ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH
ปล่อยเช่าคอนโด

ปล่อยเช่าคอนโดอย่างไรให้คุ้มค่า พร้อมข้อกฎหมายที่เจ้าของห้องต้องรู้

หลายคนที่กำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ อาจมีคำถามในใจว่า “การซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม” เมื่อเทียบกับสภาวะตลาดที่มีความผันผวนในช่วงนี้ แต่ความคุ้มค่าของการปล่อยเช่าคอนโดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทำเลที่มีศักยภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงราคาซื้อเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนที่จะได้รับ ไปจนถึงกลุ่มผู้เช่าเป้าหมายในพื้นที่นั้นๆ ด้วย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปหาคำตอบว่าการซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มค่าจริงหรือไม่ พร้อมเผยเคล็ดลับในการปล่อยเช่าให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ข้อกฎหมายสำคัญที่เจ้าของห้องต้องรู้ รวมถึงบริการที่จะช่วยให้การปล่อยเช่าคอนโดของคุณเป็นเรื่องง่ายและหายห่วง ซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม เช็กปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุน ก่อนตัดสินใจลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า นักลงทุนควรวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อประเมินว่าการลงทุนครั้งนี้จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่ โดยสามารถสรุปปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาได้ดังนี้ ปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น vs ระยะยาว แบบไหนดีกว่ากัน หากตัดสินใจปล่อยเช่าคอนโดแล้ว คำถามต่อไปที่เจ้าของห้องต้องคิดต่อ คือการเลือกระหว่างการปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น 1-6 เดือน หรือการปล่อยเช่าระยะยาวหลัก 1 ปีขึ้นไป เพราะการปล่อยเช่าทั้งสองแบบนี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน และเหมาะกับทำเลและความพร้อมของเจ้าของห้องที่ต่างกันไป ดังนี้ หัวข้อ ปล่อยเช่าระยะสั้น (1-6 เดือน) ปล่อยเช่าระยะยาว (1 ปีขึ้นไป) ข้อดี ค่าเช่าต่อเดือนสูงกว่า สามารถปรับราคาตามฤดูกาลท่องเที่ยวได้ รายได้สม่ำเสมอต่อเนื่อง ดูแลง่าย เน้นตรวจสอบเป็นระยะๆ ข้อเสีย ต้องดูแลและทำความสะอาดห้องบ่อยตามการย้ายเข้าออก และมีความเสี่ยงด้านกฎหมายหากเช่าต่ำกว่า 30 วัน รายได้ต่อเดือนอาจต่ำกว่าการปล่อยเช่าระยะสั้นในบางช่วง เหมาะกับ คอนโดใกล้แหล่งท่องเที่ยว หรือติดรถไฟฟ้าใจกลางเมือง คอนโดในย่านที่อยู่อาศัย หรือใกล้แหล่งงาน กฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เจ้าของห้องต้องรู้ นอกจากเรื่องทำเลและรูปแบบการเช่าแล้ว เจ้าของห้องและนักลงทุนอสังหาฯ มือใหม่ยังควรทำความเข้าใจกฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต กฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเช่าคอนโด การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม คำถามที่เจ้าของห้องมือใหม่มักสงสัย คือ “การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม” โดยปกติแล้วเจ้าของห้องไม่มีความจำเป็นต้องแจ้งขออนุญาตจากนิติบุคคลก่อนปล่อยเช่าห้องของตนเอง เนื่องจากเป็นสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เจ้าของห้องสามารถบริหารจัดการได้ตามความเหมาะสม เว้นแต่จะมีข้อบังคับจากนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้เช่าและเจ้าของห้องเอง รวมถึงเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบและดูแลอาคาร เจ้าของห้องควรแจ้งข้อมูลผู้เช่าให้นิติบุคคลทราบ เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อ และช่วงเวลาที่เข้าพักอาศัย เพื่อให้นิติบุคคลสามารถออกบัตรผ่านเข้า-ออกอาคาร หรือประสานงานในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องก่อนปล่อยเช่า อีกหนึ่งขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม คือ การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องให้ละเอียดทั้งก่อนและหลังส่งมอบห้อง ทั้งระบบไฟฟ้า น้ำประปา เครื่องปรับอากาศ โครงสร้างของห้อง และเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่ง เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปล่อยเช่าคอนโด 1. แนวทางการปล่อยเช่าคอนโดให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้การปล่อยเช่าคอนโดเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย เจ้าของห้องควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ 2. ควรเรียกเก็บเงินมัดจำและค่าเช่าล่วงหน้าเท่าไหร่ ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 ได้กำหนดให้มีการเก็บเงินค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันความเสียหาย (เงินมัดจำ) โดยเรียกเก็บรวมกันได้ไม่เกิน 3 เดือน โดยทั่วไปแล้ว มักแบ่งการเรียกเก็บเป็นเงินประกันความเสียหาย 2 เดือน และเงินค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือนก่อนเข้าพักอาศัย…

กฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ซื้อผู้ขายต้องรู้

ในความเข้าใจของคนทั่วไป การซื้อขายบ้านหรือคอนโดอาจดูเป็นเรื่องง่ายๆ แค่ตกลงราคา จ่ายเงิน แล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อ แต่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้กลับมีรายละเอียดทางกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ซับซ้อน ที่หากมองข้ามขั้นตอนสำคัญไป ก็อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในระยะยาวได้ ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจภาพรวมของกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรทราบ ตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐาน การทำสัญญาที่รัดกุม ไปจนถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การซื้อขายบ้านหรือคอนโดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด ภาพรวมกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรรู้ ก่อนเข้าสู่รายละเอียดของสัญญาและค่าใช้จ่ายต่างๆ ผู้ซื้อและผู้ขายควรทำความเข้าใจภาพรวมก่อนว่ากฎหมายกำหนดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ไว้อย่างไรบ้าง โดยเริ่มต้นจาก อสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายคืออะไร? ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 139 นิยามคำว่า “อสังหาริมทรัพย์” หมายถึง ทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ทั้งที่ดินและทรัพย์สินที่ติดอยู่กับที่ดินอย่างถาวร หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน รวมถึงสิทธิต่างๆ ที่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นด้วย โดยตัวอย่างที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น บ้านบางนา ทาวน์โฮม และคอนโดติดรถไฟฟ้าต่างๆ เป็นต้น ขั้นตอนหลักในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยข้อกฎหมายต่างๆ ทำให้หลายๆ คนสงสัยว่า การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะถูกต้องและปลอดภัยสำหรับทั้งสองฝั่ง โดยสามารถสรุปลำดับขั้นตอนหลักๆ ได้ดังนี้ ขั้นตอนเหล่านี้ ถือเป็นข้อปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายคอนโดมือสอง หรือบ้านกรุงเทพกรีฑา ซึ่งอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปบ้าง เช่น การตรวจสอบเงื่อนไขบางประการร่วมกับนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ เป็นต้น การทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขั้นตอนการทำสัญญา ถือเป็นจุดที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างสูง เพราะหากดำเนินการผิดพลาด หรือมีข้อมูลในสัญญาที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจทำให้การซื้อขายล้มเหลวและอาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้ สัญญาจะซื้อจะขาย VS สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด หลายคนอาจสงสัยว่าสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะมีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ ตามมาตรา 453 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้ให้นิยามของ “สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์” ว่าเป็นข้อตกลงที่ผู้ขายยินยอมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินให้ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงจ่ายเงินให้ผู้ขายตามที่ตกลงกันไว้ โดยสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขาย คือ ข้อตกลงล่วงหน้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายก่อนที่จะโอนกรรมสิทธิ์จริง มักใช้ในช่วงที่ผู้ซื้อวางเงินมัดจำให้ผู้ขาย เพื่อยืนยันและเป็นหลักฐานว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้วว่าจะซื้อ-ขายกันตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ เช่น ราคา วันโอน หรือเงื่อนไขการผ่อนชำระ ตามมาตรา 456 วรรคสอง สัญญาจะซื้อจะขายจะมีผลบังคับใช้ ก็ต่อเมื่อมีอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้เกิดขึ้น 2. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด คือ สัญญาซื้อขายที่ทำในขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์จริง โดยต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น จึงจะถือว่าการซื้อขายนั้นสมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มาตรา 456 วรรคหนึ่ง ระบุว่า หากการซื้อขาย ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียมไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน สัญญาซื้อขายนั้นจะถือเป็น “โมฆะ” แม้ว่าจะมีการจ่ายเงินให้ผู้ขาย หรือมีการทำสัญญากันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วก็ตาม ด้วยเหตุนี้ ผู้ซื้อและผู้ขายจึงควรทำความเข้าใจความแตกต่างของสัญญาทั้งสองรูปแบบให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง โดยสามารถสรุปได้ตามตารางนี้ สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ทำเมื่อไหร่ ช่วงวางเงินมัดจำ วันโอนกรรมสิทธิ์จริง ทำที่ไหน…

การตรวจสอบอาคารคืออะไร รู้สัญญาณเตือนล่วงหน้าและวิธีเลือกบริษัทตรวจสอบ

สำหรับเจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลบางท่าน “การตรวจสอบอาคาร” อาจเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งปัญหาโครงสร้างเล็กๆ ค่อยๆ ลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ หรือร้ายแรงจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานโดยตรง เพราะในความเป็นจริงแล้ว การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอไม่ได้เป็นเพียงข้อบังคับทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในการใช้งานอาคาร โดยเฉพาะในคอนโดมือสองหรืออาคารที่ผ่านการใช้งานมานาน ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าอาคารที่สร้างใหม่ไม่น้อย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบอาคาร ตั้งแต่สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ขอบเขตของงานตรวจสอบตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงแนะนำบริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ ที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของอาคารและนิติบุคคลอย่างครบวงจร สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรตรวจสอบโครงสร้างอาคารเก่าโดยด่วน การสังเกตสัญญาณเตือนทางกายภาพต่างๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถตรวจสอบและรับมือได้อย่างทันท่วงที โดยมีสัญญาณเตือนที่สำคัญดังนี้ รอยร้าวและการทรุดตัว ระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค การละเลยสัญญาณเตือนเหล่านี้ ไม่เพียงส่งผลต่อสภาพอาคารเท่านั้น แต่ยังเพื่อความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และส่งผลเสียต่อมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาวได้อีกด้วย ดังนั้น การหมั่นสังเกตและตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่เจ้าของอาคารทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อประเมินความเสี่ยง พร้อมวางแผนการตรวจสอบและซ่อมแซมแก้ไขอย่างทันท่วงที การตรวจสอบอาคาร ตรวจอะไรบ้าง เจาะลึกขอบเขตงานที่สำคัญ หากมีคำถามว่าการตรวจสอบอาคารนั้นครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 32 ทวิ ได้กำหนดขอบเขตของงานตรวจสอบไว้อย่างชัดเจน โดยสามารถสรุปออกเป็น 4 ด้านหลัก ดังนี้ 1. ความมั่นคงของโครงสร้าง การตรวจสอบอาคารในด้านแรก คือ การประเมินความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร ทั้งสภาพความสมบูรณ์ของโครงสร้างหลัก การต่อเติมดัดแปลงหรือปรับปรุงสภาพอาคารที่อาจส่งผลต่อการรับน้ำหนัก รวมถึงตรวจหาความชำรุดสึกหรอต่างๆ เพื่อประเมินว่าอาคารยังสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 2. ระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร การตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร จะเน้นประเมินความสามารถในการทำงานของระบบต่างๆ และการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสมเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 3 ระบบหลัก ได้แก่ 3. สมรรถนะของระบบและอุปกรณ์ของอาคารเพื่ออพยพผู้ใช้อาคาร การประเมินสมรรถนะของบันไดหนีไฟ ทางหนีไฟ เครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน รวมถึงระบบแจ้งสัญญาณเตือนภัยว่าสามารถใช้งานได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงสนับสนุนให้ผู้ใช้อาคารสามารถอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 4. ระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในอาคาร การตรวจสอบอาคารยังครอบคลุมไปถึงแผนบริหารจัดการด้านความปลอดภัย ได้แก่ แผนการป้องกันและระงับอัคคีภัย แผนการซ้อมอพยพผู้ใช้อาคาร แผนการบริหารจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัยในอาคาร และแผนการบริหารจัดการของผู้ตรวจสอบอาคาร เพื่อให้ทุกฝ่ายพร้อมรับมือเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริง อาคาร 9 ประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ต้องตรวจสอบ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้มีการกำหนดอาคาร 9 ประเภทที่ต้องผ่านการตรวจสอบอาคารตามกฎหมายเป็นประจำทุกปี ได้แก่ โดยกลุ่มคอนโดมิเนียมที่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นทำเลสำหรับเช่าคอนโดสุขุมวิท คอนโดอ่อนนุช หรือคอนโดติดรถไฟฟ้า ต่างๆ ควรได้รับการตรวจสอบอาคารอย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน บริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ เมื่อทราบถึงความสำคัญและขอบเขตของการตรวจสอบอาคารแล้ว การเลือกผู้ให้บริการตรวจสอบอาคารที่มีความน่าเชื่อถือก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยพลัสฯ ได้ร่วมมือกับ “ทัช พร็อพเพอร์ตี้” บริษัทในเครือที่เชี่ยวชาญด้านระบบวิศวกรรมอาคารและการตรวจสอบอาคารครบวงจรมากว่า 17 ปี พร้อมประสบการณ์ตรวจสอบอาคารมาแล้วกว่า 5 ล้านตารางเมตร เพื่อมอบบริการตรวจสอบอาคารที่ครอบคลุมทุกมิติให้กับเจ้าของอาคารและนิติบุคคล ทำไมต้องเลือก PLUS และ TOUCH การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอ…

รวม 16 คอนโดใกล้มหาลัยฯ ถูกใจนักศึกษาและวัยทำงาน

การตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยในวัยเรียนหรือช่วงเริ่มต้นทำงาน ถือเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่สำคัญ โดยเฉพาะการเลือกพักอาศัยในคอนโดใกล้มหาลัย ที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางแต่ละวันแล้ว คอนโดใกล้มหาลัยยังมอบความอุ่นใจในด้านความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ในบทความนี้ พลัสฯ จึงได้รวบรวม 16 โครงการคอนโดใกล้มหาลัยฯ คุณภาพครอบคลุม 6 ทำเลศักยภาพรอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครอง นักศึกษา คนทำงานด้านการศึกษา รวมถึงนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มองหาโอกาสปล่อยเช่าในย่านสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬา ที่น่าสนใจ ย่านใจกลางเมืองอย่างปทุมวัน สามย่าน และราชเทวี ถือเป็นศูนย์กลางที่แวดล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สยามสแควร์ และศูนย์การค้าชั้นนำโดยรอบ การเลือกคอนโดย่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงตอบโจทย์การใช้ชีวิตเหนือระดับ พร้อมสะดวกด้วยขนส่งมวลชนที่เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว 1. แอชตัน จุฬา-สีลม (Ashton Chula-Silom) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ ระดับลักชัวรีที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 56 ชั้น บนทำเลใจกลางสามย่าน เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT เชื่อมต่อทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและย่านธุรกิจโดยรอบ โดดเด่นด้วยดีไซน์กระจกแบบ Curved Facade ที่ดูเรียบหรู ล้ำสมัย พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางขนาด 2 ชั้นที่ครบครัน ตอบโจทย์การเป็นคอนโดใกล้มหาลัยสำหรับทั้งนักศึกษาและคนทำงาน ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 34.0 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ ไลน์ ราชเทวี (The Line Ratchethewi) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ บนทำเลราชเทวี ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS เชื่อมต่อทั้งย่านประตูน้ำ พญาไท สยาม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดดเด่นด้วยอาคารสูง 38 ชั้น ตกแต่งภายนอกด้วยโทนสีดำ-ทองแดงอันเป็นเอกลักษณ์ จัดเต็มทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและรูปแบบห้องพักที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เงียบสงบแต่ใกล้ชิดย่านสยาม-ราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 32.62 ตารางเมตร คลิก 3. ไพน์ บาย แสนสิริ (Pyne by Sansiri) คอนโดใกล้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 42 ชั้น และทำเลติดสถานีรถไฟฟ้าหน้าโครงการแบบก้าวเดียวถึง มอบความได้เปรียบสูงสุดในการเดินทาง ตอบโจทย์การพักอาศัยด้วยห้องพักให้มีความโปร่งกว้างขวางเป็นพิเศษ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมที่ครบครัน ในทำเลทองคำในย่านราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 47.0 ตารางเมตร คลิก คอนโดใกล้ มศว อโศก ที่น่าสนใจ…

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

การตัดสินใจปล่อยขายคอนโดมือสองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การแปะประกาศหน้าโครงการหรือโพสต์รูปภาพลงบนอินเทอร์เน็ตแล้วรอให้ผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามา เพราะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีห้องคอนโดอีกจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะแข่งขันกับห้องของคุณ หากไม่มีจุดเด่นที่กระตุ้นผู้ซื้อให้สนใจ ห้องคอนโดที่ลงขายก็ยากที่จะมีใครสนใจ ไร้การติดต่อกลับ หรืออาจถูกกดราคาจนกำไรที่คาดหวังไว้หายไปไม่เหลือ เพื่อให้การขายคอนโดมือสองเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์การลงทุน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปไขข้อสงสัยว่า การขายคอนโดมือสองต้องทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม การจัดการเอกสารสำคัญทางกฎหมายที่ห้ามตกหล่น ไปจนถึงเทคนิคการต่อรองเพื่อปิดดีลให้สำเร็จลุล่วง ก่อนขายคอนโดมือสอง ต้องเตรียมอะไรบ้าง สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนขายคอนโดมือสอง คือ การเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร โดยเฉพาะโฉนดห้องชุด หรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) ของห้องคอนโดที่จะขายว่ามีข้อมูลต่างๆ ถูกต้องตรงตามชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในปัจจุบัน เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์ขาดในการซื้อขาย พร้อมตรวจสอบภาระผูกพันกับสถาบันการเงินอย่างละเอียด ว่าไม่มีภาระจำนองหรือการติดภาระอื่นๆ รวมถึงการตรวจสอบค่าส่วนกลางค้างชำระและขอใบปลอดหนี้จากนิติบุคคล เพื่อใช้ในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่หากขาดไปก็อาจสร้างปัญหาในการขายคอนโดมือสองได้ ห้องที่ดูทรุดโทรมมักทำให้ห้องคอนโดราคาตกลงมากกว่าที่ควรจะเป็น เจ้าของห้องจึงควรประเมินสภาพห้องและซ่อมแซมจุดบกพร่อง จุดชำรุดเสียหายต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มขายคอนโดมือสอง ไม่ว่าจะเป็นการเช็กการทำงานระบบไฟฟ้าและน้ำประปา  ตรวจสอบจุดรั่วซึมในห้องน้ำและระเบียง รอบแตกร้าวตามผนัง พื้นบวมแตก วอลล์เปเปอร์ลอกหลุด และจุดอื่นๆ เพื่อให้คอนโดของเราอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด สร้างความมั่นใจ ดึงดูดผู้ซื้อ และลดปัญหาการต่อรองจากสภาพห้องที่ทรุดโทรม แม้ว่าห้องคอนโดของเราจะตกแต่งเป็นอย่างดี อยู่ในทำเลทอง และแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่หากตั้งราคาหลุดจากความเป็นจริง ก็จะปิดการขายได้ยากยิ่งขึ้น การตั้งราคาขายคอนโดมือสองให้เหมาะสม จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยเริ่มจากการนำข้อมูลราคาประเมินต่อตารางเมตรของกรมธนารักษ์และราคาซื้อขายจริงของห้องคอนโดอื่นๆ ในทำเลและขนาดใกล้เคียงมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อหาช่วงราคาที่เหมาะสมกับห้องของเรา นอกจากราคาตลาดแล้ว การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของคอนโดก็สำคัญไม่แพ้กัน เจ้าของห้องควรพิจารณาว่าใครบ้างที่จะเลือกอยู่ห้องของเรา เช่น ชาวต่างชาติที่ต้องการคอนโดย่านสุขุมวิทที่มีคอมมูนิตีนานาชาติขนาดใหญ่ หรือคนทำงานทั่วไปที่มองหาคอนโดอ่อนนุชในราคาเข้าถึงง่าย เพราะแต่ละกลุ่มต่างมีความต้องการและราคาในใจที่แตกต่างกัน การมองหาจุดสมดุลระหว่างราคาที่คุ้มค่าและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ จะช่วยให้คอนโดมือสองของเราน่าสนใจและปิดการขายได้เร็วยิ่งขึ้น เทคนิคการขายคอนโดให้ได้ราคาดีและปิดการขายไว หนึ่งในวิธีขายคอนโดให้ออกไวและมีประสิทธิภาพ คือ การตกแต่งปรับปรุงห้องพักให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เช่น การทาสีผนังห้องใหม่ด้วยโทนสีขาว หรือสีเบจที่ช่วยพรางตาให้ห้องดูกว้างขวาง สะอาดตาขึ้น การเปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นโทนสีอบอุ่นเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย รวมถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งให้ดูน่าสนใจ ไม่แออัด ในสไตล์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถจินตนาการถึงการใช้ชีวิตในห้องคอนโดได้ง่ายขึ้น หลังจากที่มีผู้เริ่มสนใจคอนโดแล้ว เทคนิคขั้นต่อไป คือ การเจรจาราคาต่อรองราคาและเงื่อนไขต่างๆ กับผู้ที่สนใจซื้อ เพื่อหาข้อตกลงและปิดการขายคอนโดมือสองตามที่ต้องการ โดยเคล็ดลับของการวางแผนเจรจาต่อรองนั้น มีตั้งแต่การใช้ข้อมูลราคากลางและสถิติราคาขายจริงในอดีตเพื่อสนับสนุนการตั้งราคาของเรา เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นถึงความสมเหตุสมผล และโปร่งใส ไม่ได้เป็นการตั้งราคาเผื่อต่อที่สูงจนเกินไป หรือการเลือกใช้การเจรจาแบบ Win-Win เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพอใจกับข้อเสนอ เช่น การเสนอแถมเครื่องใช้ไฟฟ้า สิทธิ์จอดรถ หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญบางชิ้นเพื่อชดเชยกับราคาที่ผู้ซื้อขอต่อรอง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าและช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น ทำเลคือสิ่งที่นักลงทุนอสังหาฯ ต่างให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ เสมอ หากห้องคอนโดอยู่ในทำเลทองยอดนิยม เช่น ทำเลใกล้แหล่งงาน ใกล้ย่านเศรษฐกิจ หรือเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสำคัญ เจ้าของห้องก็ควรที่จะชูจุดเด่นสำคัญนี้เป็นหลัก รวมถึงการเดินทางจากคอนโดไปยังแหล่งงานหรือสถานีรถไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ เพื่อให้ผู้ซื้อรู้สึกถึงความคุ้มค่าในทำเลดังกล่าว เลือกช่องทางขายคอนโดมือสองอย่างไรให้ถูกจุด การลงประกาศบนเว็บไซต์หรือในชุมชนออนไลน์ต่างๆ ถือเป็นช่องทางหลักที่จะช่วยให้ผู้คนพบเจอกับประกาศขายของเราได้ง่ายขึ้น ซึ่งการลงประกาศที่ดีนั้น ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีจำนวนผู้เข้าใช้งานสูง มีฟีเจอร์เสริมในการดันประกาศ เพื่อให้โพสต์ขายคอนโดมือสองของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมถึงการเลือกใช้คำโปรยที่สะดุดตา เช่นการชูจุดเด่นด้านทำเล ขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก…

คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่

แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิท ครบทุกช่วง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

สุขุมวิท คือหนึ่งในทำเลศูนย์กลางแห่งความเจริญและไลฟ์สไตล์คนเมืองของกรุงเทพฯ ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความสำเร็จได้อย่างชัดเจน ทั้งการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ไปจนถึงแหล่งงานและย่านเศรษฐกิจชั้นนำ ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นแหล่งรวมโครงการคอนโดสุขุมวิทชั้นนำมากมายที่เป็นที่ต้องการของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างไม่เสื่อมคลาย ในบทความนี้ พลัสฯ ขอแนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ ครอบคลุมตั้งแต่สุขุมวิทตอนต้นจรดปลาย พร้อมเจาะลึกตั้งแต่ความน่าสนใจของทำเล แนวโน้มราคา ไปจนถึงการวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้คุณเลือกคอนโดแถวสุขุมวิทให้เช่าหรือซื้อได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้ชีวิต แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ 1. เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 (The Line Sukhumvit 101) คอนโดมิเนียม High Rise 38 ชั้น ทำเลติดถนนสุขุมวิท ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี โดดเด่นด้วยห้องพักเพดานสูงสไตล์ Duplex 3.4 – 5.5 เมตร ที่ให้ความโปร่งโล่งสบายในการพักอาศัย พร้อมความสะดวกสบายครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่สำหรับทำกิจกรรมและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ และการเดินทางที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ในทำเลสุขุมวิทตอนปลายแห่งนี้ ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 42.4 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ (The Monument Thonglor) คอนโดสุขุมวิทระดับ Ultra-Luxury ในย่านไลฟ์สไตล์อย่างทองหล่อ โดดเด่นด้วยตัวอาคาร High Rise สูงถึง 45 ชั้น ภายใต้แนวคิด Luxury is Space ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ โปร่งโล่ง เป็นส่วนตัว มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่หรูหราเหนือระดับ พร้อมวิวทิวทัศน์ใจกลางเมืองแบบพาโนรามา ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่ล้อมรอบโครงการ ถือเป็นหนึ่งในคอนโดสุขุมวิทที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในย่านนี้ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 125.25 ตารางเมตร คลิก 3. ฮาสุ เฮาส์ (Hasu Haus) คอนโดสุขุมวิทสไตล์รีสอร์ต Low Rise 7 ชั้น ภายในพื้นที่ T77 คอมมูนิตีคอนโดอ่อนนุช โดดเด่นด้วยการผสานไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้ากับพื้นที่ธรรมชาติและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นสไตล์มินิมอล มอบบรรยากาศการอยู่อาศัยที่เงียบสงบ ร่มรื่น ควบคู่ไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพื่อการใช้ชีวิตที่ลงตัวในทำเลยอดนิยมของย่านสุขุมวิทตอนปลาย ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

LIV – 24 จับมือกลุ่มโตโยต้าขอนแก่น สร้างจุดต่างด้านความปลอดภัยให้โชว์รูมและศูนย์บริการทั้งเครือ

LIV-24 สบช่องขยายพอร์ตจากโครงการที่พักอาศัย สู่โครงการเพื่อการพาณิชย์ ตั้งเป้าดันยอดขายโต 74% ชูจุดแข็งความเป็น SMART Guardian for seamless Security เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อแบบไร้ขีดจำกัด ผสานความสามารถของเทคโนโลยีเข้ากับประสบการณ์ของมนุษย์ได้อย่างลงตัว ล่าสุดจับมือกลุ่ม โตโยต้า ขอนแก่น (TKK GROUP) เสริมแกร่งระบบความปลอดภัย และระบบดูแลวิศวกรรมอาคาร ให้โชว์รูม และศูนย์บริการในโซนอีสาน ทั้ง 13 แห่ง นางสาวนิรมล ดิเรกมหามงคล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่าย LIV-24 Living Technology บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “ในปี 2022 LIV-24 เตรียมขยายพอร์ตจากการบริหารงานในโครงการที่พักอาศัย สู่โครงการเพื่อการพาณิชย์มากขึ้น ตั้งเป้ารายได้เติบโต 74% คิดเป็นมูลค่ารวม 50 ล้านบาท พร้อมชูจุดแข็งความเป็น SMART Guardian for Seamless Security เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อแบบไร้ขีดจำกัด ที่ผสานความสามารถของเทคโนโลยีและประสบการณ์ของมนุษย์เข้าได้กันอย่างลงตัว ช่วยประเมินสถานการณ์ที่อาจจะก่อให้เกิดอันตราย รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงภายในโครงการได้อย่างครอบคลุมทุกด้าน พร้อมมั่นใจว่า LIV-24 มีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านความปลอดภัยและระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบครบวงจร ด้วยประสบการณ์กว่า 4 ปีที่ผ่านมา LIV-24 มีความเข้าใจลึกซึ้งถึงปัญหาด้านระบบรักษาความปลอดภัย รวมถึงช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของระบบวิศวกรรมอาคาร โดยตัวเลขเคสที่ LIV-24 สามารถตรวจจับความผิดปกติ (Incident Detection) มีสูงถึง 300,000 ครั้ง และ LIV-24 ช่วยป้องกันการเกิดเหตุจากการทำงานผิดปกติ ของระบบวิศวกรรมในอาคารมากกว่า 10,000 ครั้ง อาทิ สัตว์มีพิษเข้ามาในโครงการ ไฟฟ้าลัดวงจรจนเกิดเหตุลุกลามเป็นไฟไหม้ การบุกรุกจากบุคคลต้องสงสัย ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่เสี่ยง แล้วตรวจจับระบบวิศวกรรมอาคารผิดปกติ ทั้งนี้เล็งเห็นว่าทั้งโครงการที่พักอาศัย หรือโครงการเพื่อการพาณิชย์มีความต้องการด้านระบบความปลอดภัยที่แตกต่างกัน ดังนั้นการทำงานของ LIV-24 จะมีความยืดหยุ่น โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญสามารถให้คำแนะนำและออกแบบบริการด้านความปลอดภัยให้ตอบโจทย์แต่ละโครงการอย่างแท้จริง นอกจากนี้ LIV-24 ยังไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาบริการเพื่อเสริมประสิทธิภาพล่าสุดได้พัฒนาระบบ Energy Management เพื่อช่วยในการประหยัดพลังงานภายในอาคาร ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ให้แก่ลูกค้าผู้ใช้บริการ” ล่าสุด LIV – 24 ได้รับความไว้วางใจจากทางโตโยต้าขอนแก่น (TKK GROUP) ให้เข้าสำรวจและวิเคราะห์ศูนย์บริการทั้ง 13 สาขา เพื่อวางระบบ กำหนดมาตรฐาน และป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีความปลอดภัย และ IoT (Internet of Thing) เข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อพัฒนางานบริการลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น …

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขึ้นแท่นอันดับ 1 ด้านคุณภาพการบริหารจัดการระดับสากล

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขึ้นแท่นอันดับ 1 ด้านคุณภาพการบริหารจัดการระดับสากล กวาด ISO มากที่สุด ครบ 3 มาตรฐานครอบคลุมทุกมิติ เป็นเจ้าแรกในประเทศไทย พลัสฯ ยังมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพงานบริการอย่างต่อเนื่อง และผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 ของบริษัทบริหารจัดการอสังหาฯ ในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO มากที่สุดถึง 3 ระบบ รวมถึงรางวัลอื่น อย่าง Fitwel และ AREA Award ในการรับรองคุณภาพระดับสากล ล่าสุดคว้า ISO 14001 : 2015 มาตรฐานด้านระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมการดูแลพื้นที่สีเขียว การจัดการขยะ บำบัดน้ำเสีย การประหยัดพลังงาน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงมีการรณรงค์ให้ผู้พักอาศัยและผู้ใช้อาคารมีจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ให้ลูกบ้านและผู้ใช้อาคารได้มีส่วนร่วมในการแยกขยะแบบถูกวิธี เพื่อสนับสนุนการช่วยลดปัญหาโลกร้อนในปัจจุบัน และตอกย้ำการทำงานของพลัสฯ เรื่องความใส่ใจในคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง พลัสฯได้รับการสนับสนุนที่ดีจากลูกค้ามาโดยตลอด โดยลูกค้าเดิมทำการต่อสัญญากับทางบริษัทฯคิดเป็นร้อยละ 98.5% ทำให้เพียง 5 เดือน ทำรายได้ไปแล้วกว่า 550 ล้านบาท พร้อมส่งมอบคุณภาพและยกระดับงานบริหารจัดการด้านอสังหาฯ ด้วยกลยุทธ์การควบคุมมาตรฐาน 5’S ที่ลูกค้าไว้วางใจได้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มั่นใจเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังกำลังฟื้นตัว สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคด้วยการพัฒนาคุณภาพด้านการบริหารจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกและคุณภาพการอยู่อาศัยในโครงการอสังหาริมทรัพย์ เสริมความแข็งแกร่งด้วย ISO มาตรฐานระดับสากล 3 ระบบ ครอบคลุมครบทุกมิติเป็นรายแรก ถือได้ว่าเป็น “The Best Property Management” ที่ส่งมอบคุณภาพและยกระดับให้กับงานบริหารจัดการด้านอสังหาฯ ในประเทศไทย ตอกย้ำอันดับหนึ่งด้านการจัดการโครงการอสังหาฯ แบบครบวงจรอย่างมืออาชีพ พร้อมตอบรับทุกความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลง ท่ามกลางโอกาสและความท้าทายใหม่ที่จะเกิดขึ้น นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า “จากการดำเนินงานปีนี้ของพลัสฯ เพียง 5 เดือนแรกถือว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี กวาดรายได้ไปแล้วกว่า 550 ล้านบาท คิดเป็น 46 % จากเป้าที่ตั้งไว้กว่า 1,200 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่นั้นมาจากการบริหารจัดการโครงการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนที่ดีจากลูกค้ามีการต่อสัญญากับทางบริษัทฯ คิดเป็นร้อยละ 98.5 % พร้อมทั้งบริษัทฯ ยังมุ่งมั่นที่จะหาลูกค้ารายใหม่ๆ เข้ามาเติมในพอร์ตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพลัสฯ ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001 : 2015 ด้านระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental Management) ทำให้ขึ้นแท่นเป็นบริษัทด้านการบริการอสังหาฯ รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองถึง 3 ระบบ โดยได้รับการรับรองมาตรฐานครั้งแรก ISO…

เทคโนโลยีการบริหารจัดการพลังงานแบบมืออาชีพ (Energy Management) ช่วยลด ช่วยโลกได้มากกว่าที่คิด

เมื่อสภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรากว่าที่คิด จะเห็นได้ว่าในช่วง 3 – 5 ปีที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นสัญญาณเตือนว่าโลกกำลังมีวิกฤติเพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิที่กรุงปักกิ่งลดลงอย่างเฉียบพลันกว่า 10 องศา ปรากฏการณ์ในเมืองไทยที่เกิดมีลูกเห็บตกหนักจนเหมือนหิมะที่อำเภอปาย หรือมีอากาศผิดฤดูแทรกตัวให้เห็นอย่างเมื่อในช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมากรุงเทพฯมีอุณหภูมิเย็นขึ้น 2-3 วัน ซึ่งสถานการณ์เหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนว่าโลกกำลังเกิดวิกฤติ Climate change ขึ้นทั่วโลก โดยมีผลวิจัยของ Global Carbon Project ในปีที่ผ่านมา (2021) พบว่าปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่ทั่วโลกปล่อยออกมารวมกันมากถึง 3.64 หมื่นล้านตันเลยทีเดียว ส่งผลให้หลายๆ องค์กรมีความตื่นตัวมากยิ่งขึ้น ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม การประหยัดพลังงาน รวมถึงการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงานที่มุ่งเน้นให้ประชาชนทุกคนมีวินัยคิดก่อนใช้ทุกครั้ง หรือบริษัทเอกชน อย่าง แสนสิริ ที่นำเรื่องนี้มาเป็นนโยบายหลักของบริษัทเป็นต้น สำหรับการประหยัดพลังงาน สามารถทำได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกันของประชาชนในการปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศตามอากาศภายนอก และทิศของอาคาร ปิดประตู หน้าต่างให้มิดชิดไม่ให้ความเย็นรั่วไหล หรือเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีฉลากเบอร์ห้า ไปจนถึงการนำระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการพลังงาน ตัวอย่าง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะที่เป็นบริษัทบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ก็พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผลักดันการลดการใช้พลังงาน ที่ผ่านมาจึงได้มีการพัฒนาระบบเพื่อนำมาช่วยบริหารจัดการ อาทิ การร่วมมือกับ TIE Smart Solution พัฒนาแพลตฟอร์มการลดการสูญเสียพลังงาน : AIoT Command Center สุดอัจฉริยะ ด้วยเทคโนโลยีวินิจฉัยระบบปรับอากาศอัตโนมัติ หรือ Automated Fault Detection and Diagnosis (AFDD) ที่สามารถนำข้อมูลจากอุปกรณ์ / ระบบต่างๆ ในอาคาร เชื่อมต่อและใช้ AI มาตรวจวินิจฉัยสถานะการทำงาน ประสิทธิภาพการทำงานในสภาวะแวดล้อมขณะนั้น พร้อมหาสาเหตุของปัญหา โดยระบบ AIoT จะสามารถระบุต้นตอของปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างตรงจุดถาวร ลดค่าใช้จ่าย นำไปสู่การประหยัดพลังงานอย่างน้อย 15 – 30% นอกจากนี้ยังพัฒนาระบบ Energy Management สำหรับภาคธุรกิจ ภายใต้ LIV-24 เทคโนโลยีดูแลความปลอดภัยอัจฉริยะ และจัดการระบบวิศวกรรมอาคารเต็มรูปแบบ เรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งระบบ Energy Management นี้จะเก็บข้อมูล วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้พลังงาน และนำมาวางแผนลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น ภายในพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีการใช้กำลังไฟฟ้าสูง และดำเนินการต่อเนื่อง อาทิ โรงงานอุตสาหกรรม โดยอาคารเหล่านี้จะมีการเก็บอัตราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาของการใช้ (Time of Use Tariff : TOU Tariff) แบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา คือOn- Peak ตั้งแต่ 9 โมงจนถึง 4ทุ่มในวันจันทร์ – ศุกร์ ซึ่งช่วงเวลานี้จะมีการเก็บค่าไฟสูงกว่าช่วงเวลา…

Global Standard สำคัญอย่างไร? ทำไมบริษัทชั้นนำถึงนิยมใช้ควบคุมมาตรฐานการจัดการ

ทำความรู้จัก Global standard เครื่องมือระดับโลกในการขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อยกระดับองค์กรให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จอย่างรวดเร็ว เครื่องมือสำคัญในการสร้างความแตกต่างให้แบรนด์ Property Management ในปัจจุบัน บริษัทชั้นนำทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานสากล Global Standard มาปรับใช้ภายในองค์กร เพื่อให้มีหลักเกณฑ์ในการควบคุมที่ได้มาตรฐาน ที่เป็นด่านแรกในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า สำหรับมาตรฐานที่คนไทยอาจจะมีความคุ้นเคยได้แก่ LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร และการอนุรักษ์พลังงาน ที่จะช่วยสนับสนุนให้การใช้พลังงาน ทรัพยากรต่างๆ เป็นไปอย่างคุ้มค่ามากที่สุด สำหรับ Fitwel เป็นมาตรฐานด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย โดยให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้งาน และมาตรฐาน ISO ด้านการบริหารจัดการและบริการ รวมถึงมาตรฐานการบริหารทรัพยากรกายภาพ ที่จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดความผิดพลาดในการทำงาน ซึ่งมาตรฐานเหล่านี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับความน่าเชื่อถือของธุรกิจ ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในด้านการบริหารและส่งมอบบริการที่มีคุณภาพ ที่จะนำสู่ความได้เปรียบทางธุรกิจ Global standard จึงกลายเป็นเครื่องมือระดับโลกในการขับเคลื่อนธุรกิจหลายภาคส่วน เพื่อยกระดับองค์กรให้ก้าวไปสู่ความสำเร็วอย่างรวดเร็ว มาตรฐาน ISO : International Organization for Standardization เป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความสนใจกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในธุรกิจ โครงการที่อยู่อาศัย โรงแรม สำนักงาน ธุรกิจค้าปลีก ฯลฯ จำเป็นที่จะต้องมีการบริหารจัดการภายใต้มาตรฐานระดับสากล โดยให้ความสำคัญกับการฟังเสียงจากลูกค้า ติดตามการแก้ไขปัญหาร้องเรียนอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งในอนาคตจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างความแตกต่างให้แบรนด์ในสายงานธุรกิจ Property Management ที่ลูกค้าในยุค Next Normal ทุกคนมองหานับจากนี้ไป ก่อนอื่นมาทำความรู้จัก ISO แต่ละตัวกันก่อนว่าแตกต่างกันอย่างไร ISO 9001 คือ ระบบบริหารงานคุณภาพตามมาตรฐานสากล ในการจัดวางระบบบริหารงานเพื่อการประกันคุณภาพ เป็นระบบที่ทำให้เชื่อมั่นได้ว่ากระบวนการต่างๆ ได้รับการควบคุมและสามารถตรวจสอบได้ โดยผ่านระบบขั้นตอนและวิธีการทำงาน เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรในองค์กรรู้หน้าที่ความรับผิดชอบและขั้นตอนต่างๆ ในการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง โดยต้องผ่านการฝึกอบรมความรู้และทักษะในการปฏิบัติงาน มีการบันทึกข้อมูล รวมทั้งการตรวจสอบการทำงานให้เป็นไปตามที่กำหนด และมีการแก้ไขข้อผิดพลาดรวมทั้งมีแนวทางในการป้องกันอีกด้วย ISO 41001 คือ ระบบบริหารทรัพยากรภายภาพ ที่จะทำให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น มาตรฐานนี้เพื่อพัฒนางานบริหารจัดการอาคารให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในเรื่องของการลดต้นทุนในการดำเนินการ โดยคำนึงถึงสุขอนามัยที่ดีในการอยู่อาศัยเป็นหลัก ซึ่งถือว่าเป็น ISO ที่ตอบโจทย์การบริหารจัดการอาคารทุกประเภท ทั้งสำนักงาน สนามกีฬา โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล อาคารที่พักอาศัย ครอบคลุมกิจกรรมหลายด้านที่เกิดขึ้นในอาคารและการจัดการผลกระทบของกิจกรรมเหล่านี้ต่อบุคลากรและสภาพแวดล้อมในการทำงาน อาทิ การบำรุงรักษา ปรับปรุงอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อม การจัดหาตัวแทนหรือ Outsourcing เช่น ระบบรักษาความปลอดภัย ระบบสื่อสารและการจัดเก็บข้อมูล งานทำความสะอาด เป็นต้น กล่าวได้ว่าเป็นผู้ช่วยผู้จัดการอาคาร และทีมงานในการจัดระเบียบการทำงานให้เกิดความเหมาะสมในแต่ละส่วนงานมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อ การบำรุงรักษา งานด้านกลยุทธ์ ซึ่งมาตรฐานนี้จะช่วยสร้างแนวทางร่วมที่เป็นกลาง สามารถใช้กับทุกภาคส่วน และทุกระดับภายในองค์กรได้อีกด้วย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทฯ ที่ให้ความสำคัญเพื่อสร้างมาตรฐานในการทำงานให้ยกระดับเป็น Global Standard ในการบริหารงานนิติบุคคล (Living & Property MANAGEMENT) มีมาตรฐานครบและครอบคลุมทุกมิติ ทั้งระบบบริหารคุณภาพ การบริหารทรัพยากรกายภาพ…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนธุรกิจปี 65 จัดทัพพร้อมรุกธุรกิจบริหารจัดการอาคาร

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนธุรกิจปี 65 จัดทัพพร้อมรุกธุรกิจบริหารจัดการอาคาร ล่าสุดคว้ามาตรฐาน ISO 41001:2018 ตอกย้ำความเชี่ยวชาญมาตรฐานสากลครอบคลุมทุกมิติ พลัสฯ เผยแผนปี 2565 จับโอกาสผลงานเด่นดูแลโครงการที่อยู่อาศัยให้ปลอดภัยฝ่าโควิดหลายระลอก มุ่งโฟกัสธุรกิจบริหารจัดการอาคาร เพิ่มสัดส่วนโครงการลักซ์ชัวรี่ เดินหน้าคว้างานใหม่อย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้ากวาด 300 โครงการเข้าพอร์ต ดันรายได้เติบโต 15% คิดเป็น 1,200 ล้านบาท ชูจุดแข็งบริษัทไทยที่มาตรฐานเดียวกับสากล พร้อมลุยสร้างจุดเด่นที่เหนือกว่ามาตรฐานทั่วไปในตลาดบริการอสังหาฯ ยกระดับการดำเนินงานสู่ Global Standard ที่ครบและครอบคลุมทุกด้าน ล่าสุดได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 41001:2018 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เน้นด้านบริหารทรัพยากรกายภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ ตอบโจทย์ความต้องการที่สนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีให้ลูกค้า นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานปี 2565 ของพลัสฯ ยังคงเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งกลุ่มงานบริหารสินทรัพย์ (Asset Management) และงานบริหารจัดการอาคาร (Property Management) อย่างไรก็ตาม ปีที่ผ่านมาพลัสฯ ประสบความสำเร็จในกลุ่มธุรกิจบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยเป็นอย่างมาก แม้มีสถานการณ์โควิดที่กระทบต่อสภาพเศรษฐกิจในภาพรวม และยังได้รับเสียงชื่นชมและการตอบรับที่ดีจากลูกค้าที่พลัสฯ มีมาตรการดูแลพิเศษในทุกช่วงวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด สามารถอำนวยความสะดวกและรับมือดูแลลูกบ้านและผู้พักอาศัยกว่า 80,000 ครอบครัวให้อยู่อาศัยร่วมกันอย่างปลอดภัยในทุกระลอก ซึ่งจากจุดแข็งของพลัสฯ ที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจนี้มากกว่า 25 ปี มีประสบการณ์ดูแลโครงการในทุกระดับราคาตั้งแต่โครงการทั่วไปจนถึงระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ ปีนี้พลัสฯ จึงมีแผนการดำเนินธุรกิจที่เน้นการสร้างรายได้ในกลุ่มธุรกิจนี้เป็นหลัก สำหรับโครงการที่อยู่อาศัย จะเพิ่มสัดส่วนโครงการระดับลักซ์ชัวรี่มากขึ้นโดย โดยชูจุดแข็งเรื่องของ GLOBAL STANDARD และ CUSTOMISE SERVICE วางใจได้ในการดูแลจากทีมบริหารนิติบุคคลมาตรฐานระดับสากล และมีบริการพิเศษที่ออกแบบมาเฉพาะโครงการนั้นๆ ให้ตอบโจทย์ความต้องการที่เหนือความคาดหมายในแต่ละโครงการ นอกจากนี้ยังมีการบริหารจัดการอาคารในโครงการเพื่อการพาณิชย์ ที่เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่โดดเด่นของพลัสฯ เช่นกัน ทั้งอาคารขนาดใหญ่ของธุรกิจธนาคารและการลงทุน ธุรกิจโรงพยาบาล สถานศึกษา รวมถึงคอมมูนิตี้มอล ที่พลัสฯ ดูแลอย่างมืออาชีพที่เป็นพาร์ทเนอร์เคียงข้างเจ้าของอาคาร ยกระดับมาตรฐานอาคารโดยมุ่งไปสู่เป้าหมายร่วมกัน สำหรับกลยุทธ์ในการรุกธุรกิจบริหารจัดการอาคารของพลัสฯ ชู 6 ความเชี่ยวชาญ ได้แก่ เชี่ยวชาญด้านระบบการทำงานแบบ Global Standardมาตรฐานครบและครอบคลุมทุกมิติ ทั้งมาตรฐานFITWEL ระดับ 3 ดาว ซึ่งให้ความสำคัญกับการบริหารอาคารเพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้งาน ISO 9001 : 2015 ระบบบริหารคุณภาพ เพื่อการันตีคุณภาพงานบริการ ISO 41000 : 2018 ระบบบริหารทรัพยากรกายภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ เพื่อให้อาคารได้รับการดูแลและใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และล่าสุด ISO 14001 : 2015 ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อการจัดการพัฒนาสิ่งแวดล้อมในโครงการอย่างเป็นระบบที่ยั่งยืน ทั้งนี้แผนปีนี้ของพลัสฯ ยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการทำงานในสาขาอื่นๆ ให้ได้รับการการันตีคุณภาพระดับสากลเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยและลูกค้าผู้ใช้บริการวางใจถึงความเชี่ยวชาญที่ครบทุกด้าน และได้รับการดูแลที่ตอบโจทย์ทุกมิติ รวมถึงช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ใช้อาคารนั้นๆ เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยนอกจากการพาร์ทเนอร์กับพันธมิตรในการอบรม และคัดกรองเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่มีคุณภาพแล้ว…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผนึกพาร์ทเนอร์ เมฆา รามอินทรา เปิดตัว Luxury Private Residence

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผนึกพาร์ทเนอร์ เมฆา รามอินทรา เปิดตัว Luxury Private Residence เสริมทัพความปลอดภัยอัจฉริยะด้วย LIV-24เพียง 3 วัน กวาดยอดขายไปกว่า 100 ล้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ประเดิมเปิดปีรับบริหารงานขาย และส่ง LIV-24 ผู้เชี่ยวชาญด้าน LIVING TECHNOLOGY ยกระดับความปลอดภัยให้แก่ “เมฆา รามอินทรา” โครงการบ้านเดี่ยวระดับลักซัวรี่ ใจกลางรามอินทรา มูลค่าโครงการกว่า 600 ล้านบาท เสนอจุดขายความเอ็กซ์คลูซีฟ ยูนิตน้อย ดีไซน์หรูหราทันสมัยและเป็นเอกลักษณ์ พื้นที่ใช้สอยตอบโจทย์หลายเจเนอเรชั่น และเสริมความแตกต่างด้วยการดูแลรักษาความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ แบบ Real Time ตลอด 24 ชั่วโมง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชูกลยุทธ์นำเสนอบริการแบบ Total Solution ทั้งธุรกิจบริหารงานขาย (Sole Agent) ดูแลให้คำปรึกษาในทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มพัฒนาโครงการ การออกแบบ การตลาดและงานขาย รวมถึงพ่วง LIV-24 เทคโนโลยีดูแลความปลอดภัยอัจฉริยะ เข้ามาเสริมจุดขายที่แตกต่าง ด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) กระแสตอบรับดี เปิดตัวเพียง 3 วัน กวาดยอดขายไปแล้วกว่า 100 ล้านบาท ด้วยจุดขายโครงการที่ชัดเจน ฟังก์ชันตอบโจทย์ บนทำเลศักยภาพ นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “โครงการเมฆา รามอินทรา ได้แต่งตั้ง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริหารงานขายโครงการแนวราบระดับลักชัวรี่ ด้วยพลัสฯ ทำงานแบบเป็นพาร์ทเนอร์ ร่วมคิดและลงรายละเอียดในทุกขั้นตอน ไม่ใช่แค่ตัวแทนขาย โดยให้คำปรึกษาตั้งแต่เริ่มการพัฒนาโครงการ สร้างจุดขาย พัฒนาโครงการให้มีรูปแบบฟังก์ชั่นที่เหมาะสม ตรงความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ส่งผลให้ได้รับกระแสตอบรับที่ดี กวาดยอดขายไปแล้วกว่า 100 ล้าน หลังเปิดขายได้เพียง 3 วันเท่านั้น” คุณสมสกุล หลิมศุทธพรรณ นอกจากความโดดเด่นด้านการออกแบบ และฟังก์ชั่นใช้สอยที่ตอบโจทย์ โครงการเมฆา รามอินทรา ยังชูจุดขายเรื่องความปลอดภัยขั้นสูงภายในโครงการ เพื่อเป็นจุดขายที่แตกต่าง นางสาวนิรมล ดิเรกมหามงคล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่าย LIV-24 Living Technology เปิดเผยว่า “ทางโครงการเมฆา รามอินทรา ได้วางใจให้ LIV-24 ช่วยออกแบบและติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยภายในพื้นที่รอบโครงการ พร้อมมอนิเตอร์แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง โดย 3 ฟังกัชันความปลอดภัยที่โครงการฯ เลือกใช้…