ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH
ปล่อยเช่าคอนโด

ปล่อยเช่าคอนโดอย่างไรให้คุ้มค่า พร้อมข้อกฎหมายที่เจ้าของห้องต้องรู้

หลายคนที่กำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ อาจมีคำถามในใจว่า “การซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม” เมื่อเทียบกับสภาวะตลาดที่มีความผันผวนในช่วงนี้ แต่ความคุ้มค่าของการปล่อยเช่าคอนโดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทำเลที่มีศักยภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงราคาซื้อเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนที่จะได้รับ ไปจนถึงกลุ่มผู้เช่าเป้าหมายในพื้นที่นั้นๆ ด้วย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปหาคำตอบว่าการซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มค่าจริงหรือไม่ พร้อมเผยเคล็ดลับในการปล่อยเช่าให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ข้อกฎหมายสำคัญที่เจ้าของห้องต้องรู้ รวมถึงบริการที่จะช่วยให้การปล่อยเช่าคอนโดของคุณเป็นเรื่องง่ายและหายห่วง ซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม เช็กปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุน ก่อนตัดสินใจลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า นักลงทุนควรวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อประเมินว่าการลงทุนครั้งนี้จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่ โดยสามารถสรุปปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาได้ดังนี้ ปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น vs ระยะยาว แบบไหนดีกว่ากัน หากตัดสินใจปล่อยเช่าคอนโดแล้ว คำถามต่อไปที่เจ้าของห้องต้องคิดต่อ คือการเลือกระหว่างการปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น 1-6 เดือน หรือการปล่อยเช่าระยะยาวหลัก 1 ปีขึ้นไป เพราะการปล่อยเช่าทั้งสองแบบนี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน และเหมาะกับทำเลและความพร้อมของเจ้าของห้องที่ต่างกันไป ดังนี้ หัวข้อ ปล่อยเช่าระยะสั้น (1-6 เดือน) ปล่อยเช่าระยะยาว (1 ปีขึ้นไป) ข้อดี ค่าเช่าต่อเดือนสูงกว่า สามารถปรับราคาตามฤดูกาลท่องเที่ยวได้ รายได้สม่ำเสมอต่อเนื่อง ดูแลง่าย เน้นตรวจสอบเป็นระยะๆ ข้อเสีย ต้องดูแลและทำความสะอาดห้องบ่อยตามการย้ายเข้าออก และมีความเสี่ยงด้านกฎหมายหากเช่าต่ำกว่า 30 วัน รายได้ต่อเดือนอาจต่ำกว่าการปล่อยเช่าระยะสั้นในบางช่วง เหมาะกับ คอนโดใกล้แหล่งท่องเที่ยว หรือติดรถไฟฟ้าใจกลางเมือง คอนโดในย่านที่อยู่อาศัย หรือใกล้แหล่งงาน กฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เจ้าของห้องต้องรู้ นอกจากเรื่องทำเลและรูปแบบการเช่าแล้ว เจ้าของห้องและนักลงทุนอสังหาฯ มือใหม่ยังควรทำความเข้าใจกฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต กฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเช่าคอนโด การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม คำถามที่เจ้าของห้องมือใหม่มักสงสัย คือ “การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม” โดยปกติแล้วเจ้าของห้องไม่มีความจำเป็นต้องแจ้งขออนุญาตจากนิติบุคคลก่อนปล่อยเช่าห้องของตนเอง เนื่องจากเป็นสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เจ้าของห้องสามารถบริหารจัดการได้ตามความเหมาะสม เว้นแต่จะมีข้อบังคับจากนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้เช่าและเจ้าของห้องเอง รวมถึงเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบและดูแลอาคาร เจ้าของห้องควรแจ้งข้อมูลผู้เช่าให้นิติบุคคลทราบ เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อ และช่วงเวลาที่เข้าพักอาศัย เพื่อให้นิติบุคคลสามารถออกบัตรผ่านเข้า-ออกอาคาร หรือประสานงานในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องก่อนปล่อยเช่า อีกหนึ่งขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม คือ การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องให้ละเอียดทั้งก่อนและหลังส่งมอบห้อง ทั้งระบบไฟฟ้า น้ำประปา เครื่องปรับอากาศ โครงสร้างของห้อง และเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่ง เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปล่อยเช่าคอนโด 1. แนวทางการปล่อยเช่าคอนโดให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้การปล่อยเช่าคอนโดเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย เจ้าของห้องควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ 2. ควรเรียกเก็บเงินมัดจำและค่าเช่าล่วงหน้าเท่าไหร่ ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 ได้กำหนดให้มีการเก็บเงินค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันความเสียหาย (เงินมัดจำ) โดยเรียกเก็บรวมกันได้ไม่เกิน 3 เดือน โดยทั่วไปแล้ว มักแบ่งการเรียกเก็บเป็นเงินประกันความเสียหาย 2 เดือน และเงินค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือนก่อนเข้าพักอาศัย…

กฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ซื้อผู้ขายต้องรู้

ในความเข้าใจของคนทั่วไป การซื้อขายบ้านหรือคอนโดอาจดูเป็นเรื่องง่ายๆ แค่ตกลงราคา จ่ายเงิน แล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อ แต่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้กลับมีรายละเอียดทางกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ซับซ้อน ที่หากมองข้ามขั้นตอนสำคัญไป ก็อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในระยะยาวได้ ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจภาพรวมของกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรทราบ ตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐาน การทำสัญญาที่รัดกุม ไปจนถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การซื้อขายบ้านหรือคอนโดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด ภาพรวมกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรรู้ ก่อนเข้าสู่รายละเอียดของสัญญาและค่าใช้จ่ายต่างๆ ผู้ซื้อและผู้ขายควรทำความเข้าใจภาพรวมก่อนว่ากฎหมายกำหนดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ไว้อย่างไรบ้าง โดยเริ่มต้นจาก อสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายคืออะไร? ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 139 นิยามคำว่า “อสังหาริมทรัพย์” หมายถึง ทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ทั้งที่ดินและทรัพย์สินที่ติดอยู่กับที่ดินอย่างถาวร หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน รวมถึงสิทธิต่างๆ ที่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นด้วย โดยตัวอย่างที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น บ้านบางนา ทาวน์โฮม และคอนโดติดรถไฟฟ้าต่างๆ เป็นต้น ขั้นตอนหลักในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยข้อกฎหมายต่างๆ ทำให้หลายๆ คนสงสัยว่า การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะถูกต้องและปลอดภัยสำหรับทั้งสองฝั่ง โดยสามารถสรุปลำดับขั้นตอนหลักๆ ได้ดังนี้ ขั้นตอนเหล่านี้ ถือเป็นข้อปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายคอนโดมือสอง หรือบ้านกรุงเทพกรีฑา ซึ่งอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปบ้าง เช่น การตรวจสอบเงื่อนไขบางประการร่วมกับนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ เป็นต้น การทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขั้นตอนการทำสัญญา ถือเป็นจุดที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างสูง เพราะหากดำเนินการผิดพลาด หรือมีข้อมูลในสัญญาที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจทำให้การซื้อขายล้มเหลวและอาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้ สัญญาจะซื้อจะขาย VS สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด หลายคนอาจสงสัยว่าสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะมีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ ตามมาตรา 453 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้ให้นิยามของ “สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์” ว่าเป็นข้อตกลงที่ผู้ขายยินยอมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินให้ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงจ่ายเงินให้ผู้ขายตามที่ตกลงกันไว้ โดยสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขาย คือ ข้อตกลงล่วงหน้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายก่อนที่จะโอนกรรมสิทธิ์จริง มักใช้ในช่วงที่ผู้ซื้อวางเงินมัดจำให้ผู้ขาย เพื่อยืนยันและเป็นหลักฐานว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้วว่าจะซื้อ-ขายกันตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ เช่น ราคา วันโอน หรือเงื่อนไขการผ่อนชำระ ตามมาตรา 456 วรรคสอง สัญญาจะซื้อจะขายจะมีผลบังคับใช้ ก็ต่อเมื่อมีอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้เกิดขึ้น 2. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด คือ สัญญาซื้อขายที่ทำในขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์จริง โดยต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น จึงจะถือว่าการซื้อขายนั้นสมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มาตรา 456 วรรคหนึ่ง ระบุว่า หากการซื้อขาย ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียมไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน สัญญาซื้อขายนั้นจะถือเป็น “โมฆะ” แม้ว่าจะมีการจ่ายเงินให้ผู้ขาย หรือมีการทำสัญญากันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วก็ตาม ด้วยเหตุนี้ ผู้ซื้อและผู้ขายจึงควรทำความเข้าใจความแตกต่างของสัญญาทั้งสองรูปแบบให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง โดยสามารถสรุปได้ตามตารางนี้ สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ทำเมื่อไหร่ ช่วงวางเงินมัดจำ วันโอนกรรมสิทธิ์จริง ทำที่ไหน…

การตรวจสอบอาคารคืออะไร รู้สัญญาณเตือนล่วงหน้าและวิธีเลือกบริษัทตรวจสอบ

สำหรับเจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลบางท่าน “การตรวจสอบอาคาร” อาจเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งปัญหาโครงสร้างเล็กๆ ค่อยๆ ลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ หรือร้ายแรงจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานโดยตรง เพราะในความเป็นจริงแล้ว การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอไม่ได้เป็นเพียงข้อบังคับทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในการใช้งานอาคาร โดยเฉพาะในคอนโดมือสองหรืออาคารที่ผ่านการใช้งานมานาน ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าอาคารที่สร้างใหม่ไม่น้อย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบอาคาร ตั้งแต่สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ขอบเขตของงานตรวจสอบตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงแนะนำบริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ ที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของอาคารและนิติบุคคลอย่างครบวงจร สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรตรวจสอบโครงสร้างอาคารเก่าโดยด่วน การสังเกตสัญญาณเตือนทางกายภาพต่างๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถตรวจสอบและรับมือได้อย่างทันท่วงที โดยมีสัญญาณเตือนที่สำคัญดังนี้ รอยร้าวและการทรุดตัว ระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค การละเลยสัญญาณเตือนเหล่านี้ ไม่เพียงส่งผลต่อสภาพอาคารเท่านั้น แต่ยังเพื่อความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และส่งผลเสียต่อมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาวได้อีกด้วย ดังนั้น การหมั่นสังเกตและตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่เจ้าของอาคารทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อประเมินความเสี่ยง พร้อมวางแผนการตรวจสอบและซ่อมแซมแก้ไขอย่างทันท่วงที การตรวจสอบอาคาร ตรวจอะไรบ้าง เจาะลึกขอบเขตงานที่สำคัญ หากมีคำถามว่าการตรวจสอบอาคารนั้นครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 32 ทวิ ได้กำหนดขอบเขตของงานตรวจสอบไว้อย่างชัดเจน โดยสามารถสรุปออกเป็น 4 ด้านหลัก ดังนี้ 1. ความมั่นคงของโครงสร้าง การตรวจสอบอาคารในด้านแรก คือ การประเมินความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร ทั้งสภาพความสมบูรณ์ของโครงสร้างหลัก การต่อเติมดัดแปลงหรือปรับปรุงสภาพอาคารที่อาจส่งผลต่อการรับน้ำหนัก รวมถึงตรวจหาความชำรุดสึกหรอต่างๆ เพื่อประเมินว่าอาคารยังสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 2. ระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร การตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร จะเน้นประเมินความสามารถในการทำงานของระบบต่างๆ และการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสมเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 3 ระบบหลัก ได้แก่ 3. สมรรถนะของระบบและอุปกรณ์ของอาคารเพื่ออพยพผู้ใช้อาคาร การประเมินสมรรถนะของบันไดหนีไฟ ทางหนีไฟ เครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน รวมถึงระบบแจ้งสัญญาณเตือนภัยว่าสามารถใช้งานได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงสนับสนุนให้ผู้ใช้อาคารสามารถอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 4. ระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในอาคาร การตรวจสอบอาคารยังครอบคลุมไปถึงแผนบริหารจัดการด้านความปลอดภัย ได้แก่ แผนการป้องกันและระงับอัคคีภัย แผนการซ้อมอพยพผู้ใช้อาคาร แผนการบริหารจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัยในอาคาร และแผนการบริหารจัดการของผู้ตรวจสอบอาคาร เพื่อให้ทุกฝ่ายพร้อมรับมือเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริง อาคาร 9 ประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ต้องตรวจสอบ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้มีการกำหนดอาคาร 9 ประเภทที่ต้องผ่านการตรวจสอบอาคารตามกฎหมายเป็นประจำทุกปี ได้แก่ โดยกลุ่มคอนโดมิเนียมที่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นทำเลสำหรับเช่าคอนโดสุขุมวิท คอนโดอ่อนนุช หรือคอนโดติดรถไฟฟ้า ต่างๆ ควรได้รับการตรวจสอบอาคารอย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน บริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ เมื่อทราบถึงความสำคัญและขอบเขตของการตรวจสอบอาคารแล้ว การเลือกผู้ให้บริการตรวจสอบอาคารที่มีความน่าเชื่อถือก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยพลัสฯ ได้ร่วมมือกับ “ทัช พร็อพเพอร์ตี้” บริษัทในเครือที่เชี่ยวชาญด้านระบบวิศวกรรมอาคารและการตรวจสอบอาคารครบวงจรมากว่า 17 ปี พร้อมประสบการณ์ตรวจสอบอาคารมาแล้วกว่า 5 ล้านตารางเมตร เพื่อมอบบริการตรวจสอบอาคารที่ครอบคลุมทุกมิติให้กับเจ้าของอาคารและนิติบุคคล ทำไมต้องเลือก PLUS และ TOUCH การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอ…

รวม 16 คอนโดใกล้มหาลัยฯ ถูกใจนักศึกษาและวัยทำงาน

การตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยในวัยเรียนหรือช่วงเริ่มต้นทำงาน ถือเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่สำคัญ โดยเฉพาะการเลือกพักอาศัยในคอนโดใกล้มหาลัย ที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางแต่ละวันแล้ว คอนโดใกล้มหาลัยยังมอบความอุ่นใจในด้านความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ในบทความนี้ พลัสฯ จึงได้รวบรวม 16 โครงการคอนโดใกล้มหาลัยฯ คุณภาพครอบคลุม 6 ทำเลศักยภาพรอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครอง นักศึกษา คนทำงานด้านการศึกษา รวมถึงนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มองหาโอกาสปล่อยเช่าในย่านสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬา ที่น่าสนใจ ย่านใจกลางเมืองอย่างปทุมวัน สามย่าน และราชเทวี ถือเป็นศูนย์กลางที่แวดล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สยามสแควร์ และศูนย์การค้าชั้นนำโดยรอบ การเลือกคอนโดย่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงตอบโจทย์การใช้ชีวิตเหนือระดับ พร้อมสะดวกด้วยขนส่งมวลชนที่เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว 1. แอชตัน จุฬา-สีลม (Ashton Chula-Silom) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ ระดับลักชัวรีที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 56 ชั้น บนทำเลใจกลางสามย่าน เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT เชื่อมต่อทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและย่านธุรกิจโดยรอบ โดดเด่นด้วยดีไซน์กระจกแบบ Curved Facade ที่ดูเรียบหรู ล้ำสมัย พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางขนาด 2 ชั้นที่ครบครัน ตอบโจทย์การเป็นคอนโดใกล้มหาลัยสำหรับทั้งนักศึกษาและคนทำงาน ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 34.0 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ ไลน์ ราชเทวี (The Line Ratchethewi) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ บนทำเลราชเทวี ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS เชื่อมต่อทั้งย่านประตูน้ำ พญาไท สยาม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดดเด่นด้วยอาคารสูง 38 ชั้น ตกแต่งภายนอกด้วยโทนสีดำ-ทองแดงอันเป็นเอกลักษณ์ จัดเต็มทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและรูปแบบห้องพักที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เงียบสงบแต่ใกล้ชิดย่านสยาม-ราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 32.62 ตารางเมตร คลิก 3. ไพน์ บาย แสนสิริ (Pyne by Sansiri) คอนโดใกล้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 42 ชั้น และทำเลติดสถานีรถไฟฟ้าหน้าโครงการแบบก้าวเดียวถึง มอบความได้เปรียบสูงสุดในการเดินทาง ตอบโจทย์การพักอาศัยด้วยห้องพักให้มีความโปร่งกว้างขวางเป็นพิเศษ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมที่ครบครัน ในทำเลทองคำในย่านราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 47.0 ตารางเมตร คลิก คอนโดใกล้ มศว อโศก ที่น่าสนใจ…

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

การตัดสินใจปล่อยขายคอนโดมือสองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การแปะประกาศหน้าโครงการหรือโพสต์รูปภาพลงบนอินเทอร์เน็ตแล้วรอให้ผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามา เพราะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีห้องคอนโดอีกจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะแข่งขันกับห้องของคุณ หากไม่มีจุดเด่นที่กระตุ้นผู้ซื้อให้สนใจ ห้องคอนโดที่ลงขายก็ยากที่จะมีใครสนใจ ไร้การติดต่อกลับ หรืออาจถูกกดราคาจนกำไรที่คาดหวังไว้หายไปไม่เหลือ เพื่อให้การขายคอนโดมือสองเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์การลงทุน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปไขข้อสงสัยว่า การขายคอนโดมือสองต้องทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม การจัดการเอกสารสำคัญทางกฎหมายที่ห้ามตกหล่น ไปจนถึงเทคนิคการต่อรองเพื่อปิดดีลให้สำเร็จลุล่วง ก่อนขายคอนโดมือสอง ต้องเตรียมอะไรบ้าง สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนขายคอนโดมือสอง คือ การเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร โดยเฉพาะโฉนดห้องชุด หรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) ของห้องคอนโดที่จะขายว่ามีข้อมูลต่างๆ ถูกต้องตรงตามชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในปัจจุบัน เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์ขาดในการซื้อขาย พร้อมตรวจสอบภาระผูกพันกับสถาบันการเงินอย่างละเอียด ว่าไม่มีภาระจำนองหรือการติดภาระอื่นๆ รวมถึงการตรวจสอบค่าส่วนกลางค้างชำระและขอใบปลอดหนี้จากนิติบุคคล เพื่อใช้ในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่หากขาดไปก็อาจสร้างปัญหาในการขายคอนโดมือสองได้ ห้องที่ดูทรุดโทรมมักทำให้ห้องคอนโดราคาตกลงมากกว่าที่ควรจะเป็น เจ้าของห้องจึงควรประเมินสภาพห้องและซ่อมแซมจุดบกพร่อง จุดชำรุดเสียหายต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มขายคอนโดมือสอง ไม่ว่าจะเป็นการเช็กการทำงานระบบไฟฟ้าและน้ำประปา  ตรวจสอบจุดรั่วซึมในห้องน้ำและระเบียง รอบแตกร้าวตามผนัง พื้นบวมแตก วอลล์เปเปอร์ลอกหลุด และจุดอื่นๆ เพื่อให้คอนโดของเราอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด สร้างความมั่นใจ ดึงดูดผู้ซื้อ และลดปัญหาการต่อรองจากสภาพห้องที่ทรุดโทรม แม้ว่าห้องคอนโดของเราจะตกแต่งเป็นอย่างดี อยู่ในทำเลทอง และแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่หากตั้งราคาหลุดจากความเป็นจริง ก็จะปิดการขายได้ยากยิ่งขึ้น การตั้งราคาขายคอนโดมือสองให้เหมาะสม จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยเริ่มจากการนำข้อมูลราคาประเมินต่อตารางเมตรของกรมธนารักษ์และราคาซื้อขายจริงของห้องคอนโดอื่นๆ ในทำเลและขนาดใกล้เคียงมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อหาช่วงราคาที่เหมาะสมกับห้องของเรา นอกจากราคาตลาดแล้ว การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของคอนโดก็สำคัญไม่แพ้กัน เจ้าของห้องควรพิจารณาว่าใครบ้างที่จะเลือกอยู่ห้องของเรา เช่น ชาวต่างชาติที่ต้องการคอนโดย่านสุขุมวิทที่มีคอมมูนิตีนานาชาติขนาดใหญ่ หรือคนทำงานทั่วไปที่มองหาคอนโดอ่อนนุชในราคาเข้าถึงง่าย เพราะแต่ละกลุ่มต่างมีความต้องการและราคาในใจที่แตกต่างกัน การมองหาจุดสมดุลระหว่างราคาที่คุ้มค่าและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ จะช่วยให้คอนโดมือสองของเราน่าสนใจและปิดการขายได้เร็วยิ่งขึ้น เทคนิคการขายคอนโดให้ได้ราคาดีและปิดการขายไว หนึ่งในวิธีขายคอนโดให้ออกไวและมีประสิทธิภาพ คือ การตกแต่งปรับปรุงห้องพักให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เช่น การทาสีผนังห้องใหม่ด้วยโทนสีขาว หรือสีเบจที่ช่วยพรางตาให้ห้องดูกว้างขวาง สะอาดตาขึ้น การเปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นโทนสีอบอุ่นเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย รวมถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งให้ดูน่าสนใจ ไม่แออัด ในสไตล์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถจินตนาการถึงการใช้ชีวิตในห้องคอนโดได้ง่ายขึ้น หลังจากที่มีผู้เริ่มสนใจคอนโดแล้ว เทคนิคขั้นต่อไป คือ การเจรจาราคาต่อรองราคาและเงื่อนไขต่างๆ กับผู้ที่สนใจซื้อ เพื่อหาข้อตกลงและปิดการขายคอนโดมือสองตามที่ต้องการ โดยเคล็ดลับของการวางแผนเจรจาต่อรองนั้น มีตั้งแต่การใช้ข้อมูลราคากลางและสถิติราคาขายจริงในอดีตเพื่อสนับสนุนการตั้งราคาของเรา เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นถึงความสมเหตุสมผล และโปร่งใส ไม่ได้เป็นการตั้งราคาเผื่อต่อที่สูงจนเกินไป หรือการเลือกใช้การเจรจาแบบ Win-Win เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพอใจกับข้อเสนอ เช่น การเสนอแถมเครื่องใช้ไฟฟ้า สิทธิ์จอดรถ หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญบางชิ้นเพื่อชดเชยกับราคาที่ผู้ซื้อขอต่อรอง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าและช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น ทำเลคือสิ่งที่นักลงทุนอสังหาฯ ต่างให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ เสมอ หากห้องคอนโดอยู่ในทำเลทองยอดนิยม เช่น ทำเลใกล้แหล่งงาน ใกล้ย่านเศรษฐกิจ หรือเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสำคัญ เจ้าของห้องก็ควรที่จะชูจุดเด่นสำคัญนี้เป็นหลัก รวมถึงการเดินทางจากคอนโดไปยังแหล่งงานหรือสถานีรถไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ เพื่อให้ผู้ซื้อรู้สึกถึงความคุ้มค่าในทำเลดังกล่าว เลือกช่องทางขายคอนโดมือสองอย่างไรให้ถูกจุด การลงประกาศบนเว็บไซต์หรือในชุมชนออนไลน์ต่างๆ ถือเป็นช่องทางหลักที่จะช่วยให้ผู้คนพบเจอกับประกาศขายของเราได้ง่ายขึ้น ซึ่งการลงประกาศที่ดีนั้น ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีจำนวนผู้เข้าใช้งานสูง มีฟีเจอร์เสริมในการดันประกาศ เพื่อให้โพสต์ขายคอนโดมือสองของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมถึงการเลือกใช้คำโปรยที่สะดุดตา เช่นการชูจุดเด่นด้านทำเล ขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก…

คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่

แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิท ครบทุกช่วง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

สุขุมวิท คือหนึ่งในทำเลศูนย์กลางแห่งความเจริญและไลฟ์สไตล์คนเมืองของกรุงเทพฯ ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความสำเร็จได้อย่างชัดเจน ทั้งการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ไปจนถึงแหล่งงานและย่านเศรษฐกิจชั้นนำ ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นแหล่งรวมโครงการคอนโดสุขุมวิทชั้นนำมากมายที่เป็นที่ต้องการของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างไม่เสื่อมคลาย ในบทความนี้ พลัสฯ ขอแนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ ครอบคลุมตั้งแต่สุขุมวิทตอนต้นจรดปลาย พร้อมเจาะลึกตั้งแต่ความน่าสนใจของทำเล แนวโน้มราคา ไปจนถึงการวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้คุณเลือกคอนโดแถวสุขุมวิทให้เช่าหรือซื้อได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้ชีวิต แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ 1. เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 (The Line Sukhumvit 101) คอนโดมิเนียม High Rise 38 ชั้น ทำเลติดถนนสุขุมวิท ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี โดดเด่นด้วยห้องพักเพดานสูงสไตล์ Duplex 3.4 – 5.5 เมตร ที่ให้ความโปร่งโล่งสบายในการพักอาศัย พร้อมความสะดวกสบายครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่สำหรับทำกิจกรรมและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ และการเดินทางที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ในทำเลสุขุมวิทตอนปลายแห่งนี้ ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 42.4 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ (The Monument Thonglor) คอนโดสุขุมวิทระดับ Ultra-Luxury ในย่านไลฟ์สไตล์อย่างทองหล่อ โดดเด่นด้วยตัวอาคาร High Rise สูงถึง 45 ชั้น ภายใต้แนวคิด Luxury is Space ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ โปร่งโล่ง เป็นส่วนตัว มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่หรูหราเหนือระดับ พร้อมวิวทิวทัศน์ใจกลางเมืองแบบพาโนรามา ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่ล้อมรอบโครงการ ถือเป็นหนึ่งในคอนโดสุขุมวิทที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในย่านนี้ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 125.25 ตารางเมตร คลิก 3. ฮาสุ เฮาส์ (Hasu Haus) คอนโดสุขุมวิทสไตล์รีสอร์ต Low Rise 7 ชั้น ภายในพื้นที่ T77 คอมมูนิตีคอนโดอ่อนนุช โดดเด่นด้วยการผสานไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้ากับพื้นที่ธรรมชาติและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นสไตล์มินิมอล มอบบรรยากาศการอยู่อาศัยที่เงียบสงบ ร่มรื่น ควบคู่ไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพื่อการใช้ชีวิตที่ลงตัวในทำเลยอดนิยมของย่านสุขุมวิทตอนปลาย ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ยืน 1 ผู้ให้บริการอสังหาฯ ครบวงจร คว้ารางวัล “Best Property Management” 2 ปีซ้อน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ สร้างความสำเร็จอีกครั้ง! คว้ารางวัลในงาน Livinginsider Thailand Developer Awards 2025 สาขา “Best Property Management” สุดยอดผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพและการรักษาคุณภาพในการส่งมอบบริการที่มีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง รางวัล Livinginsider Thailand Developer Awards 2025 จัดโดย Livinginsider ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ สำหรับการขาย-เช่าโครงการที่อยู่อาศัย เพื่อตอกย้ำการสนับสนุนและยกย่องผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยที่สร้างผลงานโดดเด่น พร้อมทั้งมีส่วนสำคัญในการยกระดับมาตรฐานและขับเคลื่อนวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน กว่า 28 ปี ที่พลัสฯ ดูแล บริหารจัดการอสังหาฯ ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งมอบบริการที่ตอบโจทย์ทั้งคุณค่าในการลงทุนและการอยู่อาศัยที่มุ่งเน้นส่งเสริมคุณภาพชีวิต ปัจจุบัน พลัสฯ ดูแลโครงการทั้งสิ้น 440 โครงการ กว่า 100,000 ครอบครัว บนพื้นที่กว่า 20 ล้าน ตร.ม. ดูแลครอบคลุมทั้งโครงการที่อยู่อาศัยและอาคารเชิงพาณิชย์ ให้บริการด้านนิติบุคคลคอนโดและหมู่บ้าน บริการตรวจอาคารและระบบวิศวกรรมอาคาร รวมถึง บริการพลัส คอนเซียจ ที่พาร์ทเนอร์กับผู้ให้บริการด้านการอยู่อาศัย เช่น แม่บ้าน ทำสวน ซักผ้า ล้างแอร์ ฯลฯ เพื่อส่งมอบบริการให้ถึงมือลูกบ้านอย่างง่ายดาย และสามารถใช้ชีวิตได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ ยังมีบริษัทในเครืออย่าง ลิฟ-24 (LIV-24) เข้ามาเติมเต็มการดูแลด้วยโซลูชันเทคโนโลยีอัจฉริยะ โดยใช้ AI (Artificial Intelligence) และ IoT (Internet of Things) ช่วยดูแลความปลอดภัยในทุกมิติ รวมถึงสามารถตรวจสอบเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์ ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยศักยภาพด้านการให้บริการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร พลัสฯ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ด้วยมาตรฐานการทำงานระดับสากลที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO ทั้งระบบบริหารงานคุณภาพ (ISO 9001) ระบบบริหารทรัพยากรกายภาพ (ISO 41001) และระบบบริหารสิ่งแวดล้อม (ISO 14001) โดยเป็นผู้ให้บริการรายแรกและรายเดียวที่สามารถบูรณาการมาตรฐานดังกล่าวครอบคลุมทุกโครงการได้อย่างครบถ้วน และยังมีสถาบันฝึกอบรม Plus Eduplex ที่ผลิตบุคลากรคุณภาพปีละกว่า 4,000 คน ซึ่งเป็นอีกส่วนสำคัญที่ช่วยให้พลัสฯ สามารถรักษามาตรฐานและคุณภาพบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน พลัสฯ ยังต่อยอดประสบการณ์และความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคสู่การพัฒนาบริการใหม่ เช่น “Plus Consultancy” ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการที่ปรึกษาเฉพาะเรื่องได้อย่างยืดหยุ่น ตอบโจทย์ลูกค้าที่มีทีมบริหารงานอยู่แล้ว แต่ต้องการคำปรึกษาเฉพาะส่วน นอกจากนี้ พลัสฯ ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกบ้าน ผ่านการสร้างคอมมูนิตี้ที่ดีและมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมสำหรับสัตว์เลี้ยง การนำผักที่ปลูกภายในโครงการมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มอบให้ลูกบ้าน หรือกิจกรรม Waste To Worth ในการคัดแยกขยะ…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดกลยุทธ์หนุนธุรกิจ Property Management โตต่อครึ่งปีหลัง

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มุ่งยกระดับการบริหารจัดการอสังหาฯ ด้วยกลยุทธ์ใหม่ครึ่งปีหลัง สร้างความมั่นใจจากลูกค้าด้วยคะแนนความพึงพอใจทะลุ 90% นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า หนึ่งในเทรนด์ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่น่าสนใจในช่วงครึ่งปีหลังนี้ คือ ‘กลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง’ (real demand) เป็นกำลังซื้อหลักที่ขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถือเป็น Game Changer จากอดีตที่กลุ่มนักลงทุนมีบทบาทสำคัญ ส่งผลให้ดีเวลลอปเปอร์ต้องหันมาเน้นการสร้างโครงการที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริง และมุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์ คอมมูนิตี้คุณภาพ ไปจนถึงบริการหลังการขาย นอกจากนี้ ยังพบว่ากลุ่มลูกค้าที่เลือกคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะผู้ที่อยู่อาศัยคนเดียวหรือคนโสด ให้ความสำคัญไม่เพียงแค่กับทำเลและงบประมาณที่เหมาะสม แต่ยังคำนึงถึงบริการหลังการขายด้วย เพราะต้องการความมั่นใจด้านความปลอดภัยและคุณภาพการดูแลหลังเข้าอยู่อาศัย เห็นได้ชัดว่าบริการหลังการขาย มีส่วนในการตัดสินใจซื้อและเป็นกุญแจสำคัญที่จะพลิกเกมการแข่งขันให้ธุรกิจอสังหาฯได้ในระยะยาว พลัสฯ เราในฐานะ Property Management ที่เป็นผู้ให้บริการจัดการด้านการอยู่อาศัย มุ่งมั่นที่จะพัฒนาต่อเนื่องเพื่อสามารถให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างในแต่ละยุคสมัย สะท้อนภาพความสำเร็จผ่านผลการประเมินความพึงพอใจจากลูกค้าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี โดยครึ่งปีแรกนี้ พลัสฯ สามารถคว้าคะแนนความพึงพอใจของลูกค้าได้สูงถึง 90.8% เพิ่มขึ้นจากปี 67 ที่ได้คะแนน 90.1% และปี 66 ที่ได้คะแนน 89.4% สะท้อนถึงการรับฟังเสียงของลูกค้าและนำมาพัฒนาบริการได้จริง โดยมิติการบริการที่ลูกค้าให้คะแนนพึงพอใจสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การบริการของพนักงาน การให้ความช่วยเหลือของพนักงาน และการดูแลพื้นที่ส่วนกลาง สอดคล้องกับดีเอ็นเอของพลัสฯ ที่ยึดมั่นในมาตรฐานการบริหารและการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าในทุกขั้นตอน นอกจากนี้ พลัสฯ ยังได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าให้ดูแลโครงการต่อเนื่องยาวนาน โดยมีโครงการที่พลัสฯ บริหารต่อเนื่องเกิน 10 ปี ถึง 113 โครงการ ในที่นี้ มีโครงการที่ดูแลยาวนานมากกว่า 20 ปี ถึง 13 โครงการ โดยมีไฮไลท์ที่โดดเด่น เช่น โครงการบ้านไข่มุก ของแสนสิริ ที่พลัสฯ ดูแลมากกว่า 30 ปี มีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 1,000% จากการดูแลรักษาและบริหารคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เปิด 6 กลยุทธ์หลัก เบื้องหลังความสำเร็จที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า 1. ระบบการทำงานที่มีมาตรฐาน พลัสฯ ใช้มาตรฐานการทำงานระดับสากล ครอบคลุมทุกโครงการ 100% ทั้งการดูแลเชิงกายภาพเพื่อให้พื้นที่ส่วนกลางสวยงามและมีมูลค่าเพิ่มตามกาลเวลา การวางกฎระเบียบที่ชัดเจน การมีแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน มีทีมสนับสนุน เช่น ฝ่ายบัญชี ฝ่ายกฎหมาย และ Call Center คอยรับเรื่องร้องเรียน เพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงอยู่เสมอ 2. มองเทรนด์ตลาด สร้างโมเดลและธุรกิจใหม่ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ เรามองเทรนด์ตลาดและความต้องการของลูกค้าจากข้อมูลจริง และมองหาโซลูชันหรือบริการใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ลูกค้า เช่น โมเดลบริหารงานแบบ Pool Resource…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ปิดดีลการประกวดราคากลุ่มอาคารสิริ แคมปัส มูลค่า 2,400 ล้านบาท

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ประกาศความสำเร็จจากการปิดดีลการประกวดราคากลุ่มอาคารสิริ แคมปัส (Siri Campus) ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารสำนักงาน ในโซนพระโขนง-สุขุมวิท ซึ่งประกอบด้วย 5 อาคาร คือ อาคารสำนักงาน 6 ชั้นจำนวน 3 หลัง, อาคารสำนักงานพาณิชย์ (ร้านค้า) 6 ชั้น จำนวน 1 หลัง, อาคารสำนักงานพาณิชย์ และพื้นที่จอดรถยนต์ 7 ชั้น จำนวน 1 หลัง ตั้งอยู่บนที่ดินเนื้อที่ 7-1-42.2 ไร่ ภายในโครงการ T77 ซอยอ่อนนุช 1/1 (ถนนสุขุมวิท 77) กรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ให้เช่ารวม 19,602 ตารางเมตร และพื้นที่ใช้สอยรวม 31,862 ตารางเมตร พร้อมพื้นที่จอดรถจำนวน 337 คัน ปัจจุบันมีรายได้จากค่าเช่าประมาณ 150 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้รับความไว้วางใจจาก บริษัท เอสพีวี 77 จำกัด (SPV77) ผู้ออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนสิริฮับ (“โครงการ”) แต่งตั้งให้เป็นตัวแทนนายหน้าซื้อขายทรัพย์สิน (Selling Agent) อย่างเป็นทางการ เพื่อดำเนินการจำหน่ายกลุ่มอาคารสิริ แคมปัส ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขตามหนังสือชี้ชวนของโครงการ ซึ่งกำหนดให้ผู้ออกโทเคนดิจิทัลดำเนินการจำหน่ายกลุ่มอาคารสิริ แคมปัส เพื่อจัดสรรส่วนแบ่งรายได้จากการจำหน่ายและปิดโครงการภายใต้เงื่อนไขและระยะเวลาที่กำหนด การประกวดราคาเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา ในราคาเสนอซื้อรวมทั้งสิ้น 2,400 ล้านบาท ซึ่งราคาดังกล่าวสะท้อนถึงมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว ซึ่งอยู่ในทำเลที่ตั้งที่มีการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตและรวดเร็วในโซนพระโขนง–อ่อนนุช-สุขุมวิทตอนปลาย อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมระหว่างใจกลางเมือง (สุขุมวิทตอนต้น) และพื้นที่นอกเมือง การเดินทางสะดวกทั้งจุดขึ้น-ลง ทางด่วน และรถไฟฟ้า BTS สถานีพระโขนงและอ่อนนุช ตอบโจทย์การเป็นอาคารสำนักงานที่เข้าถึงง่าย ทำเลโดยรอบครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้ง ฮาบิโตะ คอมมูนิตี้มอลล์ แหล่งรวมร้านค้า คาเฟ่ พื้นที่พักผ่อน และ โรงเรียนนานาชาติบางกอกเพรพ ตลอดจนบริเวณโครงการ T77 ที่ได้รับการพัฒนาเป็นคอมมูนิตี้ที่เพียบพร้อมด้วยโครงการที่อยู่อาศัย และพื้นที่สีเขียว ซึ่งช่วยเสริมบรรยากาศการพักผ่อน และตอกย้ำความเป็นทำเลที่ผสานการใช้ชีวิต การอยู่อาศัย และการทำงานได้อย่างสมดุล อาคารสำนักงานมีพื้นที่กว้างขวาง ร่มรื่น มีรูปแบบและกายภาพอาคาร ทั้งสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกที่สนับสนุนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ การปิดดีลการประกวดราคาในครั้งนี้ จึงนับเป็นความสำเร็จอีกก้าวของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในบทบาทการเป็นตัวแทนนายหน้าซื้อขายทรัพย์สิน ดำเนินการสรรหาผู้ลงทุนที่มีศักยภาพอย่างรอบคอบ โปร่งใส และคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือโทเคนดิจิทัลเป็นสำคัญ ภายใต้การดูแลของทรัสตีและผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล…

เจาะพฤติกรรมการอยู่อาศัยของคนโสด และผู้สูงวัยยุคใหม่

หากมองให้ลึกถึงภาพใหญ่ของสังคมไทยในตอนนี้ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากรที่กำลังเกิดขึ้นแบบเงียบ ๆ แต่ทรงพลัง ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2567 ระบุว่า คนวัยทำงานไทย (15–49 ปี) กว่า 40.5% เป็นคนโสด ทำให้การใช้ชีวิตคนเดียวกลายเป็นทางเลือกที่มีมากขึ้น สะท้อนถึงแนวโน้มที่เรียกว่า Solo Economy ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของการใช้ชีวิต แต่รวมถึงการบริโภค การเดินทาง การเลือกที่อยู่อาศัย และการเข้าถึงบริการที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับคนที่ใช้ชีวิตคนเดียวมากขึ้น ในขณะเดียวกัน สังคมไทยก็กำลังก้าวสู่การเป็น “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” และอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จะกลายเป็น Super Aged Society หรือ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” โดยในปี 2573 ประชากรไทยกว่า 20% จะมีอายุเกิน 60 ปี และในปี 2593 ประชากรวัยทำงานจะหายไปกว่า 11 ล้านคน เมื่อโครงสร้างประชากรเปลี่ยนไป พฤติกรรมการใช้ชีวิตก็เปลี่ยนตาม ทั้งนี้ “การอยู่อาศัย” คือหนึ่งในมิติสำคัญที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างชัดเจน พฤติกรรมในการอยู่อาศัยของกลุ่มคนโสด ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดี มีความเป็นส่วนตัว ปลอดภัย สะดวกสบาย และมีคอมมูนิตี้ที่มีคุณภาพและพร้อมให้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งได้ ส่วนกลุ่มผู้สูงวัยให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความปลอดภัย และการมีระบบดูแลรองรับเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมพื้นที่ที่เอื้อต่อสุขภาวะทั้งกายและใจ ในฐานะผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการที่อยู่อาศัย เราไม่เพียงมองถึงการดูแลโครงการให้ได้มาตรฐาน แต่ยังมองไปถึงคุณภาพชีวิตและการอยู่อาศัย ยิ่งในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ผู้ประกอบการก็ต้องปรับตัวให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงนั้นอยู่เสมอ วันนี้จึงอยากจะขอแนะนำ 5 แนวทางในการจัดการโครงการที่อยู่อาศัย (Property Management) ให้สอดรับกับความต้องการของกลุ่มคนโสดและผู้สูงวัย ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ดังต่อไปนี้ 1. จัดการข้อมูลเชิงลึกของผู้อยู่อาศัย เช่น บ้านไหนมีผู้สูงวัย ผู้ที่อาศัยอยู่คนเดียว หรือมีภาวะต้องดูแลเป็นพิเศษ โดยควรออกแบบเป็นระบบ Data Centre ที่สามารถอัปเดตข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ และใช้งานร่วมกันระหว่างทีมงานที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อจัดเก็บ แต่เพื่อนำไปใช้ในการดูแลอย่างรู้บริบท อาทิ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น การลื่นล้มหรืออาการเจ็บป่วยกะทันหัน ทีมงานที่มีข้อมูลอยู่แล้วจะสามารถเข้าถึงและให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ลดความเสี่ยงและเพิ่มความอุ่นใจให้กับลูกบ้านอย่างแท้จริง 2. ออกแบบพื้นที่และคอมมูนิตี้ให้ตอบโจทย์กลุ่ม Pet Parent ทั้งคนโสดและผู้สูงวัยจำนวนไม่น้อยในปัจจุบัน เลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกครอบครัว ทำให้โครงการที่อยู่อาศัยจำเป็นต้องออกแบบพื้นที่ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโซนสัตว์เลี้ยง สนามหญ้า ทางเดินเฉพาะ การจัดการขยะ รวมถึงกฎระเบียบที่ชัดเจนด้านความสะอาดและความปลอดภัย ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการอยู่ร่วมกันอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้ การสร้างคอมมูนิตี้ผ่านกิจกรรมสำหรับกลุ่มคนรักสัตว์ เช่น บริการฉีดวัคซีน หรือ Mobile Grooming ภายในโครงการ ยังช่วยเติมเต็มความสุขและความผูกพันของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว 3. ส่งเสริมสุขภาพกายและใจให้ผู้อยู่อาศัย อาจมีการร่วมมือกับสถาบันเพื่อสุขภาพหรือโรงพยาบาลในการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมด้านสุขภาพในโครงการ เช่น การคำนวณโภชนาการอาหาร การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกบ้านเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างคอมมูนิตี้ที่ส่งเสริมสุขภาพภายในโครงการ เช่น กิจกรรมโยคะ ทำอาหารคลีน ออกกำลังกาย เป็นต้น 4. ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อยกระดับความปลอดภัย…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ โชว์ผลประกอบการครึ่งปีแรก ทะลุ 9 ร้อยล้าน สะท้อนดีมานด์ Property Management โตต่อ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2568 ทำรายได้รวม 950 ลบ. เติบโต 10% จากปี 67 ครอบคลุมธุรกิจบริหารจัดการอสังหาฯครบวงจร และบริษัทในเครือ (ทัช พร็อพเพอร์ตี้ และ ลิฟ-24)   หน่วยธุรกิจทำรายได้สูงสุด 3 อันดับแรก คือ การจัดการด้านการอยู่อาศัย (Living Management), การบริหารจัดการอาคารเชิงพาณิชย์ (Facility Management) และ ลิฟ-24 (LIV-24)   พลัสฯ ประสบความสำเร็จจากกลยุทธ์การขยายตลาดและการเปิดตัวบริการใหม่ เช่น การรุกตลาดภูเก็ตที่เติบโตสูง และการต่อยอด LIV-24 สู่กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม   ครึ่งปีหลัง เดินหน้าต่อ ผลักดันโมเดลบริหารอสังหาฯ แนวใหม่ “Pool Resource” บริหารทีมงานแบบแชร์ระหว่างโครงการ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุนแรงงาน โดยยังคงมาตรฐานคุณภาพบริการอย่างเข้มข้น   นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ผลประกอบการครึ่งปีแรกเป็นไปตามเป้าหมาย ทำรายได้รวม 950 ล้านบาท เติบโตขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปี 67 สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าและศักยภาพตลาดบริการอสังหาริมทรัพย์ (Property Management) ที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริการหลังการขายซึ่งเป็นที่ต้องการสูงในกลุ่มโครงการพรีเมียม ทั้งในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น เชียงใหม่ หัวหิน และภูเก็ต ปัจจุบัน พลัสฯ ดูแลโครงการทั้งแนวราบ (Low Rise), แนวสูง (High Rise) และอาคารเชิงพาณิชย์ (Commercial Building) รวมทั้งสิ้น 440 โครงการ ครอบคลุมกว่า 100,000 ครอบครัว บนพื้นที่กว่า 20.2 ล้านตารางเมตร พร้อมต่อยอดบริการใหม่ๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจ สำหรับธุรกิจที่ทำรายได้สูงสุดในช่วงครึ่งปีแรก ได้แก่ การจัดการด้านการอยู่อาศัย (Living Management) หรืองานบริหารนิติบุคคลโครงการบ้านและคอนโด ทำรายได้ 580 ล้านบาท, การบริหารจัดการอาคารเชิงพาณิชย์ (Facility Management) ทำรายได้ 160 ล้านบาท และลิฟ-24 (LIV-24) บริการเทคโนโลยีความ ปลอดภัย และโซลูชั่นเพื่อยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจทำรายได้ 70 ล้านบาท โดยบริการด้านนิติบุคคลและการบริหารอาคารยังคงมีดีมานด์สูงจากทั้งลูกค้าปัจจุบันและกลุ่มใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มที่มองหาผู้ดูแลโครงการใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพ อีกทั้งแนวโน้มนี้ยังสอดรับกับการเติบโตของอาคารมิกซ์ยูสที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน LIV-24…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ – แสนสิริ สานต่อโครงการ “พลัสฯก่อการดี” ตั้งธนาคารขยะ ส่งเสริมความยั่งยืน

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ร่วมกับ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “พลัสฯก่อการดี” ด้วยการจัดตั้ง “ธนาคารขยะ DSS GREEN PACT” ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์ สมุทรปราการ เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการคัดแยกขยะรีไซเคิลในกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนฯ โดยตั้งเป้าหมายร่วมกันให้เกิดการแยกขยะประเภทพลาสติก โลหะ และขวดแก้ว รวม 500 กิโลกรัม ภายในปี 2568 ซึ่งจะช่วยลดปริมาณขยะฝังกลบและสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ และแสนสิริ ได้สนับสนุนอุปกรณ์และระบบบริหารจัดการธนาคารขยะ อาทิ ระบบจัดเก็บข้อมูลการฝากขยะ บูธ “Waste to Worth” บอร์ดแสดงสถิติน้ำหนักขยะรีไซเคิลซึ่งผลิตจากวัสดุเหลือใช้จากโครงการก่อสร้าง และเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับจัดการข้อมูลขยะของธนาคารขยะภายในโรงเรียน การจัดตั้งธนาคารขยะในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดจากกิจกรรมในปี 2567 ที่พลัสฯ เคยจัดอบรมให้ความรู้แก่สารวัตรนักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ พร้อมส่งมอบสถานีรีไซเคิล (Recycle Station) และจัดทำป้ายแยกขยะในพื้นที่โรงอาหาร เพื่อปลูกฝังวินัยการคัดแยกขยะที่ถูกต้องในชีวิตประจำวัน โครงการ DSS GREEN PACT ถือเป็นต้นแบบการผนึกกำลังระหว่างภาคเอกชน ภาคการศึกษา และเยาวชน ในการสร้างความรู้และลงมือปฏิบัติจริง ภายใต้แนวคิด “Waste to Worth – เปลี่ยนขยะให้มีคุณค่า” พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เพื่ออนาคตที่ดีของสังคมไทย ข่าวที่เกี่ยวข้อง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ แสนสิริภูเก็ต และ The Society เก็บขยะริมหาดบางเทา ในงาน BEING Thailand พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขับเคลื่อนอนาคตสีเขียว ปั้นมาตรฐานการบริหารจัดการอสังหาฯ อย่างยั่งยืน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอบรับเทรนด์ Pet Parent พัฒนาบริการจัดการที่อยู่อาศัยเพื่อคนรักสัตว์ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 30 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดพร้อมอยู่, คอนโดให้เช่า, เช่าคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, บ้านหรู, คอนโดหรู ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย