ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH
ปล่อยเช่าคอนโด

ปล่อยเช่าคอนโดอย่างไรให้คุ้มค่า พร้อมข้อกฎหมายที่เจ้าของห้องต้องรู้

หลายคนที่กำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ อาจมีคำถามในใจว่า “การซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม” เมื่อเทียบกับสภาวะตลาดที่มีความผันผวนในช่วงนี้ แต่ความคุ้มค่าของการปล่อยเช่าคอนโดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทำเลที่มีศักยภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงราคาซื้อเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนที่จะได้รับ ไปจนถึงกลุ่มผู้เช่าเป้าหมายในพื้นที่นั้นๆ ด้วย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปหาคำตอบว่าการซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มค่าจริงหรือไม่ พร้อมเผยเคล็ดลับในการปล่อยเช่าให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ข้อกฎหมายสำคัญที่เจ้าของห้องต้องรู้ รวมถึงบริการที่จะช่วยให้การปล่อยเช่าคอนโดของคุณเป็นเรื่องง่ายและหายห่วง ซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม เช็กปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุน ก่อนตัดสินใจลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า นักลงทุนควรวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อประเมินว่าการลงทุนครั้งนี้จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่ โดยสามารถสรุปปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาได้ดังนี้ ปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น vs ระยะยาว แบบไหนดีกว่ากัน หากตัดสินใจปล่อยเช่าคอนโดแล้ว คำถามต่อไปที่เจ้าของห้องต้องคิดต่อ คือการเลือกระหว่างการปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น 1-6 เดือน หรือการปล่อยเช่าระยะยาวหลัก 1 ปีขึ้นไป เพราะการปล่อยเช่าทั้งสองแบบนี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน และเหมาะกับทำเลและความพร้อมของเจ้าของห้องที่ต่างกันไป ดังนี้ หัวข้อ ปล่อยเช่าระยะสั้น (1-6 เดือน) ปล่อยเช่าระยะยาว (1 ปีขึ้นไป) ข้อดี ค่าเช่าต่อเดือนสูงกว่า สามารถปรับราคาตามฤดูกาลท่องเที่ยวได้ รายได้สม่ำเสมอต่อเนื่อง ดูแลง่าย เน้นตรวจสอบเป็นระยะๆ ข้อเสีย ต้องดูแลและทำความสะอาดห้องบ่อยตามการย้ายเข้าออก และมีความเสี่ยงด้านกฎหมายหากเช่าต่ำกว่า 30 วัน รายได้ต่อเดือนอาจต่ำกว่าการปล่อยเช่าระยะสั้นในบางช่วง เหมาะกับ คอนโดใกล้แหล่งท่องเที่ยว หรือติดรถไฟฟ้าใจกลางเมือง คอนโดในย่านที่อยู่อาศัย หรือใกล้แหล่งงาน กฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เจ้าของห้องต้องรู้ นอกจากเรื่องทำเลและรูปแบบการเช่าแล้ว เจ้าของห้องและนักลงทุนอสังหาฯ มือใหม่ยังควรทำความเข้าใจกฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต กฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเช่าคอนโด การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม คำถามที่เจ้าของห้องมือใหม่มักสงสัย คือ “การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม” โดยปกติแล้วเจ้าของห้องไม่มีความจำเป็นต้องแจ้งขออนุญาตจากนิติบุคคลก่อนปล่อยเช่าห้องของตนเอง เนื่องจากเป็นสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เจ้าของห้องสามารถบริหารจัดการได้ตามความเหมาะสม เว้นแต่จะมีข้อบังคับจากนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้เช่าและเจ้าของห้องเอง รวมถึงเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบและดูแลอาคาร เจ้าของห้องควรแจ้งข้อมูลผู้เช่าให้นิติบุคคลทราบ เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อ และช่วงเวลาที่เข้าพักอาศัย เพื่อให้นิติบุคคลสามารถออกบัตรผ่านเข้า-ออกอาคาร หรือประสานงานในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องก่อนปล่อยเช่า อีกหนึ่งขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม คือ การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องให้ละเอียดทั้งก่อนและหลังส่งมอบห้อง ทั้งระบบไฟฟ้า น้ำประปา เครื่องปรับอากาศ โครงสร้างของห้อง และเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่ง เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปล่อยเช่าคอนโด 1. แนวทางการปล่อยเช่าคอนโดให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้การปล่อยเช่าคอนโดเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย เจ้าของห้องควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ 2. ควรเรียกเก็บเงินมัดจำและค่าเช่าล่วงหน้าเท่าไหร่ ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 ได้กำหนดให้มีการเก็บเงินค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันความเสียหาย (เงินมัดจำ) โดยเรียกเก็บรวมกันได้ไม่เกิน 3 เดือน โดยทั่วไปแล้ว มักแบ่งการเรียกเก็บเป็นเงินประกันความเสียหาย 2 เดือน และเงินค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือนก่อนเข้าพักอาศัย…

กฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ซื้อผู้ขายต้องรู้

ในความเข้าใจของคนทั่วไป การซื้อขายบ้านหรือคอนโดอาจดูเป็นเรื่องง่ายๆ แค่ตกลงราคา จ่ายเงิน แล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อ แต่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้กลับมีรายละเอียดทางกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ซับซ้อน ที่หากมองข้ามขั้นตอนสำคัญไป ก็อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในระยะยาวได้ ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจภาพรวมของกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรทราบ ตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐาน การทำสัญญาที่รัดกุม ไปจนถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การซื้อขายบ้านหรือคอนโดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด ภาพรวมกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรรู้ ก่อนเข้าสู่รายละเอียดของสัญญาและค่าใช้จ่ายต่างๆ ผู้ซื้อและผู้ขายควรทำความเข้าใจภาพรวมก่อนว่ากฎหมายกำหนดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ไว้อย่างไรบ้าง โดยเริ่มต้นจาก อสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายคืออะไร? ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 139 นิยามคำว่า “อสังหาริมทรัพย์” หมายถึง ทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ทั้งที่ดินและทรัพย์สินที่ติดอยู่กับที่ดินอย่างถาวร หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน รวมถึงสิทธิต่างๆ ที่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นด้วย โดยตัวอย่างที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น บ้านบางนา ทาวน์โฮม และคอนโดติดรถไฟฟ้าต่างๆ เป็นต้น ขั้นตอนหลักในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยข้อกฎหมายต่างๆ ทำให้หลายๆ คนสงสัยว่า การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะถูกต้องและปลอดภัยสำหรับทั้งสองฝั่ง โดยสามารถสรุปลำดับขั้นตอนหลักๆ ได้ดังนี้ ขั้นตอนเหล่านี้ ถือเป็นข้อปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายคอนโดมือสอง หรือบ้านกรุงเทพกรีฑา ซึ่งอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปบ้าง เช่น การตรวจสอบเงื่อนไขบางประการร่วมกับนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ เป็นต้น การทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขั้นตอนการทำสัญญา ถือเป็นจุดที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างสูง เพราะหากดำเนินการผิดพลาด หรือมีข้อมูลในสัญญาที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจทำให้การซื้อขายล้มเหลวและอาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้ สัญญาจะซื้อจะขาย VS สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด หลายคนอาจสงสัยว่าสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะมีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ ตามมาตรา 453 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้ให้นิยามของ “สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์” ว่าเป็นข้อตกลงที่ผู้ขายยินยอมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินให้ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงจ่ายเงินให้ผู้ขายตามที่ตกลงกันไว้ โดยสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขาย คือ ข้อตกลงล่วงหน้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายก่อนที่จะโอนกรรมสิทธิ์จริง มักใช้ในช่วงที่ผู้ซื้อวางเงินมัดจำให้ผู้ขาย เพื่อยืนยันและเป็นหลักฐานว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้วว่าจะซื้อ-ขายกันตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ เช่น ราคา วันโอน หรือเงื่อนไขการผ่อนชำระ ตามมาตรา 456 วรรคสอง สัญญาจะซื้อจะขายจะมีผลบังคับใช้ ก็ต่อเมื่อมีอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้เกิดขึ้น 2. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด คือ สัญญาซื้อขายที่ทำในขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์จริง โดยต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น จึงจะถือว่าการซื้อขายนั้นสมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มาตรา 456 วรรคหนึ่ง ระบุว่า หากการซื้อขาย ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียมไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน สัญญาซื้อขายนั้นจะถือเป็น “โมฆะ” แม้ว่าจะมีการจ่ายเงินให้ผู้ขาย หรือมีการทำสัญญากันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วก็ตาม ด้วยเหตุนี้ ผู้ซื้อและผู้ขายจึงควรทำความเข้าใจความแตกต่างของสัญญาทั้งสองรูปแบบให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง โดยสามารถสรุปได้ตามตารางนี้ สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ทำเมื่อไหร่ ช่วงวางเงินมัดจำ วันโอนกรรมสิทธิ์จริง ทำที่ไหน…

การตรวจสอบอาคารคืออะไร รู้สัญญาณเตือนล่วงหน้าและวิธีเลือกบริษัทตรวจสอบ

สำหรับเจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลบางท่าน “การตรวจสอบอาคาร” อาจเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งปัญหาโครงสร้างเล็กๆ ค่อยๆ ลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ หรือร้ายแรงจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานโดยตรง เพราะในความเป็นจริงแล้ว การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอไม่ได้เป็นเพียงข้อบังคับทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในการใช้งานอาคาร โดยเฉพาะในคอนโดมือสองหรืออาคารที่ผ่านการใช้งานมานาน ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าอาคารที่สร้างใหม่ไม่น้อย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบอาคาร ตั้งแต่สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ขอบเขตของงานตรวจสอบตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงแนะนำบริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ ที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของอาคารและนิติบุคคลอย่างครบวงจร สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรตรวจสอบโครงสร้างอาคารเก่าโดยด่วน การสังเกตสัญญาณเตือนทางกายภาพต่างๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถตรวจสอบและรับมือได้อย่างทันท่วงที โดยมีสัญญาณเตือนที่สำคัญดังนี้ รอยร้าวและการทรุดตัว ระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค การละเลยสัญญาณเตือนเหล่านี้ ไม่เพียงส่งผลต่อสภาพอาคารเท่านั้น แต่ยังเพื่อความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และส่งผลเสียต่อมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาวได้อีกด้วย ดังนั้น การหมั่นสังเกตและตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่เจ้าของอาคารทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อประเมินความเสี่ยง พร้อมวางแผนการตรวจสอบและซ่อมแซมแก้ไขอย่างทันท่วงที การตรวจสอบอาคาร ตรวจอะไรบ้าง เจาะลึกขอบเขตงานที่สำคัญ หากมีคำถามว่าการตรวจสอบอาคารนั้นครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 32 ทวิ ได้กำหนดขอบเขตของงานตรวจสอบไว้อย่างชัดเจน โดยสามารถสรุปออกเป็น 4 ด้านหลัก ดังนี้ 1. ความมั่นคงของโครงสร้าง การตรวจสอบอาคารในด้านแรก คือ การประเมินความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร ทั้งสภาพความสมบูรณ์ของโครงสร้างหลัก การต่อเติมดัดแปลงหรือปรับปรุงสภาพอาคารที่อาจส่งผลต่อการรับน้ำหนัก รวมถึงตรวจหาความชำรุดสึกหรอต่างๆ เพื่อประเมินว่าอาคารยังสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 2. ระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร การตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร จะเน้นประเมินความสามารถในการทำงานของระบบต่างๆ และการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสมเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 3 ระบบหลัก ได้แก่ 3. สมรรถนะของระบบและอุปกรณ์ของอาคารเพื่ออพยพผู้ใช้อาคาร การประเมินสมรรถนะของบันไดหนีไฟ ทางหนีไฟ เครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน รวมถึงระบบแจ้งสัญญาณเตือนภัยว่าสามารถใช้งานได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงสนับสนุนให้ผู้ใช้อาคารสามารถอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 4. ระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในอาคาร การตรวจสอบอาคารยังครอบคลุมไปถึงแผนบริหารจัดการด้านความปลอดภัย ได้แก่ แผนการป้องกันและระงับอัคคีภัย แผนการซ้อมอพยพผู้ใช้อาคาร แผนการบริหารจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัยในอาคาร และแผนการบริหารจัดการของผู้ตรวจสอบอาคาร เพื่อให้ทุกฝ่ายพร้อมรับมือเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริง อาคาร 9 ประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ต้องตรวจสอบ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้มีการกำหนดอาคาร 9 ประเภทที่ต้องผ่านการตรวจสอบอาคารตามกฎหมายเป็นประจำทุกปี ได้แก่ โดยกลุ่มคอนโดมิเนียมที่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นทำเลสำหรับเช่าคอนโดสุขุมวิท คอนโดอ่อนนุช หรือคอนโดติดรถไฟฟ้า ต่างๆ ควรได้รับการตรวจสอบอาคารอย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน บริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ เมื่อทราบถึงความสำคัญและขอบเขตของการตรวจสอบอาคารแล้ว การเลือกผู้ให้บริการตรวจสอบอาคารที่มีความน่าเชื่อถือก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยพลัสฯ ได้ร่วมมือกับ “ทัช พร็อพเพอร์ตี้” บริษัทในเครือที่เชี่ยวชาญด้านระบบวิศวกรรมอาคารและการตรวจสอบอาคารครบวงจรมากว่า 17 ปี พร้อมประสบการณ์ตรวจสอบอาคารมาแล้วกว่า 5 ล้านตารางเมตร เพื่อมอบบริการตรวจสอบอาคารที่ครอบคลุมทุกมิติให้กับเจ้าของอาคารและนิติบุคคล ทำไมต้องเลือก PLUS และ TOUCH การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอ…

รวม 16 คอนโดใกล้มหาลัยฯ ถูกใจนักศึกษาและวัยทำงาน

การตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยในวัยเรียนหรือช่วงเริ่มต้นทำงาน ถือเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่สำคัญ โดยเฉพาะการเลือกพักอาศัยในคอนโดใกล้มหาลัย ที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางแต่ละวันแล้ว คอนโดใกล้มหาลัยยังมอบความอุ่นใจในด้านความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ในบทความนี้ พลัสฯ จึงได้รวบรวม 16 โครงการคอนโดใกล้มหาลัยฯ คุณภาพครอบคลุม 6 ทำเลศักยภาพรอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครอง นักศึกษา คนทำงานด้านการศึกษา รวมถึงนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มองหาโอกาสปล่อยเช่าในย่านสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬา ที่น่าสนใจ ย่านใจกลางเมืองอย่างปทุมวัน สามย่าน และราชเทวี ถือเป็นศูนย์กลางที่แวดล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สยามสแควร์ และศูนย์การค้าชั้นนำโดยรอบ การเลือกคอนโดย่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงตอบโจทย์การใช้ชีวิตเหนือระดับ พร้อมสะดวกด้วยขนส่งมวลชนที่เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว 1. แอชตัน จุฬา-สีลม (Ashton Chula-Silom) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ ระดับลักชัวรีที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 56 ชั้น บนทำเลใจกลางสามย่าน เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT เชื่อมต่อทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและย่านธุรกิจโดยรอบ โดดเด่นด้วยดีไซน์กระจกแบบ Curved Facade ที่ดูเรียบหรู ล้ำสมัย พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางขนาด 2 ชั้นที่ครบครัน ตอบโจทย์การเป็นคอนโดใกล้มหาลัยสำหรับทั้งนักศึกษาและคนทำงาน ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 34.0 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ ไลน์ ราชเทวี (The Line Ratchethewi) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ บนทำเลราชเทวี ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS เชื่อมต่อทั้งย่านประตูน้ำ พญาไท สยาม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดดเด่นด้วยอาคารสูง 38 ชั้น ตกแต่งภายนอกด้วยโทนสีดำ-ทองแดงอันเป็นเอกลักษณ์ จัดเต็มทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและรูปแบบห้องพักที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เงียบสงบแต่ใกล้ชิดย่านสยาม-ราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 32.62 ตารางเมตร คลิก 3. ไพน์ บาย แสนสิริ (Pyne by Sansiri) คอนโดใกล้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 42 ชั้น และทำเลติดสถานีรถไฟฟ้าหน้าโครงการแบบก้าวเดียวถึง มอบความได้เปรียบสูงสุดในการเดินทาง ตอบโจทย์การพักอาศัยด้วยห้องพักให้มีความโปร่งกว้างขวางเป็นพิเศษ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมที่ครบครัน ในทำเลทองคำในย่านราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 47.0 ตารางเมตร คลิก คอนโดใกล้ มศว อโศก ที่น่าสนใจ…

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

การตัดสินใจปล่อยขายคอนโดมือสองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การแปะประกาศหน้าโครงการหรือโพสต์รูปภาพลงบนอินเทอร์เน็ตแล้วรอให้ผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามา เพราะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีห้องคอนโดอีกจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะแข่งขันกับห้องของคุณ หากไม่มีจุดเด่นที่กระตุ้นผู้ซื้อให้สนใจ ห้องคอนโดที่ลงขายก็ยากที่จะมีใครสนใจ ไร้การติดต่อกลับ หรืออาจถูกกดราคาจนกำไรที่คาดหวังไว้หายไปไม่เหลือ เพื่อให้การขายคอนโดมือสองเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์การลงทุน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปไขข้อสงสัยว่า การขายคอนโดมือสองต้องทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม การจัดการเอกสารสำคัญทางกฎหมายที่ห้ามตกหล่น ไปจนถึงเทคนิคการต่อรองเพื่อปิดดีลให้สำเร็จลุล่วง ก่อนขายคอนโดมือสอง ต้องเตรียมอะไรบ้าง สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนขายคอนโดมือสอง คือ การเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร โดยเฉพาะโฉนดห้องชุด หรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) ของห้องคอนโดที่จะขายว่ามีข้อมูลต่างๆ ถูกต้องตรงตามชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในปัจจุบัน เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์ขาดในการซื้อขาย พร้อมตรวจสอบภาระผูกพันกับสถาบันการเงินอย่างละเอียด ว่าไม่มีภาระจำนองหรือการติดภาระอื่นๆ รวมถึงการตรวจสอบค่าส่วนกลางค้างชำระและขอใบปลอดหนี้จากนิติบุคคล เพื่อใช้ในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่หากขาดไปก็อาจสร้างปัญหาในการขายคอนโดมือสองได้ ห้องที่ดูทรุดโทรมมักทำให้ห้องคอนโดราคาตกลงมากกว่าที่ควรจะเป็น เจ้าของห้องจึงควรประเมินสภาพห้องและซ่อมแซมจุดบกพร่อง จุดชำรุดเสียหายต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มขายคอนโดมือสอง ไม่ว่าจะเป็นการเช็กการทำงานระบบไฟฟ้าและน้ำประปา  ตรวจสอบจุดรั่วซึมในห้องน้ำและระเบียง รอบแตกร้าวตามผนัง พื้นบวมแตก วอลล์เปเปอร์ลอกหลุด และจุดอื่นๆ เพื่อให้คอนโดของเราอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด สร้างความมั่นใจ ดึงดูดผู้ซื้อ และลดปัญหาการต่อรองจากสภาพห้องที่ทรุดโทรม แม้ว่าห้องคอนโดของเราจะตกแต่งเป็นอย่างดี อยู่ในทำเลทอง และแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่หากตั้งราคาหลุดจากความเป็นจริง ก็จะปิดการขายได้ยากยิ่งขึ้น การตั้งราคาขายคอนโดมือสองให้เหมาะสม จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยเริ่มจากการนำข้อมูลราคาประเมินต่อตารางเมตรของกรมธนารักษ์และราคาซื้อขายจริงของห้องคอนโดอื่นๆ ในทำเลและขนาดใกล้เคียงมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อหาช่วงราคาที่เหมาะสมกับห้องของเรา นอกจากราคาตลาดแล้ว การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของคอนโดก็สำคัญไม่แพ้กัน เจ้าของห้องควรพิจารณาว่าใครบ้างที่จะเลือกอยู่ห้องของเรา เช่น ชาวต่างชาติที่ต้องการคอนโดย่านสุขุมวิทที่มีคอมมูนิตีนานาชาติขนาดใหญ่ หรือคนทำงานทั่วไปที่มองหาคอนโดอ่อนนุชในราคาเข้าถึงง่าย เพราะแต่ละกลุ่มต่างมีความต้องการและราคาในใจที่แตกต่างกัน การมองหาจุดสมดุลระหว่างราคาที่คุ้มค่าและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ จะช่วยให้คอนโดมือสองของเราน่าสนใจและปิดการขายได้เร็วยิ่งขึ้น เทคนิคการขายคอนโดให้ได้ราคาดีและปิดการขายไว หนึ่งในวิธีขายคอนโดให้ออกไวและมีประสิทธิภาพ คือ การตกแต่งปรับปรุงห้องพักให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เช่น การทาสีผนังห้องใหม่ด้วยโทนสีขาว หรือสีเบจที่ช่วยพรางตาให้ห้องดูกว้างขวาง สะอาดตาขึ้น การเปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นโทนสีอบอุ่นเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย รวมถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งให้ดูน่าสนใจ ไม่แออัด ในสไตล์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถจินตนาการถึงการใช้ชีวิตในห้องคอนโดได้ง่ายขึ้น หลังจากที่มีผู้เริ่มสนใจคอนโดแล้ว เทคนิคขั้นต่อไป คือ การเจรจาราคาต่อรองราคาและเงื่อนไขต่างๆ กับผู้ที่สนใจซื้อ เพื่อหาข้อตกลงและปิดการขายคอนโดมือสองตามที่ต้องการ โดยเคล็ดลับของการวางแผนเจรจาต่อรองนั้น มีตั้งแต่การใช้ข้อมูลราคากลางและสถิติราคาขายจริงในอดีตเพื่อสนับสนุนการตั้งราคาของเรา เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นถึงความสมเหตุสมผล และโปร่งใส ไม่ได้เป็นการตั้งราคาเผื่อต่อที่สูงจนเกินไป หรือการเลือกใช้การเจรจาแบบ Win-Win เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพอใจกับข้อเสนอ เช่น การเสนอแถมเครื่องใช้ไฟฟ้า สิทธิ์จอดรถ หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญบางชิ้นเพื่อชดเชยกับราคาที่ผู้ซื้อขอต่อรอง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าและช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น ทำเลคือสิ่งที่นักลงทุนอสังหาฯ ต่างให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ เสมอ หากห้องคอนโดอยู่ในทำเลทองยอดนิยม เช่น ทำเลใกล้แหล่งงาน ใกล้ย่านเศรษฐกิจ หรือเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสำคัญ เจ้าของห้องก็ควรที่จะชูจุดเด่นสำคัญนี้เป็นหลัก รวมถึงการเดินทางจากคอนโดไปยังแหล่งงานหรือสถานีรถไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ เพื่อให้ผู้ซื้อรู้สึกถึงความคุ้มค่าในทำเลดังกล่าว เลือกช่องทางขายคอนโดมือสองอย่างไรให้ถูกจุด การลงประกาศบนเว็บไซต์หรือในชุมชนออนไลน์ต่างๆ ถือเป็นช่องทางหลักที่จะช่วยให้ผู้คนพบเจอกับประกาศขายของเราได้ง่ายขึ้น ซึ่งการลงประกาศที่ดีนั้น ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีจำนวนผู้เข้าใช้งานสูง มีฟีเจอร์เสริมในการดันประกาศ เพื่อให้โพสต์ขายคอนโดมือสองของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมถึงการเลือกใช้คำโปรยที่สะดุดตา เช่นการชูจุดเด่นด้านทำเล ขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก…

คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่

แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิท ครบทุกช่วง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

สุขุมวิท คือหนึ่งในทำเลศูนย์กลางแห่งความเจริญและไลฟ์สไตล์คนเมืองของกรุงเทพฯ ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความสำเร็จได้อย่างชัดเจน ทั้งการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ไปจนถึงแหล่งงานและย่านเศรษฐกิจชั้นนำ ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นแหล่งรวมโครงการคอนโดสุขุมวิทชั้นนำมากมายที่เป็นที่ต้องการของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างไม่เสื่อมคลาย ในบทความนี้ พลัสฯ ขอแนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ ครอบคลุมตั้งแต่สุขุมวิทตอนต้นจรดปลาย พร้อมเจาะลึกตั้งแต่ความน่าสนใจของทำเล แนวโน้มราคา ไปจนถึงการวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้คุณเลือกคอนโดแถวสุขุมวิทให้เช่าหรือซื้อได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้ชีวิต แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ 1. เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 (The Line Sukhumvit 101) คอนโดมิเนียม High Rise 38 ชั้น ทำเลติดถนนสุขุมวิท ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี โดดเด่นด้วยห้องพักเพดานสูงสไตล์ Duplex 3.4 – 5.5 เมตร ที่ให้ความโปร่งโล่งสบายในการพักอาศัย พร้อมความสะดวกสบายครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่สำหรับทำกิจกรรมและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ และการเดินทางที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ในทำเลสุขุมวิทตอนปลายแห่งนี้ ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 42.4 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ (The Monument Thonglor) คอนโดสุขุมวิทระดับ Ultra-Luxury ในย่านไลฟ์สไตล์อย่างทองหล่อ โดดเด่นด้วยตัวอาคาร High Rise สูงถึง 45 ชั้น ภายใต้แนวคิด Luxury is Space ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ โปร่งโล่ง เป็นส่วนตัว มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่หรูหราเหนือระดับ พร้อมวิวทิวทัศน์ใจกลางเมืองแบบพาโนรามา ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่ล้อมรอบโครงการ ถือเป็นหนึ่งในคอนโดสุขุมวิทที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในย่านนี้ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 125.25 ตารางเมตร คลิก 3. ฮาสุ เฮาส์ (Hasu Haus) คอนโดสุขุมวิทสไตล์รีสอร์ต Low Rise 7 ชั้น ภายในพื้นที่ T77 คอมมูนิตีคอนโดอ่อนนุช โดดเด่นด้วยการผสานไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้ากับพื้นที่ธรรมชาติและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นสไตล์มินิมอล มอบบรรยากาศการอยู่อาศัยที่เงียบสงบ ร่มรื่น ควบคู่ไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพื่อการใช้ชีวิตที่ลงตัวในทำเลยอดนิยมของย่านสุขุมวิทตอนปลาย ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัสฯ แนะ 4 แนวทางป้องกันและรับมือเหตุแผ่นดินไหวในอาคาร

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในวันที่ 28 มีนาคม ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกและความเสียหายต่ออาคารและที่อยู่อาศัยในหลายพื้นที่ นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้ให้ข้อแนะนำในการจัดการเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวภายในอาคาร เพื่อช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมทั้งย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมและการดำเนินการที่ถูกต้องตามขั้นตอนดังนี้ 1. เตรียมแผนอพยพให้พร้อม และฝึกซ้อมเป็นประจำ การเตรียมแผนอพยพที่ชัดเจนและสามารถนำไปปฏิบัติได้ทันทีในกรณีที่เกิดแผ่นดินไหวเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยแผนดังกล่าวควรครอบคลุมการประสานงานของทีมอาคารและการอพยพของผู้อยู่อาศัยภายในอาคาร ควรมีการฝึกซ้อมแผนอพยพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และมีการซ้อมย่อยทุก 3-6 เดือน เพื่อให้ทุกคนคุ้นเคยกับขั้นตอนและสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง 2. ปฏิบัติตามแผนอพยพเมื่อเกิดแผ่นดินไหว หากเกิดเหตุแผ่นดินไหวและผู้คนในอาคารรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงและต่อเนื่อง หรือมีอาการเวียนหัวและสิ่งของหล่นหรือสั่นสะเทือน ควรปฏิบัติตามแผนอพยพทันที โดยใช้การประกาศเสียงตามสายหรือสัญญาณเตือนภัย เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยในอาคารอพยพไปยังจุดรวมพลที่ปลอดภัย ซึ่งควรตั้งอยู่ห่างจากตัวอาคารในระยะที่มากกว่าความสูงของอาคาร เพื่อความปลอดภัยในกรณีที่เกิดเหตุอาคารถล่ม 3. การตรวจสอบความปลอดภัยและติดตามข้อมูล หลังจากการอพยพเรียบร้อยแล้ว ต้องมีการตรวจสอบรายชื่อหรือจำนวนผู้อยู่อาศัยภายในอาคารเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครตกหล่น ก่อนจะติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการหรือศูนย์แจ้งเตือนภัยพิบัติ รวมถึงกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อตรวจสอบว่ามีโอกาสเกิด Aftershock หรือไม่ 4. การตรวจสอบความเสียหายภายในอาคาร เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ช่างอาคารจะต้องทำการตรวจสอบความเสียหายในสองส่วนหลัก ได้แก่ โครงสร้างของอาคาร โดยเฉพาะเสา คาน และส่วนอื่นๆ ที่อาจได้รับความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือน หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของอาคาร ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินเพิ่มเติม และห้ามไม่ให้มีผู้คนเข้าไปในบริเวณอาคารเพื่อความปลอดภัย ระบบประกอบอาคาร เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ ท่อน้ำใช้ และท่อน้ำทิ้ง โดยตรวจสอบว่ามีการชำรุดหรือรั่วซึมหรือไม่ หากไม่มีความเสียหายร้ายแรง อาคารสามารถใช้งานต่อได้ตามปกติ ก็สามารถเปิดให้ผู้คนเข้าใช้งานได้ นายภคินกล่าวเสริมว่า “การเตรียมความพร้อมทั้งในด้านแผนปฏิบัติการและการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงและปกป้องชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีอาคารสูงและจำนวนประชากรหนาแน่น การดำเนินการที่มีประสิทธิภาพสามารถสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยได้อย่างสูงสุด”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้าบริหารงานขาย Motif Sukhumvit-Bangna บ้านเดี่ยวโมเดิร์นลักซ์ชัวรี

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับความไว้วางใจอย่างต่อเนื่องจาก บริษัท โมทีฟ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด แต่งตั้งให้เข้าบริหารงานขายและการตลาดโครงการ “โมทีฟ สุขุมวิท-บางนา (Motif Sukhumvit-Bangna)” บ้านเดี่ยว 3 ชั้นระดับลักซ์ชัวรี บนทำเลศักยภาพใกล้ทางด่วนบางนา มูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้น 640 ล้านบาท โครงการโมทีฟ สุขุมวิท-บางนา มาพร้อมกับการออกแบบสไตล์ Modern Luxury มีลิฟต์และสระว่ายน้ำส่วนตัว เอกซ์คลูซีฟสำหรับ 14 ครอบครัวเท่านั้น ราคาเริ่มต้น 44-80 ล้านบาท* กำหนดเปิดพรีเซลล์โครงการในวันที่ 26-27 เม.ย. นี้ พร้อมเปิดให้ผู้ที่สนใจลงทะเบียนรับสิทธิ์ส่วนลดสูงสุดถึง 1 ล้านบาท!   นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า โมทีฟ ดีเวลลอปเม้นท์ ไว้ใจให้เราดูแลโครงการต่อเนื่อง ครั้งนี้ เข้ารับบริหารงานขายและการตลาดให้กับโครงการโมทีฟ สุขุมวิท-บางนา ซึ่งจุดเด่นของโครงการคือดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตา มาพร้อมกับคอนเซปท์ “นิยามของชีวิตที่เหนือระดับ” ผสานอัตลักษณ์การออกแบบของสถาปัตยกรรมภายใต้แนวคิด Modern luxury โครงการตั้งอยู่บนทำเลที่มีศักยภาพ มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเหนือระดับและคุณภาพของแบรนด์ จึงสามารถตอบโจทย์ทั้งในแง่การอยู่อาศัย และการลงทุนได้เป็นอย่างดี นายธีรสันต์ นรินทร์สุขสันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมทีฟ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า จากประสบการณ์กว่า 10 ปีของตนในการสร้างแบรนด์และโครงการย่านสมุทรปราการมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เล็งเห็นโอกาสในการเติบโต จึงได้ปั้นบริษัท โมทีฟ ดีเวลสอปเม้นท์ ขึ้น เปิดโครงการแรกภายใต้แบรนด์ “โมติ ทาวน์ สุขุมวิท – แพรกษา” ตามด้วย “โมติ เฮ้าส์ สุขุมวิท-แพรกษา” มูลค่าโครงการกว่า 1 พันล้านบาท ซึ่งในปีนี้ เราได้เปิดแบรนด์น้องใหม่ “โมทีฟ สุขุมวิท-บางนา” เซกเมนต์ลักซ์ชัวรี่ เจาะกลุ่มลูกค้า S-Class มูลค่าโครงการ 640 ล้านบาท พร้อมดึงพลัส พร็อพเพอร์ตี้ มาช่วยบริหารจัดการ เสริมแกร่งให้กับแบรนด์ โมทีฟ สุขุมวิท-บางนา บ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรี่ ได้รับการออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ชื่อดัง คุณธาวิน หาญบุญเศรษฐ (WARchitect) ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานที่ได้รับการจับตามองในวงการออกแบบทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น บ้าน V60 House, Y/A/O Residence, Sleepless Residence และอีกมากมาย…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เทียบฟอร์ม 10 อสังหาฯ บิ๊กแบรนด์ ปี 67

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เผยผลวิจัยผลการดำเนินงาน 10 อันดับผู้ประกอบการอสังหาฯ รายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2567 พบสามอันดับแรกที่ทำรายได้สูงสุด ได้แก่ แสนสิริ เอพี และ ศุภาลัย แม้ตลาดจะเผชิญความท้าทายต่อเนื่อง แต่บิ๊กอสังหาฯ หลายรายสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยกลยุทธ์ที่สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะการขยายโครงการระดับลักซ์ชัวรี ซึ่งเป็นแนวทางหลักตั้งแต่ปี 2567 และต่อเนื่องถึงปีนี้ ขณะเดียวกัน ภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวดีขึ้นยังเป็นอีกแรงส่งเสริมให้ตลาดอสังหาฯ ขยายตัว โดยเฉพาะทำเลท่องเที่ยวอย่าง ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ ขอนแก่น ยังคงคึกคักต่อเนื่อง โครงการ PTY Residence Sai 1 จากแสนสิริ อันดับ 1 แสนสิริ รายได้รวม 39,205 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,253 ล้านบาท แสนสิริมีรายได้รวม อยู่ที่ 39,205 ล้านบาท โตขึ้น 2% จากปีก่อนหน้า และกำไรสุทธิ 5,253 ล้านบาท ลดลง 13.3% จาก 6,060 ล้านบาทในปี 2566 ทั้งนี้ แสนสิริยังคงรักษารายได้เติบโตต่อเนื่อง เติบโตขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า ท่ามกลางภาวะแข่งขันสูง โดยเติบโตจากกลยุทธ์การปรับพอร์ตโฟลิโอเพื่อเจาะกลุ่มความต้องการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมี่ยม-ลักซ์ชัวรี รวมถึงการรุก Strategic Locations เมืองท่องเที่ยวใหญ่ที่มีศักยภาพ โดยสัดส่วนยอดขายและยอดโอนของบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมเติบโตในทิศทางเดียวกัน ขณะที่ยอดขายคอนโดมิเนียมปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อันดับ 2 เอพี ไทยแลนด์ รายได้รวม 37,460 ล้านบาท กำไรสุทธิ 5,020 ล้านบาท เอพี ไทยแลนด์ มีรายรวม 37,460 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,020 ล้านบาท โดยรายได้ลดลง 2.4% จาก 38,399 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 17.1% จาก 6,054 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยกลุ่มสินค้าแนวราบยังคงเป็นโปรดักต์ไฮไลต์ของเอพี ไทยแลนด์ โดยเฉพาะกลุ่มบ้านแฝด ทาวน์โฮม และบ้านเดี่ยวเครือเอพี ที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้า อันดับ 3 ศุภาลัย รายได้รวม 31,985 ล้านบาท กำไรสุทธิ 6,190 ล้านบาท ศุภาลัย สร้างรายได้รวมที่…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขานรับดีมานด์นักท่องเที่ยวภูเก็ตพุ่ง รุกเสิร์ฟบริการอสังหาฯ ครบวงจร

นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า จังหวัดภูเก็ตยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับทั้งนักท่องเที่ยวและนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ โดยแนวโน้มการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างต่อเนื่องสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดที่อยู่อาศัย ในปี 2567 ภูเก็ตต้อนรับนักท่องเที่ยว 13 ล้านคน เพิ่มขึ้น 18% จากปี 2566 ขณะที่จำนวนเที่ยวบินที่เดินทางมายังท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต (Flight Arrival) จากข้อมูลของท่าอากาศยานไทย (AOT) มีจำนวนทั้งสิ้น 51,836 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อนหน้า แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 28,645 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศ 23,193 เที่ยวบิน ซึ่งคิดเป็น 89% ของระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 สะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง ในปีนี้ จำนวนเที่ยวบินขาเข้ามายังท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตตั้งแต่เดือน มกราคม – กุมภาพันธ์ 2568 มีจำนวนทั้งหมด 10,556 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 17.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 6,207 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศ 4,349 เที่ยวบิน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในภูเก็ตสูงสุด 3 อันดับแรกจากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานภูเก็ต คือรัสเซีย จีน และ อินเดีย การเติบโตของเที่ยวบินดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อ ตลาดที่อยู่อาศัย ใน 3 ด้าน ได้แก่ 1. ตลาดนักลงทุนต่างชาติขยายตัว การเดินทางที่สะดวกขึ้นทำให้นักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจาก จีนและรัสเซีย ให้ความสนใจลงทุนในคอนโดมิเนียมมากขึ้น ทั้งเพื่ออยู่อาศัยเองและปล่อยเช่าระยะยาว 2. ดีมานด์จากกลุ่มผู้พำนักระยะยาว (Long Stay & Expatriates) นักท่องเที่ยวกลุ่มที่พำนักระยะยาวและกลุ่ม Digital Nomads มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้โครงการที่อยู่อาศัยที่รองรับการใช้ชีวิตระยะยาวได้รับความสนใจมากขึ้น 3. ตลาดเช่าระยะสั้นเติบโต การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวช่วยกระตุ้นดีมานด์เช่าคอนโดมิเนียมแบบ Short-Term Rental โดยเฉพาะในทำเลที่อยู่ใกล้สนามบิน แหล่งท่องเที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวก นางสาวสมสกุล กล่าวว่า เราบุกตลาดภูเก็ตมาแล้วกว่า 18 ปี มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการอสังหาฯ และเข้าใจตลาดภูเก็ตเป็นอย่างดี ในขณะนี้ เราบริหารโครงการที่อยู่อาศัยที่ภูเก็ตจำนวนทั้งสิ้น 21 โครงการ ครอบคลุมกว่า 7,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 500,000 ตร.ม. และในปี 2568 นี้ พลัสฯ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ส่งบริการแบบครบจบที่เดียว ตั้งแต่การบริหารการขายและการตลาดให้กับโครงการ (Sole Agent) การบริการซื้อ-ขาย-เช่า (Brokerage) และบริการหลังการขาย (After-sale…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ร่วมมือ Nasket และเสริมสุข ส่งนวัตกรรมใหม่ ‘ตู้น้องแพค’

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ร่วมมือ Nasket และเสริมสุข ส่งนวัตกรรมใหม่ ‘ตู้น้องแพค’เสิร์ฟน้ำดื่มคุณภาพถึงคอนโดฯ ตลอด 24 ชั่วโมง บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด จับมือ บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) และ บริษัท นาสเกต รีเทล จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมผ่านสินค้าและบริการอัจฉริยะในคอนโดมีเนียม ร่วมฉลองครบรอบ 10 ปีของการก่อตั้งบริษัท Nasket เดินหน้าปฏิวัติตลาดรีเทลเพื่อผู้อยู่อาศัยในคอนโดฯ ด้วยโซลูชันอัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต ลดภาระการจัดการ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทบริหารนิติบุคคลอย่างได้ผล โดยล่าสุดจัดงาน “ตู้น้องแพค พลัสฯ กับคริสตัล” เพื่อเปิดตัวตู้จำหน่ายน้ำดื่มยกแพ็ค Clear Vendink™ ช่องทางบริการสินค้ารูปแบบใหม่ในคอนโดฯ ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยร่วมมือกับพันธมิตร และบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขยายบริการให้ครอบคลุมและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยในเมืองมากยิ่งขึ้น พร้อมชูกลยุทธ์ Mascot Marketing คาแรกเตอร์ “น้องแพค” เพื่อสร้างภาพจำในฐานะตัวแทนของแบรนด์ในการสื่อสาร แสดงภาพลักษณ์ และสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย เชื่อมต่อแนวคิด คอนโด-รีเทล-เทคโนโลยี อย่างตรงจุด นายผรินทร์ สงฆ์ประชา CEO บริษัท นาสเกต รีเทล จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มของนวัตกรรมสำหรับผู้อยู่อาศัยในคอนโดว่า “ปัจจุบันผู้บริโภคเน้นความประหยัดมากขึ้น แต่ก็ยังต้องการความสะดวก รวดเร็ว น่าเชื่อถือ และต้องได้มาตรฐานดังเดิม ซึ่งสำหรับสินค้าบางกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ มีการใช้งานสม่ำเสมอ กลับเป็นจุดที่การซื้อผ่านออนไลน์ ยังไม่ตอบโจทย์ได้ครอบคลุม เพราะจะเสียค่าส่งแพง ดังนั้นนาสเกตจึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบริการที่ช่วยให้ลูกบ้านเข้าถึงสินค้าและบริการที่จำเป็นได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีบริการตัวล่าสุดคือ ‘ตู้น้องแพค’ ตู้ขายน้ำดื่มยี่ห้อดังยกแพค ราคาถูก ซึ่งจะตั้งอยู่ใกล้ลิฟท์ในบริเวณล็อบบี้ ปัจจุบันมีให้บริการแล้วกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ ทำรายการด้วยระบบอัจฉริยะที่รองรับ Cashless Payment เพื่อรักษาความปลอดภัย รวมถึงระบบ AI ที่ช่วยคำนวณการเติมน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สินค้าจะพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งลูกบ้านสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้โดยตรง นอกจากนี้เราใช้กลยุทธ์ Mascot Marketing ผ่านคาแรกเตอร์ ‘น้องแพค’ ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งเราคาดว่าจะช่วยกระตุ้นความสนใจ สร้างการจดจำ และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าของนาสเกตในอนาคต” นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวถึงประโยชน์ที่โซลูชันของนาสเกตที่มอบให้กับลูกบ้านที่พลัสดูแลอยู่ว่า “รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกบ้านด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ซึ่งมองว่าการมีระบบ Smart Convenience Solutions อย่าง Clear Vendink™ ในโครงการที่พักอาศัยภายใต้การดูแลของพลัสในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของลูกบ้าน แต่ยังช่วยลดภาระการจัดการของนิติบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งระบบเติมน้ำอัตโนมัติและ AI ช่วยให้การบริหารจัดการพื้นที่เป็นไปอย่างราบรื่น…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขับเคลื่อนอนาคตสีเขียว ปั้นมาตรฐานการบริหารจัดการอสังหาฯ อย่างยั่งยืน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำจุดยืนในการใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม กางแผนความยั่งยืนปี 2025 มุ่งเน้นดำเนินการผ่านสามเสาหลักด้านความยั่งยืน คือการจัดการขยะ (Waste Management) การลดการใช้พลังงาน (Energy Consumption) และการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสิ่งแวดล้อมร่วมกับลูกบ้าน (Green Activity) เพื่อหมุดหมายในการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2050 นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านความเป็นอยู่ (Living Management) ที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาวให้กับลูกค้า ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เราเชื่อมั่นว่าการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นก้าวสำคัญในการสร้างมาตรฐานใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้อยู่อาศัย และการเติบโตอย่างยั่งยืนของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (stakeholder) ทุกฝ่ายของเรา” 3 เสาหลักด้านความยั่งยืน (Sustainability Pillar) ของพลัสฯ 1. การจัดการขยะ (Waste Management) ผ่านโครงการคัดแยกขยะ (Waste to Worth) โดยมีการจัดรณรงค์และประชาสัมพันธ์การคัดแยกขยะ พร้อมทั้งจัดอบรมเรื่องการคัดแยกขยะในทุกโครงการที่พลัสฯ ดูแล โดยในปีที่ผ่านมา โมเดลนี้ถูกนำไปใช้ในทุกโครงการที่อยู่อาศัย 100% โดยในปีที่ผ่านมาสามารถลดปริมาณขยะทั้งหมดในโครงการลงได้ 35% และสามารถเพิ่มปริมาณการรียูสและรีไซเคิลจากขยะที่แยกมาทั้งหมดได้ถึง 33% เมื่อเทียบกับปี 2023 ทั้งนี้ พลัสฯ ตั้งเป้าหมายในปี 2025 ให้มีอัตราส่วนขยะรีไซเคิลในโครงการ เพิ่มขึ้น 30% และค่าเฉลี่ยน้ำหนักขยะลดลง 5% 2. การลดการใช้พลังงาน (Energy Consumption) โครงการที่อยู่อาศัยจะต้องนำเสนอรายงานอนุรักษ์พลังงานในพื้นที่ส่วนกลาง อาทิ การแจกแจงแผนการใช้งานและดูแลระบบไฟฟ้า น้ำ และลิฟต์โดยสาร งานบำรุงรักษา การลดการใช้กระดาษ และงานสวน เป็นต้น เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน ISO-14001 ของบริษัทฯ โดยตั้งเป้าหมายในปี 2025 สามารถลดหน่วยการใช้น้ำและไฟฟ้าเฉลี่ยทั้งปีลง 5% 3. การจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม (Green Activity) กำหนดให้แต่ละโครงการเสนอแผนงานและดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการจัดการขยะ พลังงาน และกิจกรรมส่งเสริมสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เช่น กิจกรรม ‘คัด แยก แลก สุข’ โดยให้ลูกบ้านสามารถนำขวดพลาสติกหรือขยะรีไซเคิลอื่น ๆ มาแลกรับไข่ไก่ได้ กิจกรรม Backyard สวนปลูกผักที่ไม่เพียงสร้างพื้นที่สีเขียว แต่ยังสามารถนำผลผลิตไปแจกจ่ายและแปรรูปส่งมอบให้ลูกบ้านได้ รวมทั้ง กิจกรรมบริจาคหลอดพลาสติกใช้แล้ว เพื่อนำไปทำหมอนหลอดสำหรับผู้ป่วยติดเตียง เป็นต้น นอกจากนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้…