ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH
ปล่อยเช่าคอนโด

ปล่อยเช่าคอนโดอย่างไรให้คุ้มค่า พร้อมข้อกฎหมายที่เจ้าของห้องต้องรู้

หลายคนที่กำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ อาจมีคำถามในใจว่า “การซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม” เมื่อเทียบกับสภาวะตลาดที่มีความผันผวนในช่วงนี้ แต่ความคุ้มค่าของการปล่อยเช่าคอนโดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทำเลที่มีศักยภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงราคาซื้อเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนที่จะได้รับ ไปจนถึงกลุ่มผู้เช่าเป้าหมายในพื้นที่นั้นๆ ด้วย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปหาคำตอบว่าการซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มค่าจริงหรือไม่ พร้อมเผยเคล็ดลับในการปล่อยเช่าให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ข้อกฎหมายสำคัญที่เจ้าของห้องต้องรู้ รวมถึงบริการที่จะช่วยให้การปล่อยเช่าคอนโดของคุณเป็นเรื่องง่ายและหายห่วง ซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม เช็กปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุน ก่อนตัดสินใจลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า นักลงทุนควรวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อประเมินว่าการลงทุนครั้งนี้จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่ โดยสามารถสรุปปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาได้ดังนี้ ปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น vs ระยะยาว แบบไหนดีกว่ากัน หากตัดสินใจปล่อยเช่าคอนโดแล้ว คำถามต่อไปที่เจ้าของห้องต้องคิดต่อ คือการเลือกระหว่างการปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น 1-6 เดือน หรือการปล่อยเช่าระยะยาวหลัก 1 ปีขึ้นไป เพราะการปล่อยเช่าทั้งสองแบบนี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน และเหมาะกับทำเลและความพร้อมของเจ้าของห้องที่ต่างกันไป ดังนี้ หัวข้อ ปล่อยเช่าระยะสั้น (1-6 เดือน) ปล่อยเช่าระยะยาว (1 ปีขึ้นไป) ข้อดี ค่าเช่าต่อเดือนสูงกว่า สามารถปรับราคาตามฤดูกาลท่องเที่ยวได้ รายได้สม่ำเสมอต่อเนื่อง ดูแลง่าย เน้นตรวจสอบเป็นระยะๆ ข้อเสีย ต้องดูแลและทำความสะอาดห้องบ่อยตามการย้ายเข้าออก และมีความเสี่ยงด้านกฎหมายหากเช่าต่ำกว่า 30 วัน รายได้ต่อเดือนอาจต่ำกว่าการปล่อยเช่าระยะสั้นในบางช่วง เหมาะกับ คอนโดใกล้แหล่งท่องเที่ยว หรือติดรถไฟฟ้าใจกลางเมือง คอนโดในย่านที่อยู่อาศัย หรือใกล้แหล่งงาน กฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เจ้าของห้องต้องรู้ นอกจากเรื่องทำเลและรูปแบบการเช่าแล้ว เจ้าของห้องและนักลงทุนอสังหาฯ มือใหม่ยังควรทำความเข้าใจกฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต กฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเช่าคอนโด การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม คำถามที่เจ้าของห้องมือใหม่มักสงสัย คือ “การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม” โดยปกติแล้วเจ้าของห้องไม่มีความจำเป็นต้องแจ้งขออนุญาตจากนิติบุคคลก่อนปล่อยเช่าห้องของตนเอง เนื่องจากเป็นสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เจ้าของห้องสามารถบริหารจัดการได้ตามความเหมาะสม เว้นแต่จะมีข้อบังคับจากนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้เช่าและเจ้าของห้องเอง รวมถึงเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบและดูแลอาคาร เจ้าของห้องควรแจ้งข้อมูลผู้เช่าให้นิติบุคคลทราบ เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อ และช่วงเวลาที่เข้าพักอาศัย เพื่อให้นิติบุคคลสามารถออกบัตรผ่านเข้า-ออกอาคาร หรือประสานงานในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องก่อนปล่อยเช่า อีกหนึ่งขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม คือ การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องให้ละเอียดทั้งก่อนและหลังส่งมอบห้อง ทั้งระบบไฟฟ้า น้ำประปา เครื่องปรับอากาศ โครงสร้างของห้อง และเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่ง เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปล่อยเช่าคอนโด 1. แนวทางการปล่อยเช่าคอนโดให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้การปล่อยเช่าคอนโดเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย เจ้าของห้องควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ 2. ควรเรียกเก็บเงินมัดจำและค่าเช่าล่วงหน้าเท่าไหร่ ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 ได้กำหนดให้มีการเก็บเงินค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันความเสียหาย (เงินมัดจำ) โดยเรียกเก็บรวมกันได้ไม่เกิน 3 เดือน โดยทั่วไปแล้ว มักแบ่งการเรียกเก็บเป็นเงินประกันความเสียหาย 2 เดือน และเงินค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือนก่อนเข้าพักอาศัย…

กฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ซื้อผู้ขายต้องรู้

ในความเข้าใจของคนทั่วไป การซื้อขายบ้านหรือคอนโดอาจดูเป็นเรื่องง่ายๆ แค่ตกลงราคา จ่ายเงิน แล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อ แต่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้กลับมีรายละเอียดทางกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ซับซ้อน ที่หากมองข้ามขั้นตอนสำคัญไป ก็อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในระยะยาวได้ ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจภาพรวมของกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรทราบ ตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐาน การทำสัญญาที่รัดกุม ไปจนถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การซื้อขายบ้านหรือคอนโดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด ภาพรวมกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรรู้ ก่อนเข้าสู่รายละเอียดของสัญญาและค่าใช้จ่ายต่างๆ ผู้ซื้อและผู้ขายควรทำความเข้าใจภาพรวมก่อนว่ากฎหมายกำหนดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ไว้อย่างไรบ้าง โดยเริ่มต้นจาก อสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายคืออะไร? ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 139 นิยามคำว่า “อสังหาริมทรัพย์” หมายถึง ทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ทั้งที่ดินและทรัพย์สินที่ติดอยู่กับที่ดินอย่างถาวร หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน รวมถึงสิทธิต่างๆ ที่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นด้วย โดยตัวอย่างที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น บ้านบางนา ทาวน์โฮม และคอนโดติดรถไฟฟ้าต่างๆ เป็นต้น ขั้นตอนหลักในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยข้อกฎหมายต่างๆ ทำให้หลายๆ คนสงสัยว่า การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะถูกต้องและปลอดภัยสำหรับทั้งสองฝั่ง โดยสามารถสรุปลำดับขั้นตอนหลักๆ ได้ดังนี้ ขั้นตอนเหล่านี้ ถือเป็นข้อปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายคอนโดมือสอง หรือบ้านกรุงเทพกรีฑา ซึ่งอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปบ้าง เช่น การตรวจสอบเงื่อนไขบางประการร่วมกับนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ เป็นต้น การทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขั้นตอนการทำสัญญา ถือเป็นจุดที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างสูง เพราะหากดำเนินการผิดพลาด หรือมีข้อมูลในสัญญาที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจทำให้การซื้อขายล้มเหลวและอาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้ สัญญาจะซื้อจะขาย VS สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด หลายคนอาจสงสัยว่าสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะมีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ ตามมาตรา 453 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้ให้นิยามของ “สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์” ว่าเป็นข้อตกลงที่ผู้ขายยินยอมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินให้ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงจ่ายเงินให้ผู้ขายตามที่ตกลงกันไว้ โดยสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขาย คือ ข้อตกลงล่วงหน้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายก่อนที่จะโอนกรรมสิทธิ์จริง มักใช้ในช่วงที่ผู้ซื้อวางเงินมัดจำให้ผู้ขาย เพื่อยืนยันและเป็นหลักฐานว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้วว่าจะซื้อ-ขายกันตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ เช่น ราคา วันโอน หรือเงื่อนไขการผ่อนชำระ ตามมาตรา 456 วรรคสอง สัญญาจะซื้อจะขายจะมีผลบังคับใช้ ก็ต่อเมื่อมีอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้เกิดขึ้น 2. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด คือ สัญญาซื้อขายที่ทำในขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์จริง โดยต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น จึงจะถือว่าการซื้อขายนั้นสมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มาตรา 456 วรรคหนึ่ง ระบุว่า หากการซื้อขาย ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียมไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน สัญญาซื้อขายนั้นจะถือเป็น “โมฆะ” แม้ว่าจะมีการจ่ายเงินให้ผู้ขาย หรือมีการทำสัญญากันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วก็ตาม ด้วยเหตุนี้ ผู้ซื้อและผู้ขายจึงควรทำความเข้าใจความแตกต่างของสัญญาทั้งสองรูปแบบให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง โดยสามารถสรุปได้ตามตารางนี้ สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ทำเมื่อไหร่ ช่วงวางเงินมัดจำ วันโอนกรรมสิทธิ์จริง ทำที่ไหน…

การตรวจสอบอาคารคืออะไร รู้สัญญาณเตือนล่วงหน้าและวิธีเลือกบริษัทตรวจสอบ

สำหรับเจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลบางท่าน “การตรวจสอบอาคาร” อาจเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งปัญหาโครงสร้างเล็กๆ ค่อยๆ ลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ หรือร้ายแรงจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานโดยตรง เพราะในความเป็นจริงแล้ว การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอไม่ได้เป็นเพียงข้อบังคับทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในการใช้งานอาคาร โดยเฉพาะในคอนโดมือสองหรืออาคารที่ผ่านการใช้งานมานาน ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าอาคารที่สร้างใหม่ไม่น้อย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบอาคาร ตั้งแต่สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ขอบเขตของงานตรวจสอบตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงแนะนำบริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ ที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของอาคารและนิติบุคคลอย่างครบวงจร สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรตรวจสอบโครงสร้างอาคารเก่าโดยด่วน การสังเกตสัญญาณเตือนทางกายภาพต่างๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถตรวจสอบและรับมือได้อย่างทันท่วงที โดยมีสัญญาณเตือนที่สำคัญดังนี้ รอยร้าวและการทรุดตัว ระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค การละเลยสัญญาณเตือนเหล่านี้ ไม่เพียงส่งผลต่อสภาพอาคารเท่านั้น แต่ยังเพื่อความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และส่งผลเสียต่อมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาวได้อีกด้วย ดังนั้น การหมั่นสังเกตและตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่เจ้าของอาคารทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อประเมินความเสี่ยง พร้อมวางแผนการตรวจสอบและซ่อมแซมแก้ไขอย่างทันท่วงที การตรวจสอบอาคาร ตรวจอะไรบ้าง เจาะลึกขอบเขตงานที่สำคัญ หากมีคำถามว่าการตรวจสอบอาคารนั้นครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 32 ทวิ ได้กำหนดขอบเขตของงานตรวจสอบไว้อย่างชัดเจน โดยสามารถสรุปออกเป็น 4 ด้านหลัก ดังนี้ 1. ความมั่นคงของโครงสร้าง การตรวจสอบอาคารในด้านแรก คือ การประเมินความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร ทั้งสภาพความสมบูรณ์ของโครงสร้างหลัก การต่อเติมดัดแปลงหรือปรับปรุงสภาพอาคารที่อาจส่งผลต่อการรับน้ำหนัก รวมถึงตรวจหาความชำรุดสึกหรอต่างๆ เพื่อประเมินว่าอาคารยังสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 2. ระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร การตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร จะเน้นประเมินความสามารถในการทำงานของระบบต่างๆ และการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสมเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 3 ระบบหลัก ได้แก่ 3. สมรรถนะของระบบและอุปกรณ์ของอาคารเพื่ออพยพผู้ใช้อาคาร การประเมินสมรรถนะของบันไดหนีไฟ ทางหนีไฟ เครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน รวมถึงระบบแจ้งสัญญาณเตือนภัยว่าสามารถใช้งานได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงสนับสนุนให้ผู้ใช้อาคารสามารถอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 4. ระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในอาคาร การตรวจสอบอาคารยังครอบคลุมไปถึงแผนบริหารจัดการด้านความปลอดภัย ได้แก่ แผนการป้องกันและระงับอัคคีภัย แผนการซ้อมอพยพผู้ใช้อาคาร แผนการบริหารจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัยในอาคาร และแผนการบริหารจัดการของผู้ตรวจสอบอาคาร เพื่อให้ทุกฝ่ายพร้อมรับมือเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริง อาคาร 9 ประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ต้องตรวจสอบ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้มีการกำหนดอาคาร 9 ประเภทที่ต้องผ่านการตรวจสอบอาคารตามกฎหมายเป็นประจำทุกปี ได้แก่ โดยกลุ่มคอนโดมิเนียมที่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นทำเลสำหรับเช่าคอนโดสุขุมวิท คอนโดอ่อนนุช หรือคอนโดติดรถไฟฟ้า ต่างๆ ควรได้รับการตรวจสอบอาคารอย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน บริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ เมื่อทราบถึงความสำคัญและขอบเขตของการตรวจสอบอาคารแล้ว การเลือกผู้ให้บริการตรวจสอบอาคารที่มีความน่าเชื่อถือก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยพลัสฯ ได้ร่วมมือกับ “ทัช พร็อพเพอร์ตี้” บริษัทในเครือที่เชี่ยวชาญด้านระบบวิศวกรรมอาคารและการตรวจสอบอาคารครบวงจรมากว่า 17 ปี พร้อมประสบการณ์ตรวจสอบอาคารมาแล้วกว่า 5 ล้านตารางเมตร เพื่อมอบบริการตรวจสอบอาคารที่ครอบคลุมทุกมิติให้กับเจ้าของอาคารและนิติบุคคล ทำไมต้องเลือก PLUS และ TOUCH การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอ…

รวม 16 คอนโดใกล้มหาลัยฯ ถูกใจนักศึกษาและวัยทำงาน

การตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยในวัยเรียนหรือช่วงเริ่มต้นทำงาน ถือเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่สำคัญ โดยเฉพาะการเลือกพักอาศัยในคอนโดใกล้มหาลัย ที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางแต่ละวันแล้ว คอนโดใกล้มหาลัยยังมอบความอุ่นใจในด้านความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ในบทความนี้ พลัสฯ จึงได้รวบรวม 16 โครงการคอนโดใกล้มหาลัยฯ คุณภาพครอบคลุม 6 ทำเลศักยภาพรอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครอง นักศึกษา คนทำงานด้านการศึกษา รวมถึงนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มองหาโอกาสปล่อยเช่าในย่านสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬา ที่น่าสนใจ ย่านใจกลางเมืองอย่างปทุมวัน สามย่าน และราชเทวี ถือเป็นศูนย์กลางที่แวดล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สยามสแควร์ และศูนย์การค้าชั้นนำโดยรอบ การเลือกคอนโดย่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงตอบโจทย์การใช้ชีวิตเหนือระดับ พร้อมสะดวกด้วยขนส่งมวลชนที่เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว 1. แอชตัน จุฬา-สีลม (Ashton Chula-Silom) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ ระดับลักชัวรีที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 56 ชั้น บนทำเลใจกลางสามย่าน เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT เชื่อมต่อทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและย่านธุรกิจโดยรอบ โดดเด่นด้วยดีไซน์กระจกแบบ Curved Facade ที่ดูเรียบหรู ล้ำสมัย พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางขนาด 2 ชั้นที่ครบครัน ตอบโจทย์การเป็นคอนโดใกล้มหาลัยสำหรับทั้งนักศึกษาและคนทำงาน ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 34.0 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ ไลน์ ราชเทวี (The Line Ratchethewi) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ บนทำเลราชเทวี ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS เชื่อมต่อทั้งย่านประตูน้ำ พญาไท สยาม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดดเด่นด้วยอาคารสูง 38 ชั้น ตกแต่งภายนอกด้วยโทนสีดำ-ทองแดงอันเป็นเอกลักษณ์ จัดเต็มทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและรูปแบบห้องพักที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เงียบสงบแต่ใกล้ชิดย่านสยาม-ราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 32.62 ตารางเมตร คลิก 3. ไพน์ บาย แสนสิริ (Pyne by Sansiri) คอนโดใกล้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 42 ชั้น และทำเลติดสถานีรถไฟฟ้าหน้าโครงการแบบก้าวเดียวถึง มอบความได้เปรียบสูงสุดในการเดินทาง ตอบโจทย์การพักอาศัยด้วยห้องพักให้มีความโปร่งกว้างขวางเป็นพิเศษ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมที่ครบครัน ในทำเลทองคำในย่านราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 47.0 ตารางเมตร คลิก คอนโดใกล้ มศว อโศก ที่น่าสนใจ…

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

การตัดสินใจปล่อยขายคอนโดมือสองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การแปะประกาศหน้าโครงการหรือโพสต์รูปภาพลงบนอินเทอร์เน็ตแล้วรอให้ผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามา เพราะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีห้องคอนโดอีกจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะแข่งขันกับห้องของคุณ หากไม่มีจุดเด่นที่กระตุ้นผู้ซื้อให้สนใจ ห้องคอนโดที่ลงขายก็ยากที่จะมีใครสนใจ ไร้การติดต่อกลับ หรืออาจถูกกดราคาจนกำไรที่คาดหวังไว้หายไปไม่เหลือ เพื่อให้การขายคอนโดมือสองเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์การลงทุน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปไขข้อสงสัยว่า การขายคอนโดมือสองต้องทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม การจัดการเอกสารสำคัญทางกฎหมายที่ห้ามตกหล่น ไปจนถึงเทคนิคการต่อรองเพื่อปิดดีลให้สำเร็จลุล่วง ก่อนขายคอนโดมือสอง ต้องเตรียมอะไรบ้าง สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนขายคอนโดมือสอง คือ การเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร โดยเฉพาะโฉนดห้องชุด หรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) ของห้องคอนโดที่จะขายว่ามีข้อมูลต่างๆ ถูกต้องตรงตามชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในปัจจุบัน เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์ขาดในการซื้อขาย พร้อมตรวจสอบภาระผูกพันกับสถาบันการเงินอย่างละเอียด ว่าไม่มีภาระจำนองหรือการติดภาระอื่นๆ รวมถึงการตรวจสอบค่าส่วนกลางค้างชำระและขอใบปลอดหนี้จากนิติบุคคล เพื่อใช้ในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่หากขาดไปก็อาจสร้างปัญหาในการขายคอนโดมือสองได้ ห้องที่ดูทรุดโทรมมักทำให้ห้องคอนโดราคาตกลงมากกว่าที่ควรจะเป็น เจ้าของห้องจึงควรประเมินสภาพห้องและซ่อมแซมจุดบกพร่อง จุดชำรุดเสียหายต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มขายคอนโดมือสอง ไม่ว่าจะเป็นการเช็กการทำงานระบบไฟฟ้าและน้ำประปา  ตรวจสอบจุดรั่วซึมในห้องน้ำและระเบียง รอบแตกร้าวตามผนัง พื้นบวมแตก วอลล์เปเปอร์ลอกหลุด และจุดอื่นๆ เพื่อให้คอนโดของเราอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด สร้างความมั่นใจ ดึงดูดผู้ซื้อ และลดปัญหาการต่อรองจากสภาพห้องที่ทรุดโทรม แม้ว่าห้องคอนโดของเราจะตกแต่งเป็นอย่างดี อยู่ในทำเลทอง และแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่หากตั้งราคาหลุดจากความเป็นจริง ก็จะปิดการขายได้ยากยิ่งขึ้น การตั้งราคาขายคอนโดมือสองให้เหมาะสม จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยเริ่มจากการนำข้อมูลราคาประเมินต่อตารางเมตรของกรมธนารักษ์และราคาซื้อขายจริงของห้องคอนโดอื่นๆ ในทำเลและขนาดใกล้เคียงมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อหาช่วงราคาที่เหมาะสมกับห้องของเรา นอกจากราคาตลาดแล้ว การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของคอนโดก็สำคัญไม่แพ้กัน เจ้าของห้องควรพิจารณาว่าใครบ้างที่จะเลือกอยู่ห้องของเรา เช่น ชาวต่างชาติที่ต้องการคอนโดย่านสุขุมวิทที่มีคอมมูนิตีนานาชาติขนาดใหญ่ หรือคนทำงานทั่วไปที่มองหาคอนโดอ่อนนุชในราคาเข้าถึงง่าย เพราะแต่ละกลุ่มต่างมีความต้องการและราคาในใจที่แตกต่างกัน การมองหาจุดสมดุลระหว่างราคาที่คุ้มค่าและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ จะช่วยให้คอนโดมือสองของเราน่าสนใจและปิดการขายได้เร็วยิ่งขึ้น เทคนิคการขายคอนโดให้ได้ราคาดีและปิดการขายไว หนึ่งในวิธีขายคอนโดให้ออกไวและมีประสิทธิภาพ คือ การตกแต่งปรับปรุงห้องพักให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เช่น การทาสีผนังห้องใหม่ด้วยโทนสีขาว หรือสีเบจที่ช่วยพรางตาให้ห้องดูกว้างขวาง สะอาดตาขึ้น การเปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นโทนสีอบอุ่นเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย รวมถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งให้ดูน่าสนใจ ไม่แออัด ในสไตล์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถจินตนาการถึงการใช้ชีวิตในห้องคอนโดได้ง่ายขึ้น หลังจากที่มีผู้เริ่มสนใจคอนโดแล้ว เทคนิคขั้นต่อไป คือ การเจรจาราคาต่อรองราคาและเงื่อนไขต่างๆ กับผู้ที่สนใจซื้อ เพื่อหาข้อตกลงและปิดการขายคอนโดมือสองตามที่ต้องการ โดยเคล็ดลับของการวางแผนเจรจาต่อรองนั้น มีตั้งแต่การใช้ข้อมูลราคากลางและสถิติราคาขายจริงในอดีตเพื่อสนับสนุนการตั้งราคาของเรา เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นถึงความสมเหตุสมผล และโปร่งใส ไม่ได้เป็นการตั้งราคาเผื่อต่อที่สูงจนเกินไป หรือการเลือกใช้การเจรจาแบบ Win-Win เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพอใจกับข้อเสนอ เช่น การเสนอแถมเครื่องใช้ไฟฟ้า สิทธิ์จอดรถ หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญบางชิ้นเพื่อชดเชยกับราคาที่ผู้ซื้อขอต่อรอง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าและช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น ทำเลคือสิ่งที่นักลงทุนอสังหาฯ ต่างให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ เสมอ หากห้องคอนโดอยู่ในทำเลทองยอดนิยม เช่น ทำเลใกล้แหล่งงาน ใกล้ย่านเศรษฐกิจ หรือเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสำคัญ เจ้าของห้องก็ควรที่จะชูจุดเด่นสำคัญนี้เป็นหลัก รวมถึงการเดินทางจากคอนโดไปยังแหล่งงานหรือสถานีรถไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ เพื่อให้ผู้ซื้อรู้สึกถึงความคุ้มค่าในทำเลดังกล่าว เลือกช่องทางขายคอนโดมือสองอย่างไรให้ถูกจุด การลงประกาศบนเว็บไซต์หรือในชุมชนออนไลน์ต่างๆ ถือเป็นช่องทางหลักที่จะช่วยให้ผู้คนพบเจอกับประกาศขายของเราได้ง่ายขึ้น ซึ่งการลงประกาศที่ดีนั้น ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีจำนวนผู้เข้าใช้งานสูง มีฟีเจอร์เสริมในการดันประกาศ เพื่อให้โพสต์ขายคอนโดมือสองของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมถึงการเลือกใช้คำโปรยที่สะดุดตา เช่นการชูจุดเด่นด้านทำเล ขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก…

คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่

แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิท ครบทุกช่วง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

สุขุมวิท คือหนึ่งในทำเลศูนย์กลางแห่งความเจริญและไลฟ์สไตล์คนเมืองของกรุงเทพฯ ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความสำเร็จได้อย่างชัดเจน ทั้งการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ไปจนถึงแหล่งงานและย่านเศรษฐกิจชั้นนำ ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นแหล่งรวมโครงการคอนโดสุขุมวิทชั้นนำมากมายที่เป็นที่ต้องการของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างไม่เสื่อมคลาย ในบทความนี้ พลัสฯ ขอแนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ ครอบคลุมตั้งแต่สุขุมวิทตอนต้นจรดปลาย พร้อมเจาะลึกตั้งแต่ความน่าสนใจของทำเล แนวโน้มราคา ไปจนถึงการวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้คุณเลือกคอนโดแถวสุขุมวิทให้เช่าหรือซื้อได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้ชีวิต แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ 1. เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 (The Line Sukhumvit 101) คอนโดมิเนียม High Rise 38 ชั้น ทำเลติดถนนสุขุมวิท ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี โดดเด่นด้วยห้องพักเพดานสูงสไตล์ Duplex 3.4 – 5.5 เมตร ที่ให้ความโปร่งโล่งสบายในการพักอาศัย พร้อมความสะดวกสบายครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่สำหรับทำกิจกรรมและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ และการเดินทางที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ในทำเลสุขุมวิทตอนปลายแห่งนี้ ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 42.4 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ (The Monument Thonglor) คอนโดสุขุมวิทระดับ Ultra-Luxury ในย่านไลฟ์สไตล์อย่างทองหล่อ โดดเด่นด้วยตัวอาคาร High Rise สูงถึง 45 ชั้น ภายใต้แนวคิด Luxury is Space ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ โปร่งโล่ง เป็นส่วนตัว มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่หรูหราเหนือระดับ พร้อมวิวทิวทัศน์ใจกลางเมืองแบบพาโนรามา ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่ล้อมรอบโครงการ ถือเป็นหนึ่งในคอนโดสุขุมวิทที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในย่านนี้ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 125.25 ตารางเมตร คลิก 3. ฮาสุ เฮาส์ (Hasu Haus) คอนโดสุขุมวิทสไตล์รีสอร์ต Low Rise 7 ชั้น ภายในพื้นที่ T77 คอมมูนิตีคอนโดอ่อนนุช โดดเด่นด้วยการผสานไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้ากับพื้นที่ธรรมชาติและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นสไตล์มินิมอล มอบบรรยากาศการอยู่อาศัยที่เงียบสงบ ร่มรื่น ควบคู่ไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพื่อการใช้ชีวิตที่ลงตัวในทำเลยอดนิยมของย่านสุขุมวิทตอนปลาย ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เผยทิศทางธุรกิจปี 68 รุกตลาด Luxury Segment เดินหน้าธุรกิจใหม่ ให้ตรงใจลูกค้า

คุณสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2567ที่ผ่านมา ทิศทางธุรกิจเป็นไปในแง่บวก โดยสามารถทำรายได้เป็นไปตามเป้า แม้ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวเปราะบาง อย่างไรก็ตาม ตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรี่ยังคงเติบโตได้ดี จากแรงขับเคลื่อนของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง ขณะที่ทำเลศักยภาพในหัวเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต ขอนแก่น พัทยา ยังคงได้รับความนิยม ส่งผลเชิงบวกต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยรวม ด้วยปัจจัยเหล่านี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะผู้ให้บริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สามารถทำรายได้รวมกว่า 1,800 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา จากการบริหารโครงการครอบคลุมทุกประเภท ทั้งโครงการแนวราบ (Low Rise) โครงการแนวสูง (High Rise) และ อาคารเชิงพาณิชย์ (Commercial Building) จำนวนรวมทั้งสิ้น 442 โครงการ มีขนาดพื้นที่รวมทั้งสิ้น 20.2 ล้าน ตร.ม. สะท้อนถึงดีมานด์ด้านบริการหลังการขายและการบริหารจัดการอสังหาฯ ยังคงมีสูง รวมถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อศักยภาพในการบริหารจัดการของพลัสฯ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามายกระดับการให้บริการ เพื่อรองรับความต้องการของเจ้าของโครงการ ผู้อยู่อาศัย และนักลงทุนได้อย่างมืออาชีพ การันตีคุณภาพการบริการด้วยคะแนนความพึงพอใจจากการประเมินของลูกค้า (Customer Satisfaction) ในปีที่ผ่านมา คะแนนเฉลี่ยสูงถึง 90.7% พร้อมมั่นใจได้ด้วยมาตฐานสากล โดยพลัสฯ ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO ที่ครอบคลุมระบบบริหารงานคุณภาพ (ISO 9001) ระบบบริหารทรัพยากรกายภาพ (ISO 41001) และระบบบริหารสิ่งแวดล้อม (ISO 14001) ซึ่งพลัสฯ เป็นรายแรกและรายเดียวที่สามารถใช้มาตรฐานเหล่านี้ครอบคลุมทุกโครงการได้ เปิดทิศทางธุรกิจและกลยุทธ์ของพลัสฯ ในปี 68 คุณสุวรรณี เผยว่า ในปี 2568 นี้ พลัสฯ ตั้งเป้ากวาดรายได้กว่า 2 พันล้านบาท โดยวางรายได้หลักมาจาก 4 ธุรกิจที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของพลัสฯ คือ ธุรกิจบริหารจัดการที่พักอาศัย (Living Management) ธุรกิจบริหารอาคารเชิงพาณิชย์ (Facility Management) ธุรกิจซื้อ ขาย เช่า และบริหารงานขายโครงการ (Brokerage & Sale Management) ธุรกิจ ลิฟ-ทเวนตี้โฟร์ (LIV-24) โซลูชันเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจ ผ่านกลยุทธ์ที่วางไว้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งตั้งต้นมาจากความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก เพื่อส่งมอบบริการที่ตรงใจ และสร้างผลลัพธ์ที่ beyond expectation ให้แก่ลูกค้าด้วย 5 กลยุทธ์สำคัญของพลัสฯ ในปีนี้ คือ 1. เจาะกลุ่มลูกค้าเซกเมนต์ลักซ์ชัวรี่…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำความเชี่ยวชาญ ยกระดับระบบอาคารและวิศวกรรมอาคารให้ Paso Tower อย่างครบวงจร

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ได้รับความไว้วางใจจาก ปาโซ่ ทาวเวอร์ (Paso Tower) ให้เข้าดูแลและบริหารจัดการอาคารและระบบวิศวกรรมอาคารอย่างครบวงจร โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพ ยืดอายุการใช้งานอาคาร ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เช่าพื้นที่และผู้ใช้งานอาคาร อาคาร Paso Tower เป็นอาคารสำนักงานให้เช่าสูง 28 ชั้น ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพอย่างถนนสีลม การเดินทางสะดวกสบาย ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีช่องนนทรี มีขนาดพื้นที่รวมทั้งหมด 28,860 ตร.ม. และพื้นที่สำนักงานให้เช่ารวม 11,143 ตร.ม. ทั้งนี้ พลัสฯ เข้ามาบริหารจัดการระบบอาคารและวิศวกรรมอาคารอย่างครบวงจรให้แก่ Paso Tower ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน ควบคุม และปฏิบัติการในการดูแลบำรุงรักษาระบบประกอบอาคาร ให้สามารถทำงานและใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อาทิ ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบน้ำใช้ภายในอาคาร ระบบความปลอดภัยต่างๆ อย่างระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ หรือระบบอำนวยความสะดวก เช่น ลิฟต์ บันไดเลื่อน ผ่านการดำเนินงานโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์กว่า 28 ปี และมีมาตรฐานในการดำเนินงานในระดับสากล พัฒนาทั้งความปลอดภัยและคุณภาพ เพื่อให้ Paso Tower สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นายภคิน เอกอธิคม รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร ฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “การจัดการระบบวิศวกรรมอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ เปรียบเสมือนการวางรากฐานที่มั่นคงให้อาคาร ไม่เพียงแค่การจัดการให้เป็นไปตามมาตรฐานและกฎหมาย แต่ยังสามารถเพิ่มศักยภาพในการใช้งานอาคาร ลดความเสี่ยงจากปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ การวางแผนงบประมาณในการดูแลและบำรุงรักษาอาคารอย่างถูกต้องและเหมาะสม ยังช่วยให้อาคารมีความพร้อม สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับเจ้าของอาคาร ผู้เช่าและผู้ใช้อาคาร นับเป็นการลงทุนที่สะท้อนถึงความคุ้มค่า ทั้งในเชิงธุรกิจและมูลค่าของอาคาร” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริหารจัดการโครงการหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย สำนักงาน อาคาร mix-used ห้างสรรพสินค้า และอาคารเชิงพาณิชย์ รวมไปถึงอาคารที่มีความซับซ้อนสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบัน พลัส พร็อพเพอร์ตี้บริหารจัดการอาคารสำนักงานและศูนย์การค้าจำนวน 39 แห่ง รวมพื้นที่ 1.96 ล้านตารางเมตร และมีโครงการที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบและแนวสูงจำนวน 395 โครงการ รวมพื้นที่ทั้งหมด 18.55 ล้านตารางเมตร พร้อมรับงานดูแลอาคารที่ครอบคลุมในทุกประเภท สำหรับผู้ที่สนใจบริการสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-688-7555 หรือเว็บไซต์ www.plus.co.th/service/facility-management พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มุ่งมั่นใส่ใจด้านความยั่งยืน พา 6 โครงการที่อยู่อาศัยคว้ารางวัล ‘Green Residence’

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำมาตรฐานการบริหารโครงการที่พักอาศัยที่ยั่งยืน ล่าสุด 6 โครงการได้รับการรับรอง Green Residence ประจำปี 2567 จากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม สะท้อนความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าสร้างมาตรฐานการบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยโดยมุ่งเน้นความยั่งยืนและการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดโครงการที่บริหารจัดการได้รับการรับรองให้เป็นที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Residence) ประจำปี 2567 ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ทั้งสิ้น 6 โครงการ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รางวัล Green Residence มอบให้แก่หน่วยงานและที่อยู่อาศัย ที่มีการจัดการและใช้ทรัพยากรรวมถึงพลังงานอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ มีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีควบคู่กับการจัดการของเสีย (waste) และสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดย พลัสฯ ส่งรายชื่อโครงการเข้าร่วมคัดเลือกทั้งสิ้น 6 โครงการ และสามารถคว้ารางวัลมาได้ทั้งหมดทุกโครงการ ใน 2 หมวดรางวัล ได้แก่ รางวัลระดับดีเยี่ยม (G ทอง) 3 รางวัล เนีย บาย แสนสิริ (NIA by Sansiri) เดอะ มูฟ เกษตร (THE MUVE Kaset) เอ็กซ์ที เอกมัย (XT Ekkamai) รางวัลระดับดีมาก (G เงิน) 3 รางวัล ไฟคัส เลน (Ficus Lane) เดอะ โมนูเม้นต์ สนามเป้า (The Monument Sanampao) เดอะ ไลน์ ราชเทวี (THE LINE Ratchathewi) ความสำเร็จนี้เกิดจากการดำเนินโครงการและกิจกรรมที่สนับสนุนด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดย พลัสฯ ได้มุ่งเน้นใน 3 ส่วนหลัก ในการบริหารจัดการโครงการ ตลอดจนสร้างชุมชนของผู้อยู่อาศัยที่มีการจัดการสภาพแวดล้อมและความยั่งยืนอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ 1) การบริหารจัดการขยะ ผ่านการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ และอบรมให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะครอบคลุมทุกโครงการ 2) การจัดการพลังงาน โดยโครงการที่อยู่อาศัยจะต้องนำเสนอรายงานอนุรักษ์พลังงานในพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน ISO-14001 ของบริษัทฯ และ 3) การจัดกิจกรรม Green Activity ที่ส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดให้แต่ละโครงการเสนอแผนงานและดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการจัดการขยะ พลังงาน และพื้นที่สีเขียวในโครงการ นฤมล อาภรณ์ธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “รางวัลที่ได้รับนี้เป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งและเป็นความสำเร็จอย่างต่อเนื่องที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของพลัสฯ ในการส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนที่เราดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้…

รับมือ PM 2.5 อย่างมีประสิทธิภาพ เคล็ดลับเพื่อความปลอดภัยในบ้าน อาคารสำนักงาน และอาคารพาณิชย์

รับมือ PM 2.5 อย่างมีประสิทธิภาพกับ Plus Property ชวนคุณสำรวจเคล็ดลับการดูแลพื้นที่อยู่อาศัยและอาคารให้ปลอดฝุ่น เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดี ค้นพบวิธีดูแลพื้นที่ของคุณให้พร้อมรับทุกสถานการณ์ได้จากบทความนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2568 ปัญหาฝุ่น PM 2.5 มีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่กรุงเทพฯ และหลายจังหวัด โดยเฉพาะช่วงตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าฝุ่น PM 2.5 ในหลายพื้นที่ทะลุเกณฑ์มาตรฐานสู่ระดับ “สีส้ม” ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเผยว่า ประชากรถึง 38 ล้านคน กำลังอาศัยในพื้นที่ที่มีค่า PM 2.5 เกินมาตรฐาน (37.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) โดยในจำนวนนี้มีถึง 15 ล้านคน ที่เป็นกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กเล็ก ซึ่งได้รับผลกระทบจนค่าเฉลี่ยอายุขัยของคนไทยลดลงถึง 1.78 ปี เพื่อรับมือกับฝุ่น PM 2.5 อย่างมีประสิทธิภาพ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะผู้บริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ขอแนะนำแนวทางป้องกันและดูแลพื้นที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และอาคารพาณิชย์ เพื่อช่วยลดผลกระทบจาก PM 2.5 และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้งานดังต่อไปนี้ แนวทางดูแลรับมือฝุ่น PM 2.5 ในอาคารที่พักอาศัย 1. ทำความสะอาดบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง ที่อาจมีฝุ่นละอองเข้าถึงได้ง่าย โดยทำการปิดช่องลม หน้าต่างที่ไม่มีความจำเป็น ทำความสะอาดเน้นจุดเฉพาะที่สะสมฝุ่น เช่น พรมเช็ดเท้าและพรมปูพื้น ทำความสะอาดเป็นประจำสม่ำเสมอ และพ่นละอองน้ำสู่อากาศ ฉีดล้างถนนส่วนกลาง และรดน้ำต้นไม้บริเวณโครงการ 2. ปรับปรุงภูมิทัศน์ โดยมีการเลือกต้นไม้ที่มีลักษณะใบคล้ายใบสน เพื่อลดการสะสมฝุ่น ดูแลพื้นที่สวนปลูกหญ้าคลุมพื้นดินแทนการเทปูน นอกจากช่วยในการดักจับฝุ่นแล้ว ยังช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ รวมทั้งมีการดูแลจุดพิเศษอย่างสระว่ายน้ำที่มักจะอยู่กลางแจ้ง และเป็นจุดที่ฝุ่นมักจะมีโอกาสเจือปนได้ง่าย 3. ตรวจสอบคุณภาพน้ำในสระอย่างสม่ำเสมอ วัดค่าคลอรีน และค่า pH ให้ได้มาตรฐาน ทำความสะอาดรางน้ำล้น และ บริเวณโดยรอบเพื่อไม่ให้เกิดการอุดตันของท่อระบายน้ำ ช้อนใบไม้และสิ่งสกปรก ดูดตะกอนสิ่งสกปรก หรือ เศษต่างๆ ที่อยู่ก้นสระ เพื่อให้สระว่ายน้ำสะอาด สวยงาม และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ 4. ลดการปล่อยมลพิษออกสู่ชุมชน ผ่านการการดูแลเครื่องจักรต่าง ๆ ในอาคารให้ทำงานได้ตามปกติ 5. ทีมนิติบุคคลแนะนำวิธีดูแลสุขภาพท่ามกลางฝุ่น PM 2.5 แก่ลูกบ้าน ผ่านช่องทางการสื่อสารที่เข้าถึงลูกบ้านอย่างทั่วถึง โดยสำหรับพลัสฯ เอง มีการแจ้งข้อมูลการดูแลตนเองจาก PM 2.5 และเช็คค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้านได้อย่างสะดวกรวดเร็วผ่าน Home App แนวทางดูแลรับมือฝุ่น…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอบรับเทรนด์ Pet Parent พัฒนาบริการจัดการที่อยู่อาศัยเพื่อคนรักสัตว์

ในยุคที่สัตว์เลี้ยงกลายมาเป็นสมาชิกคนสำคัญในครอบครัว พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ก้าวทันเทรนด์ “Pet Parent” พัฒนาบริการจัดการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของคนรักสัตว์ ทั้งด้านพื้นที่ ความปลอดภัย สุขอนามัย และการสร้างชุมชนที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยงและผู้อยู่อาศัย “Pet Parent” เทรนด์ใหม่ที่ขับเคลื่อนตลาดที่อยู่อาศัย เทรนด์การเลี้ยงสัตว์เหมือนเป็นลูก หรือเป็นสมาชิกในครอบครัว (Pet Humanization หรือ Pet Parent) ได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากข้อมูลของ ttb analytics พบว่า ตลาดสัตว์เลี้ยงในปี 2567 นั้นขยายตัวขึ้นจากปีก่อนสูงถึง 12.4% ด้วยมูลค่ากว่า 7.5 หมื่นล้านบาท และมีมูลค่าเฉลี่ยการเติบโตของมูลค่าตลาดย้อนหลัง 5 ปี (CAGR) ที่ 17.5% นอกจากนี้ การเลี้ยงสัตว์ในแบบ Pet Humanization หรือ Pet Parent ด้วยการใส่ใจและตามใจในฉบับทาสหมา – ทาสแมว ทำให้คนเลี้ยงสัตว์ใช้ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูสัตว์สูงถึงปีละ 41,100 บาทต่อตัว สัตว์เลี้ยงบางตัวที่มีความน่ารัก หรือมีความโดดเด่นในด้านต่างๆ ยังสามารถกลายเป็น Pet Celebrity หรือสัตว์เลี้ยงชื่อดังที่ได้รับความสนใจจากผู้คนในสังคม และมีผู้ติดตามผ่านทางช่องทาง Social Media จึงนำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยง ดังนั้น การเลี้ยงสัตว์ในยุคนี้จึงไม่ใช่แค่ความชอบหรืองานอดิเรก แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของคนยุคใหม่ที่เริ่มมองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัวมากยิ่งขึ้น นฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ครอบครัวของคนไทยมีขนาดเล็กลง และคนหันมาเลี้ยงสัตว์มากยิ่งขึ้น โดยมองสัตว์เลี้ยงเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสัตว์เลี้ยง ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยรูปแบบ Pet-friendly เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยที่ผู้เลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่ใช้ในการมองหาที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง ไม่เพียงแค่พื้นที่กว้างขวาง แต่ยังต้องการโครงการที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และระบบจัดการที่คำนึงถึงความปลอดภัย สุขอนามัย และความเป็นอยู่ที่ดีของทั้งคนและสัตว์เลี้ยง” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างลึกซึ้ง จากประสบการณ์ 28 ปีในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร และการศึกษา Insight ของผู้อยู่อาศัยเพื่อนำมาออกแบบบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละยุคสมัยได้อย่างลงตัว พลัสฯ ได้พัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ทุกมิติของการอยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง เพื่อตอบรับเทรนด์ Pet Humanization ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุสำหรับการอยู่อาศัย เช่น พื้นผิวที่ทนทานต่อน้ำและกลิ่น ไปจนถึงการออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง เช่น สวนหรือสนามหญ้า โซนฝึกฝนและออกกำลังกายสำหรับสัตว์เลี้ยง พื้นที่ร่มรื่นสำหรับพักผ่อน รวมถึงการให้ความสำคัญกับสุขอนามัยและความปลอดภัย โดยมีการจัดการขยะและสิ่งปฏิกูลอย่างมีประสิทธิภาพ มีจุดทิ้งขยะเฉพาะ การทำความสะอาดที่สม่ำเสมอ และการแจกอุปกรณ์ดูแลสัตว์เลี้ยง เช่น ถุงเก็บสิ่งปฏิกูลในพื้นที่สาธารณะ นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงผ่านการจัดกิจกรรม เช่น การเทรนนิ่งการดูแลสัตว์เลี้ยงโดยผู้เชี่ยวชาญ หรือการจัดอบรมเล็ก…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้ารุกตลาดภูเก็ต บริหารงานขายโครงการเซิร์ฟเฮาส์ เรสซิเดนท์ ภูเก็ต บางเทา

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ยังคงเดินหน้ารุกตลาดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ได้รับความไว้วางใจจาก วาเคชั่น ไอซ์แลนด์ ในเครือ Sala Hospitality Group ให้บริหารงานขายและการตลาดให้กับ โครงการ เซิร์ฟเฮาส์ เรสซิเดนท์ ภูเก็ต บางเทา (SURFHOUSE Residences Phuket Bangtao) บูทิคคอนโดมิเนียม เพียง 34 ยูนิต มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ที่มองหาที่พักอาศัยสุดหรูที่กลมกลืนกับธรรมชาติ ในทำเลคุณภาพอย่างภูเก็ต 14-15 ธันวาคม นี้ เปิดให้ชมห้องตัวอย่าง ที่ Porto De Phuket! นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “การเข้าบริหารงานขายโครงการเซิร์ฟเฮาส์ เรสซิเดนท์ ภูเก็ต บางเทา ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของพลัสฯ ในการขยายตลาดภูเก็ต โครงการนี้มีความโดดเด่นและศักยภาพสูงในการตอบสนองทั้งตลาดนักลงทุนและผู้มองหาที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรี ด้วยบรรยากาศของโครงการที่เป็นรูปแบบ Resort Residence ซึ่งมีเพียง 34 ยูนิต ทำให้ได้รับความเป็นส่วนตัว พร้อมกันนี้ยังมีแนวคิดการออกแบบที่ผสมผสานความหรูหราและธรรมชาติได้อย่างลงตัว” เซิร์ฟเฮาส์ เรสซิเดนท์ ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “ISLAND STATE OF MIND” ในรูปแบบ Vacation Home โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ดึงเอาธรรมชาติของท้องทะเลและหาดทรายมารังสรรให้เข้ากับความหรูหราได้อย่างกลมกลืน ผ่านความงดงามบนเส้นโค้งของเกลียวคลื่น สีครีมของเม็ดทราย มาพร้อมกับพื้นที่ระเบียงที่กว้างเพียงพอสำหรับทุกกิจกรรม ประกอบกับแรงบันดาลใจที่ได้จากการเคลื่อนไหวของคลื่นเวลาที่เล่นเซิร์ฟมาถ่ายทอดผ่านเส้น Facade และ Oversize Balcony ที่มีความโค้งมน เป็น Organic Form ซึ่งแตกต่างจากโครงการคอนโดแนวราบทั่วไป เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้เปิดรับอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มที่ พร้อมคัดสรรวัสดุสำหรับโครงการที่มีคุณภาพสูง เพื่อความสวยคลาสสิกแบบไร้กาลเวลา นอกจากนี้ ยังมีบริการที่เติมเต็มช่วงเวลาพักผ่อนสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับผู้พักอาศัย รับสิทธิพิเศษมากมายจากโรงแรมและรีสอร์ทในเครือ Sala Hospitality Group โดยสามารถใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกฟรีที่ โรงแรม ศาลา ภูเก็ต ไม้ขาว บีช รีสอร์ท ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่โหยหาวิถีธรรมชาติ แต่ต้องการความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัว เซิร์ฟเฮาส์ เรสซิเดนท์ โดดเด่นด้วยการออกแบบอาคารสูง 7 ชั้นที่เน้นความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบาย มีที่จอดรถรองรับถึง 41 คัน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย และห้องเก็บของส่วนตัว (Private Storage) อีกทั้งตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ ใกล้แหล่งอำนวยความสะดวก อาทิ Porto De…