ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH
ปล่อยเช่าคอนโด

ปล่อยเช่าคอนโดอย่างไรให้คุ้มค่า พร้อมข้อกฎหมายที่เจ้าของห้องต้องรู้

หลายคนที่กำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ อาจมีคำถามในใจว่า “การซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม” เมื่อเทียบกับสภาวะตลาดที่มีความผันผวนในช่วงนี้ แต่ความคุ้มค่าของการปล่อยเช่าคอนโดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทำเลที่มีศักยภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงราคาซื้อเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนที่จะได้รับ ไปจนถึงกลุ่มผู้เช่าเป้าหมายในพื้นที่นั้นๆ ด้วย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปหาคำตอบว่าการซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มค่าจริงหรือไม่ พร้อมเผยเคล็ดลับในการปล่อยเช่าให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ข้อกฎหมายสำคัญที่เจ้าของห้องต้องรู้ รวมถึงบริการที่จะช่วยให้การปล่อยเช่าคอนโดของคุณเป็นเรื่องง่ายและหายห่วง ซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม เช็กปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุน ก่อนตัดสินใจลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า นักลงทุนควรวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อประเมินว่าการลงทุนครั้งนี้จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่ โดยสามารถสรุปปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาได้ดังนี้ ปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น vs ระยะยาว แบบไหนดีกว่ากัน หากตัดสินใจปล่อยเช่าคอนโดแล้ว คำถามต่อไปที่เจ้าของห้องต้องคิดต่อ คือการเลือกระหว่างการปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น 1-6 เดือน หรือการปล่อยเช่าระยะยาวหลัก 1 ปีขึ้นไป เพราะการปล่อยเช่าทั้งสองแบบนี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน และเหมาะกับทำเลและความพร้อมของเจ้าของห้องที่ต่างกันไป ดังนี้ หัวข้อ ปล่อยเช่าระยะสั้น (1-6 เดือน) ปล่อยเช่าระยะยาว (1 ปีขึ้นไป) ข้อดี ค่าเช่าต่อเดือนสูงกว่า สามารถปรับราคาตามฤดูกาลท่องเที่ยวได้ รายได้สม่ำเสมอต่อเนื่อง ดูแลง่าย เน้นตรวจสอบเป็นระยะๆ ข้อเสีย ต้องดูแลและทำความสะอาดห้องบ่อยตามการย้ายเข้าออก และมีความเสี่ยงด้านกฎหมายหากเช่าต่ำกว่า 30 วัน รายได้ต่อเดือนอาจต่ำกว่าการปล่อยเช่าระยะสั้นในบางช่วง เหมาะกับ คอนโดใกล้แหล่งท่องเที่ยว หรือติดรถไฟฟ้าใจกลางเมือง คอนโดในย่านที่อยู่อาศัย หรือใกล้แหล่งงาน กฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เจ้าของห้องต้องรู้ นอกจากเรื่องทำเลและรูปแบบการเช่าแล้ว เจ้าของห้องและนักลงทุนอสังหาฯ มือใหม่ยังควรทำความเข้าใจกฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต กฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเช่าคอนโด การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม คำถามที่เจ้าของห้องมือใหม่มักสงสัย คือ “การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม” โดยปกติแล้วเจ้าของห้องไม่มีความจำเป็นต้องแจ้งขออนุญาตจากนิติบุคคลก่อนปล่อยเช่าห้องของตนเอง เนื่องจากเป็นสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เจ้าของห้องสามารถบริหารจัดการได้ตามความเหมาะสม เว้นแต่จะมีข้อบังคับจากนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้เช่าและเจ้าของห้องเอง รวมถึงเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบและดูแลอาคาร เจ้าของห้องควรแจ้งข้อมูลผู้เช่าให้นิติบุคคลทราบ เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อ และช่วงเวลาที่เข้าพักอาศัย เพื่อให้นิติบุคคลสามารถออกบัตรผ่านเข้า-ออกอาคาร หรือประสานงานในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องก่อนปล่อยเช่า อีกหนึ่งขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม คือ การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องให้ละเอียดทั้งก่อนและหลังส่งมอบห้อง ทั้งระบบไฟฟ้า น้ำประปา เครื่องปรับอากาศ โครงสร้างของห้อง และเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่ง เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปล่อยเช่าคอนโด 1. แนวทางการปล่อยเช่าคอนโดให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้การปล่อยเช่าคอนโดเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย เจ้าของห้องควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ 2. ควรเรียกเก็บเงินมัดจำและค่าเช่าล่วงหน้าเท่าไหร่ ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 ได้กำหนดให้มีการเก็บเงินค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันความเสียหาย (เงินมัดจำ) โดยเรียกเก็บรวมกันได้ไม่เกิน 3 เดือน โดยทั่วไปแล้ว มักแบ่งการเรียกเก็บเป็นเงินประกันความเสียหาย 2 เดือน และเงินค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือนก่อนเข้าพักอาศัย…

กฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ซื้อผู้ขายต้องรู้

ในความเข้าใจของคนทั่วไป การซื้อขายบ้านหรือคอนโดอาจดูเป็นเรื่องง่ายๆ แค่ตกลงราคา จ่ายเงิน แล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อ แต่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้กลับมีรายละเอียดทางกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ซับซ้อน ที่หากมองข้ามขั้นตอนสำคัญไป ก็อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในระยะยาวได้ ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจภาพรวมของกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรทราบ ตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐาน การทำสัญญาที่รัดกุม ไปจนถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การซื้อขายบ้านหรือคอนโดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด ภาพรวมกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรรู้ ก่อนเข้าสู่รายละเอียดของสัญญาและค่าใช้จ่ายต่างๆ ผู้ซื้อและผู้ขายควรทำความเข้าใจภาพรวมก่อนว่ากฎหมายกำหนดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ไว้อย่างไรบ้าง โดยเริ่มต้นจาก อสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายคืออะไร? ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 139 นิยามคำว่า “อสังหาริมทรัพย์” หมายถึง ทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ทั้งที่ดินและทรัพย์สินที่ติดอยู่กับที่ดินอย่างถาวร หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน รวมถึงสิทธิต่างๆ ที่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นด้วย โดยตัวอย่างที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น บ้านบางนา ทาวน์โฮม และคอนโดติดรถไฟฟ้าต่างๆ เป็นต้น ขั้นตอนหลักในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยข้อกฎหมายต่างๆ ทำให้หลายๆ คนสงสัยว่า การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะถูกต้องและปลอดภัยสำหรับทั้งสองฝั่ง โดยสามารถสรุปลำดับขั้นตอนหลักๆ ได้ดังนี้ ขั้นตอนเหล่านี้ ถือเป็นข้อปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายคอนโดมือสอง หรือบ้านกรุงเทพกรีฑา ซึ่งอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปบ้าง เช่น การตรวจสอบเงื่อนไขบางประการร่วมกับนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ เป็นต้น การทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขั้นตอนการทำสัญญา ถือเป็นจุดที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างสูง เพราะหากดำเนินการผิดพลาด หรือมีข้อมูลในสัญญาที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจทำให้การซื้อขายล้มเหลวและอาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้ สัญญาจะซื้อจะขาย VS สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด หลายคนอาจสงสัยว่าสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะมีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ ตามมาตรา 453 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้ให้นิยามของ “สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์” ว่าเป็นข้อตกลงที่ผู้ขายยินยอมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินให้ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงจ่ายเงินให้ผู้ขายตามที่ตกลงกันไว้ โดยสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขาย คือ ข้อตกลงล่วงหน้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายก่อนที่จะโอนกรรมสิทธิ์จริง มักใช้ในช่วงที่ผู้ซื้อวางเงินมัดจำให้ผู้ขาย เพื่อยืนยันและเป็นหลักฐานว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้วว่าจะซื้อ-ขายกันตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ เช่น ราคา วันโอน หรือเงื่อนไขการผ่อนชำระ ตามมาตรา 456 วรรคสอง สัญญาจะซื้อจะขายจะมีผลบังคับใช้ ก็ต่อเมื่อมีอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้เกิดขึ้น 2. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด คือ สัญญาซื้อขายที่ทำในขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์จริง โดยต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น จึงจะถือว่าการซื้อขายนั้นสมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มาตรา 456 วรรคหนึ่ง ระบุว่า หากการซื้อขาย ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียมไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน สัญญาซื้อขายนั้นจะถือเป็น “โมฆะ” แม้ว่าจะมีการจ่ายเงินให้ผู้ขาย หรือมีการทำสัญญากันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วก็ตาม ด้วยเหตุนี้ ผู้ซื้อและผู้ขายจึงควรทำความเข้าใจความแตกต่างของสัญญาทั้งสองรูปแบบให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง โดยสามารถสรุปได้ตามตารางนี้ สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ทำเมื่อไหร่ ช่วงวางเงินมัดจำ วันโอนกรรมสิทธิ์จริง ทำที่ไหน…

การตรวจสอบอาคารคืออะไร รู้สัญญาณเตือนล่วงหน้าและวิธีเลือกบริษัทตรวจสอบ

สำหรับเจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลบางท่าน “การตรวจสอบอาคาร” อาจเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งปัญหาโครงสร้างเล็กๆ ค่อยๆ ลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ หรือร้ายแรงจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานโดยตรง เพราะในความเป็นจริงแล้ว การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอไม่ได้เป็นเพียงข้อบังคับทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในการใช้งานอาคาร โดยเฉพาะในคอนโดมือสองหรืออาคารที่ผ่านการใช้งานมานาน ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าอาคารที่สร้างใหม่ไม่น้อย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบอาคาร ตั้งแต่สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ขอบเขตของงานตรวจสอบตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงแนะนำบริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ ที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของอาคารและนิติบุคคลอย่างครบวงจร สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรตรวจสอบโครงสร้างอาคารเก่าโดยด่วน การสังเกตสัญญาณเตือนทางกายภาพต่างๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถตรวจสอบและรับมือได้อย่างทันท่วงที โดยมีสัญญาณเตือนที่สำคัญดังนี้ รอยร้าวและการทรุดตัว ระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค การละเลยสัญญาณเตือนเหล่านี้ ไม่เพียงส่งผลต่อสภาพอาคารเท่านั้น แต่ยังเพื่อความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และส่งผลเสียต่อมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาวได้อีกด้วย ดังนั้น การหมั่นสังเกตและตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่เจ้าของอาคารทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อประเมินความเสี่ยง พร้อมวางแผนการตรวจสอบและซ่อมแซมแก้ไขอย่างทันท่วงที การตรวจสอบอาคาร ตรวจอะไรบ้าง เจาะลึกขอบเขตงานที่สำคัญ หากมีคำถามว่าการตรวจสอบอาคารนั้นครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 32 ทวิ ได้กำหนดขอบเขตของงานตรวจสอบไว้อย่างชัดเจน โดยสามารถสรุปออกเป็น 4 ด้านหลัก ดังนี้ 1. ความมั่นคงของโครงสร้าง การตรวจสอบอาคารในด้านแรก คือ การประเมินความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร ทั้งสภาพความสมบูรณ์ของโครงสร้างหลัก การต่อเติมดัดแปลงหรือปรับปรุงสภาพอาคารที่อาจส่งผลต่อการรับน้ำหนัก รวมถึงตรวจหาความชำรุดสึกหรอต่างๆ เพื่อประเมินว่าอาคารยังสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 2. ระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร การตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร จะเน้นประเมินความสามารถในการทำงานของระบบต่างๆ และการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสมเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 3 ระบบหลัก ได้แก่ 3. สมรรถนะของระบบและอุปกรณ์ของอาคารเพื่ออพยพผู้ใช้อาคาร การประเมินสมรรถนะของบันไดหนีไฟ ทางหนีไฟ เครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน รวมถึงระบบแจ้งสัญญาณเตือนภัยว่าสามารถใช้งานได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงสนับสนุนให้ผู้ใช้อาคารสามารถอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 4. ระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในอาคาร การตรวจสอบอาคารยังครอบคลุมไปถึงแผนบริหารจัดการด้านความปลอดภัย ได้แก่ แผนการป้องกันและระงับอัคคีภัย แผนการซ้อมอพยพผู้ใช้อาคาร แผนการบริหารจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัยในอาคาร และแผนการบริหารจัดการของผู้ตรวจสอบอาคาร เพื่อให้ทุกฝ่ายพร้อมรับมือเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริง อาคาร 9 ประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ต้องตรวจสอบ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้มีการกำหนดอาคาร 9 ประเภทที่ต้องผ่านการตรวจสอบอาคารตามกฎหมายเป็นประจำทุกปี ได้แก่ โดยกลุ่มคอนโดมิเนียมที่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นทำเลสำหรับเช่าคอนโดสุขุมวิท คอนโดอ่อนนุช หรือคอนโดติดรถไฟฟ้า ต่างๆ ควรได้รับการตรวจสอบอาคารอย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน บริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ เมื่อทราบถึงความสำคัญและขอบเขตของการตรวจสอบอาคารแล้ว การเลือกผู้ให้บริการตรวจสอบอาคารที่มีความน่าเชื่อถือก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยพลัสฯ ได้ร่วมมือกับ “ทัช พร็อพเพอร์ตี้” บริษัทในเครือที่เชี่ยวชาญด้านระบบวิศวกรรมอาคารและการตรวจสอบอาคารครบวงจรมากว่า 17 ปี พร้อมประสบการณ์ตรวจสอบอาคารมาแล้วกว่า 5 ล้านตารางเมตร เพื่อมอบบริการตรวจสอบอาคารที่ครอบคลุมทุกมิติให้กับเจ้าของอาคารและนิติบุคคล ทำไมต้องเลือก PLUS และ TOUCH การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอ…

รวม 16 คอนโดใกล้มหาลัยฯ ถูกใจนักศึกษาและวัยทำงาน

การตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยในวัยเรียนหรือช่วงเริ่มต้นทำงาน ถือเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่สำคัญ โดยเฉพาะการเลือกพักอาศัยในคอนโดใกล้มหาลัย ที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางแต่ละวันแล้ว คอนโดใกล้มหาลัยยังมอบความอุ่นใจในด้านความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ในบทความนี้ พลัสฯ จึงได้รวบรวม 16 โครงการคอนโดใกล้มหาลัยฯ คุณภาพครอบคลุม 6 ทำเลศักยภาพรอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครอง นักศึกษา คนทำงานด้านการศึกษา รวมถึงนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มองหาโอกาสปล่อยเช่าในย่านสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬา ที่น่าสนใจ ย่านใจกลางเมืองอย่างปทุมวัน สามย่าน และราชเทวี ถือเป็นศูนย์กลางที่แวดล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สยามสแควร์ และศูนย์การค้าชั้นนำโดยรอบ การเลือกคอนโดย่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงตอบโจทย์การใช้ชีวิตเหนือระดับ พร้อมสะดวกด้วยขนส่งมวลชนที่เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว 1. แอชตัน จุฬา-สีลม (Ashton Chula-Silom) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ ระดับลักชัวรีที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 56 ชั้น บนทำเลใจกลางสามย่าน เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT เชื่อมต่อทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและย่านธุรกิจโดยรอบ โดดเด่นด้วยดีไซน์กระจกแบบ Curved Facade ที่ดูเรียบหรู ล้ำสมัย พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางขนาด 2 ชั้นที่ครบครัน ตอบโจทย์การเป็นคอนโดใกล้มหาลัยสำหรับทั้งนักศึกษาและคนทำงาน ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 34.0 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ ไลน์ ราชเทวี (The Line Ratchethewi) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ บนทำเลราชเทวี ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS เชื่อมต่อทั้งย่านประตูน้ำ พญาไท สยาม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดดเด่นด้วยอาคารสูง 38 ชั้น ตกแต่งภายนอกด้วยโทนสีดำ-ทองแดงอันเป็นเอกลักษณ์ จัดเต็มทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและรูปแบบห้องพักที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เงียบสงบแต่ใกล้ชิดย่านสยาม-ราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 32.62 ตารางเมตร คลิก 3. ไพน์ บาย แสนสิริ (Pyne by Sansiri) คอนโดใกล้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 42 ชั้น และทำเลติดสถานีรถไฟฟ้าหน้าโครงการแบบก้าวเดียวถึง มอบความได้เปรียบสูงสุดในการเดินทาง ตอบโจทย์การพักอาศัยด้วยห้องพักให้มีความโปร่งกว้างขวางเป็นพิเศษ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมที่ครบครัน ในทำเลทองคำในย่านราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 47.0 ตารางเมตร คลิก คอนโดใกล้ มศว อโศก ที่น่าสนใจ…

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

การตัดสินใจปล่อยขายคอนโดมือสองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การแปะประกาศหน้าโครงการหรือโพสต์รูปภาพลงบนอินเทอร์เน็ตแล้วรอให้ผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามา เพราะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีห้องคอนโดอีกจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะแข่งขันกับห้องของคุณ หากไม่มีจุดเด่นที่กระตุ้นผู้ซื้อให้สนใจ ห้องคอนโดที่ลงขายก็ยากที่จะมีใครสนใจ ไร้การติดต่อกลับ หรืออาจถูกกดราคาจนกำไรที่คาดหวังไว้หายไปไม่เหลือ เพื่อให้การขายคอนโดมือสองเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์การลงทุน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปไขข้อสงสัยว่า การขายคอนโดมือสองต้องทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม การจัดการเอกสารสำคัญทางกฎหมายที่ห้ามตกหล่น ไปจนถึงเทคนิคการต่อรองเพื่อปิดดีลให้สำเร็จลุล่วง ก่อนขายคอนโดมือสอง ต้องเตรียมอะไรบ้าง สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนขายคอนโดมือสอง คือ การเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร โดยเฉพาะโฉนดห้องชุด หรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) ของห้องคอนโดที่จะขายว่ามีข้อมูลต่างๆ ถูกต้องตรงตามชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในปัจจุบัน เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์ขาดในการซื้อขาย พร้อมตรวจสอบภาระผูกพันกับสถาบันการเงินอย่างละเอียด ว่าไม่มีภาระจำนองหรือการติดภาระอื่นๆ รวมถึงการตรวจสอบค่าส่วนกลางค้างชำระและขอใบปลอดหนี้จากนิติบุคคล เพื่อใช้ในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่หากขาดไปก็อาจสร้างปัญหาในการขายคอนโดมือสองได้ ห้องที่ดูทรุดโทรมมักทำให้ห้องคอนโดราคาตกลงมากกว่าที่ควรจะเป็น เจ้าของห้องจึงควรประเมินสภาพห้องและซ่อมแซมจุดบกพร่อง จุดชำรุดเสียหายต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มขายคอนโดมือสอง ไม่ว่าจะเป็นการเช็กการทำงานระบบไฟฟ้าและน้ำประปา  ตรวจสอบจุดรั่วซึมในห้องน้ำและระเบียง รอบแตกร้าวตามผนัง พื้นบวมแตก วอลล์เปเปอร์ลอกหลุด และจุดอื่นๆ เพื่อให้คอนโดของเราอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด สร้างความมั่นใจ ดึงดูดผู้ซื้อ และลดปัญหาการต่อรองจากสภาพห้องที่ทรุดโทรม แม้ว่าห้องคอนโดของเราจะตกแต่งเป็นอย่างดี อยู่ในทำเลทอง และแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่หากตั้งราคาหลุดจากความเป็นจริง ก็จะปิดการขายได้ยากยิ่งขึ้น การตั้งราคาขายคอนโดมือสองให้เหมาะสม จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยเริ่มจากการนำข้อมูลราคาประเมินต่อตารางเมตรของกรมธนารักษ์และราคาซื้อขายจริงของห้องคอนโดอื่นๆ ในทำเลและขนาดใกล้เคียงมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อหาช่วงราคาที่เหมาะสมกับห้องของเรา นอกจากราคาตลาดแล้ว การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของคอนโดก็สำคัญไม่แพ้กัน เจ้าของห้องควรพิจารณาว่าใครบ้างที่จะเลือกอยู่ห้องของเรา เช่น ชาวต่างชาติที่ต้องการคอนโดย่านสุขุมวิทที่มีคอมมูนิตีนานาชาติขนาดใหญ่ หรือคนทำงานทั่วไปที่มองหาคอนโดอ่อนนุชในราคาเข้าถึงง่าย เพราะแต่ละกลุ่มต่างมีความต้องการและราคาในใจที่แตกต่างกัน การมองหาจุดสมดุลระหว่างราคาที่คุ้มค่าและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ จะช่วยให้คอนโดมือสองของเราน่าสนใจและปิดการขายได้เร็วยิ่งขึ้น เทคนิคการขายคอนโดให้ได้ราคาดีและปิดการขายไว หนึ่งในวิธีขายคอนโดให้ออกไวและมีประสิทธิภาพ คือ การตกแต่งปรับปรุงห้องพักให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เช่น การทาสีผนังห้องใหม่ด้วยโทนสีขาว หรือสีเบจที่ช่วยพรางตาให้ห้องดูกว้างขวาง สะอาดตาขึ้น การเปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นโทนสีอบอุ่นเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย รวมถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งให้ดูน่าสนใจ ไม่แออัด ในสไตล์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถจินตนาการถึงการใช้ชีวิตในห้องคอนโดได้ง่ายขึ้น หลังจากที่มีผู้เริ่มสนใจคอนโดแล้ว เทคนิคขั้นต่อไป คือ การเจรจาราคาต่อรองราคาและเงื่อนไขต่างๆ กับผู้ที่สนใจซื้อ เพื่อหาข้อตกลงและปิดการขายคอนโดมือสองตามที่ต้องการ โดยเคล็ดลับของการวางแผนเจรจาต่อรองนั้น มีตั้งแต่การใช้ข้อมูลราคากลางและสถิติราคาขายจริงในอดีตเพื่อสนับสนุนการตั้งราคาของเรา เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นถึงความสมเหตุสมผล และโปร่งใส ไม่ได้เป็นการตั้งราคาเผื่อต่อที่สูงจนเกินไป หรือการเลือกใช้การเจรจาแบบ Win-Win เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพอใจกับข้อเสนอ เช่น การเสนอแถมเครื่องใช้ไฟฟ้า สิทธิ์จอดรถ หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญบางชิ้นเพื่อชดเชยกับราคาที่ผู้ซื้อขอต่อรอง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าและช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น ทำเลคือสิ่งที่นักลงทุนอสังหาฯ ต่างให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ เสมอ หากห้องคอนโดอยู่ในทำเลทองยอดนิยม เช่น ทำเลใกล้แหล่งงาน ใกล้ย่านเศรษฐกิจ หรือเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสำคัญ เจ้าของห้องก็ควรที่จะชูจุดเด่นสำคัญนี้เป็นหลัก รวมถึงการเดินทางจากคอนโดไปยังแหล่งงานหรือสถานีรถไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ เพื่อให้ผู้ซื้อรู้สึกถึงความคุ้มค่าในทำเลดังกล่าว เลือกช่องทางขายคอนโดมือสองอย่างไรให้ถูกจุด การลงประกาศบนเว็บไซต์หรือในชุมชนออนไลน์ต่างๆ ถือเป็นช่องทางหลักที่จะช่วยให้ผู้คนพบเจอกับประกาศขายของเราได้ง่ายขึ้น ซึ่งการลงประกาศที่ดีนั้น ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีจำนวนผู้เข้าใช้งานสูง มีฟีเจอร์เสริมในการดันประกาศ เพื่อให้โพสต์ขายคอนโดมือสองของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมถึงการเลือกใช้คำโปรยที่สะดุดตา เช่นการชูจุดเด่นด้านทำเล ขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก…

คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่

แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิท ครบทุกช่วง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

สุขุมวิท คือหนึ่งในทำเลศูนย์กลางแห่งความเจริญและไลฟ์สไตล์คนเมืองของกรุงเทพฯ ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความสำเร็จได้อย่างชัดเจน ทั้งการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ไปจนถึงแหล่งงานและย่านเศรษฐกิจชั้นนำ ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นแหล่งรวมโครงการคอนโดสุขุมวิทชั้นนำมากมายที่เป็นที่ต้องการของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างไม่เสื่อมคลาย ในบทความนี้ พลัสฯ ขอแนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ ครอบคลุมตั้งแต่สุขุมวิทตอนต้นจรดปลาย พร้อมเจาะลึกตั้งแต่ความน่าสนใจของทำเล แนวโน้มราคา ไปจนถึงการวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้คุณเลือกคอนโดแถวสุขุมวิทให้เช่าหรือซื้อได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้ชีวิต แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ 1. เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 (The Line Sukhumvit 101) คอนโดมิเนียม High Rise 38 ชั้น ทำเลติดถนนสุขุมวิท ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี โดดเด่นด้วยห้องพักเพดานสูงสไตล์ Duplex 3.4 – 5.5 เมตร ที่ให้ความโปร่งโล่งสบายในการพักอาศัย พร้อมความสะดวกสบายครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่สำหรับทำกิจกรรมและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ และการเดินทางที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ในทำเลสุขุมวิทตอนปลายแห่งนี้ ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 42.4 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ (The Monument Thonglor) คอนโดสุขุมวิทระดับ Ultra-Luxury ในย่านไลฟ์สไตล์อย่างทองหล่อ โดดเด่นด้วยตัวอาคาร High Rise สูงถึง 45 ชั้น ภายใต้แนวคิด Luxury is Space ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ โปร่งโล่ง เป็นส่วนตัว มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่หรูหราเหนือระดับ พร้อมวิวทิวทัศน์ใจกลางเมืองแบบพาโนรามา ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่ล้อมรอบโครงการ ถือเป็นหนึ่งในคอนโดสุขุมวิทที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในย่านนี้ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 125.25 ตารางเมตร คลิก 3. ฮาสุ เฮาส์ (Hasu Haus) คอนโดสุขุมวิทสไตล์รีสอร์ต Low Rise 7 ชั้น ภายในพื้นที่ T77 คอมมูนิตีคอนโดอ่อนนุช โดดเด่นด้วยการผสานไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้ากับพื้นที่ธรรมชาติและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นสไตล์มินิมอล มอบบรรยากาศการอยู่อาศัยที่เงียบสงบ ร่มรื่น ควบคู่ไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพื่อการใช้ชีวิตที่ลงตัวในทำเลยอดนิยมของย่านสุขุมวิทตอนปลาย ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชูบริการ “Plus Luxury Management” ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งมอบบริการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้อยู่อาศัยในโครงการลักซ์ชัวรี่ ผ่าน “Plus Luxury Management” ชูกลยุทธ์ Customer Centric บริการที่ Customise ได้ตามต้องการ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกบ้านที่แตกต่าง พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้ที่อยู่อาศัย ชี้โครงการลักซ์ชัวรี่ที่ใช้บริการมีอัตราผลตอบแทนการลงทุนเฉลี่ย 7-10% ต่อปี และ ผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า 7-9% ต่อปี* บริการตอบสนอง 3 สุดยอดองค์ประกอบสำคัญของการอยู่อาศัย: THE BEST COMMUNITY สังคมการอยู่อาศัยคุณภาพ อยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านอย่างอุ่นใจ THE BEST SECURE PLACE TO LIVE ผนึก LIV-24 ผู้นำเทคโนโลยีความปลอดภัย นำ AI มาใช้งาน ช่วยลด Human Error ผู้อาศัยมีความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น THE BEST IN TIMELESS QUALITY คุณภาพเหนือกาลเวลา ผ่านการดูแลการอยู่อาศัยครบวงจร ชูจุดเด่นของทีมงานมืออาชีพ มากประสบการณ์ ผ่านการฝึกอบรมจาก Luxury Management Academy โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งเปิดขึ้นเป็นเจ้าแรกในเมืองไทย พร้อมทั้งอบรมหลักสูตรอื่น ๆ จากในและต่างประเทศ พร้อมดูแลทรัพย์สินมูลค่าสูงและความเป็นอยู่ของลูกบ้าน ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ยกระดับมาตรฐานใหม่ให้วงการที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรี่ ตอบทุกโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัย S-Class ทั้งคุณภาพบ้าน-คุณภาพชีวิต-การลงทุนที่คุ้มค่า เพื่อความสุขในการอยู่อาศัยที่เหนือระดับไปอีกขั้น นฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มุ่งยกระดับบริการ Luxury Management เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยอย่างครบวงจรให้กับลูกบ้านในโครงการลักซ์ชัวรี่ ด้วยการบริหารจัดการที่เป็นมาตรฐานสากล มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ พร้อมทีมงานที่ผ่านการฝึกอบรมจากหลักสูตรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ การนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้งานเพื่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว ชูกลยุทธ์มุ่งเน้นลูกค้าเป็นสำคัญ (Customer Centric) จึงทำให้บริการปรับเปลี่ยนหรือออกแบบได้ตามความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว ให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัยที่ครบครัน และมูลค่าโครงการที่เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา เทรนด์การมองหาที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรี่ของลูกค้าในปัจจุบัน นอกเหนือจากปัจจัยด้านการลงทุนที่คุ้มค่า ทำเล คุณภาพบ้าน ความสวยงามของโครงการ ลูกค้ายังให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายที่จะได้รับ รวมถึงความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว สังคมการอยู่อาศัย และคุณภาพการใช้ชีวิต ซึ่งเป็นปัจจัยลำดับตั้น ๆ ที่ลูกค้าใช้ในการตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยเช่นกัน พลัสฯ จึงต่อยอดความแข็งแกร่งด้วยกลยุทธ์ด้านบริการ ส่ง Plus Luxury Management ให้บริการลูกค้าที่อยู่อาศัยในโครงการลักซ์ชัวรี่ ด้วยประสบการณ์กว่า 28 ปีในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร จึงทำให้สามารถออกแบบบริการที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง เรียกได้ว่า ไม่เพียงแค่ซื้อบ้านแล้วจบไป แต่ยังมีบริการหลังการขายที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตด้วย จากข้อมูลการซื้อขาย ปล่อยเช่า ของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผลตอบแทนการลงทุน ในโครงการทำเลกรุงเทพกรีฑา เช่น โครงการเศรษฐสิริ…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดโผ TOP 11 บิ๊กอสังหาฯ เผยรายได้-กำไร 9 เดือน

เดินทางมาถึงไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการแม้จะมีการฟื้นตัวในบางกลุ่ม ทั้งจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ยังปรับลงไม่มากเท่าที่ควร เศรษฐกิจที่ชะลอตัว และภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม ความต้องการในตลาดลักซ์ชัวรีและโครงการพัฒนาในทำเลที่มีศักยภาพยังคงเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากนักลงทุนรายใหญ่ที่มีความพร้อมในการลงทุนและกลยุทธ์การพัฒนาที่เหมาะสม ทำให้สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทพัฒนาอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ ยังคงทำรายได้ 9 เดือนที่ผ่านมาได้เป็นไปตามเป้า โดย แสนสิริ รั้งอันดับ 1 กวาดรายได้สูงสุด ตามด้วย เอพี ไทยแลนด์ และ ศุภาลัย รวบรายชื่อ 11 ผู้ประกอบการอสังหาฯ ท็อปฟอร์ม 9 เดือนที่ผ่านมา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้รวบรวมผลประกอบการ 9 เดือน ในปี 2567 ของ 11 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ เปรียบเทียบให้เห็นว่า แต่ละบริษัท มีตัวเลขกำไร รายได้ และอัตราการเติบโตมากน้อยเพียงใด สะท้อนกลยุทธ์ของแต่ละบริษัทที่แตกต่างกัน และสิ่งนี้ส่งสัญญาณให้ต้องจับตาอะไรต่อไปในตลาดอสังหาฯ ช่วงท้ายปีไปจนถึงต้นปี 2568 อันดับ 1 แสนสิริ รายได้รวม 28,877 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 4,009 ล้านบาท แสนสิริมีรายได้รวม อยู่ที่ 28,877 ล้านบาท โตขึ้น 4.7% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และกำไรสุทธิ 4,009 ล้านบาท ลดลง 15.8% เนื่องจากปีที่แล้วมีการบันทึกกำไรพิเศษ ทั้งนี้ รายได้จากการขายโครงการในไตรมาส 3 สัดส่วน 2 ใน 3 ยังคงมาจากโครงการแนวราบ โดยมีรายได้หลักมาจากโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรีและซูเปอร์ลักซ์ชัวรีที่แสนสิริเป็นเจ้าตลาด อันดับ 2 เอพี ไทยแลนด์ รายได้รวม 28,049 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,727 ล้านบาท เอพี ไทยแลนด์ มีรายรวม 28,049 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 3,727 ล้านบาท โดยรายได้ลดลง 3% จาก 28,921 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 21 % จาก 4,719 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยกลุ่มสินค้าแนวราบยังคงเป็นโปรดักต์ไฮไลต์ของเอพี ไทยแลนด์ อันดับ 3 ศุภาลัย รายได้รวม 22,792 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4,201…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งบริษัทลูก ‘ทัช พร็อพเพอร์ตี้’ มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการใช้งานอาคาร

บริษัท ทัช พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบวิศวกรรมอาคารครบวงจร ในเครือ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ปรับโฉมบริการใหม่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของอาคาร ผู้บริหาร และ ผู้ประกอบการ ขยายบริการสู่รูปแบบ Total Solution พัฒนาบริการให้ครอบคลุม ทั้งงานบำรุงรักษา ปรับปรุง เปลี่ยนทดแทน ฟื้นฟูสภาพ และพัฒนาอาคาร รวมถึงระบบวิศวกรรมอาคาร ด้วยทีมงานที่มีศักยภาพ ประสบการณ์ และระบบการทำงานอย่างมืออาชีพ ผ่านขั้นตอน แผนงาน วิธีการตามมาตรฐานสากล ชูแนวคิด “ทุกอาคารปลอดภัย มั่นใจในคุณภาพ” สร้างมูลค่าเพิ่มให้อาคารในระยะยาว ทัช พร็อพเพอร์ตี้ ขยายบริการให้ครอบคลุมในทุกด้านของอาคาร จากความเชี่ยวชาญในงานตรวจสอบสภาพอาคารและระบบวิศวกรรมอาคาร ขยายสู่งานปรับปรุง ฟื้นฟู เพิ่มระดับประสิทธิภาพและสมรรถณะของระบบวิศวกรรมอาคาร ให้สอดคล้องกับคุณลักษณะเฉพาะของอาคาร ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของอาคารและผู้ใช้งานในปัจจุบันที่มองความคุ้มค่า ความเสี่ยง และผลกระทบของอาคารที่มีต่อองค์กร สังคม สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ตลอดจน การเพิ่มบริการด้านการเป็นที่ปรึกษาในเรื่องที่เกี่ยวกับงานอาคาร งานวิศวกรรมอาคาร งานด้านความเสี่ยง และงานจัดการพลังงานในอาคาร นายชาญ ศิริรัตน์ กรรมการบริหาร บริษัท ทัช พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “การขยายบริการของทัชฯ ในครั้งนี้ เป็นการนำศักยภาพของทีมงานมาต่อยอดความสำเร็จ และยังตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำในการดำเนินธุรกิจที่ให้บริการด้านอาคารอย่างครบวงจร ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีของเรา ประกอบกับการมุ่งเน้นรูปแบบการปฏิบัติงานด้วยมาตรฐานสากล และความเชี่ยวชาญที่รู้ลึก รู้จริง ของทีมงานในอาคารทุกรูปแบบ จึงสามารถเสนอบริการที่เกี่ยวข้องในทุกด้านของอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในโครงการที่มีความซับซ้อนสูง เพื่อช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ในการดูแลอาคารและระบบวิศวกรรมอาคารของลูกค้าให้เป็นไปตามกฎหมาย มาตรฐาน และเสริมสร้างความมั่นคง ปลอดภัยให้กับผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้งานอาคารในระยะยาว” บริการของทัช พร็อพเพอร์ตี้ ครอบคลุมการตรวจสอบและให้คำปรึกษาด้านคุณภาพอาคารอย่างครบวงจร แก่อาคารทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ที่อยู่อาศัย สำนักงาน อาคาร mix-used ห้างสรรพสินค้า และอาคารเชิงพาณิชย์ โดยประกอบไปด้วยบริการ 4 รูปแบบ ซึ่งเจ้าของธุรกิจสามารถเลือกสรรได้เองตามความต้องการและความเหมาะสมกับรูปแบบโครงสร้างและระบบภายในอาคาร Engineering Maintenance & Improvement งานบริการดูแลและบำรุงรักษาระบบวิศวกรรมอาคาร เพื่อรักษาสภาพของระบบ เครื่องจักร อุปกรณ์ในอาคารให้มีสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ประกอบไปด้วย งานบำรุงรักษาระบบวิศวกรรมอาคาร งานซ่อมแซม ปรับปรุงอาคาร และระบบวิศวกรรมอาคาร Energy Consultancy งานบริการด้านวิศวกรรมอาคาร สำรวจ ตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงาน ประกอบไปด้วย บริการที่ปรึกษาการจัดทำระบบจัดการพลังงาน 8 ขั้นตอน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และนอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยีเข้ามานำเสนอในบริการที่ปรึกษาการจัดการพลังงานของระบบปรับอากาศภายในอาคาร (AIoT Platform) โดยใช้ IoT เข้ามาช่วยในการจัดการได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการ หรือ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นลง เพื่อเป้าหมายในการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม…

พลัส พร้อพเพอร์ตี้ รับบริหารงานขายโครงการพอร์ทเทรท พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่

พลัส พร้อพเพอร์ตี้ รับบริหารงานขายโครงการพอร์ทเทรท พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ชูจุดเด่นด้านการออกแบบที่ผสมผสานความงดงามเข้ากับฟังก์ชัน ในสังคมส่วนตัวเพียง 26 ครอบครัว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่บนทำเลศักยภาพพระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา มูลค่าโครงการกว่า 505 ล้านบาท โอเพนเฮ้าส์ เปิดตัวโครงการพอร์ทเทรท พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ แลนด์มาร์คใหม่ในย่านพระราม 9 – กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ บ้านเดี่ยวหรูระดับลักซ์ชัวรี่ บนที่ดินเริ่มต้น 60 ตร.ว. เตรียมเปิดชมบ้านตัวอย่าง ครั้งแรก! ในวันที่ 23-24 พฤศจิกายน นี้ ราคาเริ่มต้น 16.9 -26 ล้านบาท* นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารงานขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ ได้รับความไว้วางใจจาก บริษัท โอเพนเฮ้าส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ให้เป็นผู้บริหารงานขายโครงการพอร์ทเทรท พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ (PORTRAITR Rama 9 – New Krungthep Kreetha) โครงการบ้านเดี่ยวหรูระดับลักซ์ชัวรี่ มูลค่าโครงการกว่า 505 ล้านบาท เป็นโครงการที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ด้วยทำเลที่ตั้งที่โดดเด่นและการออกแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ โดยโครงการเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ในสังคมส่วนตัว เพียง 26 ยูนิต มี 2 แบบบ้าน ได้แก่ แบบบ้าน PENN ที่ดินเริ่มต้น 63 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 303 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ และ แบบบ้าน PORTIA ที่ดินเริ่มต้น 80 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 367 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล Best Leadership Agent จากเวที Living Insider Awards 2024

นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ขึ้นรับรางวัล Best Leadership Agent จาก Living Insider Award 2024 เวทีมอบรางวัลเกียรติยศหนึ่งเดียวแห่งวงการอสังหาฯ ตัดสินโดยคณะกรรมการ ผู้เชี่ยวชาญในแวดวง เพื่อเป็นการเชิดชูผลงานนายหน้าด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยมุ่งยกระดับศักยภาพวงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในการคว้ารางวัลจากเวที Living Insider Awards เป็นปีที่สอง โดยในปีนี้ สามารถคว้ารางวัล Best Leadership Agent ซึ่งมอบให้แก่ผู้ประกอบการที่บริหารจัดการทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถขับเคลื่อนความสำเร็จทางธุรกิจ มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนทีมและองค์กรให้ประสบความสำเร็จผ่านกลยุทธ์การบริหารงานที่มีศักยภาพ ตลอดจนเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับวงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย จากประสบการณ์กว่า 28 ปี ที่พลัสฯ บริหารงานขาย การตลาดและให้คำปรึกษาในการโครงการมากกว่า 140 โครงการ มูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาททั้งกรุงเทพฯและหัวเมืองต่างจังหวัด รวมถึงให้คำปรึกษาการซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์แก่นักลงทุนและผู้อยู่อาศัย เราให้ความใส่ใจความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ ด้วยประสบการณ์ที่มากกว่า 28 ปี การได้รับรางวัลในครั้งนี้ สะท้อนถึงจุดยืนที่แข็งแกร่งของพลัสฯ ที่เป็นเบอร์หนึ่งในด้านการให้บริการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ในประเทศไทย โดยพลัสฯ มุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาบริการ และส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการผลักดันและยกระดับบริการในวงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ข่าวที่เกี่ยวข้อง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล Best Property Management เจ้าแรกของประเทศไทย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้า 13 รางวัล G-Green ตอกย้ำผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์แบบยั่งยืน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กวาดรางวัล 5 อาคารบริหารจัดการพื้นที่สีเขียวที่ยั่งยืน ประจำปี 2566 พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย

พลัสฯ รุกตลาดภูเก็ตต่อเนื่อง ส่งท้ายปีด้วย 3 โครงการสุดหรู มูลค่ารวมกว่า 1,500 ล้านบาท

ตอกย้ำศักยภาพการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านการบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ประกาศความสำเร็จในธุรกิจรุกตลาดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง โดยได้ลงนามสัญญาบริหารโครงการคุณภาพ 3 โครงการ ทั้งแนวราบและแนวสูง มูลค่ารวมกว่า 1,500 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความน่าสนใจของตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตที่กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “ความสำเร็จในการได้รับความไว้วางใจให้บริหารงานขาย 3 โครงการใหม่ในภูเก็ต สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้พัฒนาโครงการในศักยภาพของพลัสฯ ที่สั่งสมประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญในการเป็นตัวแทนขาย Plus Sole Agent ในตลาดภูเก็ตมายาวนานกว่า 13 ปี ทั้งดูแลโครงการของแสนสิริ และผู้พัฒนาอสังหาอื่นๆ มีปัจจัยบวกจากการท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวอย่างเต็มที่ และภูเก็ตเป็นเมืองเศรษฐกิจที่ตอบโจทย์กลุ่มชาวต่างชาติ ทั้งรัสเซีย ยุโรป อเมริกัน สิงคโปร์ ที่ซื้ออยู่เองเพื่อเป็นบ้านหลังที่ 2 รวมถึงกลุ่มนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ ที่ลงทุนปล่อยเช่าให้กับกลุ่มชาวต่างชาติ และหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดเทรนด์การทำงานระยะไกล (Remote working) ทำให้หลายคนเลือกที่จะมาทำงานและพักอาศัยในภูเก็ตระยะยาว (Long Stay) ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยประเภทวิลล่าหรือคอนโดมิเนียมที่มีพื้นที่กว้างขวางและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเพิ่มขึ้น เป็นการตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตที่กำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง” ภูเก็ตแหล่งรวมโครงการคุณภาพ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ 3 โครงการเด่นที่ Plus Sole Agent รับบริหาร Mali Villas: พูลวิลล่าสุดหรู 7 ยูนิต มูลค่าโครงการ 210 ล้านบาท โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ใส่ใจทุกรายละเอียด และใช้วัสดุคุณภาพสูง พร้อมมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดให้แก่ผู้อยู่อาศัย SURFHOUSE Residences: คอนโดมิเนียมบูติกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 34 ยูนิต มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท มาพร้อมสิทธิพิเศษมากมายจากเครือ Sala Hospitality Group ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัว Villa Qabalah: พูลวิลล่าหรู 31 ยูนิต มูลค่าโครงการ 800 ล้านบาท โดดเด่นด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงความยั่งยืน ผสานธรรมชาติเข้ากับการอยู่อาศัยได้อย่างลงตัว ที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าทำยอดขายไปแล้ว 50% ของโครงการ Plus Sole Agent พร้อมเป็นพันธมิตรในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต “ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในตลาดภูเก็ตมายาวนาน Plus Sole Agent พร้อมมอบบริการที่ครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษาด้านการตลาด การขาย และการบริหารโครงการ เพื่อให้ทุกโครงการประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด คาดว่าในไตรมาสสุดท้ายนี้ จะได้รับการตอบรับของตลาดทำให้การขายเร็วขึ้น เพื่อดูดซับความต้องการของกำลังซื้อที่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจในปัจจุบัน” นางสาวสมสกุล กล่าว พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มั่นใจว่าโครงการนี้จะได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าในเชียงใหม่ และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สังคมคุณภาพให้กับเมืองเชียงใหม่ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารเกี่ยวกับโครงการได้ที่ plus.co.th/sole-agent…