ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH
ปล่อยเช่าคอนโด

ปล่อยเช่าคอนโดอย่างไรให้คุ้มค่า พร้อมข้อกฎหมายที่เจ้าของห้องต้องรู้

หลายคนที่กำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ อาจมีคำถามในใจว่า “การซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม” เมื่อเทียบกับสภาวะตลาดที่มีความผันผวนในช่วงนี้ แต่ความคุ้มค่าของการปล่อยเช่าคอนโดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทำเลที่มีศักยภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงราคาซื้อเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนที่จะได้รับ ไปจนถึงกลุ่มผู้เช่าเป้าหมายในพื้นที่นั้นๆ ด้วย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปหาคำตอบว่าการซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มค่าจริงหรือไม่ พร้อมเผยเคล็ดลับในการปล่อยเช่าให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ข้อกฎหมายสำคัญที่เจ้าของห้องต้องรู้ รวมถึงบริการที่จะช่วยให้การปล่อยเช่าคอนโดของคุณเป็นเรื่องง่ายและหายห่วง ซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม เช็กปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุน ก่อนตัดสินใจลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า นักลงทุนควรวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อประเมินว่าการลงทุนครั้งนี้จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่ โดยสามารถสรุปปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาได้ดังนี้ ปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น vs ระยะยาว แบบไหนดีกว่ากัน หากตัดสินใจปล่อยเช่าคอนโดแล้ว คำถามต่อไปที่เจ้าของห้องต้องคิดต่อ คือการเลือกระหว่างการปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น 1-6 เดือน หรือการปล่อยเช่าระยะยาวหลัก 1 ปีขึ้นไป เพราะการปล่อยเช่าทั้งสองแบบนี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน และเหมาะกับทำเลและความพร้อมของเจ้าของห้องที่ต่างกันไป ดังนี้ หัวข้อ ปล่อยเช่าระยะสั้น (1-6 เดือน) ปล่อยเช่าระยะยาว (1 ปีขึ้นไป) ข้อดี ค่าเช่าต่อเดือนสูงกว่า สามารถปรับราคาตามฤดูกาลท่องเที่ยวได้ รายได้สม่ำเสมอต่อเนื่อง ดูแลง่าย เน้นตรวจสอบเป็นระยะๆ ข้อเสีย ต้องดูแลและทำความสะอาดห้องบ่อยตามการย้ายเข้าออก และมีความเสี่ยงด้านกฎหมายหากเช่าต่ำกว่า 30 วัน รายได้ต่อเดือนอาจต่ำกว่าการปล่อยเช่าระยะสั้นในบางช่วง เหมาะกับ คอนโดใกล้แหล่งท่องเที่ยว หรือติดรถไฟฟ้าใจกลางเมือง คอนโดในย่านที่อยู่อาศัย หรือใกล้แหล่งงาน กฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เจ้าของห้องต้องรู้ นอกจากเรื่องทำเลและรูปแบบการเช่าแล้ว เจ้าของห้องและนักลงทุนอสังหาฯ มือใหม่ยังควรทำความเข้าใจกฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต กฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเช่าคอนโด การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม คำถามที่เจ้าของห้องมือใหม่มักสงสัย คือ “การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม” โดยปกติแล้วเจ้าของห้องไม่มีความจำเป็นต้องแจ้งขออนุญาตจากนิติบุคคลก่อนปล่อยเช่าห้องของตนเอง เนื่องจากเป็นสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เจ้าของห้องสามารถบริหารจัดการได้ตามความเหมาะสม เว้นแต่จะมีข้อบังคับจากนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้เช่าและเจ้าของห้องเอง รวมถึงเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบและดูแลอาคาร เจ้าของห้องควรแจ้งข้อมูลผู้เช่าให้นิติบุคคลทราบ เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อ และช่วงเวลาที่เข้าพักอาศัย เพื่อให้นิติบุคคลสามารถออกบัตรผ่านเข้า-ออกอาคาร หรือประสานงานในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องก่อนปล่อยเช่า อีกหนึ่งขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม คือ การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องให้ละเอียดทั้งก่อนและหลังส่งมอบห้อง ทั้งระบบไฟฟ้า น้ำประปา เครื่องปรับอากาศ โครงสร้างของห้อง และเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่ง เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปล่อยเช่าคอนโด 1. แนวทางการปล่อยเช่าคอนโดให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้การปล่อยเช่าคอนโดเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย เจ้าของห้องควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ 2. ควรเรียกเก็บเงินมัดจำและค่าเช่าล่วงหน้าเท่าไหร่ ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 ได้กำหนดให้มีการเก็บเงินค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันความเสียหาย (เงินมัดจำ) โดยเรียกเก็บรวมกันได้ไม่เกิน 3 เดือน โดยทั่วไปแล้ว มักแบ่งการเรียกเก็บเป็นเงินประกันความเสียหาย 2 เดือน และเงินค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือนก่อนเข้าพักอาศัย…

กฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ซื้อผู้ขายต้องรู้

ในความเข้าใจของคนทั่วไป การซื้อขายบ้านหรือคอนโดอาจดูเป็นเรื่องง่ายๆ แค่ตกลงราคา จ่ายเงิน แล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อ แต่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้กลับมีรายละเอียดทางกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ซับซ้อน ที่หากมองข้ามขั้นตอนสำคัญไป ก็อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในระยะยาวได้ ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจภาพรวมของกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรทราบ ตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐาน การทำสัญญาที่รัดกุม ไปจนถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การซื้อขายบ้านหรือคอนโดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด ภาพรวมกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรรู้ ก่อนเข้าสู่รายละเอียดของสัญญาและค่าใช้จ่ายต่างๆ ผู้ซื้อและผู้ขายควรทำความเข้าใจภาพรวมก่อนว่ากฎหมายกำหนดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ไว้อย่างไรบ้าง โดยเริ่มต้นจาก อสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายคืออะไร? ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 139 นิยามคำว่า “อสังหาริมทรัพย์” หมายถึง ทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ทั้งที่ดินและทรัพย์สินที่ติดอยู่กับที่ดินอย่างถาวร หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน รวมถึงสิทธิต่างๆ ที่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นด้วย โดยตัวอย่างที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น บ้านบางนา ทาวน์โฮม และคอนโดติดรถไฟฟ้าต่างๆ เป็นต้น ขั้นตอนหลักในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยข้อกฎหมายต่างๆ ทำให้หลายๆ คนสงสัยว่า การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะถูกต้องและปลอดภัยสำหรับทั้งสองฝั่ง โดยสามารถสรุปลำดับขั้นตอนหลักๆ ได้ดังนี้ ขั้นตอนเหล่านี้ ถือเป็นข้อปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายคอนโดมือสอง หรือบ้านกรุงเทพกรีฑา ซึ่งอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปบ้าง เช่น การตรวจสอบเงื่อนไขบางประการร่วมกับนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ เป็นต้น การทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขั้นตอนการทำสัญญา ถือเป็นจุดที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างสูง เพราะหากดำเนินการผิดพลาด หรือมีข้อมูลในสัญญาที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจทำให้การซื้อขายล้มเหลวและอาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้ สัญญาจะซื้อจะขาย VS สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด หลายคนอาจสงสัยว่าสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะมีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ ตามมาตรา 453 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้ให้นิยามของ “สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์” ว่าเป็นข้อตกลงที่ผู้ขายยินยอมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินให้ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงจ่ายเงินให้ผู้ขายตามที่ตกลงกันไว้ โดยสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขาย คือ ข้อตกลงล่วงหน้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายก่อนที่จะโอนกรรมสิทธิ์จริง มักใช้ในช่วงที่ผู้ซื้อวางเงินมัดจำให้ผู้ขาย เพื่อยืนยันและเป็นหลักฐานว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้วว่าจะซื้อ-ขายกันตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ เช่น ราคา วันโอน หรือเงื่อนไขการผ่อนชำระ ตามมาตรา 456 วรรคสอง สัญญาจะซื้อจะขายจะมีผลบังคับใช้ ก็ต่อเมื่อมีอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้เกิดขึ้น 2. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด คือ สัญญาซื้อขายที่ทำในขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์จริง โดยต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น จึงจะถือว่าการซื้อขายนั้นสมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มาตรา 456 วรรคหนึ่ง ระบุว่า หากการซื้อขาย ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียมไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน สัญญาซื้อขายนั้นจะถือเป็น “โมฆะ” แม้ว่าจะมีการจ่ายเงินให้ผู้ขาย หรือมีการทำสัญญากันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วก็ตาม ด้วยเหตุนี้ ผู้ซื้อและผู้ขายจึงควรทำความเข้าใจความแตกต่างของสัญญาทั้งสองรูปแบบให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง โดยสามารถสรุปได้ตามตารางนี้ สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ทำเมื่อไหร่ ช่วงวางเงินมัดจำ วันโอนกรรมสิทธิ์จริง ทำที่ไหน…

การตรวจสอบอาคารคืออะไร รู้สัญญาณเตือนล่วงหน้าและวิธีเลือกบริษัทตรวจสอบ

สำหรับเจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลบางท่าน “การตรวจสอบอาคาร” อาจเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งปัญหาโครงสร้างเล็กๆ ค่อยๆ ลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ หรือร้ายแรงจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานโดยตรง เพราะในความเป็นจริงแล้ว การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอไม่ได้เป็นเพียงข้อบังคับทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในการใช้งานอาคาร โดยเฉพาะในคอนโดมือสองหรืออาคารที่ผ่านการใช้งานมานาน ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าอาคารที่สร้างใหม่ไม่น้อย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบอาคาร ตั้งแต่สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ขอบเขตของงานตรวจสอบตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงแนะนำบริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ ที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของอาคารและนิติบุคคลอย่างครบวงจร สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรตรวจสอบโครงสร้างอาคารเก่าโดยด่วน การสังเกตสัญญาณเตือนทางกายภาพต่างๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถตรวจสอบและรับมือได้อย่างทันท่วงที โดยมีสัญญาณเตือนที่สำคัญดังนี้ รอยร้าวและการทรุดตัว ระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค การละเลยสัญญาณเตือนเหล่านี้ ไม่เพียงส่งผลต่อสภาพอาคารเท่านั้น แต่ยังเพื่อความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และส่งผลเสียต่อมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาวได้อีกด้วย ดังนั้น การหมั่นสังเกตและตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่เจ้าของอาคารทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อประเมินความเสี่ยง พร้อมวางแผนการตรวจสอบและซ่อมแซมแก้ไขอย่างทันท่วงที การตรวจสอบอาคาร ตรวจอะไรบ้าง เจาะลึกขอบเขตงานที่สำคัญ หากมีคำถามว่าการตรวจสอบอาคารนั้นครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 32 ทวิ ได้กำหนดขอบเขตของงานตรวจสอบไว้อย่างชัดเจน โดยสามารถสรุปออกเป็น 4 ด้านหลัก ดังนี้ 1. ความมั่นคงของโครงสร้าง การตรวจสอบอาคารในด้านแรก คือ การประเมินความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร ทั้งสภาพความสมบูรณ์ของโครงสร้างหลัก การต่อเติมดัดแปลงหรือปรับปรุงสภาพอาคารที่อาจส่งผลต่อการรับน้ำหนัก รวมถึงตรวจหาความชำรุดสึกหรอต่างๆ เพื่อประเมินว่าอาคารยังสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 2. ระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร การตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร จะเน้นประเมินความสามารถในการทำงานของระบบต่างๆ และการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสมเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 3 ระบบหลัก ได้แก่ 3. สมรรถนะของระบบและอุปกรณ์ของอาคารเพื่ออพยพผู้ใช้อาคาร การประเมินสมรรถนะของบันไดหนีไฟ ทางหนีไฟ เครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน รวมถึงระบบแจ้งสัญญาณเตือนภัยว่าสามารถใช้งานได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงสนับสนุนให้ผู้ใช้อาคารสามารถอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 4. ระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในอาคาร การตรวจสอบอาคารยังครอบคลุมไปถึงแผนบริหารจัดการด้านความปลอดภัย ได้แก่ แผนการป้องกันและระงับอัคคีภัย แผนการซ้อมอพยพผู้ใช้อาคาร แผนการบริหารจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัยในอาคาร และแผนการบริหารจัดการของผู้ตรวจสอบอาคาร เพื่อให้ทุกฝ่ายพร้อมรับมือเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริง อาคาร 9 ประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ต้องตรวจสอบ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้มีการกำหนดอาคาร 9 ประเภทที่ต้องผ่านการตรวจสอบอาคารตามกฎหมายเป็นประจำทุกปี ได้แก่ โดยกลุ่มคอนโดมิเนียมที่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นทำเลสำหรับเช่าคอนโดสุขุมวิท คอนโดอ่อนนุช หรือคอนโดติดรถไฟฟ้า ต่างๆ ควรได้รับการตรวจสอบอาคารอย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน บริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ เมื่อทราบถึงความสำคัญและขอบเขตของการตรวจสอบอาคารแล้ว การเลือกผู้ให้บริการตรวจสอบอาคารที่มีความน่าเชื่อถือก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยพลัสฯ ได้ร่วมมือกับ “ทัช พร็อพเพอร์ตี้” บริษัทในเครือที่เชี่ยวชาญด้านระบบวิศวกรรมอาคารและการตรวจสอบอาคารครบวงจรมากว่า 17 ปี พร้อมประสบการณ์ตรวจสอบอาคารมาแล้วกว่า 5 ล้านตารางเมตร เพื่อมอบบริการตรวจสอบอาคารที่ครอบคลุมทุกมิติให้กับเจ้าของอาคารและนิติบุคคล ทำไมต้องเลือก PLUS และ TOUCH การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอ…

รวม 16 คอนโดใกล้มหาลัยฯ ถูกใจนักศึกษาและวัยทำงาน

การตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยในวัยเรียนหรือช่วงเริ่มต้นทำงาน ถือเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่สำคัญ โดยเฉพาะการเลือกพักอาศัยในคอนโดใกล้มหาลัย ที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางแต่ละวันแล้ว คอนโดใกล้มหาลัยยังมอบความอุ่นใจในด้านความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ในบทความนี้ พลัสฯ จึงได้รวบรวม 16 โครงการคอนโดใกล้มหาลัยฯ คุณภาพครอบคลุม 6 ทำเลศักยภาพรอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครอง นักศึกษา คนทำงานด้านการศึกษา รวมถึงนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มองหาโอกาสปล่อยเช่าในย่านสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬา ที่น่าสนใจ ย่านใจกลางเมืองอย่างปทุมวัน สามย่าน และราชเทวี ถือเป็นศูนย์กลางที่แวดล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สยามสแควร์ และศูนย์การค้าชั้นนำโดยรอบ การเลือกคอนโดย่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงตอบโจทย์การใช้ชีวิตเหนือระดับ พร้อมสะดวกด้วยขนส่งมวลชนที่เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว 1. แอชตัน จุฬา-สีลม (Ashton Chula-Silom) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ ระดับลักชัวรีที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 56 ชั้น บนทำเลใจกลางสามย่าน เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT เชื่อมต่อทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและย่านธุรกิจโดยรอบ โดดเด่นด้วยดีไซน์กระจกแบบ Curved Facade ที่ดูเรียบหรู ล้ำสมัย พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางขนาด 2 ชั้นที่ครบครัน ตอบโจทย์การเป็นคอนโดใกล้มหาลัยสำหรับทั้งนักศึกษาและคนทำงาน ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 34.0 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ ไลน์ ราชเทวี (The Line Ratchethewi) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ บนทำเลราชเทวี ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS เชื่อมต่อทั้งย่านประตูน้ำ พญาไท สยาม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดดเด่นด้วยอาคารสูง 38 ชั้น ตกแต่งภายนอกด้วยโทนสีดำ-ทองแดงอันเป็นเอกลักษณ์ จัดเต็มทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและรูปแบบห้องพักที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เงียบสงบแต่ใกล้ชิดย่านสยาม-ราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 32.62 ตารางเมตร คลิก 3. ไพน์ บาย แสนสิริ (Pyne by Sansiri) คอนโดใกล้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 42 ชั้น และทำเลติดสถานีรถไฟฟ้าหน้าโครงการแบบก้าวเดียวถึง มอบความได้เปรียบสูงสุดในการเดินทาง ตอบโจทย์การพักอาศัยด้วยห้องพักให้มีความโปร่งกว้างขวางเป็นพิเศษ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมที่ครบครัน ในทำเลทองคำในย่านราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 47.0 ตารางเมตร คลิก คอนโดใกล้ มศว อโศก ที่น่าสนใจ…

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

การตัดสินใจปล่อยขายคอนโดมือสองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การแปะประกาศหน้าโครงการหรือโพสต์รูปภาพลงบนอินเทอร์เน็ตแล้วรอให้ผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามา เพราะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีห้องคอนโดอีกจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะแข่งขันกับห้องของคุณ หากไม่มีจุดเด่นที่กระตุ้นผู้ซื้อให้สนใจ ห้องคอนโดที่ลงขายก็ยากที่จะมีใครสนใจ ไร้การติดต่อกลับ หรืออาจถูกกดราคาจนกำไรที่คาดหวังไว้หายไปไม่เหลือ เพื่อให้การขายคอนโดมือสองเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์การลงทุน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปไขข้อสงสัยว่า การขายคอนโดมือสองต้องทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม การจัดการเอกสารสำคัญทางกฎหมายที่ห้ามตกหล่น ไปจนถึงเทคนิคการต่อรองเพื่อปิดดีลให้สำเร็จลุล่วง ก่อนขายคอนโดมือสอง ต้องเตรียมอะไรบ้าง สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนขายคอนโดมือสอง คือ การเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร โดยเฉพาะโฉนดห้องชุด หรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) ของห้องคอนโดที่จะขายว่ามีข้อมูลต่างๆ ถูกต้องตรงตามชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในปัจจุบัน เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์ขาดในการซื้อขาย พร้อมตรวจสอบภาระผูกพันกับสถาบันการเงินอย่างละเอียด ว่าไม่มีภาระจำนองหรือการติดภาระอื่นๆ รวมถึงการตรวจสอบค่าส่วนกลางค้างชำระและขอใบปลอดหนี้จากนิติบุคคล เพื่อใช้ในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่หากขาดไปก็อาจสร้างปัญหาในการขายคอนโดมือสองได้ ห้องที่ดูทรุดโทรมมักทำให้ห้องคอนโดราคาตกลงมากกว่าที่ควรจะเป็น เจ้าของห้องจึงควรประเมินสภาพห้องและซ่อมแซมจุดบกพร่อง จุดชำรุดเสียหายต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มขายคอนโดมือสอง ไม่ว่าจะเป็นการเช็กการทำงานระบบไฟฟ้าและน้ำประปา  ตรวจสอบจุดรั่วซึมในห้องน้ำและระเบียง รอบแตกร้าวตามผนัง พื้นบวมแตก วอลล์เปเปอร์ลอกหลุด และจุดอื่นๆ เพื่อให้คอนโดของเราอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด สร้างความมั่นใจ ดึงดูดผู้ซื้อ และลดปัญหาการต่อรองจากสภาพห้องที่ทรุดโทรม แม้ว่าห้องคอนโดของเราจะตกแต่งเป็นอย่างดี อยู่ในทำเลทอง และแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่หากตั้งราคาหลุดจากความเป็นจริง ก็จะปิดการขายได้ยากยิ่งขึ้น การตั้งราคาขายคอนโดมือสองให้เหมาะสม จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยเริ่มจากการนำข้อมูลราคาประเมินต่อตารางเมตรของกรมธนารักษ์และราคาซื้อขายจริงของห้องคอนโดอื่นๆ ในทำเลและขนาดใกล้เคียงมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อหาช่วงราคาที่เหมาะสมกับห้องของเรา นอกจากราคาตลาดแล้ว การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของคอนโดก็สำคัญไม่แพ้กัน เจ้าของห้องควรพิจารณาว่าใครบ้างที่จะเลือกอยู่ห้องของเรา เช่น ชาวต่างชาติที่ต้องการคอนโดย่านสุขุมวิทที่มีคอมมูนิตีนานาชาติขนาดใหญ่ หรือคนทำงานทั่วไปที่มองหาคอนโดอ่อนนุชในราคาเข้าถึงง่าย เพราะแต่ละกลุ่มต่างมีความต้องการและราคาในใจที่แตกต่างกัน การมองหาจุดสมดุลระหว่างราคาที่คุ้มค่าและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ จะช่วยให้คอนโดมือสองของเราน่าสนใจและปิดการขายได้เร็วยิ่งขึ้น เทคนิคการขายคอนโดให้ได้ราคาดีและปิดการขายไว หนึ่งในวิธีขายคอนโดให้ออกไวและมีประสิทธิภาพ คือ การตกแต่งปรับปรุงห้องพักให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เช่น การทาสีผนังห้องใหม่ด้วยโทนสีขาว หรือสีเบจที่ช่วยพรางตาให้ห้องดูกว้างขวาง สะอาดตาขึ้น การเปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นโทนสีอบอุ่นเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย รวมถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งให้ดูน่าสนใจ ไม่แออัด ในสไตล์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถจินตนาการถึงการใช้ชีวิตในห้องคอนโดได้ง่ายขึ้น หลังจากที่มีผู้เริ่มสนใจคอนโดแล้ว เทคนิคขั้นต่อไป คือ การเจรจาราคาต่อรองราคาและเงื่อนไขต่างๆ กับผู้ที่สนใจซื้อ เพื่อหาข้อตกลงและปิดการขายคอนโดมือสองตามที่ต้องการ โดยเคล็ดลับของการวางแผนเจรจาต่อรองนั้น มีตั้งแต่การใช้ข้อมูลราคากลางและสถิติราคาขายจริงในอดีตเพื่อสนับสนุนการตั้งราคาของเรา เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นถึงความสมเหตุสมผล และโปร่งใส ไม่ได้เป็นการตั้งราคาเผื่อต่อที่สูงจนเกินไป หรือการเลือกใช้การเจรจาแบบ Win-Win เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพอใจกับข้อเสนอ เช่น การเสนอแถมเครื่องใช้ไฟฟ้า สิทธิ์จอดรถ หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญบางชิ้นเพื่อชดเชยกับราคาที่ผู้ซื้อขอต่อรอง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าและช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น ทำเลคือสิ่งที่นักลงทุนอสังหาฯ ต่างให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ เสมอ หากห้องคอนโดอยู่ในทำเลทองยอดนิยม เช่น ทำเลใกล้แหล่งงาน ใกล้ย่านเศรษฐกิจ หรือเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสำคัญ เจ้าของห้องก็ควรที่จะชูจุดเด่นสำคัญนี้เป็นหลัก รวมถึงการเดินทางจากคอนโดไปยังแหล่งงานหรือสถานีรถไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ เพื่อให้ผู้ซื้อรู้สึกถึงความคุ้มค่าในทำเลดังกล่าว เลือกช่องทางขายคอนโดมือสองอย่างไรให้ถูกจุด การลงประกาศบนเว็บไซต์หรือในชุมชนออนไลน์ต่างๆ ถือเป็นช่องทางหลักที่จะช่วยให้ผู้คนพบเจอกับประกาศขายของเราได้ง่ายขึ้น ซึ่งการลงประกาศที่ดีนั้น ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีจำนวนผู้เข้าใช้งานสูง มีฟีเจอร์เสริมในการดันประกาศ เพื่อให้โพสต์ขายคอนโดมือสองของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมถึงการเลือกใช้คำโปรยที่สะดุดตา เช่นการชูจุดเด่นด้านทำเล ขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก…

คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่

แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิท ครบทุกช่วง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

สุขุมวิท คือหนึ่งในทำเลศูนย์กลางแห่งความเจริญและไลฟ์สไตล์คนเมืองของกรุงเทพฯ ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความสำเร็จได้อย่างชัดเจน ทั้งการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ไปจนถึงแหล่งงานและย่านเศรษฐกิจชั้นนำ ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นแหล่งรวมโครงการคอนโดสุขุมวิทชั้นนำมากมายที่เป็นที่ต้องการของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างไม่เสื่อมคลาย ในบทความนี้ พลัสฯ ขอแนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ ครอบคลุมตั้งแต่สุขุมวิทตอนต้นจรดปลาย พร้อมเจาะลึกตั้งแต่ความน่าสนใจของทำเล แนวโน้มราคา ไปจนถึงการวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้คุณเลือกคอนโดแถวสุขุมวิทให้เช่าหรือซื้อได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้ชีวิต แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ 1. เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 (The Line Sukhumvit 101) คอนโดมิเนียม High Rise 38 ชั้น ทำเลติดถนนสุขุมวิท ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี โดดเด่นด้วยห้องพักเพดานสูงสไตล์ Duplex 3.4 – 5.5 เมตร ที่ให้ความโปร่งโล่งสบายในการพักอาศัย พร้อมความสะดวกสบายครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่สำหรับทำกิจกรรมและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ และการเดินทางที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ในทำเลสุขุมวิทตอนปลายแห่งนี้ ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 42.4 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ (The Monument Thonglor) คอนโดสุขุมวิทระดับ Ultra-Luxury ในย่านไลฟ์สไตล์อย่างทองหล่อ โดดเด่นด้วยตัวอาคาร High Rise สูงถึง 45 ชั้น ภายใต้แนวคิด Luxury is Space ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ โปร่งโล่ง เป็นส่วนตัว มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่หรูหราเหนือระดับ พร้อมวิวทิวทัศน์ใจกลางเมืองแบบพาโนรามา ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่ล้อมรอบโครงการ ถือเป็นหนึ่งในคอนโดสุขุมวิทที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในย่านนี้ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 125.25 ตารางเมตร คลิก 3. ฮาสุ เฮาส์ (Hasu Haus) คอนโดสุขุมวิทสไตล์รีสอร์ต Low Rise 7 ชั้น ภายในพื้นที่ T77 คอมมูนิตีคอนโดอ่อนนุช โดดเด่นด้วยการผสานไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้ากับพื้นที่ธรรมชาติและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นสไตล์มินิมอล มอบบรรยากาศการอยู่อาศัยที่เงียบสงบ ร่มรื่น ควบคู่ไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพื่อการใช้ชีวิตที่ลงตัวในทำเลยอดนิยมของย่านสุขุมวิทตอนปลาย ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ แสนสิริภูเก็ต และ The Society เก็บขยะริมหาดบางเทา ในงาน BEING Thailand

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ แสนสิริภูเก็ต และ The Society ต่อยอดแนวคิด Inclusive Growth ผ่านกิจกรรม “Wellness Community Cleanup” เก็บขยะริมหาดบางเทาในงาน BEING Thailand 2025 พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ร่วมกับ แสนสิริภูเก็ต และ The Society เดินหน้าสานต่อแนวคิด ‘Inclusive Growth’ สร้างความเติบโตร่วมกับชุมชน ผ่านกิจกรรม “Wellness Community Cleanup” เก็บขยะบริเวณชายหาดบางเทา จังหวัดภูเก็ต ซึ่งจัดขึ้นภายใต้งาน “BEING Thailand 2025” งานสัมมนาที่รวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งด้านสุขภาพ การบริการ การท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์ ร่วมหารือแนวทางและร่วมกิจกรรมเพื่อการขับเคลื่อนความยั่งยืนในชุมชน นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด แม่ทัพใหญ่ของบริการพลัสฯ ภูเก็ต เปิดเผยว่า เราดำเนินธุรกิจในจังหวัดภูเก็ตมากว่า 18 ปี ปัจจุบันบริหารโครงการที่อยู่อาศัยรวม 21 โครงการ ครอบคลุมกว่า 7,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 500,000 ตารางเมตร โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ควบคู่กับการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนเสมอมา การร่วมมือกับแสนสิริภูเก็ต และ The Society ภายใต้งาน BEING Thailand ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการส่งเสริมชุมชนและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชาวภูเก็ตอย่างแท้จริง นอกจากนี้ พลัสฯ และแสนสิริ เราได้ทำกิจกรรมส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่ภูเก็ตมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมา เราได้มีการจัดกิจกรรมเก็บขยะริมหาด ร่วมกับมูลนิธิไม้ขาวยั่งยืน รวมถึงให้ความรู้ในการเก็บขยะและการแยกขยะอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งหมุนเวียนจัดกิจกรรมเก็บขยะชายหาดเป็นประจำตลอดทั้งปี เพื่อส่งมอบให้เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองภูเก็ต นำไป Recycle และ Upcycle ต่อไป กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงตอกย้ำถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของพลัสฯ แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างแท้จริง โดยมุ่งหวังให้ทุกพื้นที่ที่พลัสฯ เข้าไปดูแล มีคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ศึกษาข้อมูลบริการบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัย หรือการพัฒนาโครงการที่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 02-688-7555 หรือ https://www.plus.co.th/service/living-management   ข่าวที่เกี่ยวข้อง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผนึกกำลังลูกบ้านกว่า 400 โครงการ ร่วมกิจกรรม “Earth Hour ปิดไฟ…ให้โลกพัก” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขับเคลื่อนอนาคตสีเขียว ปั้นมาตรฐานการบริหารจัดการอสังหาฯ อย่างยั่งยืน พลัส…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เสริมแกร่งความยั่งยืน คว้า 8 รางวัล Green Residence และ Green Office

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ พาโครงการที่อยู่อาศัยและอาคารที่บริหารจัดการ คว้ารางวัลตราสัญลักษณ์ G-Green ระดับประเทศ ทั้งสิ้น 8 รางวัล ประเภทโครงการส่งเสริมที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Residence) และ โครงการส่งเสริมสำนักงานสีเขียว (Green Office) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของพลัสฯ ในการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม โดยในงานนี้ ได้รับเกียรติจากนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขึ้นมอบรางวัลให้แก่ตัวแทนพลัสฯ ในแต่ละโครงการ ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร รางวัลตราสัญลักษณ์ G – Green ระดับประเทศ จัดขึ้นโดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มอบให้แก่องค์กรที่ดำเนินโครงการส่งเสริมการผลิต การบริการ และการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีควบคู่กับการจัดการของเสียหรือมลพิษ สนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ และ ลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้ โครงการของพลัสฯ ที่ได้รับรางวัลตราสัญลักษณ์ G-Green มีทั้งสิ้น 8 รางวัล: รางวัล Green Residence ระดับดีเยี่ยม (ทอง) เดอะ มูฟ เกษตร เนีย บาย แสนสิริ เอ็กซ์ที เอกมัย รางวัล Green Residence ระดับดีมาก (เงิน) เดอะ ไลน์ ราชเทวี เดอะ โมนูเม้นต์ สนามเป้า ไฟคัสเลน รางวัล Green Office ระดับดีเยี่ยม (ทอง) บริษัท เจียไต๋ จำกัด (สำนักงานใหญ่) รางวัล Green Office ระดับดี (ทองแดง) อาคารรัตนวิทยาพัฒน์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พลัสฯ มุ่งมั่นต่อเนื่องในการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน โดยก่อนนี้ได้จัดกิจกรรม Earth Hour ปิดไฟ…ให้โลกพัก ดำเนินการมาต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ชวนลูกบ้านกว่า 400 โครงการปิดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นเวลา 1 ชั่วโมง สามารถช่วยประหยัดพลังงานไปได้ถึง 1,828 กิโลวัตต์ ประหยัดค่าไฟถึง 7,172 บาท และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ไปได้ 898 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 85 ต้นต่อปี นอกจากนี้ ยังมีโครงการ Waste to Worth สนับสนุนให้ลูกบ้านคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นแผนระยะยาว เช่น การใช้สารเคมีที่เป็นมิตรต่อระบบนิเวศ…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ พาลูกบ้านร่วมกิจกรรมรักษ์โลก ฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งหัวหิน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตผู้อยู่อาศัยควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน จัดกิจกรรม “SEAcret Mission พลัสชวนปล่อยปู” ณ ชายหาดเขาตะเกียบ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีลูกบ้านภายใต้โครงการที่พลัสฯ ดูแล รวมถึงพนักงานของบริษัทฯ เข้าร่วม 100 คน เพื่อร่วมกันฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นร่วมกับ ธนาคารปูม้า บ้านเขาตะเกียบ หน่วยงานชุมชนท้องถิ่นที่มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล โดยเฉพาะการฟื้นฟูประชากรปูม้าให้คืนสู่ระบบนิเวศอย่างยั่งยืน ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้แนวทางการอนุรักษ์จากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ก่อนจะร่วมกันปล่อยลูกปูม้าจำนวน 100 ตัวลงสู่ท้องทะเล เพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ธรรมชาติ กิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานด้านความยั่งยืนที่พลัสฯ ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายในการสร้างคอมมูนิตี้ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่ดีร่วมกับองค์กร ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ที่อยู่อาศัยที่ดี” ต้องอยู่บนพื้นฐานของ “สิ่งแวดล้อมที่ดี” และ “คอมมูนิตี้ที่แข็งแรง” ซึ่งล้วนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน กิจกรรม “SEAcret Mission พลัสชวนปล่อยปู” จึงไม่เพียงเป็นกิจกรรมเชิงอนุรักษ์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทของพลัสฯ ในการเป็นฟันเฟืองสำคัญของการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างลูกบ้าน ทีมงาน และชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ศึกษาข้อมูลบริการบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัย หรือการพัฒนาโครงการที่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 02-688-7555 หรือ https://www.plus.co.th/service/living-management ข่าวที่เกี่ยวข้อง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผนึกกำลังลูกบ้านกว่า 400 โครงการ ร่วมกิจกรรม “Earth Hour ปิดไฟ…ให้โลกพัก” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขับเคลื่อนอนาคตสีเขียว ปั้นมาตรฐานการบริหารจัดการอสังหาฯ อย่างยั่งยืน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอบรับเทรนด์ Pet Parent พัฒนาบริการจัดการที่อยู่อาศัยเพื่อคนรักสัตว์ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 30 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่:คอนโดพร้อมอยู่, คอนโดให้เช่า, เช่าคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, บ้านหรู, คอนโดหรู ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผนึกกำลังลูกบ้านกว่า 400 โครงการ ร่วมกิจกรรม “Earth Hour ปิดไฟ…ให้โลกพัก”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เชิญชวนลูกบ้านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยประหยัดพลังงานผ่านกิจกรรม Earth Hour ปิดไฟ…ให้โลกพัก ให้ลูกบ้านในโครงการที่พลัสฯ ดูแล พร้อมใจกันปิดไฟและปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อลดการใช้พลังงานและส่งเสริมความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกัน นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า กิจกรรม Earth Hour จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สะท้อนความมุ่งมั่นของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ในการส่งเสริมการอยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความร่วมมือกับลูกบ้านเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน พร้อมกันนี้ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมพิเศษ “Earth Hour: Lights Off, Luck On ปิดไฟให้โลกพัก เปิดพลังเสริมดวง” ให้ลูกบ้านได้ร่วมสนุกกับการดูดวงศาสตร์เกาหลี และกิจกรรม DIY สายคล้องโทรศัพท์ประจำวันเกิด พร้อมเพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มในบรรยากาศที่เป็นกันเอง เสริมสร้างความสัมพันธ์ภายในคอมมูนิตี้ และขับเคลื่อนแนวทางการอยู่อาศัยที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน จากความร่วมมือของลูกบ้านที่พลัสฯ ดูแลกว่า 400 โครงการ สามารถช่วยประหยัดพลังงานไปได้ถึง 1,828 กิโลวัตต์ ประหยัดค่าไฟถึง 7,172 บาท และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ไปได้ 898 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 85 ต้นต่อปี นอกจากนี้ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 พลัสฯ ยังคงเดินหน้ากิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการ Waste to Worth ที่ส่งเสริมการคัดแยกขยะร่วมกับลูกบ้าน พร้อมทั้งตั้งเป้าใช้สารเคมีที่เป็นมิตรต่อระบบนิเวศ คัดสรรคู่ค้าที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน และลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านการนำนวัตกรรมพลังงานสะอาดมาทดแทน “เรามุ่งมั่นสร้างสมดุลระหว่างการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผ่านความร่วมมือกับลูกบ้าน ชุมชน และพันธมิตร เพื่อให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้น พร้อมเป็นต้นแบบการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างผลกระทบเชิงบวก (positive impact) และยั่งยืนต่อสังคมไทย พลัสฯ พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพการอยู่อาศัยที่ดีให้กับลูกบ้าน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการของเรา” นางสาวนฤมลกล่าวปิดท้าย ข่าวที่เกี่ยวข้อง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขับเคลื่อนอนาคตสีเขียว ปั้นมาตรฐานการบริหารจัดการอสังหาฯ อย่างยั่งยืน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอบรับเทรนด์ Pet Parent พัฒนาบริการจัดการที่อยู่อาศัยเพื่อคนรักสัตว์ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มุ่งมั่นใส่ใจด้านความยั่งยืน พา 6 โครงการที่อยู่อาศัยคว้ารางวัล ‘Green Residence’   พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ แนะ 5 แนวทางป้องกันและจัดการเพลิงไหม้ในพื้นที่โรงพยาบาล

ช่วงนี้อุณหภูมิสูงขึ้น และมีเหตุการณ์ไฟไหม้จากไฟฟ้าลัดวงจรให้เห็นกันบ่อยครั้ง จึงเป็นสิ่งที่เราต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะในอาคารขนาดใหญ่ที่มีการใช้งานต่อเนื่องและมีผู้คนอยู่หนาแน่นตลอดเวลา เช่น โรงพยาบาล ที่ต้องให้ความสำคัญกับระบบความปลอดภัยเป็นพิเศษ นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร ฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้เสนอแนะแนวทางที่ใช้ในการจัดการเพลิงไหม้ในพื้นที่โรงพยาบาล ทั้งเชิงรุกเพื่อการป้องกันเหตุก่อนเกิด และเชิงรับเพื่อรับมือเมื่อมีเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที โดยเป็นแนวทางที่พลัสฯ ใช้ในการบริหารจัดการโรงพยาบาลที่อยู่ในพอร์ตโฟลิโอที่บริหารอยู่ด้วย 1. จัดอบรมการบริหารจัดการพื้นที่ (Area Management) ให้กับพนักงานและเจ้าหน้าที่ การบริหารพื้นที่เป็นรากฐานสำคัญของความปลอดภัย เจ้าหน้าที่และพนักงานทุกส่วนควรได้รับการอบรมเกี่ยวกับโครงสร้างอาคาร อุปกรณ์ดับเพลิง เส้นทางหนีไฟ และขั้นตอนปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว 2. ตรวจสอบความเสี่ยงผ่าน Walk Through Survey เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโดยตรงในดูแลความเรีบร้อยและความปลอดภัยของอาคาร อย่างเช่น ทีมจัดการอาคาร ทีมช่างเทคนิค ทีมรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) หรือผู้เกี่ยวข้องต่างๆ จะต้องมีแผนในการเดินตรวจสอบพื้นที่ 100% อย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินและลดความเสี่ยงด้านอัคคีภัยและอุบัติภัยในอาคาร โดยเฉพาะโรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่ต้องให้ความสำคัญกับรายละเอียด เนื่องจากมีผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ และมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการปกป้อง 3. การฝึกซ้อมดับเพลิงแบบแยกตามส่วนงาน (Unit Fire Drill) การฝึกซ้อมดับเพลิงให้กับเจ้าหน้าที่เป็นการเฉพาะของแต่ละ หน่วยงานช่วยให้เกิดความคล่องตัวและเตรียมพร้อมในการรับมือกับ สถานการณ์ฉุกเฉินได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่เหล่านี้อาจจะเป็นบุคคลแรกที่ระงับเหตุไม่ให้ลุกลามได้ โดยแต่ละหน่วยงานจะมีการจำลองสถานการณ์เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. การฝึกซ้อมดับเพลิงประจำปีแบบไม่แจ้งล่วงหน้า เพื่อให้การเตรียมความพร้อมเป็นไปอย่างสมจริง การฝึกซ้อมไม่ได้จำกัดเพียงแค่ในช่วงเวลาทำงานปกติที่มีมีทีมงานอยู่ครบ แต่ต้องจัดให้มีการฝึกซ้อมในช่วงเวลากลางคืนหรือเวลาที่มีบุคลากรเหลือน้อยด้วย รวมถึงการปรับเปลี่ยนจุดเกิดเหตุและช่วงเวลาของการฝึกซ้อมช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงเวลา 5. การประเมินผลและปรับปรุงแผนการฝึกซ้อม ทุกครั้งหลังการฝึกซ้อม จะมีการประเมินผลอย่างจริงจังเพื่อสรุปแนวทางแก้ไขและพัฒนาการรับมือให้ดียิ่งขึ้น ข้อสังเกตที่ได้รับจากการฝึกซ้อมจะถูกนำมาปรับปรุงแผนปฏิบัติการให้มีความครอบคลุมมากขึ้น ทำให้ทุกฝ่ายมั่นใจได้ว่าหากเกิดเหตุจริง จะสามารถรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายภคินกล่าวเสริมว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอาคารมากว่า 28 ปี มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยในทุกอาคารที่อยู่ภายใต้การบริหาร รวมถึงโรงพยาบาลที่ต้องการความพร้อมสูงในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับชีวิตของบุคลากร, ผู้ป่วย, และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีมูลค่าสูง การเตรียมความพร้อมอย่างครบถ้วน ทั้งในเชิงป้องกันและเชิงรับมือ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง การบริหารจัดการที่ดีไม่เพียงแค่ดูแลอาคาร แต่ยังรวมถึงการดูแลความปลอดภัยของทุกคนที่อยู่ในสถานที่นั้นๆ ด้วย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus   ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัยหาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ รับการแต่งตั้งจาก เอสพีวี 77 ในการจัดประกวดราคาอาคารสำนักงาน สิริ แคมปัส

บริษัท เอสพีวี 77 จำกัด ผู้ออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนสิริฮับ (“โครงการ”) ตกลงแต่งตั้ง บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เป็นตัวแทนนายหน้าซื้อขายทรัพย์สิน (Selling Agent) เพื่อดำเนินการจัดการประกวดราคา (Bidding) กลุ่มอาคารสำนักงาน สิริ แคมปัส (Siri Campus) ซึ่งเป็นทรัพย์สินของโครงการ โดยการจัดการประกวดราคาครั้งนี้เป็นไปตามข้อกำหนดในหนังสือชี้ชวนเกี่ยวกับการจำหน่ายทรัพย์สิน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือโทเคนดิจิทัลเป็นสำคัญ สิริ แคมปัส เป็นกลุ่มอาคารสำนักงาน ประกอบด้วย 5 อาคาร พื้นที่อาคารรวม 31,862 ตารางเมตร ประกอบด้วยพื้นที่ให้เช่า 19,602 ตารางเมตร และพื้นที่ส่วนกลาง 12,260 ตารางเมตร พร้อมพื้นที่จอดรถจำนวน 337 คัน มีการออกแบบที่โดดเด่น ทันสมัย เหมาะแก่การใช้สอย มีพื้นที่ Co-working Space ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของไลฟ์สไตล์คนทำงานในยุคปัจจุบัน กลุ่มอาคารตั้งอยู่ในย่าน พระโขนง-สุขุมวิท ซึ่งถือเป็นทำเลที่มีความต้องการพื้นที่สำนักงานสูงทั้งจากธุรกิจท้องถิ่นและต่างชาติ มีความสะดวกในการเดินทางทั้งจากถนนหลักและการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า BTS สถานีพระโขนง, อ่อนนุช และ ทางด่วน ทำให้ทำเลนี้มีความเหมาะสมในการใช้เป็นสำนักงานเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต นอกเหนือจากนี้ โครงการยังมีกระแสรายรับจากค่าเช่าตามสัญญาเช่าระยะยาว ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างรายได้และความน่าสนใจของทรัพย์สินนี้ในเชิงการลงทุน สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมประกวดราคา สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-6887555 หรือแจ้งความประสงค์ขอรับข้อมูลการเข้าร่วมประกวดราคาได้ที่อีเมล [email protected] ภายในวันที่ 9 พฤษภาคม 2568 หมายเหตุ: บริษัท เอสพีวี 77 จำกัด เป็นผู้ออกโทเคนดิจิทัล และได้ออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนสิริฮับ ตัวแรกของไทยเมื่อปี 2564 ซึ่งเป็น Real Estate-backed Token ตัวแรกที่ได้รับการอนุญาตจาก ก.ล.ต. โดยได้เปิดโอกาสให้นักลงทุนทุกระดับสามารถลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ศักยภาพสูง อย่างอาคารสำนักงานสิริ แคมปัส โดยที่ทรัพย์สินโครงการ มีกระแสรายรับจากค่าเช่าตามสัญญาเช่าระยะยาว ซึ่งโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนสิริฮับนี้ มีอายุโครงการ 4 ปี (มีกำหนดครบอายุโครงการในปี 2568)