ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

สูตรสำเร็จต่อยอดโบนัส ด้วยการลงทุนอสังหาฯ แล้วจ่ายโบนัสให้ตัวเองทุกเดือน

ช่วงต้นปีแบบนี้ สิ่งที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ตั้งหน้าตั้งตารอคงหนีไม่พ้นโบนัส รางวัลแห่งความทุ่มเทและผลงานในปีที่ผ่านมา เพื่อแลกกับความสุขที่ได้กิน ดื่ม เที่ยว ช้อปกระหน่ำให้สมแก่การรอคอย แต่พอคิดดูอีกทีโบนัสที่เราต้องแลกมาด้วยการทำงานทั้งปีจะหมดไปง่ายๆ แบบนี้ก็อาจจะไม่คุ้มเท่าไร เพราะต้องรออีกตั้งนานกว่าจะได้โบนัสอีกรอบ แต่ถ้าเรายอมอดใจเอาไว้ก่อนแล้วเอาเงินโบนัสนี้ไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนกลับมาเรื่อยๆ เหมือนจ่ายโบนัสให้ตัวเองทุกๆ เดือน แบบนี้น่าสนใจกว่ากันตั้งเยอะจริงไหมครับ การลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำแถมยังให้ผลตอบแทนกลับมาอย่างสม่ำเสมอ ทำให้การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้นน่าสนใจมาก โดยในระหว่างการลงทุนเราก็จะได้รับผลตอบแทนเป็นค่าเช่ากลับมาจากการปล่อยเช่า และแม้ว่าจะขายออกไปในภายหลังก็ยังได้กำไรกลับมาอีกด้วย เมื่อเทียบอัตราผลตอบแทนแล้วก็พอๆ กับการลงทุนในหุ้นเลยครับ เริ่มต้นลงทุนอสังหาฯ ระยะสั้น ต่อยอดโบนัสได้ทันที เงินโบนัสที่ได้นั้นอาจไม่มากมาย เพียงแค่หลักหมื่นก็สามารถลงทุนอสังหาริมทรัพย์ได้แล้ว โดยเริ่มจากการลงทุนระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนสูงตั้งแต่ 20% ขึ้นไป ด้วยการซื้อขายใบจอง ซึ่งกำไรจากการขายใบจองนั้นจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับว่าโครงการที่ลงทุนตั้งอยู่ในทำเลที่มีความต้องการสูงมากน้อยแค่ไหน หากเป็นคอนโดที่ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจใจกลางเมือง ในบริเวณที่ที่ดินโดยรอบถูกจับจองพัฒนาไปหมดแล้ว แถมยูนิตที่จองซื้อไว้นั้นยังเป็นห้องที่ตั้งอยู่ในทิศที่มีวิวดีเป็นพิเศษ หรือรูปแบบห้องมีความเฉพาะตัวมีเพียงชั้นละไม่กี่ห้อง กำไรจากการขายใบจองอาจสูงถึง 80% ดังนั้นถ้าเรานำเงินโบนัส 80,000 บาท ไปลงทุนซื้อขายใบจองก็จะสามารถต่อยอดเงินก้อนนี้ได้ตั้งแต่ 96,000 – 144,000 บาท เมื่อเรานำเงินที่ได้กลับไปซื้อขายใบจองอีก 3-4 ครั้ง จากเงินก้อนเล็กๆ นี้เองจะสามารถต่อยอดขึ้นไปได้ถึง 400,000 บาท ณ จุดนี้ถ้ามองย้อนกลับไปจะพบความอัศจรรย์ใจว่าเงินโบนัสที่เราได้มานั้นเพิ่มขึ้นเป็น 5 เท่าตัวจากการลงทุนในระยะเวลาสั้นๆ ลงทุนอสังหาฯ ต่อเนื่องในระยะยาว สร้างรายได้สม่ำเสมอ จากเงินโบนัสที่ถูกต่อยอดด้วยการลงทุนระยะสั้นให้เพิ่มพูนขึ้นเป็นเงินก้อนขนาดกลาง 400,000 บาทนี้ ก็เพียงพอที่จะเริ่มต้นการลงทุนระยะยาวได้แล้ว โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายในการดาวน์คอนโดจะอยู่ระหว่าง 20-30% ของราคาคอนโด ดังนั้นเงินจำนวน 400,000 บาทนี้ เราจะสามารถดาวน์คอนโดราคาประมาณ 2 ล้านบาทได้ สำหรับส่วนที่เหลืออีก 1,600,000 บาทนั้น เราสามารถขอสินเชื่อจากธนาคารได้ครับ โดยที่งวดผ่อนธนาคารจะอยู่ที่ประมาณ 9,600 บาท (สัดส่วนวงเงินกู้ต่องวดผ่อนชำระ ประมาณ 1 ล้านบาทต่อ 6,000 บาท) แถมบางธนาคารยังให้กู้เผื่อค่าโอน ค่าประกันและค่าจดจำนองด้วย เรียกได้ว่าแทบจะไม่ต้องควักเงินตัวเองสักบาทเลย หลักการประเมินรายได้จากการปล่อยเช่า แต่ก่อนที่จะลงทุนซื้อคอนโดสักห้องเพื่อมาปล่อยเช่า ผู้ลงทุนควรศึกษาความเป็นไปได้อย่างรอบคอบ เริ่มต้นตั้งแต่ค่าเช่าในทำเลนั้น โดยพิจารณาดูจากค่าเช่าภายในโครงการเดียวกัน และโครงการอื่นๆ ในละแวกใกล้เคียง หรือศึกษาอัตราค่าเช่าในแต่ละพื้นที่ จากข้อมูลตลาด ข่าวสาร งานวิจัยต่างๆ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ เช่น คอนโดของเรา ชื่อโครงการ B ตั้งอยู่ในโซนอ่อนนุช ราคาซื้อมาตอนเปิดตัว 2 ล้านบาท อัตราค่าเช่าอยู่ที่ 520 บาท/ตารางเมตร หากเราเลือกลงทุนคอนโดแบบ 1 ห้องนอน พื้นที่ 30 ตารางเมตรก็จะได้รับค่าเช่าประมาณ 15,600 บาทต่อเดือน จากอัตราค่าเช่าที่ได้นี้ ลองประมาณการค่าเช่าทั้งปีโดยคิดที่…

รู้จักประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ MRTA ก่อนกู้บ้าน

“มากู้บ้าน ไม่ได้มาซื้อประกัน” คือประโยคปิดท้ายที่ลูกค้าท่านหนึ่งเล่าให้ทางเราฟังหลังจากไปติดต่อธนาคารเพื่อขอสินเชื่อมากู้ซื้อบ้าน โดยลูกค้าท่านนี้ได้รับการแนะนำกึ่งเชิญชวนจากเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารให้ทำประกันสินเชื่อ MRTA พร้อมกับการขอสินเชื่อบ้านเพื่อให้ได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าการไม่ทำประกัน สุดท้ายแล้วลูกค้าของเราก็ยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าควรทำประกันหรือไม่ เพราะเกิดความสงสัยว่าประกันคุ้มครองสินเชื่อ MRTA คืออะไร จำเป็นต้องทำหรือไม่ และความคุ้มครองที่จะได้รับจากการทำประกันจริงๆ แล้วคืออะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากทำประกันเพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่านั้นมีความคุ้มค่าหรือไม่ พบคำตอบได้ในบทความของเราในครั้งนี้ 1. รู้จักประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ MRTA MRTA (Mortgage Reducing Term Assurance) หรือประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ คือ ประกันชีวิตประเภทหนึ่งที่มีจุดประสงค์อยู่ที่การประกันความเสี่ยงให้กับผู้กู้ โดยให้คุ้มครองสินเชื่อของผู้กู้ซึ่งในกรณีนี้คือสินเชื่อบ้าน ทำให้แม้ว่าจะเกิดเหตุต่อชีวิตผู้กู้ก็ไม่กระทบต่อการผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน เพราะบริษัทรับประกันจะทำหน้าที่ผ่อนชำระหนี้แทนผู้กู้เอง โดยขึ้นอยู่กับระยะเวลาคุ้มครองและวงเงินประกันที่ผู้กู้เลือกทำประกันเอาไว้ 2. ประเภทและรูปแบบของประกันคุ้มครองสินเชื่อบ้าน คอนโด MRTA ในการทำประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ MRTA นั้นผู้ทำประกันสามารถเลือกความคุ้มครองวงเงินและระยะเวลาคุ้มครองได้ เช่น คุ้มครองเต็มวงเงิน และตลอดระยะเวลากู้ หากวงเงินกู้ 3 ล้านบาท ระยะเวลากู้ 30 ปี ก็จะได้รับความคุ้มครองเต็ม 3 ล้านบาท และเต็มระยะเวลา 30 ปี แต่หากเลือกความคุ้มครอง 70% ของวงเงินกู้และ 70% ของระยะเวลากู้ ก็จะได้รับความคุ้มครองวงเงิน 2.1 ล้านบาท และคุ้มครองช่วงระยะเวลา 21 ปีแรก เป็นต้น นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับรูปแบบของการประกัน เช่น การประกันแบบที่จำนวนเงินเอาประกันภัยคงที่ ซึ่งไม่ว่าระยะเวลาจะผ่านไปจำนวนเงินเอาประกันก็ไม่ลดลงตามยอดหนี้ หรือการเอาประกันแบบที่จำนวนเงินเอาประกันภัยลดลง ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปความคุ้มครองลดลงตามภาระหนี้ที่ลดลง เป็นต้น 3. ความคุ้มครองที่ได้รับจากประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อบ้าน คอนโด MRTA ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อมุ่งเน้นการให้ความคุ้มครองความสามารถในการชำระหนี้สินเชื่อบ้านแก่ผู้เอาประกัน โดยจะชำระหนี้แทนผู้เอาประกันเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต ทั้งในกรณีที่เป็นการเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ รวมไปถึงกรณีที่ผู้เอาประกันไม่ได้เสียชีวิต แต่ตกเป็นบุคคลทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ซึ่งทำให้ไม่สามารถหารายได้มาผ่อนชำระสินเชื่อได้ 4. ความคุ้มค่าในการทำประกันสินเชื่อบ้าน คอนโด MRTA เมื่อกล่าวถึงความคุ้มค่าที่นอกเหนือจากความคุ้มครองที่ผู้กู้จะได้รับจากการเลือกทำประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อก็คือการได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยปกติสำหรับลูกค้าที่ไม่ทำประกัน โดยมีส่วนต่างอยู่ระหว่าง 0.25% – 0.50% ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่านี้มีส่วนจูงใจให้ผู้กู้ตัดสินใจทำประกันได้ง่ายขึ้น และในมุมมองของธนาคารแล้วเมื่อมีการทำประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อบ้าน MRTA ก็ทำให้การให้สินเชื่อแก่ผู้กู้มีความเสี่ยงลดน้อยลงเช่นกัน แต่อย่าลืมว่าเมื่อมีการทำประกันแล้วก็มักจะมีการนำเบี้ยประกันเพิ่มเข้าไปในวงเงินกู้ จึงเป็นที่น่าสงสัยว่าท้ายที่สุดแล้วการทำประกันช่วยให้ประหยัดดอกเบี้ยจ่ายได้จริงหรือไม่ ตัวอย่างกรณีศึกษา เปรียบเทียบดอกเบี้ยจ่ายระหว่างการทำประกัน MRTA และไม่ทำประกัน MRTA รายละเอียดการทำประกัน MRTA • ผู้กู้เพศชาย อายุ 35 ปี • วงเงินกู้ 3 ล้านบาท • ทุนประกันคุ้มครองเต็มวงเงินกู้และเต็มระยะเวลากู้ • เบี้ยประกัน 270,690 บาท จากกรณีศึกษาข้างต้นแสดงให้เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจากการทำประกัน 0.50% ในช่วงปีที่ 1-3 และ 0.25% ตั้งแต่ปีที่ 4…

บอกต่อ เคล็ดลับลงทุนคอนโด เลือกแบบไหนให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย

ทุกวันนี้ถ้าพูดเรื่องการลงทุนคอนโด ถ้าจะหวังลงทุนระยะสั้นซื้อขายใบจอง อาจจะเป็นเรื่องยากไปซักหน่อย (ถ้าโครงการนั้นไม่ฮอตฮิตจริงๆ) และหากจะลดความเสี่ยงให้น้อยลง การลงทุนระยะยาวหวัง Capital Gain หรือลงทุนปล่อยเช่าเพื่อให้เป็น Passive Income ดูเหมือนจะปลอดภัยมากที่สุด ฉะนั้นถ้าเลือกแล้วว่า “ซื้อคอนโดไว้ลงทุนปล่อยเช่าดีกว่า” ก็ต้องเริ่มต้นด้วยการเลือกคอนโดให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการปล่อยเช่าให้มากที่สุด พูดให้เข้าใจง่าย คือ ก่อนจะซื้อ ต้องมองยาวไปถึงว่าใครจะมาเช่า หรือจะปล่อยเช่าใคร และอัตราการปล่อยเช่าที่น่าสนใจคือควรให้ได้ค่าเช่าอยู่ที่ 6-8% จึงจะดี จะซื้อคอนโดปล่อยเช่าใคร ให้รู้ก่อน สำหรับการซื้อคอนโดไว้ลงทุนปล่อยเช่าต้องเลือกกลุ่มเป้าหมายที่เราเล็งไว้ให้ได้ก่อน คล้ายๆ กับการทำ Segmentation ออกเป็นกลุ่มๆ เพื่อที่เราจะได้ Targeting หรือเลือกตลาดเป้าหมายที่เราต้องการได้ โดยทั่วๆ ไป นักลงทุนคอนโดส่วนใหญ่ จะแบ่งกลุ่มเป้าหมายผู้เช่าเอาไว้ ดังนี้ ผู้เช่าที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มนักเรียน-นักศึกษา กลุ่มต่างชาติตะวันตก กลุ่มต่างชาติ ชาวเอเชีย (ญี่ปุ่น/ จีน) กลุ่มพนักงานออฟฟิศ มนุษย์เงินเดือน กลุ่ม High end มีกำลังซื้อสูง ซึ่งกลุ่มเป้าหมายในการปล่อยเช่าคอนโดทั้ง 5 กลุ่มที่ยกมานี้ เป็นตัวอย่างกลุ่มผู้เช่าที่มีความต้องการเช่าในแต่ละทำเล และมีความต้องการโครงการที่แตกต่างกันออกไป เรามาเจาะกลุ่มเป้าหมายของเรากันที่ละกลุ่มกันเลย 1. กลุ่มผู้เช่านักเรียน-นักศึกษา สำหรับกลุ่มนี้แน่นอนว่าทำเลต้องอยู่ไม่ไกลสถานศึกษานั้นๆ ในระยะไม่ควรเกิน 1-2 กิโลเมตรกำลังดี ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 15 นาที ยิ่งเป็นโครงการที่อยู่ในระยะที่เดินเท้าได้จะยิ่งปล่อยเช่าง่าย หรือบางโครงการมีบริการรถรับ-ส่งไปมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนก็ยิ่งเพิ่ม Value ให้โครงการมากขึ้น ในรัศมีไม่ไกลโครงการต้องอยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ร้านสะดวกซื้อและร้านอาหาร ถ้าโครงการไหนมีทั้ง 2 ร้านนี้ในโครงการก็จะทำให้ปล่อยเช่าได้ง่าย เนื่องจากกลุ่มนักเรียน-นักศึกษาต้องการความสะดวกสบายสำหรับการใช้ชีวิตในคอนโดฯ ไม่ต้องเดินทางไกล เพราะเวลาส่วนใหญ่จะหมดไปกับการเรียนและทำการบ้าน Room Type ที่ถูกใจเรียนนักศึกษา ขนาดห้องที่น่าสนใจในการปล่อยเช่ากลุ่มนักเรียน-นักศึกษา ควรเป็นห้องขนาดไม่เล็กเกินไปและไม่ใหญ่เกินไป 30 ตารางเมตรกำลังพอดี เพราะนักศึกษาส่วนใหญ่จะเช่าอยู่กับเพื่อนเพื่อแชร์ค่าห้องกัน และกลุ่มนี้เน้นความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย เพราะฉะนั้นห้องต้องมาพร้อมเฟอร์นิเจอร์จึงจะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ในการตัดสินใจเลือกเช่าได้ง่ายขึ้น เช่น เตียง 2 ชั้น และโต๊ะทำงาน หรือบางคนอาจจะงบลงทุนน้อยก็เลือกซื้อห้องแบบสตูดิโอเพื่อปล่อยเช่าสำหรับนักศึกษาที่ต้องการเช่าอยู่คนเดียว โดยเน้นแต่งห้องให้น่าอยู่เพื่อให้ปล่อยเช่าง่ายขึ้น สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ กลุ่มนี้จะให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลางประเภทห้องอเนกประสงค์หรือ Co-Working Space เพราะจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำการบ้าน, อ่านหนังสือ หรือนั่งเล่นกับเพื่อนๆ สรุปการซื้อคอนโดไว้ปล่อยเช่านักเรียนนักศึกษา ต้องเน้นทำเลที่อยู่ใกล้สถานศึกษาและสิ่งอำนวยความสะดวก รวมทั้ง Facility ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์วัยรุ่น เช่น dcondo Campus Resort Dome-Rangsit THE BASE Phetkasem นอกจากนี้การซื้อคอนโดลงทุนปล่อยเช่านักเรียน-นักศึกษา ยังมีโอกาสปล่อยเช่ากลุ่มบุคลากร, อาจารย์ได้อีกด้วย โดยเฉพาะถ้าเลือกคอนโดที่อยู่ใกล้โรงเรียนนานาชาติ ก็จะได้กลุ่มอาจารย์ Expat หรือนักเรียนนักศึกษาต่างจังหวัดที่เข้ามาในกรุงเทพฯ…

ติดแบล็คลิสต์ (Blacklist) คืออะไร การเช็คแบล็คลิสต์ และเครดิตบูโร

ทุกวันนี้หลายคนเกิดความเข้าใจผิด เนื่องจากเวลายื่นขอสินเชื่อต่างๆ ไม่ว่าจะกู้บ้าน กู้คอนโด หรือสินเชื่อเอนกประสงค์อื่นๆ แล้วไม่ผ่านการอนุมัติเสียที จึงเข้าใจว่าโดนเครดิตบูโร ติดแบล็คลิสต์รายชื่อเราเอาไว้ ฟังแบบนี้แล้วหวั่นใจกันแน่ๆ แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดกันไปครับ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเครดิตบูโร การติดแบล็คลิสต์คืออะไร? และเรื่องจริงที่หลายๆ คนเข้าใจผิด เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน ข้อมูลเครดิต คืออะไร? ก่อนอื่นเราต้องรู้จักก่อนว่า ข้อมูลเครดิตคืออะไร? ข้อมูลเครดิต คือ ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการชำระหนี้ของลูกค้า ซึ่งถูกจัดเก็บไว้ในระบบฐานข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิตหรือเครดิตบูโร และจะปรากฎในรายงานข้อมูลเครดิตเมื่อมีผู้ประสงค์ขอเรียกดูข้อมูล ปัจจุบันข้อมูลเครดิต ประกอบด้วยข้อมูล 2 ส่วน ดังนี้ ข้อมูลที่บ่งชี้ถึงตัวตนลูกค้า เช่น ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด สถานภาพการสมรส อาชีพ เลขที่บัตรประชาชน ส่วนในกรณีที่เป็นนิติบุคคลจะเป็น ชื่อ สถานที่ตั้ง เลขทะเบียนนิติบุคคล เป็นต้น ข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติและประวัติการชำระสินเชื่อ ประวัติการชำระ ราคาสินค้า หรือบริการโดยบัตรเครดิตรวมทั้งสถานะบัญชี แล้วอะไรคือ สถานะบัญชี? สถานะบัญชี คือ ข้อมูลที่แสดงสถานะของบัญชีสินเชื่อในแต่ละบัญชีที่แสดงในรายการข้อมูลเครดิต เช่น สินเชื่อปกติ สินเชื่อที่ปิดบัญชีแล้ว สินเชื่อที่ค้างชำระเกิน 90 วัน สินเชื่อที่อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย เป็นต้น รายงานข้อมูลเครดิต (Credit Report) คืออะไร? รายงานข้อมูลเครดิต คือ รายงานที่บริษัทข้อมูลเครดิตจัดทำขึ้น และให้สิทธิสถาบันการเงินที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลเรียกดู หรือเจ้าของข้อมูลเรียกดูได้ โดยรายงานข้อมูลเครดิต จะแสดงข้อมูลสินเชื่อ ประวัติการชำระสินเชื่อ สถานะทุกบัญชีที่เจ้าของข้อมูลมีอยู่กับสถาบันการเงินทุกแห่งที่เป็นสมาชิกบริษัทข้อมูลเครดิต แล้วข้อมูลเครดิตมีความสำคัญอย่างไร? ข้อมูลเครดิตจะแสดงถึงประวัติการชำระหนี้ที่สะท้อนถึงพฤติกรรมและวินัยทางการเงินของเจ้าของข้อมูล อีกทั้งยังแสดงถึงความตั้งใจในการชำระหนี้และความน่าเชื่อถือ หรือที่เราเรียกกันว่า เครดิตนั่นเองครับ ที่มีความสำคัญต่อการประกอบธุรกิจ สถาบันการเงินจึงใช้ประโยชน์จากรายงานข้อมูลเครดิตเป็นปัจจัยหนึ่งที่ใช่ร่วมกับปัจจัยอื่นๆ ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ เช่น ความสามารถในการหารายได้ ความเป็นไปได้ของธุรกิจ หลักประกัน เป็นต้น ดังนั้น ผู้ที่มีประวัติการชำระหนี้ได้ดีจึงมีโอกาสได้รับสินเชื่อในอัตราที่เหมาะสมสูงกว่าผู้ที่มีประวัติการชำระหนี้ไม่ดีครับ ประกันสินเชื่อบ้าน MRTA ควรทำไหม 4 ทางเลือกกู้เงินซื้อบ้าน ซื้อคอนโด ผ่อนแบบไหนหมดไวสุด ทำไมต้องมีเครดิตบูโร (Credit Bureau) ในระบบการเงินของไทย ปี 2545 มีการตรา พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตพ.ศ.2545 โดยมีเหตุผลคือ “โดยที่การกู้ยืมหรือให้สินเชื่อของสถาบันการเงิน จำเป็นต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับฐานะทางการเงินและประวัติการชำระหนี้ของลูกค้าอย่างเพียงพอว่าลูกค้ารายนั้น มีประวัติอย่างไร และมีภาระหนี้อยู่กับสถาบันการเงินอื่นมากน้อยเพียงใด เท่าที่ผ่านมา การให้กู้ยืมหรือการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินยังมีข้อมูลไม่ครบถ้วน ส่งผลให้เกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มมากขื้น ทำให้ปัญหาความไม่มั่นคงแก่สถาบันการเงินนั้น และระบบสถาบันการเงินโดยรวม นอกจากนี้ การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตในปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการทำธุรกรรมข้อมูลเครดิต รวมทั้งยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองประชาชนผู้เป็นเจ้าของข้อมูลไว้เป็นการเฉพาะ จึงจำเป็นต้องมีตราพระราชบัญญัตินี้” ปี 2548 มีการควบรวมกิจการของบริษัทข้อมูลเครดิตทั้ง 2 แห่ง และเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ…

เงินสมทบกรณีชราภาพ ประกันสังคม เลือก บำเหน็จหรือบำนาญ

เงินสมทบกรณีชราภาพ ประกันสังคม ยอมจบที่บำเหน็จ หรือ ส่งต่อจนได้บำนาญ เลยลองคิดเล่นๆ ว่า หรือเราจะลาออกจากการเป็นผู้ประกันตน เพื่อคงสิทธิรับเงินบำเหน็จประกันสังคม ตอนอายุ 55 ปี จะดีกว่าไหม เพราะได้เงินก้อน และไม่ต้องลุ้นด้วยว่า ประกันสังคมจะมีเงินจ่ายบำนาญให้เราไปจนตายหรือไม่ เพราะประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบเข้าทุกที เท่ากับว่า อีกหน่อยถ้าผู้ประกันตนเกษียณอายุมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วทุกคนเลือกรับบํานาญประกันสังคมเหมือนกัน แต่คนทำงานที่จะส่งเงินเข้ากองทุนกลับมีน้อยลง เงินในกองทุนอาจจะร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ ก็ได้… ใครจะไปรู้ ประกันสังคม กับ สิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ ก่อนจะไปตัดสินใจเลือกบำเหน็จ หรือ จากประกันสังคม หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า ถ้าเราเป็นผู้ประกันตนภาคบังคับ (มาตรา 33) หรือลูกจ้างอย่างเราๆ ที่ทุกเดือนจะถูกหักเงิน 5% ของค่าจ้างไปสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม โดยกำหนดฐานค่าจ้างขั้นต่ำไว้ที่ 1,650 บาท และสูงสุดอยู่ที่ 1.5 หมื่นบาท แปลว่า ต่อให้เราเงินเดือนมากกว่า 1.5 หมื่นบาท ก็จะถูกหักเงินสมทบกองทุนเพียงเดือนละ 750 บาท เงิน 750 บาท ไม่ได้หายไปไหน แต่จะถูกกระจายไปสมทบไว้เป็นสิทธิประโยชน์ในแต่ละกรณี โดยแยกได้ดังต่อไปนี้- 1.5% ของค่าจ้าง หรือสูงสุด 225 บาท จะเก็บไว้สำหรับกรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย+กรณีคลอดบุตร+กรณีทุพพลภาพ+กรณีเสียชีวิต – อีก 0.5% ของค่าจ้าง หรือสูงสุด 75 บาท จะเก็บไว้สำหรับกรณีว่างงาน – ขณะที่ 3% ของค่าจ้าง หรือสูงสุด 450 บาท จะเก็บไว้เป็นเงินสมทบกรณีชราภาพ และนอกจากเงินที่ลูกจ้างสมทบให้แล้ว นายจ้างสมทบยังช่วยสมทบให้อีกเท่าตัว นอกจากนี้บางกรณีรัฐบาลยังร่วมสมทบให้อีกแรง (ยกเว้นเงินสมทบกรณีชราภาพ) สำหรับเงินชราภาพเริ่มมีการสมทบมาตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. 2541 ทำให้ในแต่ละเดือน เราจะมีเงินเก็บไว้ใช้ในกรณีชราภาพสูงสุด 900 บาท โดยเป็นส่วนของลูกจ้าง 450 บาท และนายจ้าง 450 บาท ซึ่งเงินส่วนนี้จะกลายมาเป็นบำเหน็จ หรือบำนาญ แล้วแต่ว่าเราเข้าเงื่อนไขด้านไหน เงินบำเหน็จประกันสังคม… หลักแสน ถ้าจะให้ได้บำเหน็จชราภาพต้องเข้าเงื่อนไข 3 ข้อนี้ คือ1. จ่ายเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน 2. ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง 3. มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ หรือเป็นผู้ทุพพลภาพ หรือถึงแก่ความตาย แม้จะได้เข้าเงื่อนไขนี้แล้ว แต่ก็อาจจะได้บำเหน็จไม่เท่ากัน…

ประกันภัยอาคาร สำคัญอย่างไรสำหรับชาวคอนโด

ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานั้นหลายๆ ท่านก็คงได้ทราบข่าวแผ่นดินไหวในหลายประเทศ โดยเฉพาะในประเทศพม่าถือว่าได้รับความสนใจจากคนไทยมากเป็นพิเศษ เพราะไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และโบราณสถานต่างๆ เป็นจำนวนมาก แต่แรงสั่นสะเทือนยังรับรู้ได้ถึงอาคารสูงหลายๆอาคารในประเทศไทย ซึ่งต้องยอมรับว่าระยะหลังข่าวแผ่นดินไหวถือว่าสร้างความกังวลให้กับผู้อยู่อาศัยในคอนโดที่เป็นตึกสูง ซึ่งเรื่องภัยธรรมชาตินั้นเป็นเรื่องไม่เหนือการคาดเดา แต่แม้จะไม่สามารถควบคุมภัยธรรมชาติได้ แต่เราควรหาวิธีป้องกันและจัดการกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น การทำประกันภัยอาคาร ถือเป็นอีกวิธีการจัดการความเสี่ยงที่ดีที่ โดยทั่วไปการทำประกันอาคารชุดจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทดังนี้ แบบที่ 1. ประกันความคุ้มครองส่วนกลางของอาคารทั้งหมด (All Risk) โดยทุนประกันรวมนั้นทั่วไปจะคิดจากมูลค่าการก่อสร้างรวมทั้งงานระบบ และ Facilities ต่างๆ ของอาคาร ครอบคลุมความคุ้มครองของภัยไฟไหม้ น้ำท่วม ภัยธรรมชาติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วม ฟ้าผ่า แผ่นดินไหว ความเสียหายของอุปกรณ์ งานระบบต่าง (Machinery Breakdown) กระจกพื้นที่ส่วนกลาง ภัยจากการโจรกรรม ฯลฯ และแบบที่ 2. การทำประกันภัยสำหรับบุคคลที่ 3 (Public Liabilities) เพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดจากส่วนกลางของนิติบุคคล ที่เกิดกับบุคคลภายนอก เช่น เศษกระเบื้อง เศษปูน หล่นใส่ผู้คน เป็นต้น อย่างไรก็ตามก่อนทำประกันภัยจะต้องพิจารณาทุนประกันภัย กับเงื่อนไขในภัยแต่ละชนิดให้รอบคอบ เพราะทุนประกันภัยรวมนั้น เป็นเพียงตัวเลขที่แสดงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นระดับ 100% ขนาดอาคารถล่มเป็นซาก ภายใต้เงื่อนไขที่จำกัด ยกตัวอย่าง อาคาร A มีทุนประกัน 100 ล้านบาท แล้วเกิดกรณีแผ่นดินไหว ซึ่งส่งผลให้อาคารเกิดความเสียหายทั้งอาคาร หากในเงื่อนไขกรมธรรม์ระบุว่า มีการจำกัดวงเงินคุ้มครองอยู่จำกัดที่ 20 ล้านบาท ก็จะสามารถเคลมได้เพียง 20 ล้านบาท เป็นต้น นอกจากนี้ต้องเลือกบริษัทประกันภัยที่มีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับในระดับหนึ่ง เพื่อให้ไว้วางใจได้ในการให้บริการ และมีกำลังในการชดเชยความเสียหาย ซึ่งการใช้บริการโบรกเกอร์ประกันภัย ถือเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ใช้บริการ ปัจจุบันมีบริษัทใหญ่ๆ อยู่หลายราย ซึ่งข้อดีของการใช้บริการโบรกเกอร์ นั้น จะเป็นประโยชน์ในด้านการต่อรองในการเคลมประกันแต่ละเคส รวมไปถึงการเสนอราคาค่าเบี้ยประกันที่อาจได้เรทดีกว่าการดีลตรงกับบริษัทประกันภัย อย่างไรก็ดี ฝ่ายจัดการอาคาร ควรต้องศึกษาว่ามีความเสียหายใดที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เพื่อหาทางป้องกันปัญหาระยะยาว เพราะการเคลมบ่อยๆนั้นมีผลต่ออัตราเบี้ยในปีถัดไป เช่น หากทุกครั้งที่ฝนตก มีน้ำรั่วซึมจากขอบกระจกด้านนอก ก็ควรหาแนวทางป้องกันระยะยาว เช่น ทำซีลขอบกระจกใหม่ทั้งอาคาร หรือแม้แต่เคสที่เป็นข่าวล่าสุดกรณีน้ำท่วมในลานจอดรถคอนโดแห่งหนึ่ง ส่งผลกระทบให้รถผู้พักอาศัยเสียหายจำนวนมาก หลังการทำเคลมเรื่องดังกล่าว ต้องเร่งตรวจสอบและแก้ไขปัญหาระยะยาว เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก เป็นต้น อย่างไรก็การทำประกันภัยอาคารของนิติบุคคลฯ นั้น ไม่รวมความเสียหายในทรัพย์สินของเจ้าของร่วม หรือกรณีเจ้าของร่วมสร้างความเสียหายให้กับเจ้าของร่วมรายอื่น เช่น กรณีสาย flex ของซิงค์ล้างจานแตก น้ำท่วมไปห้องเพื่อนบ้าน หรือน้ำท่วมไปลงลิฟท์ หากเจ้าของร่วมไม่ได้ทำประกันภัยไว้ ก็จะต้องรับผิดชอบความเสียหายอย่างมหาศาล เพราะไม่ได้ทำประกันภัยไว้ เป็นต้น…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม”ครองส่วนแบ่ง 1 ใน 3 ตลาดลักซ์ชัวรีในกรุงเทพฯ

ชูมาตรฐานบริการระดับสากล ดันธุรกิจโตกว่า 10% ต่อเนื่องทุกปี พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ เปิดเผยข้อมูลการบริหารอาคารชุดระดับพรีเมียมที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตร ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งบริษัทครองส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มนี้อยู่ที่ 36% หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 1 ใน 3 ของตลาด สะท้อนถึงความไว้วางใจจากลูกค้าระดับพรีเมียมได้เป็นอย่างดี นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ดูแลพื้นที่รวมกว่า 40 ล้านตารางเมตรทั่วประเทศ มุ่งเน้นการให้บริการระดับสากลผ่านการนำระบบ ISO มาใช้ในทุกโครงการ และยังมีจุดเด่นในการออกแบบบริการระดับพรีเมียมที่เหมาะสมกับแต่ละโครงการ ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรผ่าน Plus Eduplex สถาบันฝึกอบรมที่ช่วยยกระดับทักษะ และความเชี่ยวชาญของพนักงาน พร้อมวางเส้นทางการเติบโตในสายอาชีพ ตำแหน่งงาน และค่าตอบแทนที่สอดคล้องกัน เพื่อรักษาบุคลากรคุณภาพที่พร้อมส่งมอบบริการที่ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง” อย่างไรก็ตาม การรักษาคุณภาพบริการให้ได้มาตรฐาน และงานดูแลรักษาระบบต่าง ๆ ของโครงการ ย่อมหมายรวมถึงค่าใช้จ่ายที่ทำให้ต้นทุนในการบริหารจัดการปรับตัวสูงขึ้นทุกปี ในส่วนนี้ต้องอาศัยความเข้าใจของผู้ว่าจ้าง ในการจัดเก็บอัตราค่าส่วนกลางที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้พักอาศัยได้รับบริการที่พึงพอใจ แม้ว่าทุกวันนี้ธุรกิจบริหารอาคารจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังพบว่ามีการบริหารจัดการที่ไม่เป็นมืออาชีพ และความไม่เข้าใจของผู้อยู่อาศัยในเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่สูงขึ้น ทำให้คุณภาพการบริหารจัดการ และการบริการที่ได้รับสวนทางกับความต้องการ ในปัจจุบันตลาดมีผู้เชี่ยวชาญและเป็นมืออาชีพค่อนข้างจำกัด การจะสร้างทีมงานที่มีความรู้และประสบการณ์ รวมถึงความเข้าใจระบบงานที่ได้มาตรฐานก็เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่าย และต้องอาศัยประสบการณ์ ทำให้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ลูกค้าเชื่อมั่น โดยเฉพาะในตลาดโครงการระดับพรีเมียม ทั้งนี้ จากการมุ่งเจาะตลาดกลุ่มโครงการพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่องของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งผลให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 10% จาก 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสู่ 2,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น ตอกย้ำบทบาทที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นจากลูกค้า โดยมีตัวอย่างโครงการระดับพรีเมียมที่ไว้วางใจ เช่น 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences, THE ESSE 36 ตลอดจนขยายไปยังโครงการประเภท Branded…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชวนลูกบ้านร่วมกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2” ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เดินหน้าสานต่อแนวคิดด้านความยั่งยืน จัดกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2 ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ” ณ วนอุทยานปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชวนลูกบ้านจากกรุงเทพฯ หัวหิน และชะอำ กว่า 120 คน ออกมาเปิดประสบการณ์เรียนรู้ธรรมชาติผ่านกิจกรรมอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลน พร้อมร่วมกันดูแลทรัพยากรทางทะเล ต่อยอดแนวคิดความยั่งยืนให้เกิดขึ้นผ่านการมีส่วนร่วมและการลงมือทำจริง กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “พลัสก่อการดี” ภายใต้แนวทางการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม และจัดขึ้นในช่วงวันป่าชายเลนโลก (World Mangrove Day) เพื่อร่วมสร้างความตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของระบบนิเวศป่าชายเลน ซึ่งเป็นทั้งแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ แนวป้องกันชายฝั่งตามธรรมชาติ และพื้นที่สำคัญต่อความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล พร้อมกันนี้ ยังเป็นการทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในช่วงเดือนที่ผ่านมา สะท้อนถึงความตั้งใจในการร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้านการดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน กิจกรรมในครั้งนี้ ลูกบ้านได้เรียนรู้ธรรมชาติจากทั้ง การปล่อยปูม้าคืนสู่ท้องทะเล เพื่อร่วมดูแลทรัพยากรทางทะเล พร้อมเดินศึกษาธรรมชาติบนเส้นทางป่าโกงกาง เรียนรู้ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ และสนุกไปกับกิจกรรม RC (Rally Challenge) ที่ชวนทุกคนออกตามหาคำตอบจากฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ เปลี่ยนเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เป็นประสบการณ์ที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน กิจกรรม “SEAcret Mission” จะถูกจัดขึ้นต่อเนื่อง เพื่อชวนให้ทุกคนได้ออกมาเรียนรู้ว่าธรรมชาติและการใช้ชีวิตของเราล้วนเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ระบบนิเวศป่าชายเลน ไปจนถึงการลงมือดูแลทรัพยากรธรรมชาติด้วยตัวเอง พลัสฯ เชื่อว่าความยั่งยืนเริ่มต้นได้จากความเข้าใจและการลงมือทำในเรื่องเล็ก ๆ และเมื่อทุกคนได้มีส่วนร่วม เรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้ก็สามารถกลายเป็นพลังในการดูแลโลกและส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กับคนรุ่นต่อไปได้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝันฯ” สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ปลูกฝังเยาวชนทำความดีเพื่อสังคม

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ร่วมมือกับ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ภายในโรงเรียนปลูกจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ผ่านกิจกรรมจิตอาสาและศิลปะสร้างสรรค์ โดยมุ่งปลูกฝังคุณธรรมและจิตสำนึกที่ดี การมีส่วนร่วมในการดูแลสังคม และร่วมสืบสานคุณค่าที่ดีงามของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุกสนานและเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม โครงการดังกล่าวนำความเชี่ยวชาญของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ด้านการบริหารจัดการและการดูแลอาคาร มาต่อ ยอดสู่การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน โดยร่วมกันปรับปรุงพื้นที่ภายในโรงเรียน ทั้งการซ่อมแซมห้องน้ำ ทาสีรั้ว และปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมเปิดพื้นที่ให้พนักงานและลูกบ้านของพลัสฯ เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะอาสาสมัคร ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ ทาสี และซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของโรงเรียน ไปจนถึงการร่วมทำกิจกรรมกับนักเรียน สะท้อนแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนผ่านการลงมือทำจริง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมประกวดวาดภาพสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนถ่ายทอดมุมมองและจินตนาการเรื่องการทำดีผ่านงานศิลปะ ก่อนนำผลงานที่ได้รับรางวัลมาถ่ายทอดเป็นภาพวาดบนกำแพงโรงเรียน กลายเป็นพื้นที่ศิลปะที่ช่วยสร้างสีสันและส่งต่อแนวคิดเรื่องการทำความดีให้กับนักเรียนและผู้ที่เข้ามาใช้พื้นที่ โครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้แนวคิด “พลัสก่อการดี” ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ให้กับสังคม ผ่านการพัฒนาพื้นที่ การส่งเสริมการเรียนรู้ และการเปิดโอกาสให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีแผนต่อยอดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องไปยังโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อส่งต่อพื้นที่แห่งการเรียนรู้และคุณค่าของการทำความดีให้กับเยาวชนในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ จับมือ ‘HI-TOP’ และ ‘มากมิตร’ ส่ง Food Vendingรวมเมนูร้านดัง ถึงมือลูกบ้านในโครงการ สัมผัสความอร่อยใกล้ตัวเติมเต็มการใช้ชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง!

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ, บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด ผู้พัฒนาโซลูชันตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และ บริษัท มาก-มิตร จำกัด ผู้รวบรวมแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มยอดนิยม เปิดตัว “Food Vending” ตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ นำเมนูจากร้านยอดนิยมมาไว้ภายในโครงการที่อยู่อาศัย ให้ลูกบ้านเข้าถึงอาหารคุณภาพได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและคุณภาพในการใช้ชีวิต นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในทุกมิติ โดยเรามองว่าผู้บริโภคทุกวันนี้ โดยเฉพาะวิถีชีวิตคนเมือง มองหาความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมากขึ้น เราจึงได้ร่วมมือกับ HI-TOP และมากมิตร นำ Food Vending เข้ามาให้บริการภายในโครงการ โดยคัดสรรเมนูจากร้านดัง ทั้งสตรีทฟู้ด ขนมหวาน เครื่องดื่ม ครบในตู้เดียว เพื่อให้ลูกบ้านมีทางเลือกด้านอาหารที่สะดวก เข้าถึงง่าย และพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง หรือรอ Food Delivery พร้อมรองรับการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกและปลอดภัย ถือเป็นอีกหนึ่งบริการที่ช่วยเติมเต็ม Community Living และยกระดับพื้นที่ส่วนกลางให้ตอบรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกบ้านมากยิ่งขึ้น” เริ่มนำร่องเปิดให้บริการ Food Vending ใน 5 โครงการแรก ได้แก่ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต, เดอะ เบส สุขุมวิท 77, เดอะ ไลน์ วงศ์สว่าง, เดอะ เบส สะพานใหม่ และ ไอดีโอ คิว จุฬา – สามย่าน โดยทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ต้นไตรมาส 3 ของปีนี้ นายณฐกร วิเชตชาติ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ HI-TOP ในการขยายพอร์ตธุรกิจสู่ตลาดโครงการที่อยู่อาศัย ผ่านการนำโซลูชัน Food Vending เข้ามาให้บริการในคอนโดภายใต้การดูแลของพลัสฯ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของเรามาพัฒนา Vending ที่รองรับการจัดเก็บอาหารให้คงคุณภาพ รวมถึงซอฟต์แวร์ที่สามารถตรวจสอบสต็อกสินค้าและสถานะการทำงานของตู้แบบออนไลน์ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตู้สินค้ายังมีการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อรักษาคุณภาพของอาหาร พร้อมมีทีมบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้บริการที่ราบรื่น และช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารคุณภาพได้ในทุกช่วงเวลา” นายธนาคม ฮูเซ็น…