาในการขายคอนโดมือสองได้ ห้องที่ดูทรุดโทรมมักทำให้ห้องคอนโดราคาตกลงมากกว่าที่ควรจะเป็น เจ้าของห้องจึงควรประเมินสภาพห้องและซ่อมแซมจุดบกพร่อง จุดชำรุดเสียหายต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มขายคอนโดมือสอง ไม่ว่าจะเป็นการเช็กการทำงานระบบไฟฟ้าและน้ำประปา  ตรวจสอบจุดรั่วซึมในห้องน้ำและระเบียง รอบแตกร้าวตามผนัง พื้นบวมแตก วอลล์เปเปอร์ลอกหลุด และจุดอื่นๆ เพื่อให้คอนโดของเราอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด สร้างความมั่นใจ ดึงดูดผู้ซื้อ และลดปัญหาการต่อรองจากสภาพห้องที่ทรุดโทรม แม้ว่าห้องคอนโดของเราจะตกแต่งเป็นอย่างดี อยู่ในทำเลทอง และแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่หากตั้งราคาหลุดจากความเป็นจริง ก็จะปิดการขายได้ยากยิ่งขึ้น การตั้งราคาขายคอนโดมือสองให้เหมาะสม จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยเริ่มจากการนำข้อมูลราคาประเมินต่อตารางเมตรของกรมธนารักษ์และราคาซื้อขายจริงของห้องคอนโดอื่นๆ ในทำเลและขนาดใกล้เคียงมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อหาช่วงราคาที่เหมาะสมกับห้องของเรา นอกจากราคาตลาดแล้ว การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของคอนโดก็สำคัญไม่แพ้กัน เจ้าของห้องควรพิจารณาว่าใครบ้างที่จะเลือกอยู่ห้องของเรา เช่น ชาวต่างชาติที่ต้องการคอนโดย่านสุขุมวิทที่มีคอมมูนิตีนานาชาติขนาดใหญ่ หรือคนทำงานทั่วไปที่มองหาคอนโดอ่อนนุชในราคาเข้าถึงง่าย เพราะแต่ละกลุ่มต่างมีความต้องการและราคาในใจที่แตกต่างกัน การมองหาจุดสมดุลระหว่างราคาที่คุ้มค่าและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ จะช่วยให้คอนโดมือสองของเราน่าสนใจและปิดการขายได้เร็วยิ่งขึ้น เทคนิคการขายคอนโดให้ได้ราคาดีและปิดการขายไว หนึ่งในวิธีขายคอนโดให้ออกไวและมีประสิทธิภาพ คือ การตกแต่งปรับปรุงห้องพักให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เช่น การทาสีผนังห้องใหม่ด้วยโทนสีขาว หรือสีเบจที่ช่วยพรางตาให้ห้องดูกว้างขวาง สะอาดตาขึ้น การเปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นโทนสีอบอุ่นเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย รวมถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งให้ดูน่าสนใจ ไม่แออัด ในสไตล์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถจินตนาการถึงการใช้ชีวิตในห้องคอนโดได้ง่ายขึ้น หลังจากที่มีผู้เริ่มสนใจคอนโดแล้ว เทคนิคขั้นต่อไป คือ การเจรจาราคาต่อรองราคาและเงื่อนไขต่างๆ กับผู้ที่สนใจซื้อ เพื่อหาข้อตกลงและปิดการขายคอนโดมือสองตามที่ต้องการ โดยเคล็ดลับของการวางแผนเจรจาต่อรองนั้น มีตั้งแต่การใช้ข้อมูลราคากลางและสถิติราคาขายจริงในอดีตเพื่อสนับสนุนการตั้งราคาของเรา เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นถึงความสมเหตุสมผล และโปร่งใส ไม่ได้เป็นการตั้งราคาเผื่อต่อที่สูงจนเกินไป หรือการเลือกใช้การเจรจาแบบ Win-Win เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพอใจกับข้อเสนอ เช่น การเสนอแถมเครื่องใช้ไฟฟ้า สิทธิ์จอดรถ หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญบางชิ้นเพื่อชดเชยกับราคาที่ผู้ซื้อขอต่อรอง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าและช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น ทำเลคือสิ่งที่นักลงทุนอสังหาฯ ต่างให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ เสมอ หากห้องคอนโดอยู่ในทำเลทองยอดนิยม เช่น ทำเลใกล้แหล่งงาน ใกล้ย่านเศรษฐกิจ หรือเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสำคัญ เจ้าของห้องก็ควรที่จะชูจุดเด่นสำคัญนี้เป็นหลัก รวมถึงการเดินทางจากคอนโดไปยังแหล่งงานหรือสถานีรถไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ เพื่อให้ผู้ซื้อรู้สึกถึงความคุ้มค่าในทำเลดังกล่าว เลือกช่องทางขายคอนโดมือสองอย่างไรให้ถูกจุด การลงประกาศบนเว็บไซต์หรือในชุมชนออนไลน์ต่างๆ ถือเป็นช่องทางหลักที่จะช่วยให้ผู้คนพบเจอกับประกาศขายของเราได้ง่ายขึ้น ซึ่งการลงประกาศที่ดีนั้น ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีจำนวนผู้เข้าใช้งานสูง มีฟีเจอร์เสริมในการดันประกาศ เพื่อให้โพสต์ขายคอนโดมือสองของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมถึงการเลือกใช้คำโปรยที่สะดุดตา เช่นการชูจุดเด่นด้านทำเล ขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก…

คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่

แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิท ครบทุกช่วง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

สุขุมวิท คือหนึ่งในทำเลศูนย์กลางแห่งความเจริญและไลฟ์สไตล์คนเมืองของกรุงเทพฯ ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความสำเร็จได้อย่างชัดเจน ทั้งการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ไปจนถึงแหล่งงานและย่านเศรษฐกิจชั้นนำ ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นแหล่งรวมโครงการคอนโดสุขุมวิทชั้นนำมากมายที่เป็นที่ต้องการของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างไม่เสื่อมคลาย ในบทความนี้ พลัสฯ ขอแนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ ครอบคลุมตั้งแต่สุขุมวิทตอนต้นจรดปลาย พร้อมเจาะลึกตั้งแต่ความน่าสนใจของทำเล แนวโน้มราคา ไปจนถึงการวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้คุณเลือกคอนโดแถวสุขุมวิทให้เช่าหรือซื้อได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้ชีวิต แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ 1. เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 (The Line Sukhumvit 101) คอนโดมิเนียม High Rise 38 ชั้น ทำเลติดถนนสุขุมวิท ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี โดดเด่นด้วยห้องพักเพดานสูงสไตล์ Duplex 3.4 – 5.5 เมตร ที่ให้ความโปร่งโล่งสบายในการพักอาศัย พร้อมความสะดวกสบายครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่สำหรับทำกิจกรรมและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ และการเดินทางที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ในทำเลสุขุมวิทตอนปลายแห่งนี้ ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 42.4 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ (The Monument Thonglor) คอนโดสุขุมวิทระดับ Ultra-Luxury ในย่านไลฟ์สไตล์อย่างทองหล่อ โดดเด่นด้วยตัวอาคาร High Rise สูงถึง 45 ชั้น ภายใต้แนวคิด Luxury is Space ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ โปร่งโล่ง เป็นส่วนตัว มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่หรูหราเหนือระดับ พร้อมวิวทิวทัศน์ใจกลางเมืองแบบพาโนรามา ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่ล้อมรอบโครงการ ถือเป็นหนึ่งในคอนโดสุขุมวิทที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในย่านนี้ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 125.25 ตารางเมตร คลิก 3. ฮาสุ เฮาส์ (Hasu Haus) คอนโดสุขุมวิทสไตล์รีสอร์ต Low Rise 7 ชั้น ภายในพื้นที่ T77 คอมมูนิตีคอนโดอ่อนนุช โดดเด่นด้วยการผสานไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้ากับพื้นที่ธรรมชาติและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นสไตล์มินิมอล มอบบรรยากาศการอยู่อาศัยที่เงียบสงบ ร่มรื่น ควบคู่ไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพื่อการใช้ชีวิตที่ลงตัวในทำเลยอดนิยมของย่านสุขุมวิทตอนปลาย ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Thailand Best Employer Brands 2026

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Thailand Best Employer Brands 2026” สุดยอดนายจ้างยอดเยี่ยมแห่งปี

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำอันดับ 1 ด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร คว้ารางวัล “Thailand Best Employer Brands Awards 2026” สุดยอดนายจ้างยอดเยี่ยมแห่งปี ซึ่งจัดขึ้นโดยองค์กรระดับนานาชาติอย่าง World HRD Congress และ CHRO Asia โดยพลัสฯ นับเป็นรายเดียวในกลุ่มธุรกิจ Property Management ของประเทศไทยที่คว้ารางวัลในสาขานี้ สะท้อนความเป็นผู้นำและจุดยืนขององค์กรที่ให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพยากรบุคคลควบคู่กับการพัฒนามาตรฐานการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน รางวัล Thailand Best Employer Brand Awards เป็นรางวัลด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลระดับนานาชาติที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง จัดขึ้นโดย World HRD Congress และ CHRO Asia ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำที่รวบรวมเครือข่ายนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และองค์กรระดับโลกด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดยมีการคัดเลือกองค์กรจากหลากหลายอุตสาหกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นเลิศด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล การพัฒนาบุคลากร และภาพลักษณ์องค์กรในระยะยาว การได้รับรางวัลของพลัสฯ ในครั้งนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงแนวทางการพัฒนาคนที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง มีระบบ และสอดคล้องกับทิศทางการเติบโตขององค์กร นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัสฯ เชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า คุณภาพของบริการเริ่มต้นจากคุณภาพของคน การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้พนักงานเติบโตในสายอาชีพ และมีส่วนร่วมกับองค์กรอย่างแท้จริง คือรากฐานสำคัญที่ทำให้องค์กรสามารถเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าและสังคมได้อย่างมั่นคง” หนึ่งในกลไกสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าว คือ “Plus Eduplex” สถาบันการเรียนรู้ภายในองค์กรของพลัสฯ ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ภายใต้แนวคิดว่า ‘ในการยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องเริ่มจากการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอย่างจริงจัง’ องค์กรจึงออกแบบหลักสูตรที่ครอบคลุมทั้งทักษะด้านเทคนิค การบริหารจัดการ การบริการลูกค้า ตลอดจนการพัฒนาภาวะผู้นำ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาด Property Management ที่มีความซับซ้อนและการแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ดูแลโครงการที่อยู่อาศัยและอาคารพาณิชย์รวมกว่า 440 โครงการ ครอบคลุมกว่า 100,000 ครอบครัว และมากกว่า 126,000 ยูนิต บนพื้นที่รวมกว่า 20 ล้านตารางเมตร ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ของตลาด ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญดังกล่าว ทำให้องค์กรมีความเข้าใจเชิงลึกถึงความต้องการของลูกค้า เจ้าของโครงการ และผู้อยู่อาศัย พร้อมตระหนักถึงบทบาทของบุคลากรในฐานะกลไกหลักในการส่งมอบคุณภาพการบริการอย่างสม่ำเสมอ การได้รับรางวัล Thailand Best Employer Brands Awards 2026 ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จในมิติของการบริหารทรัพยากรบุคคลเท่านั้น หากยังตอกย้ำภาพลักษณ์ของพลัสฯ ในฐานะผู้นำธุรกิจ Property Management ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนอย่างเป็นรูปธรรม และขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างสมดุลในทุกมิติ ทั้งธุรกิจ คุณภาพบริการ บุคลากร และความยั่งยืน ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้ ‘Longevity’ ขยับโจทย์การอยู่อาศัยยุคใหม่ ดูแลคุณภาพชีวิตทั้งสุขภาพกาย-ใจ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้ ‘Longevity’ ขยับโจทย์การอยู่อาศัยยุคใหม่ ดูแลคุณภาพชีวิตทั้งสุขภาพกาย-ใจ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้ Longevity กลายเป็นโจทย์ใหม่ของการอยู่อาศัย ไม่ใช่เพียงประเด็นด้านการแพทย์ โดยคุณภาพของ Health span ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิตระยะยาว   ตอกย้ำการยกระดับบทบาท Property Management ไม่เพียงดูแลอาคาร แต่ดูแลคุณภาพชีวิต สอดรับทิศทาง Wellness Real Estate ที่กำลังเป็นแกนสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย   มอง “บ้าน” เป็นโครงสร้างพื้นฐานของสุขภาวะ หากสภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อสุขภาพและความปลอดภัย ย่อมกระทบคุณภาพชีวิตและมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว   วาง 4 กลยุทธ์เชิงระบบ ขับเคลื่อน Longevity ครอบคลุมการส่งเสริมสุขภาพกายใจ การสร้างคอมมูนิตี้คุณภาพ การใช้เทคโนโลยียกระดับความปลอดภัย และการสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้อยู่อาศัยดูแลตัวเองได้   มุ่งพัฒนาการอยู่อาศัยให้รองรับการใช้ชีวิตในทุกช่วงวัย สร้างความมั่นคง อุ่นใจ และคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคมและพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตในระยะยาว แนวคิด ‘Longevity’ ได้ขยายบทบาทจากภาคการแพทย์และการดูแลสุขภาพ มาสู่มิติของการอยู่อาศัยอย่างชัดเจน เนื่องจากหัวใจของการมี Health span หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ไม่เพียงขึ้นอยู่กับการเข้าถึงการรักษาทางการแพทย์ที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับไลฟ์สไตล์และสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีนัยสำคัญ แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของ Wellness Real Estate ที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบและบริหารจัดการพื้นที่อยู่อาศัยให้เอื้อต่อสุขภาพกาย-ใจ และความสมดุลในการใช้ชีวิต ทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์และการบริหารจัดการอาคารต้องปรับบทบาทจากการดูแลทรัพย์สิน ไปสู่การดูแลคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยอย่างรอบด้าน บ้านคือพื้นที่ที่ผู้คนใช้ชีวิตในระยะยาว หากสภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อสุขภาพและความปลอดภัย คุณภาพชีวิตก็มีโอกาสถดถอยตามไปด้วย หน้าที่ของ Property Management จึงไม่ใช่แค่การดูแลอาคาร แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะกายใจที่ดีอย่างยั่งยืน จากแนวคิดดังกล่าว พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จึงวาง 4 กลยุทธ์หลัก เพื่อยกระดับการดูแลการอยู่อาศัยแบบองค์รวม รองรับการใช้ชีวิตในทุกช่วงวัย และสนับสนุนแนวคิด Longevity อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพกายและใจอย่างต่อเนื่อง เราให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพในเชิงป้องกัน ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรด้านสุขภาพ เพื่อสนับสนุนให้ผู้อยู่อาศัยเข้าถึงความรู้และบริการด้านสุขภาพได้ง่ายขึ้น ลดความเสี่ยงด้านสุขภาวะในระยะยาว และทำให้การอยู่อาศัยเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน เช่น การมีนักโภชนาการอาหาร ที่ปรึกษาด้านสุขภาพจิต การตรวจสุขภาพที่บ้าน เป็นต้น การสร้างคอมมูนิตี้คุณภาพ Longevity ไม่ได้หมายถึงสุขภาพร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงสุขภาพใจและความสัมพันธ์กับผู้คนรอบตัว พลัสฯ จึงมุ่งสร้างคอมมูนิตี้ที่เอื้อต่อการมีปฏิสัมพันธ์ ผ่านกิจกรรมและการมีส่วนร่วมในโครงการ เพื่อส่งเสริมความสุขในการอยู่อาศัยระยะยาว อาทิ กิจกรรมโยคะที่สนามหญ้าส่วนกลาง การยืดกล้ามเนื้อก่อนว่ายน้ำเพื่อความปลอดภัย กิจกรรมบำบัดผ่านศิลปะ หรือกิจกรรมจิตอาสาเพื่อบำบัดจิตใจ เช่น ร่วมกันไปช่วยฟื้นฟูโรงเรียน การนำบุคลากรของเราไปถ่ายทอดความรู้และความเชี่ยวชาญให้กับลูกบ้านและชุมชนรอบข้าง เป็นต้น การใช้เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและความอุ่นใจในการอยู่อาศัย ความปลอดภัยเป็นปัจจัยพื้นฐานของคุณภาพชีวิต พลัสฯ นำเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Technology) ของ LIV-24 มาช่วยยกระดับมาตรฐานการดูแลความปลอดภัยเชิงป้องกัน ที่มีโซลูชันใช้ AI ช่วยตรวจจับเหตุผิดปกติและแจ้งเตือนได้แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถป้องกันผู้บุกรุก…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดทิศทางตลาด Property Management ปี 69

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดทิศทางตลาด Property Management ปี 69

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้เทรนด์การอยู่อาศัยของผู้บริโภคในปี 69 ที่มอง “คุณภาพ” การอยู่อาศัยระยะยาวเป็นส่วนสำคัญ ใส่ใจรอบด้าน ทั้งความปลอดภัย สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม   เผยปัจจัยปั้นแบรนด์ Property Management ให้แข็งแกร่ง ประกอบด้วย – เทคโนโลยีอัจฉริยะ – การส่งเสริมสิ่งแวดล้อม – สังคมผู้สูงวัย – การบริการระดับพรีเมียม   ชี้การปรับตัว (Resilience) คือคีย์ไดร์ฟเวอร์ ผ่านการมองตลาดให้ขาด และเสิร์ฟบริการให้ตรงใจลูกค้า อาทิบริการแบบ Pool Resource, การให้คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง, บริการ Plus Concierge และตรวจสุขภาพบ้าน   ตอกย้ำการบริหารคุณภาพ ควบคู่กับความใส่ใจ สร้าง DNA การดูแลลูกค้าที่มีมาตรฐาน ด้วยสถาบัน Plus Eduplex เพื่อพัฒนาคุณภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง และตรงกับความต้องการในตลาดแต่ละยุคสมัย สร้างความแตกต่างที่ลอกเลียนได้ยาก   พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าต่อยอดบทบาทผู้นำบริการ Property Management อันดับ 1 เผยทิศทางตลาด แนวทางการบริหารและปรับตัวของวงการ Property Management ไทย ให้สอดรับกับกระแสของผู้บริโภคในปี 2569 และสามารถสร้างคุณภาพการอยู่อาศัยให้กับลูกค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 69 ยังเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม ความต้องการที่อยู่อาศัยยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะตลาดเช่าและความต้องการซื้อเพื่อเป็นเจ้าของในอนาคตที่ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นมากขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองที่อยู่อาศัยเป็นเพียงทรัพย์สิน แต่เป็นพื้นที่ของ “คุณภาพชีวิต” ในระยะยาว ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งความปลอดภัย สุขภาพ และความยั่งยืน ในฐานะผู้ให้บริการ Property Management พลัสฯ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาบริการให้สอดรับกับบริบทใหม่ของการอยู่อาศัย โดยมองว่าปัจจัยหลักในการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งในปี 2569 มีทั้งหมด 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1. เทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Technology) เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการบริหารจัดการที่อยู่อาศัย ตั้งแต่ระบบรักษาความปลอดภัยอย่าง LIV-24 ที่มีโซลูชันใช้ AI ช่วยตรวจจับเหตุผิดปกติและแจ้งเตือนได้แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถป้องกันผู้บุกรุก สัตว์อันตราย หรือ ไฟไหม้ นอกจากนี้ ยังมีระบบ IoT ที่ช่วยตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์อาคาร เช่น ลิฟต์ ระบบไฟฟ้า และระบบน้ำ เพื่อลดความเสียหายและป้องกันปัญหาก่อนเกิดขึ้น ลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน 2. การส่งเสริมสิ่งแวดล้อมและสังคม พลัสฯ…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผนึก ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดปฎิบัติการ “พลัสก่อการดี – e-Waste ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผนึก ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดปฎิบัติการ “พลัสก่อการดี e-Waste ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ร่วมกับ ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าขับเคลื่อนเจตนารมณ์ด้านความยั่งยืน ผ่านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (e-Waste) อย่างถูกต้อง ภายใต้โครงการ “พลัสก่อการดี – e-Waste ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ” เชิญชวนลูกบ้านใน 85 โครงการที่พลัสฯ ดูแล ร่วมทิ้ง e-Waste เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างการมีส่วนร่วมในการดูแลชุมชน e-Waste ทุก 1 ชิ้น เท่ากับ 1 บาท เพื่อนำยอดเงินไปมอบให้แก่โรงเรียนในชุมชนใกล้เคียง ต่อยอดความร่วมมือระยะยาว ผ่านการจัดกิจกรรมส่งเสริมสิ่งแวดล้อมและการให้ความรู้แก่ชุมชน ภายใต้โครงการ “พลัสก่อการดี” อาทิ กิจกรรมปลูกผัก เก็บขยะ และการให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะอย่างถูกวิธี บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการขับเคลื่อนแนวคิดด้านความยั่งยืน ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยของลูกบ้าน ผ่านโครงการ “พลัสก่อการดี – e-Waste ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ” โดยมุ่งเน้นการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (e-Waste) อย่างถูกวิธี และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการสร้าง Positive Impact ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กร โดยพลัสฯ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Property Management ที่ดูแลโครงการอยู่อาศัยกว่า 100,000 ครอบครัวทั่วประเทศ ร่วมกับทรู คอร์ปอเรชั่น ผู้นำบริษัทโทรคมนาคม-เทคโนโลยีของไทยที่ให้ความสำคัญกับการจัดการ e-Waste อย่างจริงจังมาอย่างต่อเนื่องในโครงการ “e-Waste ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ” ร่วมกันทำให้การดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัวและเกิดขึ้นผ่านกิจกรรมในชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัยมากขึ้น นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบความยั่งยืนที่ให้ความสำคัญทั้ง 3 มิติของ ESG – สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ผ่านแนวคิด “Quality of Life and Well-being” โดยครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม (Environment Management) การสร้างคอมมูนิตี้คุณภาพ (Care for Community) การส่งเสริมสุขภาพกาย ใจ และความเป็นอยู่ที่ดี (Health and Wellbeing) ไปจนถึงการส่งเสริมการอยู่อาศัยร่วมกันของทุกเจเนอเรชัน (Multi-Generation Society) และการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Education) ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการต่อยอดการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของพลัสฯ ผ่านการส่งเสริมการดูแลสิ่งแวดล้อมด้วยการจัดการขยะอย่างถูกวิธี โดยเปิดโอกาสให้ลูกบ้านนำขยะอิเล็กทรอนิกส์มาที่จุดรับทิ้ง เพื่อนำไปรีไซเคิลและจัดการอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Property Management”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัลระดับภูมิภาค “Best Property Management”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำอันดับ 1 ด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร เดินหน้าตอกย้ำมาตรฐานระดับสากลด้วยการคว้ารางวัล “Best Property Management” ในงาน Dot Property Southeast Asia Awards 2025 ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรม Park Hyatt Bangkok สะท้อนบทบาทความเป็นองค์กรไทยที่โดดเด่นบนเวทีภูมิภาค รางวัล Best Property Management มอบให้แก่องค์กรด้าน Property Management ที่มีผลงานโดดเด่นและเป็นที่ยอมรับ ทั้งในด้านระบบบริหารจัดการที่มีคุณภาพ ความสามารถในการปรับตัวตามบริบทยุคสมัย และการมีส่วนร่วมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอสังหาฯ ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างมากที่สามารถคว้ารางวัลใหญ่ระดับภูมิภาคในครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจ และมาตรฐานการดำเนินงานที่เป็นสากลของเราว่าได้รับการยอมรับในวงกว้าง พลัสฯ เป็นองค์กรไทยที่เข้าใจบริบทของตลาดและลูกค้าในแต่ละธุรกิจอย่างลึกซึ้ง ขณะเดียวกันยังยึดถือมาตรฐานสากลในการดำเนินงาน ทำให้เราสามารถส่งมอบบริการที่มีคุณภาพครบถ้วน ภายใต้ระบบ ISO ครอบคลุมทั้งด้านการบริหารงานคุณภาพ การดูแลงานภายภาพ และสภาพแวดล้อม ครอบคลุมทุกโครงการที่พลัสฯ บริหาร” นอกจากนี้ สิ่งที่เราให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง คือการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกส่วน ทั้ง พนักงาน ลูกค้า และ คู่ค้า ภายใต้แนวคิด Quality of Life and Well-being มุ่งสร้างความเติบโตที่ยั่งยืนอย่างรอบด้าน ทั้งการดูแลสิ่งแวดล้อม (Environment Management) การสร้างคอมมูนิตี้การอยู่อาศัยคุณภาพ (Care for Community) การดูแลสุขภาพกายและใจ (Health & Wellbeing) การสร้างสังคมการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทุกเจนเนอเรชัน (Multi-generations Society) และการส่งเสริมการเรียนรู้ระยะยาว (Lifelong Education) ควบคู่ไปกับ การรักษามาตรฐานการดำเนินการในทุกโครงการที่เราดูแล ตลอดเกือบ 3 ทศวรรษของการดำเนินงาน พลัสฯ ดูแลลูกค้ากว่า 440 โครงการ ครอบคลุมกว่า 100,000 ครอบครัว บนพื้นที่กว่า 20.2 ล้านตารางเมตร ให้บริการ Property Management แบบครบวงจร ตั้งแต่การบริหารนิติบุคคลอาคารชุดและหมู่บ้าน บริหารอาคารเชิงพาณิชย์ ดูแลระบบอาคารและวิศวกรรมอาคาร ไปจนถึงบริการด้านการตลาด การขาย และงานซื้อ–ขาย–เช่า อสังหาฯ รวมไปถึง ธุรกิจเทคโนโลยีความปลอดภัยและบริการไลฟ์สไตล์ อาทิ LIV-24 ระบบ Smart Tech ที่ดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ และ Plus Concierge ที่รวบรวมพาร์ทเนอร์สินค้าและบริการเพื่อการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์มามอบให้กับลูกค้า เพื่อส่งเสริม Ecosystem…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เข้าบริหาร ‘ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร’

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้าโปรเจกต์ใหญ่ส่งท้ายปี! เข้าบริหาร ‘ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร’

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำอันดับ 1 ด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร เดินหน้าขยายพอร์ตงานบริหารอาคาร (Facility Management) ล่าสุดได้รับความไว้วางใจในการเข้าดูแล “ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร” ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรม ศิลปะ วิทยาศาสตร์ และพิพิธภัณฑ์มรดกของจังหวัดน่าน โดยครอบคลุมงานบริหารจัดการอาคาร ระบบวิศวกรรมอาคาร และงานบริหารบุคลากรด้านบริการทั้งหมด ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร ถือเป็นแลนด์มาร์กเชิงศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดน่าน เกิดจากความร่วมมือของกระทรวงมหาดไทยและมูลนิธิรักษ์ป่าน่านในพระราชูปถัมภ์ฯ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรม “บาร็อค–ล้านนา” ซึ่งเป็นแห่งแรกของโลกที่ผสานสองสไตล์เข้าด้วยกัน ทั้งยังได้รับการออกแบบตามแนวคิด Universal Design เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างเท่าเทียม และพัฒนาในแนวทาง “อาคารเขียว” ที่คำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชนในจังหวัดน่าน เปิดสอนทักษะและหลักสูตรที่ช่วยต่อยอดอาชีพในอนาคต รวมถึงเป็นพื้นที่จัดแสดงประเพณี วัฒนธรรม และมรดกของจังหวัด โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปเข้าเยี่ยมชม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัสฯ รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เข้ามาดูแลศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะด้านศิลปวัฒนธรรมที่มีคุณค่าต่อชุมชน เราได้รับมอบหมายให้ดูแลอาคารหลัก 3 แห่ง ได้แก่ อาคารศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร อาคารหอประชุม อาคารบริการ และลานเอนกประสงค์ โดยตั้งใจนำประสบการณ์เกือบ 30 ปี จากการบริหารกว่า 440 โครงการทั่วประเทศ มายกระดับมาตรฐานการดูแลอาคารของพื้นที่แห่งนี้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด” สำหรับบริการที่พลัสฯ เข้าไปดูแลนั้น ครอบคลุมงานบริหารจัดการอาคาร ซึ่งดูแลภาพรวมการใช้งานอาคารทั้งหมด ตั้งแต่การวางแผนงานและงบประมาณ การกำกับมาตรฐานการดูแลอาคาร การประสานงานทีมบริการ ไปจนถึงการบริหารงานซ่อมบำรุงและความปลอดภัยของพื้นที่ รวมถึงงานดูแลระบบวิศวกรรมประกอบอาคารให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งการกำกับดูแลผู้รับเหมาช่วง (Sub-contractor) ในงานบริการภายในอาคาร ได้แก่ งานทำความสะอาด งานรักษาความปลอดภัย และบริการขับรถรับส่ง เพื่อให้การใช้งานอาคารเป็นไปอย่างราบรื่นและรองรับผู้เข้าชมทุกช่วงวัยได้อย่างมีมาตรฐาน การรับบริหารศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคารครั้งนี้ สะท้อนศักยภาพของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะผู้ให้บริการ Facility Management ที่เชื่อมโยงงานบริหารอาคารเข้ากับการพัฒนาเมืองและชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมเดินหน้าขยายงานในหลากหลายกลุ่มอาคาร ทั้งภาครัฐ–สาธารณะ และภาคเอกชนต่อเนื่องในปีหน้า สำหรับผู้ที่สนใจบริการสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-688-7555 หรือเว็บไซต์ www.plus.co.th/service/facility-management ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดโมเดลปรับปรุงอาคารชลันต์ทิพย์ ลดต้นทุน-เพิ่มมูลค่า-ประหยัดพลังงาน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชูแนวทางบริหารความปลอดภัยเชิงรุก ผ่านโปรแกรม “Crisis Preparedness & Response” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ รุกกลยุทธ์ใหม่ ส่ง “Plus Consultancy” บริการที่ปรึกษาอสังหาฯ     พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ…