ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH
ปล่อยเช่าคอนโด

ปล่อยเช่าคอนโดอย่างไรให้คุ้มค่า พร้อมข้อกฎหมายที่เจ้าของห้องต้องรู้

หลายคนที่กำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ อาจมีคำถามในใจว่า “การซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม” เมื่อเทียบกับสภาวะตลาดที่มีความผันผวนในช่วงนี้ แต่ความคุ้มค่าของการปล่อยเช่าคอนโดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทำเลที่มีศักยภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงราคาซื้อเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนที่จะได้รับ ไปจนถึงกลุ่มผู้เช่าเป้าหมายในพื้นที่นั้นๆ ด้วย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปหาคำตอบว่าการซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มค่าจริงหรือไม่ พร้อมเผยเคล็ดลับในการปล่อยเช่าให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ข้อกฎหมายสำคัญที่เจ้าของห้องต้องรู้ รวมถึงบริการที่จะช่วยให้การปล่อยเช่าคอนโดของคุณเป็นเรื่องง่ายและหายห่วง ซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม เช็กปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุน ก่อนตัดสินใจลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า นักลงทุนควรวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อประเมินว่าการลงทุนครั้งนี้จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่ โดยสามารถสรุปปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาได้ดังนี้ ปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น vs ระยะยาว แบบไหนดีกว่ากัน หากตัดสินใจปล่อยเช่าคอนโดแล้ว คำถามต่อไปที่เจ้าของห้องต้องคิดต่อ คือการเลือกระหว่างการปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น 1-6 เดือน หรือการปล่อยเช่าระยะยาวหลัก 1 ปีขึ้นไป เพราะการปล่อยเช่าทั้งสองแบบนี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน และเหมาะกับทำเลและความพร้อมของเจ้าของห้องที่ต่างกันไป ดังนี้ หัวข้อ ปล่อยเช่าระยะสั้น (1-6 เดือน) ปล่อยเช่าระยะยาว (1 ปีขึ้นไป) ข้อดี ค่าเช่าต่อเดือนสูงกว่า สามารถปรับราคาตามฤดูกาลท่องเที่ยวได้ รายได้สม่ำเสมอต่อเนื่อง ดูแลง่าย เน้นตรวจสอบเป็นระยะๆ ข้อเสีย ต้องดูแลและทำความสะอาดห้องบ่อยตามการย้ายเข้าออก และมีความเสี่ยงด้านกฎหมายหากเช่าต่ำกว่า 30 วัน รายได้ต่อเดือนอาจต่ำกว่าการปล่อยเช่าระยะสั้นในบางช่วง เหมาะกับ คอนโดใกล้แหล่งท่องเที่ยว หรือติดรถไฟฟ้าใจกลางเมือง คอนโดในย่านที่อยู่อาศัย หรือใกล้แหล่งงาน กฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เจ้าของห้องต้องรู้ นอกจากเรื่องทำเลและรูปแบบการเช่าแล้ว เจ้าของห้องและนักลงทุนอสังหาฯ มือใหม่ยังควรทำความเข้าใจกฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต กฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเช่าคอนโด การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม คำถามที่เจ้าของห้องมือใหม่มักสงสัย คือ “การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม” โดยปกติแล้วเจ้าของห้องไม่มีความจำเป็นต้องแจ้งขออนุญาตจากนิติบุคคลก่อนปล่อยเช่าห้องของตนเอง เนื่องจากเป็นสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เจ้าของห้องสามารถบริหารจัดการได้ตามความเหมาะสม เว้นแต่จะมีข้อบังคับจากนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้เช่าและเจ้าของห้องเอง รวมถึงเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบและดูแลอาคาร เจ้าของห้องควรแจ้งข้อมูลผู้เช่าให้นิติบุคคลทราบ เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อ และช่วงเวลาที่เข้าพักอาศัย เพื่อให้นิติบุคคลสามารถออกบัตรผ่านเข้า-ออกอาคาร หรือประสานงานในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องก่อนปล่อยเช่า อีกหนึ่งขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม คือ การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องให้ละเอียดทั้งก่อนและหลังส่งมอบห้อง ทั้งระบบไฟฟ้า น้ำประปา เครื่องปรับอากาศ โครงสร้างของห้อง และเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่ง เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปล่อยเช่าคอนโด 1. แนวทางการปล่อยเช่าคอนโดให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้การปล่อยเช่าคอนโดเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย เจ้าของห้องควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ 2. ควรเรียกเก็บเงินมัดจำและค่าเช่าล่วงหน้าเท่าไหร่ ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 ได้กำหนดให้มีการเก็บเงินค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันความเสียหาย (เงินมัดจำ) โดยเรียกเก็บรวมกันได้ไม่เกิน 3 เดือน โดยทั่วไปแล้ว มักแบ่งการเรียกเก็บเป็นเงินประกันความเสียหาย 2 เดือน และเงินค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือนก่อนเข้าพักอาศัย…

กฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ซื้อผู้ขายต้องรู้

ในความเข้าใจของคนทั่วไป การซื้อขายบ้านหรือคอนโดอาจดูเป็นเรื่องง่ายๆ แค่ตกลงราคา จ่ายเงิน แล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อ แต่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้กลับมีรายละเอียดทางกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ซับซ้อน ที่หากมองข้ามขั้นตอนสำคัญไป ก็อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในระยะยาวได้ ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจภาพรวมของกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรทราบ ตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐาน การทำสัญญาที่รัดกุม ไปจนถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การซื้อขายบ้านหรือคอนโดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด ภาพรวมกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรรู้ ก่อนเข้าสู่รายละเอียดของสัญญาและค่าใช้จ่ายต่างๆ ผู้ซื้อและผู้ขายควรทำความเข้าใจภาพรวมก่อนว่ากฎหมายกำหนดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ไว้อย่างไรบ้าง โดยเริ่มต้นจาก อสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายคืออะไร? ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 139 นิยามคำว่า “อสังหาริมทรัพย์” หมายถึง ทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ทั้งที่ดินและทรัพย์สินที่ติดอยู่กับที่ดินอย่างถาวร หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน รวมถึงสิทธิต่างๆ ที่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นด้วย โดยตัวอย่างที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น บ้านบางนา ทาวน์โฮม และคอนโดติดรถไฟฟ้าต่างๆ เป็นต้น ขั้นตอนหลักในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยข้อกฎหมายต่างๆ ทำให้หลายๆ คนสงสัยว่า การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะถูกต้องและปลอดภัยสำหรับทั้งสองฝั่ง โดยสามารถสรุปลำดับขั้นตอนหลักๆ ได้ดังนี้ ขั้นตอนเหล่านี้ ถือเป็นข้อปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายคอนโดมือสอง หรือบ้านกรุงเทพกรีฑา ซึ่งอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปบ้าง เช่น การตรวจสอบเงื่อนไขบางประการร่วมกับนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ เป็นต้น การทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขั้นตอนการทำสัญญา ถือเป็นจุดที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างสูง เพราะหากดำเนินการผิดพลาด หรือมีข้อมูลในสัญญาที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจทำให้การซื้อขายล้มเหลวและอาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้ สัญญาจะซื้อจะขาย VS สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด หลายคนอาจสงสัยว่าสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะมีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ ตามมาตรา 453 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้ให้นิยามของ “สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์” ว่าเป็นข้อตกลงที่ผู้ขายยินยอมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินให้ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงจ่ายเงินให้ผู้ขายตามที่ตกลงกันไว้ โดยสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขาย คือ ข้อตกลงล่วงหน้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายก่อนที่จะโอนกรรมสิทธิ์จริง มักใช้ในช่วงที่ผู้ซื้อวางเงินมัดจำให้ผู้ขาย เพื่อยืนยันและเป็นหลักฐานว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้วว่าจะซื้อ-ขายกันตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ เช่น ราคา วันโอน หรือเงื่อนไขการผ่อนชำระ ตามมาตรา 456 วรรคสอง สัญญาจะซื้อจะขายจะมีผลบังคับใช้ ก็ต่อเมื่อมีอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้เกิดขึ้น 2. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด คือ สัญญาซื้อขายที่ทำในขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์จริง โดยต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น จึงจะถือว่าการซื้อขายนั้นสมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มาตรา 456 วรรคหนึ่ง ระบุว่า หากการซื้อขาย ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียมไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน สัญญาซื้อขายนั้นจะถือเป็น “โมฆะ” แม้ว่าจะมีการจ่ายเงินให้ผู้ขาย หรือมีการทำสัญญากันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วก็ตาม ด้วยเหตุนี้ ผู้ซื้อและผู้ขายจึงควรทำความเข้าใจความแตกต่างของสัญญาทั้งสองรูปแบบให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง โดยสามารถสรุปได้ตามตารางนี้ สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ทำเมื่อไหร่ ช่วงวางเงินมัดจำ วันโอนกรรมสิทธิ์จริง ทำที่ไหน…

การตรวจสอบอาคารคืออะไร รู้สัญญาณเตือนล่วงหน้าและวิธีเลือกบริษัทตรวจสอบ

สำหรับเจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลบางท่าน “การตรวจสอบอาคาร” อาจเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งปัญหาโครงสร้างเล็กๆ ค่อยๆ ลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ หรือร้ายแรงจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานโดยตรง เพราะในความเป็นจริงแล้ว การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอไม่ได้เป็นเพียงข้อบังคับทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในการใช้งานอาคาร โดยเฉพาะในคอนโดมือสองหรืออาคารที่ผ่านการใช้งานมานาน ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าอาคารที่สร้างใหม่ไม่น้อย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบอาคาร ตั้งแต่สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ขอบเขตของงานตรวจสอบตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงแนะนำบริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ ที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของอาคารและนิติบุคคลอย่างครบวงจร สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรตรวจสอบโครงสร้างอาคารเก่าโดยด่วน การสังเกตสัญญาณเตือนทางกายภาพต่างๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถตรวจสอบและรับมือได้อย่างทันท่วงที โดยมีสัญญาณเตือนที่สำคัญดังนี้ รอยร้าวและการทรุดตัว ระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค การละเลยสัญญาณเตือนเหล่านี้ ไม่เพียงส่งผลต่อสภาพอาคารเท่านั้น แต่ยังเพื่อความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และส่งผลเสียต่อมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาวได้อีกด้วย ดังนั้น การหมั่นสังเกตและตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่เจ้าของอาคารทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อประเมินความเสี่ยง พร้อมวางแผนการตรวจสอบและซ่อมแซมแก้ไขอย่างทันท่วงที การตรวจสอบอาคาร ตรวจอะไรบ้าง เจาะลึกขอบเขตงานที่สำคัญ หากมีคำถามว่าการตรวจสอบอาคารนั้นครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 32 ทวิ ได้กำหนดขอบเขตของงานตรวจสอบไว้อย่างชัดเจน โดยสามารถสรุปออกเป็น 4 ด้านหลัก ดังนี้ 1. ความมั่นคงของโครงสร้าง การตรวจสอบอาคารในด้านแรก คือ การประเมินความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร ทั้งสภาพความสมบูรณ์ของโครงสร้างหลัก การต่อเติมดัดแปลงหรือปรับปรุงสภาพอาคารที่อาจส่งผลต่อการรับน้ำหนัก รวมถึงตรวจหาความชำรุดสึกหรอต่างๆ เพื่อประเมินว่าอาคารยังสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 2. ระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร การตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร จะเน้นประเมินความสามารถในการทำงานของระบบต่างๆ และการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสมเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 3 ระบบหลัก ได้แก่ 3. สมรรถนะของระบบและอุปกรณ์ของอาคารเพื่ออพยพผู้ใช้อาคาร การประเมินสมรรถนะของบันไดหนีไฟ ทางหนีไฟ เครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน รวมถึงระบบแจ้งสัญญาณเตือนภัยว่าสามารถใช้งานได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงสนับสนุนให้ผู้ใช้อาคารสามารถอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 4. ระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในอาคาร การตรวจสอบอาคารยังครอบคลุมไปถึงแผนบริหารจัดการด้านความปลอดภัย ได้แก่ แผนการป้องกันและระงับอัคคีภัย แผนการซ้อมอพยพผู้ใช้อาคาร แผนการบริหารจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัยในอาคาร และแผนการบริหารจัดการของผู้ตรวจสอบอาคาร เพื่อให้ทุกฝ่ายพร้อมรับมือเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริง อาคาร 9 ประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ต้องตรวจสอบ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้มีการกำหนดอาคาร 9 ประเภทที่ต้องผ่านการตรวจสอบอาคารตามกฎหมายเป็นประจำทุกปี ได้แก่ โดยกลุ่มคอนโดมิเนียมที่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นทำเลสำหรับเช่าคอนโดสุขุมวิท คอนโดอ่อนนุช หรือคอนโดติดรถไฟฟ้า ต่างๆ ควรได้รับการตรวจสอบอาคารอย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน บริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ เมื่อทราบถึงความสำคัญและขอบเขตของการตรวจสอบอาคารแล้ว การเลือกผู้ให้บริการตรวจสอบอาคารที่มีความน่าเชื่อถือก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยพลัสฯ ได้ร่วมมือกับ “ทัช พร็อพเพอร์ตี้” บริษัทในเครือที่เชี่ยวชาญด้านระบบวิศวกรรมอาคารและการตรวจสอบอาคารครบวงจรมากว่า 17 ปี พร้อมประสบการณ์ตรวจสอบอาคารมาแล้วกว่า 5 ล้านตารางเมตร เพื่อมอบบริการตรวจสอบอาคารที่ครอบคลุมทุกมิติให้กับเจ้าของอาคารและนิติบุคคล ทำไมต้องเลือก PLUS และ TOUCH การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอ…

รวม 16 คอนโดใกล้มหาลัยฯ ถูกใจนักศึกษาและวัยทำงาน

การตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยในวัยเรียนหรือช่วงเริ่มต้นทำงาน ถือเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่สำคัญ โดยเฉพาะการเลือกพักอาศัยในคอนโดใกล้มหาลัย ที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางแต่ละวันแล้ว คอนโดใกล้มหาลัยยังมอบความอุ่นใจในด้านความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ในบทความนี้ พลัสฯ จึงได้รวบรวม 16 โครงการคอนโดใกล้มหาลัยฯ คุณภาพครอบคลุม 6 ทำเลศักยภาพรอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครอง นักศึกษา คนทำงานด้านการศึกษา รวมถึงนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มองหาโอกาสปล่อยเช่าในย่านสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬา ที่น่าสนใจ ย่านใจกลางเมืองอย่างปทุมวัน สามย่าน และราชเทวี ถือเป็นศูนย์กลางที่แวดล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สยามสแควร์ และศูนย์การค้าชั้นนำโดยรอบ การเลือกคอนโดย่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงตอบโจทย์การใช้ชีวิตเหนือระดับ พร้อมสะดวกด้วยขนส่งมวลชนที่เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว 1. แอชตัน จุฬา-สีลม (Ashton Chula-Silom) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ ระดับลักชัวรีที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 56 ชั้น บนทำเลใจกลางสามย่าน เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT เชื่อมต่อทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและย่านธุรกิจโดยรอบ โดดเด่นด้วยดีไซน์กระจกแบบ Curved Facade ที่ดูเรียบหรู ล้ำสมัย พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางขนาด 2 ชั้นที่ครบครัน ตอบโจทย์การเป็นคอนโดใกล้มหาลัยสำหรับทั้งนักศึกษาและคนทำงาน ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 34.0 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ ไลน์ ราชเทวี (The Line Ratchethewi) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ บนทำเลราชเทวี ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS เชื่อมต่อทั้งย่านประตูน้ำ พญาไท สยาม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดดเด่นด้วยอาคารสูง 38 ชั้น ตกแต่งภายนอกด้วยโทนสีดำ-ทองแดงอันเป็นเอกลักษณ์ จัดเต็มทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและรูปแบบห้องพักที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เงียบสงบแต่ใกล้ชิดย่านสยาม-ราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 32.62 ตารางเมตร คลิก 3. ไพน์ บาย แสนสิริ (Pyne by Sansiri) คอนโดใกล้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 42 ชั้น และทำเลติดสถานีรถไฟฟ้าหน้าโครงการแบบก้าวเดียวถึง มอบความได้เปรียบสูงสุดในการเดินทาง ตอบโจทย์การพักอาศัยด้วยห้องพักให้มีความโปร่งกว้างขวางเป็นพิเศษ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมที่ครบครัน ในทำเลทองคำในย่านราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 47.0 ตารางเมตร คลิก คอนโดใกล้ มศว อโศก ที่น่าสนใจ…

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

การตัดสินใจปล่อยขายคอนโดมือสองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การแปะประกาศหน้าโครงการหรือโพสต์รูปภาพลงบนอินเทอร์เน็ตแล้วรอให้ผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามา เพราะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีห้องคอนโดอีกจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะแข่งขันกับห้องของคุณ หากไม่มีจุดเด่นที่กระตุ้นผู้ซื้อให้สนใจ ห้องคอนโดที่ลงขายก็ยากที่จะมีใครสนใจ ไร้การติดต่อกลับ หรืออาจถูกกดราคาจนกำไรที่คาดหวังไว้หายไปไม่เหลือ เพื่อให้การขายคอนโดมือสองเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์การลงทุน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปไขข้อสงสัยว่า การขายคอนโดมือสองต้องทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม การจัดการเอกสารสำคัญทางกฎหมายที่ห้ามตกหล่น ไปจนถึงเทคนิคการต่อรองเพื่อปิดดีลให้สำเร็จลุล่วง ก่อนขายคอนโดมือสอง ต้องเตรียมอะไรบ้าง สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนขายคอนโดมือสอง คือ การเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร โดยเฉพาะโฉนดห้องชุด หรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) ของห้องคอนโดที่จะขายว่ามีข้อมูลต่างๆ ถูกต้องตรงตามชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในปัจจุบัน เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์ขาดในการซื้อขาย พร้อมตรวจสอบภาระผูกพันกับสถาบันการเงินอย่างละเอียด ว่าไม่มีภาระจำนองหรือการติดภาระอื่นๆ รวมถึงการตรวจสอบค่าส่วนกลางค้างชำระและขอใบปลอดหนี้จากนิติบุคคล เพื่อใช้ในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่หากขาดไปก็อาจสร้างปัญหาในการขายคอนโดมือสองได้ ห้องที่ดูทรุดโทรมมักทำให้ห้องคอนโดราคาตกลงมากกว่าที่ควรจะเป็น เจ้าของห้องจึงควรประเมินสภาพห้องและซ่อมแซมจุดบกพร่อง จุดชำรุดเสียหายต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มขายคอนโดมือสอง ไม่ว่าจะเป็นการเช็กการทำงานระบบไฟฟ้าและน้ำประปา  ตรวจสอบจุดรั่วซึมในห้องน้ำและระเบียง รอบแตกร้าวตามผนัง พื้นบวมแตก วอลล์เปเปอร์ลอกหลุด และจุดอื่นๆ เพื่อให้คอนโดของเราอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด สร้างความมั่นใจ ดึงดูดผู้ซื้อ และลดปัญหาการต่อรองจากสภาพห้องที่ทรุดโทรม แม้ว่าห้องคอนโดของเราจะตกแต่งเป็นอย่างดี อยู่ในทำเลทอง และแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่หากตั้งราคาหลุดจากความเป็นจริง ก็จะปิดการขายได้ยากยิ่งขึ้น การตั้งราคาขายคอนโดมือสองให้เหมาะสม จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยเริ่มจากการนำข้อมูลราคาประเมินต่อตารางเมตรของกรมธนารักษ์และราคาซื้อขายจริงของห้องคอนโดอื่นๆ ในทำเลและขนาดใกล้เคียงมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อหาช่วงราคาที่เหมาะสมกับห้องของเรา นอกจากราคาตลาดแล้ว การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของคอนโดก็สำคัญไม่แพ้กัน เจ้าของห้องควรพิจารณาว่าใครบ้างที่จะเลือกอยู่ห้องของเรา เช่น ชาวต่างชาติที่ต้องการคอนโดย่านสุขุมวิทที่มีคอมมูนิตีนานาชาติขนาดใหญ่ หรือคนทำงานทั่วไปที่มองหาคอนโดอ่อนนุชในราคาเข้าถึงง่าย เพราะแต่ละกลุ่มต่างมีความต้องการและราคาในใจที่แตกต่างกัน การมองหาจุดสมดุลระหว่างราคาที่คุ้มค่าและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ จะช่วยให้คอนโดมือสองของเราน่าสนใจและปิดการขายได้เร็วยิ่งขึ้น เทคนิคการขายคอนโดให้ได้ราคาดีและปิดการขายไว หนึ่งในวิธีขายคอนโดให้ออกไวและมีประสิทธิภาพ คือ การตกแต่งปรับปรุงห้องพักให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เช่น การทาสีผนังห้องใหม่ด้วยโทนสีขาว หรือสีเบจที่ช่วยพรางตาให้ห้องดูกว้างขวาง สะอาดตาขึ้น การเปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นโทนสีอบอุ่นเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย รวมถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งให้ดูน่าสนใจ ไม่แออัด ในสไตล์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถจินตนาการถึงการใช้ชีวิตในห้องคอนโดได้ง่ายขึ้น หลังจากที่มีผู้เริ่มสนใจคอนโดแล้ว เทคนิคขั้นต่อไป คือ การเจรจาราคาต่อรองราคาและเงื่อนไขต่างๆ กับผู้ที่สนใจซื้อ เพื่อหาข้อตกลงและปิดการขายคอนโดมือสองตามที่ต้องการ โดยเคล็ดลับของการวางแผนเจรจาต่อรองนั้น มีตั้งแต่การใช้ข้อมูลราคากลางและสถิติราคาขายจริงในอดีตเพื่อสนับสนุนการตั้งราคาของเรา เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นถึงความสมเหตุสมผล และโปร่งใส ไม่ได้เป็นการตั้งราคาเผื่อต่อที่สูงจนเกินไป หรือการเลือกใช้การเจรจาแบบ Win-Win เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพอใจกับข้อเสนอ เช่น การเสนอแถมเครื่องใช้ไฟฟ้า สิทธิ์จอดรถ หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญบางชิ้นเพื่อชดเชยกับราคาที่ผู้ซื้อขอต่อรอง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าและช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น ทำเลคือสิ่งที่นักลงทุนอสังหาฯ ต่างให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ เสมอ หากห้องคอนโดอยู่ในทำเลทองยอดนิยม เช่น ทำเลใกล้แหล่งงาน ใกล้ย่านเศรษฐกิจ หรือเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสำคัญ เจ้าของห้องก็ควรที่จะชูจุดเด่นสำคัญนี้เป็นหลัก รวมถึงการเดินทางจากคอนโดไปยังแหล่งงานหรือสถานีรถไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ เพื่อให้ผู้ซื้อรู้สึกถึงความคุ้มค่าในทำเลดังกล่าว เลือกช่องทางขายคอนโดมือสองอย่างไรให้ถูกจุด การลงประกาศบนเว็บไซต์หรือในชุมชนออนไลน์ต่างๆ ถือเป็นช่องทางหลักที่จะช่วยให้ผู้คนพบเจอกับประกาศขายของเราได้ง่ายขึ้น ซึ่งการลงประกาศที่ดีนั้น ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีจำนวนผู้เข้าใช้งานสูง มีฟีเจอร์เสริมในการดันประกาศ เพื่อให้โพสต์ขายคอนโดมือสองของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมถึงการเลือกใช้คำโปรยที่สะดุดตา เช่นการชูจุดเด่นด้านทำเล ขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก…

คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่

แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิท ครบทุกช่วง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

สุขุมวิท คือหนึ่งในทำเลศูนย์กลางแห่งความเจริญและไลฟ์สไตล์คนเมืองของกรุงเทพฯ ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความสำเร็จได้อย่างชัดเจน ทั้งการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ไปจนถึงแหล่งงานและย่านเศรษฐกิจชั้นนำ ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นแหล่งรวมโครงการคอนโดสุขุมวิทชั้นนำมากมายที่เป็นที่ต้องการของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างไม่เสื่อมคลาย ในบทความนี้ พลัสฯ ขอแนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ ครอบคลุมตั้งแต่สุขุมวิทตอนต้นจรดปลาย พร้อมเจาะลึกตั้งแต่ความน่าสนใจของทำเล แนวโน้มราคา ไปจนถึงการวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้คุณเลือกคอนโดแถวสุขุมวิทให้เช่าหรือซื้อได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้ชีวิต แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ 1. เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 (The Line Sukhumvit 101) คอนโดมิเนียม High Rise 38 ชั้น ทำเลติดถนนสุขุมวิท ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี โดดเด่นด้วยห้องพักเพดานสูงสไตล์ Duplex 3.4 – 5.5 เมตร ที่ให้ความโปร่งโล่งสบายในการพักอาศัย พร้อมความสะดวกสบายครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่สำหรับทำกิจกรรมและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ และการเดินทางที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ในทำเลสุขุมวิทตอนปลายแห่งนี้ ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 42.4 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ (The Monument Thonglor) คอนโดสุขุมวิทระดับ Ultra-Luxury ในย่านไลฟ์สไตล์อย่างทองหล่อ โดดเด่นด้วยตัวอาคาร High Rise สูงถึง 45 ชั้น ภายใต้แนวคิด Luxury is Space ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ โปร่งโล่ง เป็นส่วนตัว มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่หรูหราเหนือระดับ พร้อมวิวทิวทัศน์ใจกลางเมืองแบบพาโนรามา ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่ล้อมรอบโครงการ ถือเป็นหนึ่งในคอนโดสุขุมวิทที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในย่านนี้ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 125.25 ตารางเมตร คลิก 3. ฮาสุ เฮาส์ (Hasu Haus) คอนโดสุขุมวิทสไตล์รีสอร์ต Low Rise 7 ชั้น ภายในพื้นที่ T77 คอมมูนิตีคอนโดอ่อนนุช โดดเด่นด้วยการผสานไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้ากับพื้นที่ธรรมชาติและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นสไตล์มินิมอล มอบบรรยากาศการอยู่อาศัยที่เงียบสงบ ร่มรื่น ควบคู่ไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพื่อการใช้ชีวิตที่ลงตัวในทำเลยอดนิยมของย่านสุขุมวิทตอนปลาย ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

เคล็ดลับการควบคุมคุณภาพน้ำประปาในอาคารที่พักอาศัยให้สะอาดและปลอดภัย

จากกรณีที่มีข่าวพบเชื้อปรสิตปนเปื้อนในถังเก็บน้ำในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ส่งผลให้ลูกบ้านกว่า 100 รายติดเชื้อเยื่อบุตาอักเสบ สร้างความตื่นตระหนก และกังวลให้กับผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมทั่วประเทศ ทำให้คอนโดมิเนียมหลายๆ โครงการตระหนักถึงความสำคัญในการควบคุมคุณภาพน้ำประปามากขึ้น พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะผู้ดูแลบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยกว่า 400 โครงการ เข้าใจถึงความสำคัญของสุขภาพและความปลอดภัยของลูกบ้าน จึงใส่ใจเรื่องของสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัย เช่น ระบบไหลเวียนอากาศภายในอาคาร ปริมาณฝุ่นPM 2.5 ระบบปรับอากาศภายในที่ต้องมีอุณหภูมิพอเหมาะ ระบบการจัดส่งน้ำประปาไปยังห้องพักต่าง ๆ รวมไปถึงคุณภาพของน้ำที่ใช้ภายในที่พักอาศัย จำเป็นที่ต้องมีการดูแลควบคุณภาพน้ำประปาในโครงการ Plus Living Management จึงขอเสนอแนวทางเบื้องต้นในการดูแลรักษาคุณภาพน้ำประปาภายในคอนโดมิเนียม ดังนี้ กำหนดแผนการตรวจสอบ และรอบระยะในการทำความสะอาดถังเก็บน้ำให้ชัดเจน สำหรับพลัส พร็อพเพอร์ตี้กำหนดรอบตรวจสอบทุกปี ตรวจวัดค่าคลอรีนในน้ำประปาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดให้ปริมาณคลอรีนในน้ำประปาไม่ควรเกิน 5 มิลลิกรัมต่อลิตร จึงจะถือว่ามีความสะอาด และปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน สำหรับเรื่องกลิ่นคลอรีนในน้ำประปานั้นถือเป็นเรื่องปกติ ด้วยคลอรีนในน้ำประปามีความจำเป็นในการฆ่าเชื้อโรคให้ได้ตามมาตรฐาน และเป็นปริมาณเหมาะสมที่สามารถใช้อุปโภคได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจตัวอย่างน้ำประปาอย่างสม่ำเสมอ โดยห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง จะมีการตรวจตั้งแต่ลักษณะทางกายภาพ สี ความขุ่น กรด-ด่าง กลิ่น รส การทดสอบทางเคมี สารละลายต่างๆ เช่น ทองแดง สังกะสี รวมไปถึงสารพิษ เช่น ปรอท ตะกั่ว สารหนู เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความมั่นใจถึงคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกบ้าน การดูแลทำความสะอาดภายในถังเก็บต้องใช้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานต้องผ่านการอบรม มีใบอนุญาตสำหรับการเข้าทำงานในที่อับอากาศ และมีอุปกรณ์การทำงานที่ครบครัน ด้วยพื้นที่ในถังเก็บน้ำนั้นถือว่าเป็นพื้นที่อับอากาศ เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน ดังนั้นการเข้าปฏิบัติงานในที่อับอากาศจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ครบทั้ง ผู้อนุญาต ผู้ควบคุมงาน ผู้ปฏิบัติงาน ผู้ช่วยเหลือ เพื่อความปลอดภัย ขั้นตอนการล้างถังเก็บน้ำ : การวางแผนการใช้น้ำของผู้พักอาศัย เพื่อให้ปริมาณน้ำที่สูบน้ำออกจากบ่อน้อยที่สุด เริ่มทำความสะอาดตะกอน คราบสกปรกต่างด้วยขัดถูด้วยแปรงขนนุ่ม ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า ไม่นิยมใช้น้ำยาทำความสะอาดที่รุนแรง สุดท้ายใช้เครื่องดูดตะกอนทั้งหมด และเติมน้ำใหม่ลงไปในถังเก็บน้ำ พร้อมมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำทุกครั้งเป็นขั้นตอนสุดท้าย การควบคุมคุณภาพน้ำประปาในอาคารที่พักอาศัย นั้นสามารถทำได้ไม่ยากเพียงแค่หมั่นใส่ใจ ตรวจสอบความพร้อมต่างๆของถังเก็บน้ำอย่างสม่ำเสมอ เช่น มีการปิดฝาบ่ออย่างมิดชิด มีการทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบถังเก็บน้ำ ก็จะช่วยให้เพิ่มความมั่นใจในการใช้น้ำประปาภายในโครงการที่พักอาศัยแบบไร้กังวลหายห่วง สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ภายใต้ความดูแลของ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ สามารถสบายใจหายห่วงได้ว่า พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีมาตรฐานในการตรวจสอบประเมินความเสี่ยงทุกขั้นตอนของการทำงานเป็นมาตรฐานพร้อมมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญในการควบคุมการทำงาน (Monitor Progress) และติดตามงานอย่างใกล้ชิด (Follow Up) พร้อมทั้งยังคงมุ่งมั่นเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการทำงานในงานบริหารอาคารให้ได้รับการยอมรับคุณภาพระดับสากลที่ครอบคลุมทุกด้าน บทความที่เกี่ยวข้อง 4 การเปลี่ยนแปลงในการดูแลที่พักอาศัยรับเทรนด์ Sustainable Living ในปี 2024 หน้าฝนกำลังมา วิธีเตรียมความพร้อม ดูแลบ้านและคอนโดให้ปลอดภัย การบริหารจัดการบุคลากรด้วยมาตรฐาน อีกหนึ่ง key success ในการดูแลลูกบ้านของพลัส…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ร่วมกับวิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวง เปิดโครงการ “สุภาพบุรุษงานช่าง”

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านบริหารจัดการที่พักอาศัยแบบครบวงจร ร่วมมือกับวิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวง เปิดศูนย์พัฒนาความเชี่ยวชาญด้านงานสารพัดช่าง ภายใต้โครงการ “สุภาพบุรุษงานช่าง” มุ่งพัฒนาหลักสูตรด้านงานช่างเพื่อเสริมสร้างทักษะความรู้ให้กับพนักงานตำแหน่งช่างเทคนิค เริ่มต้นด้วยหลักสูตรความเชี่ยวชาญด้านการดูแลเครื่องปรับอากาศ ฝึกอบรมทักษะการเรียนรู้ 30 ชั่วโมง เพื่อให้พนักงานช่างเทคนิคสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้งานจริงในการดูแลลูกค้าภายในโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “พลัสฯ มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง มุ่งยกระดับคุณภาพการบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า การร่วมมือกับวิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวงในครั้งนี้ เป็นการยกระดับทักษะความรู้ให้กับพนักงานช่างเทคนิค เสริมสร้างความเชี่ยวชาญด้านงานช่าง โดยเฉพาะหลักสูตรแรกเน้นการฝึกอบรมเกี่ยวกับการดูแลเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในทุกครัวเรือน พนักงานจะได้รับความรู้และทักษะที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า สามารถให้บริการดูแลเครื่องปรับอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะและความรู้ให้กับพนักงานอยู่เสมอ มีแผนพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งในอนาคตอาจจะมีการต่อยอดในการทำงานในสายงานอื่นๆ ภายในองค์กรเพิ่มมากขึ้น และสร้างอาชีพเสริมให้กับพนักงานอีกด้วย ดังนั้น การร่วมมือกันกับวิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวง จึงเป็นการยกระดับการพัฒนาบุคลากรให้มีความรอบรู้มากขึ้น อย่างมืออาชีพ เพื่อทำงานด้านดังกล่าวได้ตรงกับความต้องการของลูกบ้าน PLUS Eduplex สถาบันการเรียนรู้ครบวงจรด้านอสังหาริมทรัพย์ จึงผลักดันให้มีการกำหนดหลักสูตร การเรียนการสอนตามเกณฑ์สำหรับฝึกอบรมพนักงานของพลัสฯ ให้มีการอัพเดตตามความต้องการของลูกบ้านอยู่เสมอ” นายสันติ ศรีสงคราม Senior Director – Experience Development บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวเสริมว่า “หลักสูตร สุภาพบุรุษงานช่าง มุ่งเน้นให้พนักงานช่างเทคนิคมีทักษะความรู้ด้านงานช่างที่หลากหลาย สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างครบวงจร นอกจากนี้ ยังเน้นเรื่องการบริการลูกค้าที่ประทับใจ มารยาท การสื่อสาร และความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบริษัท และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า โครงการสุภาพบุรุษงานช่าง จะดำเนินการพัฒนาหลักสูตรด้านงานสารพัดช่างอีกหลายประเภท เช่น ไฟฟ้า ประปา งานซ่อมแซมทั่วไป ฯลฯ เพื่อเสริมแกร่งให้พนักงานช่างเทคนิคสามารถมีความรู้และพร้อมดูแลคุณลูกบ้านแบบครบทุกมิติของการอยู่อาศัย” นางสุนทรี อาจทวีกุล ผู้อำนวยการ วิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวง กล่าวว่า “วิทยาลัยฯ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในโครงการนี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่ทางวิทยาลัยจะได้ส่งเสริมศักยภาพของพนักงานให้มีความเชี่ยวชาญในสายงานอื่นมากขึ้น รวมทั้งนักศึกษาของวิทยาลัยฯ ในสาขาต่าง ๆ จะได้มีโอกาสฝึกงานเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง และพัฒนาทักษะความรู้ให้ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ วิทยาลัยฯ มุ่งมั่นพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้นักศึกษาของเราพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน และสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ” “โครงการ “สุภาพบุรุษงานช่าง มุ่งหวังพัฒนาศักยภาพของพนักงานพลัสฯ ให้เป็นมืออาชีพด้านการบริหารจัดการอาคารที่พักอาศัย พร้อมมอบบริการที่เหนือความคาดหมายแก่ลูกค้า สร้างความพึงพอใจและความประทับใจ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่มุ่งพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ” นางสาวนฤมล กล่าว ข่าวที่เกี่ยวข้อง พลัสฯ ร่วมฟื้นฟูคลองแม่ข่า เชียงใหม่ สานต่อนโยบาย “Sustainable Together” แสนสิริผนึกพลัสฯ ชูโรดแมป “Sustainable Together” เคียงข้างชุมชน สร้างสังคมยั่งยืน…

ส่ง 3 กลยุทธ์หลัก ผลักดันพลัสฯ สู่ผู้นำด้าน SUSTAINABLE SOCIETY

ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริษัทผู้นำด้านบริหารจัดการที่พักอาศัยแบบครบวงจร ตระหนักถึงความสำคัญของ SUSTAINABLE SOCIETY และมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยส่ง 3 กลยุทธ์ คือ มุ่งสร้างค่านิยมรักษ์โลก เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า และตั้งเป้าเป็นองค์กร Net Zero ในปี 2050 นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า “พลัส ให้ความสำคัญกับ SUSTAINABILITY มาโดยตลอด เราเชื่อว่าการพัฒนาที่ยั่งยืน นั้นไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นความรับผิดชอบของเราทุกคน ดังนั้น พลัสฯ จึงมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาธุรกิจและการรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน” 3 กลยุทธ์หลักของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในการขับเคลื่อนสู่ SUSTAINABLE SOCIETY สังคมยั่งยืน คือ 1. สร้างค่านิยมรักษ์โลก ปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับองค์กร พนักงานและลูกบ้าน มีการรณรงค์ให้ความรู้ผ่านการจัดอบรมและเวิร์คช็อปที่เกี่ยวข้อง เช่น การคัดแยกขยะให้ถูกประเภท รวมทั้งส่งเสริมความเข้าใจหลักการ REDUCE, REUSE, RECYCLE, REPAIR และ UPCYCLE โครงการยังมีการจัดเตรียมถังขยะแยกประเภทต่าง ๆ อย่างเพียงพอต่อการใช้งาน มุ่งเน้นการทำงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ลดการใช้กระดาษ เปลี่ยนไปใช้ QR CODE ในการบันทึกการประชุม การทำธุรกรรมต่างๆ เป็น Cashless รวมไปถึงการเลือกใช้หลอดไฟ LED ในพื้นที่ส่วนกลาง นำระบบ Sensor ไฟเปิดปิดอัตโนมัติมาใช้ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น รวมถึงมีการใช้พลังงานทดแทน SOLAR CELL กับไฟในสวน มีการวางแผนการทำงานให้ประหยัดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และมีการจัดกิจกรรมสร้างชุมชนที่ยั่งยืนร่วมกับลูกบ้าน เช่น จัดกิจกรรมทำความสะอาด เก็บขยะ ปลูกต้นไม้ในชุมชนใกล้เคียง เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยดูดซับเสียง ดูดซับฝุ่น และเพิ่มออกซิเจนให้มากขึ้น 2. เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า พลัส ฯ พิจารณาคัดเลือก VENDOR ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การใช้ผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ รวมถึงวิธีการทำงานต่างๆ VENDOR ที่ร่วมงานต้องมีความมุ่งมั่นเห็นความสำคัญด้านความยั่งยืนร่วมกัน มีการใช้วัสดุรีไซเคิลและกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ถูกจัดทำเป็นโครงการ VENDOR GREEN LIST เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า เช่น บริษัทล้างแอร์ที่ใช้น้ำยาแอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บริษัททำความสะอาดที่ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจากธรรมชาติ รวมไปถึงการมองหาวิธีการหรือผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้งานได้ดีมีประสิทธิภาพ และประหยัดงบประมาณ 3. ตั้งเป้าเป็นองค์กร Net Zero ในปี 2050 มีการร่วมมือกับองค์กรภายนอก…

PLUS จับมือ MBK บริหารงานขายโครงการควินน์ สุขุมวิท 101

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านที่ปรึกษาพัฒนาโครงการและบริหารงานขาย-การตลาดอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำประกาศความสำเร็จ ได้รับความไว้วางใจจากบริษัท เอ็ม บี เค ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด แต่งตั้งให้เป็นผู้บริหารงานขายโครงการควินน์ สุขุมวิท 101 (Quinn Sukhumvit 101) คอนโดระดับ High class ติดรถไฟฟ้า 0 เมตรสถานีปุณณวิถี ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในทุกด้าน ในราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “พลัสฯ ได้รับความไว้วางใจจากบริษัท เอ็ม บี เค ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ให้บริหารงานขายโครงการควินน์ สุขุมวิท 101 มูลค่าโครงการมากกว่า 2,450 ล้านบาท พลัสฯ มั่นใจถึงความสำเร็จในการขายโครงการครั้งนี้ว่าสามารถปิดการขายโครงการได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า ด้วยประสบการณ์การขายในย่านสุขุมวิทที่เรียกว่าพลัสฯ เข้าใจตลาดและลูกค้าเป็นอย่างดี รวมถึงศักยภาพของโครงการที่อยู่ติดสถานีรถไฟฟ้าปุณณวิถีเพียง 0 เมตร เป็นแหล่งงาน Digital Hub ขนาดใหญ่ รวมทั้งยังรายล้อมไปด้วยสถานศึกษาชั้นนำ อย่างโรงเรียนนานาชาติแองโกสิงคโปร์, โรงเรียนนานาชาตินิสท์ มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อย่าง The Em District, Ture Digital Park รวมถึงในอนาคตกำลังจะมี Bangkok Mall ตัวโครงการมีความเป็นส่วนตัวสูงมีเพียง 347 ยูนิต ออกแบบห้องพักให้เลือกถึง 4 แบบ ตั้งแต่ 1 Bedroom ขนาดเริ่มต้น 35 ตร.ม. 2 Bedroom ขนาดเริ่มต้น 54 ตร.ม. ห้อง Combine ขนาดเริ่มต้น 70 ตร.ม. และเพนต์เฮาส์ ขนาดเริ่มต้น 125 ตร.ม. แต่ละแบบแยกสัดส่วนห้องนอน ห้องนั่งเล่น และมี Double Skin กึ่ง Semi Outdoor ที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามความต้องการของผู้พักอาศัย พื้นที่ส่วนกลางรองรับการใช้งานแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น Lobby, Private Meeting Room, Fitness, Sky Lounge, Game Room,…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ยกระดับมาตรฐานบริการ Luxury Management คว้างานบริหารใหม่ 25 โครงการ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเกม 5 เดือนแรก โชว์ฟอร์มความเป็นที่หนึ่งของบริการด้าน Property Management ในการบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัย ได้รับความไว้วางใจให้บริหารแล้ว 25 โครงการใหม่ เป็นโครงการระดับลักซ์ชัวรี่มากถึง 48% โดยครึ่งปีหลังยังคงพร้อมเดินหน้ารับงานใหม่ ชูจุดแข็งบริษัทไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการบริการระดับสากลผนวกความเชี่ยวชาญมีประสบการณ์ดูแลโครงการที่พักอาศัยระดับลักซ์ชัวรี่มามากมาย และการจัดการด้วยการออกแบบ Customised Service และ Design Experience ให้เหมาะกับแต่ละโครงการ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า “ปีนี้พลัสฯ ยังเดินตามแนวทางของธุรกิจ คือ Quality Framework – พัฒนาระบบการทำงานแบบองค์รวม มุ่งเน้นการขับเคลื่อนด้วยคุณภาพ นำศักยภาพความเชี่ยวชาญ ผสานเทคโนโลยีและเข้าใจความต้องการของตลาดมาต่อยอดธุรกิจ โดยเรามองเห็นโอกาสของธุรกิจ ด้วยการนำความรู้ ความสามารถในการให้บริการ การดูแลลูกค้า รวมถึงการจัดการบริหารอาคารภายใต้มาตรฐานพลัสฯ ที่สามารถนำไปให้บริการกับผู้ประกอบการหรือเจ้าของอาคารชุดรายอื่นๆ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์ด้านการบริการที่ดีที่สุดของ ‘PLUS Luxury Management’ ให้กับลูกค้า รวมถึงไม่หยุดนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ เห็นได้จากการเพิ่มบริการอย่าง Plus Concierge เพื่อความสะดวกสบายให้กับลูกค้า และได้รับการตอบรับที่ดี ดังนั้นจากผลประกอบการในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา เราได้รับความไว้วางใจให้บริหารโครงการระดับลักซ์ชัวรี่เพิ่มขึ้นถึง 17% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ทำให้เรามั่นใจในทิศทางและมุ่งมั่นยกระดับการบริการต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ทุกมิติของผู้อยู่อาศัยในกลุ่มโครงการลักซ์ชัวรี่ต่อไป” พร้อมปรับตัวรุกให้สอดรับกับความต้องการตลาด พลัสฯ ขานรับดีมานด์โครงการระดับลักซ์ชัวรี่ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Luxury Management ส่งมอบบริการให้กับลูกค้าอย่างตรงใจสร้างความโดดเด่นเหนือคู่แข่ง ด้วยการวางกลยุทธ์ที่ช่วยขับเคลื่อนตลาด ไว้ 2 ด้าน 1. Uplifting Luxury Standard ยกระดับคุณภาพงานบริการเหนือระดับ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบลักซ์ชัวรี่ โดยมีสถาบัน PLUS Eduplex ที่วางหลักสูตรพัฒนาบุคลากรอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะหลักสูตร Luxury Management and Guest Experience Program ที่บ่มเพาะพนักงานให้มี Luxury DNA โดยผู้สอนที่เชี่ยวชาญจากภายในองค์กร ที่ได้รับการถ่ายทอดจากบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลก อย่าง คุณโทมัส คอฟฟ์แมนน์ (Thomas Kaufmann) และคุณแกรี วิลเลียมส์ (Gary Williams) ที่สร้างบัตเลอร์ชั้นนำมาแล้ว ทั้งในเอเชียและยุโรป ดูแลงาน Masterpiece ที่มีมูลค่าสูงในโครงการ 98 Wireless โดยทีมภัณฑารักษ์   หลักสูตรภัณฑรักษ์ Master the Exquisite Care ศิลปะการดูแลทรัพย์สินมูลค่าสูง จากกรมศิลปากร เป็นต้น รวมทั้งยังมีทีมควบคุมมาตรฐาน Luxury Auditor ที่ตรวจสอบคุณภาพ ในด้านต่างๆ ทั้งเรื่องความปลอดภัย คุณภาพ งานบริการ คุณภาพงานกายภาพ และความสวยงามของโครงการอีกด้วย…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งบริการ PLUS Consultancy Service ให้คำปรึกษาลูกค้าเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัว “PLUS CONSULTANCY SERVICE” บริการที่ปรึกษาด้านอสังหาฯ ครบวงจร โชว์จุดแข็งประสบการณ์กว่า 30 ปี ตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหาคำแนะนำเชิงกลยุทธ์ สร้างจุดขายให้แตกต่างท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น โดยใช้ความเชี่ยวชาญในธุรกิจบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ พร้อมตั้งเป้าเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจที่องค์กรชั้นนำให้ความไว้วางใจ นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มุ่งมั่นพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี จาก Core Business ได้แก่ การบริการดูแลที่พักและบริหารโครงการนิติบุคคล (Living Management) บริหารอาคารเชิงพาณิชย์ (Facility Management) LIV – 24 เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ และงานตัวแทน ซื้อ ขาย เช่า และที่ปรึกษางานขายโครงการ (Sale Agent Management & Brokerage Service) เน้นธุรกิจในตลาดที่เชี่ยวชาญ ทำให้เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าที่มองหาบริการที่ปรึกษาอสังหาฯ เพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ ปัจจุบันมีลูกค้าเข้ามาขอคำปรึกษาภายใต้ความเชี่ยวชาญของพลัสฯ เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้ออกแบบบริการให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละเจ้าได้มีทางเลือกมากขึ้น โดยล่าสุดเปิดตัว PLUS CONSULTANCY SERVICE บริการที่ปรึกษาอสังหาฯ อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ เนื่องจากบางปัญหาหากไม่มีประสบการณ์จะต้องมีการลองผิด ลองถูก สูญเสียทั้งเวลา งบประมาณและทรัพยากรบุคคล แต่การเข้ามาปรึกษาพลัสฯ ที่มีประสบการณ์จะสามารถลดขั้นตอนเหล่านี้ลงได้ โดยสามารถเข้ามาปรึกษาเฉพาะส่วนที่มีปัญหา พลัสฯ จึงเป็นเหมือน One Stop Service ที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าทุกขั้นตอน สะดวก รวดเร็ว เชื่อถือได้ และอยู่ในงบประมาณที่วางไว้” PLUS CONSULTANCY SERVICE มีความเชี่ยวชาญใน 2 ธุรกิจหลัก 1. ให้คำปรึกษาในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Project Development เชี่ยวชาญด้านการศึกษา วิเคราะห์ วางแผน พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ทั้งโครงการที่พักอาศัยทั้งแนวราบ แนวสูงและวิลล่า ทีมงานของเรามีความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน พร้อมนำเสนอแนวทางการพัฒนาโครงการที่เหมาะสม คำนึงถึงศักยภาพของทำเล ความต้องการของลูกค้าในตลาด ทำการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลตลาด รวมถึงความเป็นไปได้ทางการเงินและการลงทุนอีกด้วย Sales & Marketing ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการขายและการตลาด พร้อมวางกลยุทธ์ ตั้งราคาขาย การกำหนดกลุ่มลูกค้า และสร้างแคมเปญการตลาดที่โดนใจลูกค้าเป้าหมาย นำเสนอจุดเด่นของโครงการ ดึงดูดความสนใจและกระตุ้นยอดขายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงมีการวิเคราะห์ตลาดและคู่แข่งด้วยประสบการณ์และความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างแท้จริง Luxury Service Design…