ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

5 วิธีตั้งราคาปล่อยเช่า แบบได้กำไรชัวร์ๆ ตอน2

จากบทความที่แล้ว พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้นำวิธีการคำนวณหาค่าเช่าด้วยวิธีคำนวณแบบง่ายเพื่อตั้งราคาได้รวดเร็วมาฝากกันนะคะ หากใครสนใจวิธีนี้สามารถย้อนกลับไปอ่านได้เลยค่ะ คลิกอ่าน 5 วิธีตั้งราคาปล่อยเช่า แบบได้กำไรชัวร์ๆ ตอนที่ 1 วิธีคำนวณแบบง่าย ตั้งราคาได้รวดเร็ว ซึ่งในบทความนี้ยังมีอีก 2 วิธีที่สามารถช่วยให้เราคำนวณค่าเช่าแบบแม่นยำมากขึ้น โดยมีการนำเอา Rental Yield เข้ามาประกอบการคำนวณ รวมทั้งคิดครอบคลุมค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นอันเป็นหนึ่งในต้นทุนด้วย ซึ่งทั้ง 2 วิธีนี้จะมีวิธีการคำนวณที่ค่อนข้างซับซ้อนอยู่พอสมควร แต่ก็ไม่ยากจนเกินความสามารถ เพียงแต่อาจจะมีหลายขั้นตอนมากหน่อย ไปติดตามกันได้เลยค่ะ 4. ตั้งราคาแบบเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) ระดับความยากง่ายในการคำนวณ: ซับซ้อน ระดับความแม่นยำ: 4/5 การคำนวณด้วยวิธีนี้อาจมีวิธีคำนวณที่ค่อนข้างซับซ้อนแต่ได้ผลที่ค่อนข้างแม่นยำ เพราะเราต้องคำนวณหาผลเฉลี่ยอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) ในพื้นที่นั้นก่อน เพราะแต่ละพื้นที่จะมีอัตราผลตอบแทนที่แตกต่างกัน โดยส่วนใหญ่จะคิดเป็นเปอร์เซนต์ เพื่อที่เราจะได้นำค่าเฉลี่ยนั้นมาคำนวณหาราคาปล่อยเช่าให้กับห้องของเราได้ ซึ่งเราสามารถคิด คำนวณหา Rental Yield ในพื้นที่นั้นๆ ได้ด้วยตนเอง หรือค้นหาข้อมูลผลตอบแทนการลงทุนจากโครงการได้จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เมื่อเราได้ค่าเฉลี่ยผลตอบแทนมาแล้วให้นำมาคูณกับราคามูลค่าโครงการที่ซื้อมา และนำไปหารด้วย 12 เพียงเท่านี้เราก็จะได้ราคาปล่อยเช่าในแต่ละเดือน Example ตัวอย่างการตั้งราคาแบบเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทน (Rental Yield) ต้องการปล่อยเช่าคอนโดย่านพร้อมพงษ์ ห้องชุดที่ต้องการปล่อยเช่าอยู่ย่านอโศก ซื้อมาในราคา 5,500,000 บาท ขนาด 1 ห้องนอน อ่านจากหนังสือพิมพ์พบว่าอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยจากการปล่อยเช่าในย่านนี้อยู่ที่ประมาณ 6% ต้องตั้งราคาค่าเช่าเท่าไหร่จึงจะได้กำไร ขั้นตอนที่ 1 คำนวณหาอัตราผลตอบแทนต่อปี สูตร ราคาห้องชุด x อัตราผลตอบแทน(%) วิธีทำ 5,500,000 x 6% = 330,000 ตอบ ห้องชุดนี้มีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 330,000 บาท/ปี ขั้นตอนที่ 2 คำนวณหาผลตอบแทนต่อเดือน สูตร อัตราผลตอบแทนต่อปี ÷ 12 วิธีทำ 330,000 ÷ 12 = 27,500 คำตอบสุดท้าย ควรตั้งราคาค่าเช่าเริ่มต้นที่ 27,500 บาท/เดือน (สามารถคิดราคาบวก/ลบเพิ่มจากราคาตั้งต้นนี้ หากห้องที่ปล่อยเช่ามีการตกแต่งเพิ่มเติม) 5. ตั้งราคาแบบคำนวณจากต้นทุนทั้งหมด ระดับความยากง่ายในการคำนวณ: ซับซ้อน ระดับความแม่นยำ: 5/5 การเลือกวิธีคำนวณด้วยวิธีนี้เป็นวิธีที่ซับซ้อนที่สุดจากที่กล่าวมา แต่รับรองได้ว่าหากใช้วิธีนี้คำนวณหาราคาปล่อยเช่าให้กับห้องของเราแล้วจะไม่ขาดทุนแน่นอน เพราะการคำนวณด้วยวิธีนี้เป็นการรวมเอาค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมดมาคิดคำนวณ โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือ 1. Investment Cost (ต้นทุน) ได้แก่ ราคาซื้อขายจริง, เงินกองทุน…

6 โซนสุขุมวิทกับ 6 ไลฟ์สไตล์ที่ลงตัว

สุขุมวิทเป็นถนนเส้นยาว มีโครงการคอนโดมากมายให้เลือกสรร แต่โซนใดในสุขุมวิทจะตอบโจทย์กับ ไลฟ์สไตล์ของเรามากที่สุด วันนี้พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีตัวอย่างมาให้ทุกคนได้ลองพิจารณากันครับ พูดถึงคอนโดใจกลางเมือง ใครๆ ก็ต้องนึกถึงคอนโดติดถนนสุขุมวิทเป็นตัวเลือกแรกๆ ถนนสุขุมวิท จะเรียกว่าเส้นเลือดใหญ่ของชาวกรุงก็ว่าได้ เพราะสองข้างทางและในซอยเล็กซอยน้อยเต็มไปด้วยออฟฟิศ ร้านอาหาร คาเฟ่ ห้างร้าน สิ่งอำนวยความสะดวกและสถานที่สำคัญมากมายที่มีส่วนในชีวิตประจำวันของผู้คนที่อาศัยในกรุงเทพฯ การคมนาคมก็สะดวกเพราะมีรถไฟฟ้า และชุมสายของรถประจำทาง และการคมนาคมอื่นๆ ให้เลือก สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยให้หลายคนอยากมีคอนโดอยู่ใกล้ถนนสุขุมวิท 1. อ่อนนุช ชีวิตไม่มีสุดทาง คอนโดโซนอ่อนนุชคือโซนที่อยู่อาศัยยอดนิยมสำหรับคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายของใจกลางสุขุมวิท แต่ก็อยากเดินทางได้สะดวก แม้จะอยู่เกือบชานเมือง เพราะคอนโดย่านอ่อนนุชนี้ เป็นคอนโดที่อยู่แนวรถไฟฟ้า ทำให้เดินทางเข้าเมือง ไปยังย่านออฟฟิศที่อยู่กลางเมืองได้สะดวกมาก หรือถ้าเจอวันหยุดยาวและอยากขับรถไปเที่ยวสมุทรปราการ หรือพัทยา ก็เลี้ยวขึ้นทางด่วนต่อมอเตอร์เวย์ได้ทันที คอนโดย่านอ่อนนุชกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งราคาเช่า-ซื้อก็ไม่แพงมากเมื่อเทียบกับคอนโดสุขุมวิทโซนอื่นๆ เดินทางสะดวก ประกอบกับคอมมูนิตี้มอล ร้านค้าก็มากขึ้นเรื่อยๆ และโครงการ เดอะ เบส สุขุมวิท 77 เองก็เดินจากสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุชเพียง 15 นาที 2. พระโขนง แหล่งใหม่ของเหล่า ฮิปสเตอร์ ขยับเข้ามาใกล้อีกหน่อย คือย่านพระโขนงที่รวบรวมความเก๋และความชิคไว้ไม่แพ้ใจกลางเมือง นับว่าคอนโดย่านพระโขนงนี้มีความสะดวกไม่แพ้กับใจกลางเมือง เพราะอยู่ติดเส้นรถไฟฟ้า มีถนนเชื่อมไปเส้นลาดพร้าว พระรามสี่ได้ จะเข้าเมืองหรือออกไปชานเมืองก็ไม่ได้ลำบากเช่นเดียวกับคอนโดย่านอ่อนนุช พร้อมมีห้างร้าน คอมมูนิตี้มอลล์รายล้อมครบครัน และร้านกาแฟฮิปๆ ที่ทยอยผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ถูกใจสาย café hopping ที่สุด หากคุณคือคนที่รักความสะดวกสบาย มีไลฟ์สไตล์แบบคนเมือง คอนโดย่านพระโขนงคืออีกตัวเลือกหนึ่ง เช่นคอนโดใกล้รถไฟฟ้าโครงการ เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 71 เพราะนอกจากจะเป็นคอนโดใกล้รถไฟฟ้าสถานีพระโขนงแล้ว คุณยังสามารถเดินไปยังแหล่งรวมคาเฟ่ ร้านค้า ร้านอาหารและตลาดได้อย่างสะดวกอีกด้วย 3. เอกมัยศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ ใครอยู่คอนโดย่านเอกมัย เรียกได้ว่าอยู่ในแหล่งรวมทุกสิ่งทุกอย่างของชาวสุขุมวิท ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่ชิคๆ ร้านอาหารหรูๆ ผับ ห้าง ฟิตเนส โรงหนัง คอนโดย่านเอกมัยมีให้ครบตอบโจทย์ชีวิตตั้งแต่เช้ายันค่ำ ส่วนเรื่องการเดินทางของคนอยู่คอนโดย่านนี้ใกล้ทั้งรถไฟฟ้า หรือไม่อยากเดินก็มีวินมอเตอร์ไซต์พร้อมให้บริการ พาลัดเลาะเข้าทองหล่อและพร้อมพงษ์ก็ไปได้ง่าย รถตู้ รถทัวร์จอดพร้อมที่ขนส่งเอกมัย หรือจะขับรถเชื่อมไปเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทราก็สะดวก คนที่ไลฟ์สไตล์ชีวิตไม่หยุดนิ่ง ขอแนะนำให้อยู่คอนโดย่านเอกมัยเลยครับ โดยเฉพาะคอนโดซีล บายแสนสิริ ที่ดีไซน์มาตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่นของการดำเนินชีวิต ตั้งอยู่ใจกลางย่านเอกมัย ให้คุณใช้ชีวิตในทุกด้านแบบเต็มที่ 4. ทองหล่อ ชีวิตไม่หยุดนิ่ง ย่านที่ไม่เคยหลับ ทองหล่อ เป็นย่านในฝันของชาวเมือง เป็นทำเลในอุดมคติที่จัดสรร Work and Play ได้อย่างลงตัว เพราะมีทั้งออฟฟิศ ร้านค้าเก๋ๆ ร้านอาหารชื่อดัง ผับบาร์หรู ร้านกาแฟลับที่ซ่อนตัวอยู่ตามตรอกซอกซอย Art Gallery ที่จัดกิจกรรมเวิร์คชอป หรือเลือกซื้อและชามงานคราฟก็มีให้เลือกแบบไม่มีวันเบื่อ คนที่อยู่คอนโดในย่านทองหล่อนี้คงพูดได้เต็มปากว่าอยากใช้ชีวิตแบบไหนก็ได้ สโลว์ไลฟ์ใจกลางกรุงเทพฯ มันก็เป็นไปได้เหมือนกัน ย่านทองหล่อเป็นย่านที่เหมาะมากกับคนที่เสพติดความโมเดิร์น และชอบเฟ้นหาความแปลกใหม่ ถ้าทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่คุณมองหา คอนโด สิริ แอท…

5 ขั้นตอน ปล่อยเช่าคอนโดให้กับชาวต่างชาติ สร้าง Passive Income

เชื่อว่าหลายคนกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนเพื่อให้สินทรัพย์ที่มีอยู่งอกเงยขึ้นมา สร้างเป็น Passive Income ให้กับตัวเองยามวัยเกษียณ การปล่อยคอนโดให้เช่าที่มีอยู่ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่นิยมในหมู่นักลงทุน และหลายคนก็นิยมที่จะเลือกลงทุนปล่อยคอนโดให้เช่าในทำเลที่ Expat หรือชาวต่างชาตินิยมเช่า เพราะคิดว่าจะได้เรทของการปล่อยเช่าที่สูงกว่าเรทของคนไทยด้วยกันเอง ภาพจากห้องตัวอย่างโครงการ TAKA HAUS แต่ก็ยังมีข้อกำหนดและสิ่งที่คุณต้องรู้ในกรณีที่คุณจะปล่อยคอนโดให้เช่ากับชาวต่างชาติ เพราะเจ้าของห้องจะต้องแจ้งข้อมูลชาวต่างชาติที่เช่าห้องพักให้กับที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองหรือสถานีตำรวจในท้องที่ ซึ่งบุคคลต่างด้าว หรือชาวต่างชาติที่เช่านั้นจะต้อง “ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว” ในช่วงเวลาที่ย้ายเข้าพักอาศัยในคอนโดด้วย รวมถึงเข้ามาประกอบอาชีพ หรือทำธุรกิจภายในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยพระราชบัญญัติ คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 กำหนดไว้ว่า เจ้าของบ้าน หรือผู้จัดการโรงแรมซึ่งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย จะต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่ที่ เคหสถาน หรือโรงแรมนั้นอยู่ “ภายใน 24 ชั่วโมง” นับแต่เวลาที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัย แต่ถ้าท้องที่นั้นๆ ไม่มีที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองตั้งอยู่ ให้แจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ณ สถานีตำรวจในท้องที่นั้นๆ สิ่งสำคัญที่ต้องทราบอีกอย่างคือ ชาวต่างชาตินั้นจะต้อง “ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว” ในช่วงเวลาที่ย้ายเข้าพักอาศัยด้วย ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีที่เราจะขอหลักฐานการได้รับการอยู่อาศัยในประเทศไทยอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความปลอดภัยของทรัพย์สินของเจ้าของห้องเองด้วย ถ้าเจ้าของคอนโดรายใดไม่ปฏิบัติตาม กฎหมายได้กำหนดให้มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ในกรณีธุรกิจโรงแรม ผู้จัดการโรงแรมจำเป็นต้องแจ้งที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองเช่นกัน หากไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 10,000 บาท สำหรับวิธีการแจ้ง ให้แจ้งตามแบบ ตม. 30 โดยสามารถดาวน์โหลดได้ ที่นี่ สถานที่รับแจ้ง หากทรัพย์สินตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้แจ้งที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี ถนนแจ้งวัฒนะ ซอย 7 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 ในกรณีที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด ให้แจ้ง ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในเขตพื้นที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ส่วนวิธีการแจ้ง นอกจากจะแจ้งที่สถานที่ดังกล่าวแล้ว สามารถแจ้งทางไปรษณีย์ หรือ แจ้งทางอินเทอร์เน็ตผ่าน เว็บไซต์สำนักงานตรวจเข้าเมือง โดยผู้ปล่อยเช่าต้องแจ้งข้อมูลและยื่นเอกสารเกี่ยวกับผู้เช่า (ชาวต่างชาติ) ให้เจ้าหน้าที่นิติบุคคลเก็บไว้เป็นหลักฐานเสมอ ตามระเบียบของนิติบุคคลอาคารชุดที่ 002/2555 ว่าด้วยเรื่อง การใช้ประโยชน์ห้องชุดสำหรับบริการเช่าพักอาศัย ภาพจากห้องตัวอย่างโครงการ THE BASE Garden Rama 9 เอกสารประกอบการเช่าพักอาศัยกรณีปล่อยเช่าให้ชาวต่างชาติ มีดังนี้ 1. สำเนาบัตรประจำตัวคนต่างด้าว หรือหนังสือเดินทาง และสำเนาใบสำคัญแสดงถิ่นที่อยู่ ของผู้เช่าพักอาศัยและบริวารในห้องชุด 2. สำเนาใบรับการแจ้งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ที่กองตรวจคนเข้าเมืองรับแจ้งเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่นิติบุคคลสามารถตรวจสอบได้กรณีผู้เช่ามีพฤติกรรมน่าสงสัย 3. กรณีผู้เช่าเป็นบุคคลต่างด้าว จะเข้าพักได้ไม่เกิน 3 คนต่อหนึ่งห้องชุด ทั้งนี้เจ้าของร่วมต้องส่งข้อมูลผู้เช่าที่เป็นปัจจุบันให้ฝ่ายจัดการฯ และเพื่อความสงบปลอดภัยฝ่ายจัดการฯ จะทำการตรวจสอบเป็นประจำทุก 6 เดือนทีนี้เรามาดูกันว่า 5 ขั้นตอนของการปล่อยเช่าให้กับชาวต่างชาติ นั้นมีอะไรกันบ้าง ทั้งตัวเจ้าของห้อง ผู้เช่า และนิติบุคคล มีบทบาทและหน้าที่อย่างไร เจ้าของบ้าน/ห้องชุด 1. ตกลงและสรุปรายละเอียดของสัญญาเช่า…

5 คำถามที่ต้องการคำตอบ ก่อนตกลงใจเช่าห้อง

การทำงานในเมืองใหญ่ ที่ต้องฝ่าฟันชั่วโมงเร่งด่วน ทั้งฝนตก รถติด เสียเวลาไปในแต่ละวันมากมายแล้ว อีกหนึ่งทางเลือกของคนทำงานในเมือง คือ การเช่าห้องพักอยู่ในเมืองเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ การเลือกอพาร์ตเม้นท์ หรือคอนโดซักห้องเพื่อพักอาศัยในช่วงวันทำงานนั้น นอกจากการเลือกห้องที่ใช่ โลเคชั่นที่ใช่แล้ว คำถามต่อมาที่ควรต้องหาคำตอบจากเจ้าของห้อง หรือนายหน้าผู้ดูแลห้องนั้นๆ ก่อนตัดสินใจเช่าห้อง และทำการเซ็นสัญญานั้นมีอะไรบ้าง คำถามแรก คือ สิ่งอำนวยความสะดวกที่อยู่โดยรอบ เช่น ตลาด โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารท้องถิ่น หรือสถานีรถไฟใกล้เคียง คำถามที่ 2 กฎระเบียบของการเข้าพักอาศัย เพราะแต่ละที่อาจจะมีกฎระเบียบไม่เหมือนกัน เช่น อนุญาติให้เลี้ยงสัตว์หรือไม่ การใช้ส่วนกลางมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือจำกัดจำนวนแขกของผู้เช่ากี่คน เป็นต้น เพื่อใช้ในการตัดสินใจให้เข้ากับ ไลฟสไตล์ของเรา คำถามที่ 3 รอบการชำระค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และมีบิลค้างชำระจากผู้เช่าเก่าหรือไม่ เพื่อไม่ให้เป็นการแบกภาระสำหรับตนเอง รวมถึงค่าส่วนกลางใครเป็นผู้ชำระ คำถามที่ 4 จำนวนที่จอดรถ และค่าที่จอดรถรวมอยู่ในค่าเช่าไหม และหากมีแขกมาเยี่ยม สามารถจอดได้นานแค่ไหน หากเราต้องใช้การเดินทางด้วยรถเป็นหลัก คำถามที่ 5 จำนวนเงินค่าเช่าที่ต้องจ่ายล่วงหน้า และเงินค้ำประกัน จำนวนกี่เดือน รวมไปถึงอัตราค่าปรับหากชำระค่าเช่าล่าช้า เพื่อการบริหารเงินที่ดี หลายคนอาจหลงลืมคำถามเหล่านี้ไป และมารู้คำตอบหลังย้ายเข้ามาพักอาศัยแล้ว ซึ่งอาจจะผิดหวังเพราะมีหลายสิ่งไม่ตรงกับที่เราต้องการ ดังนั้นควรรอบคอบและถามคำถามที่อยู่ในใจให้เคลียทุกข้อสงสัย เพื่อให้เราอยู่อาศัยได้อย่างสบายกาย และสบายใจ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์ รับฝากขายปล่อยเช่า พร้อมบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ด้วยทีมงานระดับคุณภาพ หากสนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการคอนโดที่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ทำให้จังหวะชีวิตคุณสุดได้ไม่สะดุด สามารถโทรติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่ 02 688 7555 หรือ คลิกที่นี่ เพื่อค้นหายูนิตฝากขายได้เลยครับ หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, Bangkok condo for rent, คอนโดพระราม 4, Property Management บทความที่เกี่ยวข้อง : 3 สิ่งเตรียมพร้อม ก่อนยื่นกู้ซื้อบ้าน 5 นิสัยที่ควรมีถ้าอยากให้บ้านสะอาดอยู่เสมอ 10 วิธีทำความสะอาด ปรับบ้านให้มีแต่โชคดี เตรียมพร้อมค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ก่อนขึ้นบ้านใหม่

เจาะลึกพฤติกรรมผู้เช่าชาวญี่ปุ่น

ผู้เช่า “ญี่ปุ่น” สำหรับนักลงทุนที่สนใจตลาดผู้เช่า “ชาวญี่ปุ่น” เป็นกลุ่มเป้าหมาย หลังจากที่ได้ศึกษาทำเลยอดนิยมที่ชาวญี่ปุ่นชอบอยู่อาศัย รวมถึงลักษณะพิเศษเฉพาะตัวหรือคาแรคเตอร์ที่แต่ละชาติมีความชอบและสนใจที่ต่างกันจากบทความ เลือกคอนโดปล่อยเช่ายังไงให้เพอร์เฟคโดนใจชาวต่างชาติ แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือ ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายเพื่อที่จะได้นำมาประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดปล่อยเช่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็นแนวทางในการตกแต่งห้องให้มีฟังก์ชันถูกใจ ตอบโจทย์ผู้เช่าและปิดดีลได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งได้ค่าเช่าในราคาสูงอีกด้วย รูปแบบการอยู่อาศัยของลูกบ้านชาวญี่ปุ่นในโครงการที่พลัสฯ บริหาร มี 2 ประเภท คือ ครอบครัว มีจำนวนสมาชิก 3-4 คน และอาศัยอยู่คนเดียว โดยส่วนมากเป็นพนักงานจากบริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่นส่งมาประจำที่เมืองไทยเป็นระยะเวลาประมาณ 5 ปี เมื่อครบกำหนดจะย้ายไปประจำที่ประเทศอื่น (Relocation) ตัวอย่างบริษัท เช่น Toyota, Honda, Daikin และบริษัทในอมตะนคร ห้องพักที่ลูกบ้านญี่ปุ่นนิยมคือประเภท 2-3 ห้องนอนหากอยู่กันเป็นครอบครัว และ 1 ห้องนอนที่มีเฟอร์นิเจอร์ครบสำหรับผู้พักอาศัยคนเดียว โดยสิ่งสำคัญที่คนญี่ปุ่นแทบทุกห้องต้องมีคือ เครื่องทำน้ำร้อน, เครื่องกรองน้ำสำหรับอาบน้ำ และTV สามารถเชื่อมต่อสถานีโทรทัศน์ NHK ได้ สาเหตุที่ลูกบ้านญี่ปุ่นชอบอาศัยอยู่แถวทองหล่อ สุขุมวิท สำหรับคนที่มีงบประมาณ คือห้องมีขนาดใหญ่ เดินทางสะดวกเพราะส่วนใหญ่มักจะทำงานอยู่แถวชลบุรี ระยอง สามารถขึ้นทางด่วนเพื่อออกมอเตอร์เวย์ได้เลย และในย่านดังกล่าวยังถูกใจกลุ่มแม่บ้านชาวญี่ปุ่นด้วย เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของชาวญี่ปุ่นมากทั้งร้านค้าที่นำสินค้าจากญี่ปุ่นมาจำหน่าย รวมไปถึงร้านอาหารญี่ปุ่นในรูปแบบต่างๆ ใกล้ซุปเปอร์มาร์เกตญี่ปุ่น Fuji Supermarket, Tops ห้างสรรพสินค้า Emporium และร้านอาหารที่มีให้เลือกมากมาย รวมถึงคอนโดในบริเวณนี้มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่สามารถให้ลูกๆ เรียนว่ายน้ำได้ และ หากเจ็บป่วยไม่สบายก็มักจะใช้บริการที่โรงพยาบาล สมิติเวช สุขุมวิท เพราะมีล่ามภาษาญี่ปุ่นโดยเฉพาะ และที่สำคัญสะดวกสบายในเรื่องระบบการคมนาคมโดยรถไฟฟ้า ระยะเวลาการอยู่อาศัยประเภทเช่าจะเป็นไปตามสัญญาการย้ายมาทำงานประจำ ถ้าระยะยาวคือ 4-5 ปี ระยะสั้น 1 ปี โดยช่วงการเข้าอยู่อาศัยมีทั้งช่วงกลางปี (มิ.ย. – ก.ค. – ส.ค.) และ ปลายปี ขึ้นอยู่กับสัญญา และ ชาวญี่ปุ่นมักจะรักษาความสะอาดห้องเป็นอย่างดี รวมถึงจ่ายค่าเช่าตรงเวลา และจากการสอบถามไปยังฝ่ายจัดการฯ นิติบุคคล โครงการ สิริแอทสุขุมวิท และ บ้านบรรณาวรรณ ที่มีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก อัตราการอยู่อาศัยสูงที่สุดในบรรดาผู้เช่าต่างชาติ ถึงความประทับใจที่มีต่อลูกบ้านญี่ปุ่น คือ ลูกบ้านที่มาพักอาศัยมีอัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ใจดี และปฏิบัติตามกฏระเบียบข้อบังคับของการอยู่อาศัยเป็นอย่างดี และลูกบ้านก็ประทับใจการให้บริการและการช่วยเหลือในทุกเรื่องของฝ่ายจัดการฯ เช่นกัน เพราะให้บริการไม่จำกัดเฉพาะเรื่องการอยู่อาศัย เช่น ช่วยแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ช่วยดูแลลูกๆ ในขณะที่แม่ไปทำธุระ ฯลฯ หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู, คอนโด 2 ห้องนอน, คอนโดอ่อนนุช, บ้านแสนสิริ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์ รับฝากขายปล่อยเช่า พร้อมบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ด้วยทีมงานระดับคุณภาพ หากสนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการคอนโดที่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ทำให้จังหวะชีวิตคุณสุดได้ไม่สะดุด สามารถโทรติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่

รวบตึงทุกคำถาม ค่าส่วนกลางคอนโด หมู่บ้าน คืออะไร จ่ายแล้วไปไหน

ค่าส่วนกลางคืออะไร เป็นเพียงค่าใช้จ่ายเพื่อใช้บริการพื้นที่ส่วนกลางเท่านั้นหรือไม่? แล้วจำเป็นต้องจ่ายไหม? ถ้าไม่จ่ายจะเกิดอะไรขึ้น? พลัสฯ รวบตึงคำถามที่หลายคนสงสัยมาไว้ให้แล้ว ที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด ทาวน์โฮม มีความสำคัญอย่างยิ่งกับผู้พักอาศัยทุกคน เนื่องจากเราเองต้องดำรงชีวิตอยู่กับสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ ไม่ว่าคุณจะซื้อมาในราคาเท่าไหร่ก็ย่อมอยากจะให้โครงการที่เราอยู่อาศัยมีการจัดการที่ดี สภาพแวดล้อมสวยงาม สะอาด ปลอดภัย ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบาย ไปตลอด ดังนั้น เมื่อตัดสินใจ ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด แล้ว ย่อมต้องมีค่าส่วนกลาง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามมาแน่นอน เพื่อให้คุณได้ใช้ชีวิตได้ตามที่คิดไว้ ค่าส่วนกลางคอนโด ค่าส่วนกลางหมู่บ้าน คืออะไร? ค่าส่วนกลาง หรือในต่างประเทศจะใช้คำภาษาอังกฤษว่า Maintenance Fee, Common Fee ตามกฎหมายพรบ. นิติบุคคลอาคารชุด คือ เงินค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินการส่วนกลางของนิติบุคคลฯ เช่น การบริการ การดูแลรักษาพื้นที่ส่วนกลาง สิ่งอำนวยความสะดวก หรือการใช้เครื่องมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงค่าสาธารณูปโภค และการชำระภาษีต่างๆ การคำนวณค่าส่วนกลางคิดอย่างไร ค่าส่วนกลางจะถูกเรียกเก็บกับเจ้าของร่วมทุกคน ไม่ว่าจะเข้ามาอยู่อาศัยหรือใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกหรือไม่ก็ตาม โดยจะคำนวณค่าใช้จ่ายจากขนาดพื้นที่ที่เป็นเจ้าของ หากคุณเป็นเจ้าของห้องชุดในคอนโดจะจัดเก็บเป็นอัตรา/ตารางเมตร และ บ้านจำคำนวณพื้นที่เป็นอัตรา/ตารางวา เช่น ค่าส่วนกลางคอนโดมิเนียมขนาดพื้นที่ 34 ตารางเมตร คิดอัตรา 50 บาท/ตารางเมตร ชำระรายปี จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 20,400 บาท/ปี ค่าส่วนกลางหมู่บ้านขนาดพื้นที่ 50 ตารางวา คิดอัตรา 45 บาท/ตารางวา ชำระรายปี จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 24,000 บาท/ปี ในโครงการที่มีจำนวนยูนิตจำนวนมาก ค่าส่วนกลางมักจะราคาไม่สูงเนื่องจากมีจำนวนตัวหารเยอะ ทั้งนี้อัตราการคิดค่าส่วนกลางในแต่ละโครงการ จะขึ้นอยู่กับระดับ Segment ของโครงการนั้นๆ ขนาดพื้นที่ และความหลากหลายของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ บริษัทบริหารนิติบุคคล นำค่าส่วนกลางไปทำอะไรบ้าง จ่ายแล้วไปไหน? ค่าส่วนกลางที่เรียกเก็บจากเจ้าของร่วมในโครงการคอนโด หรือ โครงการหมู่บ้านจัดสรร นั้น นิติบุคคลฯ จะต้องนำมาบริหารค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจได้ว่าระบบหรืออุปกรณ์ต่างๆ จะสามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ สร้างความพึงพอใจแก่ผู้อยู่อาศัย ลดต้นทุนในการบำรุงรักษา ซึ่งนำมาสู่การสร้างมูลค่าให้แก่โครงการได้ สามารถแจกแจงรายละเอียดได้ดังนี้ ค่าใช้จ่ายตามสัญญา ในการว่าจ้างพนักงานฝ่ายบริหารอาคารฯ และช่างอาคาร, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ฝ่ายรักษาความสะอาด, งานดูแลสวนหย่อม, งานกำจัดแมลง ฯลฯ ค่าใช้จ่ายสาธารณูโภค ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟฟ้า, ค่าน้ำประปา, ค่าโทรศัพท์, อินเตอร์เนท ค่าใช้จ่ายอุปกรณ์สำนักงานต่างๆ ที่นิติบุคคลอาคารชุดฯใช้ประกอบในการปฏิบัติงานประจำวัน เช่น อุปกรณ์เครื่องเขียน, ซองจดหมาย, แบบฟอร์มใบแจ้งหนี้ใบเสร็จรับเงิน และ ฯลฯ ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบำรุงรักษา ไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อมแซม ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา การจัดซื้อสารเคมีดูแลสภาพน้ำในสระว่ายน้ำ, การเติมน้ำมันระบบปั้มดับเพลิง, ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมอุปกรณ์/เครื่องจักร, ฯลฯ ทั้งนี้ยิ่งอาคารชุดมีอายุมากขึ้น การเสื่อมสภาพ และการชำรุดของเครื่องจักรต่างๆ…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม”ครองส่วนแบ่ง 1 ใน 3 ตลาดลักซ์ชัวรีในกรุงเทพฯ

ชูมาตรฐานบริการระดับสากล ดันธุรกิจโตกว่า 10% ต่อเนื่องทุกปี พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ เปิดเผยข้อมูลการบริหารอาคารชุดระดับพรีเมียมที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตร ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งบริษัทครองส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มนี้อยู่ที่ 36% หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 1 ใน 3 ของตลาด สะท้อนถึงความไว้วางใจจากลูกค้าระดับพรีเมียมได้เป็นอย่างดี นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ดูแลพื้นที่รวมกว่า 40 ล้านตารางเมตรทั่วประเทศ มุ่งเน้นการให้บริการระดับสากลผ่านการนำระบบ ISO มาใช้ในทุกโครงการ และยังมีจุดเด่นในการออกแบบบริการระดับพรีเมียมที่เหมาะสมกับแต่ละโครงการ ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรผ่าน Plus Eduplex สถาบันฝึกอบรมที่ช่วยยกระดับทักษะ และความเชี่ยวชาญของพนักงาน พร้อมวางเส้นทางการเติบโตในสายอาชีพ ตำแหน่งงาน และค่าตอบแทนที่สอดคล้องกัน เพื่อรักษาบุคลากรคุณภาพที่พร้อมส่งมอบบริการที่ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง” อย่างไรก็ตาม การรักษาคุณภาพบริการให้ได้มาตรฐาน และงานดูแลรักษาระบบต่าง ๆ ของโครงการ ย่อมหมายรวมถึงค่าใช้จ่ายที่ทำให้ต้นทุนในการบริหารจัดการปรับตัวสูงขึ้นทุกปี ในส่วนนี้ต้องอาศัยความเข้าใจของผู้ว่าจ้าง ในการจัดเก็บอัตราค่าส่วนกลางที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้พักอาศัยได้รับบริการที่พึงพอใจ แม้ว่าทุกวันนี้ธุรกิจบริหารอาคารจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังพบว่ามีการบริหารจัดการที่ไม่เป็นมืออาชีพ และความไม่เข้าใจของผู้อยู่อาศัยในเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่สูงขึ้น ทำให้คุณภาพการบริหารจัดการ และการบริการที่ได้รับสวนทางกับความต้องการ ในปัจจุบันตลาดมีผู้เชี่ยวชาญและเป็นมืออาชีพค่อนข้างจำกัด การจะสร้างทีมงานที่มีความรู้และประสบการณ์ รวมถึงความเข้าใจระบบงานที่ได้มาตรฐานก็เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่าย และต้องอาศัยประสบการณ์ ทำให้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ลูกค้าเชื่อมั่น โดยเฉพาะในตลาดโครงการระดับพรีเมียม ทั้งนี้ จากการมุ่งเจาะตลาดกลุ่มโครงการพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่องของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งผลให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 10% จาก 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสู่ 2,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น ตอกย้ำบทบาทที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นจากลูกค้า โดยมีตัวอย่างโครงการระดับพรีเมียมที่ไว้วางใจ เช่น 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences, THE ESSE 36 ตลอดจนขยายไปยังโครงการประเภท Branded…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชวนลูกบ้านร่วมกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2” ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เดินหน้าสานต่อแนวคิดด้านความยั่งยืน จัดกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2 ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ” ณ วนอุทยานปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชวนลูกบ้านจากกรุงเทพฯ หัวหิน และชะอำ กว่า 120 คน ออกมาเปิดประสบการณ์เรียนรู้ธรรมชาติผ่านกิจกรรมอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลน พร้อมร่วมกันดูแลทรัพยากรทางทะเล ต่อยอดแนวคิดความยั่งยืนให้เกิดขึ้นผ่านการมีส่วนร่วมและการลงมือทำจริง กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “พลัสก่อการดี” ภายใต้แนวทางการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม และจัดขึ้นในช่วงวันป่าชายเลนโลก (World Mangrove Day) เพื่อร่วมสร้างความตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของระบบนิเวศป่าชายเลน ซึ่งเป็นทั้งแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ แนวป้องกันชายฝั่งตามธรรมชาติ และพื้นที่สำคัญต่อความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล พร้อมกันนี้ ยังเป็นการทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในช่วงเดือนที่ผ่านมา สะท้อนถึงความตั้งใจในการร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้านการดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน กิจกรรมในครั้งนี้ ลูกบ้านได้เรียนรู้ธรรมชาติจากทั้ง การปล่อยปูม้าคืนสู่ท้องทะเล เพื่อร่วมดูแลทรัพยากรทางทะเล พร้อมเดินศึกษาธรรมชาติบนเส้นทางป่าโกงกาง เรียนรู้ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ และสนุกไปกับกิจกรรม RC (Rally Challenge) ที่ชวนทุกคนออกตามหาคำตอบจากฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ เปลี่ยนเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เป็นประสบการณ์ที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน กิจกรรม “SEAcret Mission” จะถูกจัดขึ้นต่อเนื่อง เพื่อชวนให้ทุกคนได้ออกมาเรียนรู้ว่าธรรมชาติและการใช้ชีวิตของเราล้วนเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ระบบนิเวศป่าชายเลน ไปจนถึงการลงมือดูแลทรัพยากรธรรมชาติด้วยตัวเอง พลัสฯ เชื่อว่าความยั่งยืนเริ่มต้นได้จากความเข้าใจและการลงมือทำในเรื่องเล็ก ๆ และเมื่อทุกคนได้มีส่วนร่วม เรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้ก็สามารถกลายเป็นพลังในการดูแลโลกและส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กับคนรุ่นต่อไปได้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝันฯ” สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ปลูกฝังเยาวชนทำความดีเพื่อสังคม

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ร่วมมือกับ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ภายในโรงเรียนปลูกจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ผ่านกิจกรรมจิตอาสาและศิลปะสร้างสรรค์ โดยมุ่งปลูกฝังคุณธรรมและจิตสำนึกที่ดี การมีส่วนร่วมในการดูแลสังคม และร่วมสืบสานคุณค่าที่ดีงามของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุกสนานและเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม โครงการดังกล่าวนำความเชี่ยวชาญของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ด้านการบริหารจัดการและการดูแลอาคาร มาต่อ ยอดสู่การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน โดยร่วมกันปรับปรุงพื้นที่ภายในโรงเรียน ทั้งการซ่อมแซมห้องน้ำ ทาสีรั้ว และปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมเปิดพื้นที่ให้พนักงานและลูกบ้านของพลัสฯ เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะอาสาสมัคร ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ ทาสี และซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของโรงเรียน ไปจนถึงการร่วมทำกิจกรรมกับนักเรียน สะท้อนแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนผ่านการลงมือทำจริง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมประกวดวาดภาพสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนถ่ายทอดมุมมองและจินตนาการเรื่องการทำดีผ่านงานศิลปะ ก่อนนำผลงานที่ได้รับรางวัลมาถ่ายทอดเป็นภาพวาดบนกำแพงโรงเรียน กลายเป็นพื้นที่ศิลปะที่ช่วยสร้างสีสันและส่งต่อแนวคิดเรื่องการทำความดีให้กับนักเรียนและผู้ที่เข้ามาใช้พื้นที่ โครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้แนวคิด “พลัสก่อการดี” ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ให้กับสังคม ผ่านการพัฒนาพื้นที่ การส่งเสริมการเรียนรู้ และการเปิดโอกาสให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีแผนต่อยอดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องไปยังโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อส่งต่อพื้นที่แห่งการเรียนรู้และคุณค่าของการทำความดีให้กับเยาวชนในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ จับมือ ‘HI-TOP’ และ ‘มากมิตร’ ส่ง Food Vendingรวมเมนูร้านดัง ถึงมือลูกบ้านในโครงการ สัมผัสความอร่อยใกล้ตัวเติมเต็มการใช้ชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง!

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ, บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด ผู้พัฒนาโซลูชันตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และ บริษัท มาก-มิตร จำกัด ผู้รวบรวมแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มยอดนิยม เปิดตัว “Food Vending” ตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ นำเมนูจากร้านยอดนิยมมาไว้ภายในโครงการที่อยู่อาศัย ให้ลูกบ้านเข้าถึงอาหารคุณภาพได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและคุณภาพในการใช้ชีวิต นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในทุกมิติ โดยเรามองว่าผู้บริโภคทุกวันนี้ โดยเฉพาะวิถีชีวิตคนเมือง มองหาความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมากขึ้น เราจึงได้ร่วมมือกับ HI-TOP และมากมิตร นำ Food Vending เข้ามาให้บริการภายในโครงการ โดยคัดสรรเมนูจากร้านดัง ทั้งสตรีทฟู้ด ขนมหวาน เครื่องดื่ม ครบในตู้เดียว เพื่อให้ลูกบ้านมีทางเลือกด้านอาหารที่สะดวก เข้าถึงง่าย และพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง หรือรอ Food Delivery พร้อมรองรับการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกและปลอดภัย ถือเป็นอีกหนึ่งบริการที่ช่วยเติมเต็ม Community Living และยกระดับพื้นที่ส่วนกลางให้ตอบรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกบ้านมากยิ่งขึ้น” เริ่มนำร่องเปิดให้บริการ Food Vending ใน 5 โครงการแรก ได้แก่ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต, เดอะ เบส สุขุมวิท 77, เดอะ ไลน์ วงศ์สว่าง, เดอะ เบส สะพานใหม่ และ ไอดีโอ คิว จุฬา – สามย่าน โดยทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ต้นไตรมาส 3 ของปีนี้ นายณฐกร วิเชตชาติ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ HI-TOP ในการขยายพอร์ตธุรกิจสู่ตลาดโครงการที่อยู่อาศัย ผ่านการนำโซลูชัน Food Vending เข้ามาให้บริการในคอนโดภายใต้การดูแลของพลัสฯ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของเรามาพัฒนา Vending ที่รองรับการจัดเก็บอาหารให้คงคุณภาพ รวมถึงซอฟต์แวร์ที่สามารถตรวจสอบสต็อกสินค้าและสถานะการทำงานของตู้แบบออนไลน์ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตู้สินค้ายังมีการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อรักษาคุณภาพของอาหาร พร้อมมีทีมบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้บริการที่ราบรื่น และช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารคุณภาพได้ในทุกช่วงเวลา” นายธนาคม ฮูเซ็น…