ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH
ปล่อยเช่าคอนโด

ปล่อยเช่าคอนโดอย่างไรให้คุ้มค่า พร้อมข้อกฎหมายที่เจ้าของห้องต้องรู้

หลายคนที่กำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ อาจมีคำถามในใจว่า “การซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม” เมื่อเทียบกับสภาวะตลาดที่มีความผันผวนในช่วงนี้ แต่ความคุ้มค่าของการปล่อยเช่าคอนโดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทำเลที่มีศักยภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงราคาซื้อเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนที่จะได้รับ ไปจนถึงกลุ่มผู้เช่าเป้าหมายในพื้นที่นั้นๆ ด้วย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปหาคำตอบว่าการซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มค่าจริงหรือไม่ พร้อมเผยเคล็ดลับในการปล่อยเช่าให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ข้อกฎหมายสำคัญที่เจ้าของห้องต้องรู้ รวมถึงบริการที่จะช่วยให้การปล่อยเช่าคอนโดของคุณเป็นเรื่องง่ายและหายห่วง ซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม เช็กปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุน ก่อนตัดสินใจลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า นักลงทุนควรวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อประเมินว่าการลงทุนครั้งนี้จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่ โดยสามารถสรุปปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาได้ดังนี้ ปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น vs ระยะยาว แบบไหนดีกว่ากัน หากตัดสินใจปล่อยเช่าคอนโดแล้ว คำถามต่อไปที่เจ้าของห้องต้องคิดต่อ คือการเลือกระหว่างการปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น 1-6 เดือน หรือการปล่อยเช่าระยะยาวหลัก 1 ปีขึ้นไป เพราะการปล่อยเช่าทั้งสองแบบนี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน และเหมาะกับทำเลและความพร้อมของเจ้าของห้องที่ต่างกันไป ดังนี้ หัวข้อ ปล่อยเช่าระยะสั้น (1-6 เดือน) ปล่อยเช่าระยะยาว (1 ปีขึ้นไป) ข้อดี ค่าเช่าต่อเดือนสูงกว่า สามารถปรับราคาตามฤดูกาลท่องเที่ยวได้ รายได้สม่ำเสมอต่อเนื่อง ดูแลง่าย เน้นตรวจสอบเป็นระยะๆ ข้อเสีย ต้องดูแลและทำความสะอาดห้องบ่อยตามการย้ายเข้าออก และมีความเสี่ยงด้านกฎหมายหากเช่าต่ำกว่า 30 วัน รายได้ต่อเดือนอาจต่ำกว่าการปล่อยเช่าระยะสั้นในบางช่วง เหมาะกับ คอนโดใกล้แหล่งท่องเที่ยว หรือติดรถไฟฟ้าใจกลางเมือง คอนโดในย่านที่อยู่อาศัย หรือใกล้แหล่งงาน กฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เจ้าของห้องต้องรู้ นอกจากเรื่องทำเลและรูปแบบการเช่าแล้ว เจ้าของห้องและนักลงทุนอสังหาฯ มือใหม่ยังควรทำความเข้าใจกฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต กฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเช่าคอนโด การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม คำถามที่เจ้าของห้องมือใหม่มักสงสัย คือ “การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม” โดยปกติแล้วเจ้าของห้องไม่มีความจำเป็นต้องแจ้งขออนุญาตจากนิติบุคคลก่อนปล่อยเช่าห้องของตนเอง เนื่องจากเป็นสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เจ้าของห้องสามารถบริหารจัดการได้ตามความเหมาะสม เว้นแต่จะมีข้อบังคับจากนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้เช่าและเจ้าของห้องเอง รวมถึงเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบและดูแลอาคาร เจ้าของห้องควรแจ้งข้อมูลผู้เช่าให้นิติบุคคลทราบ เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อ และช่วงเวลาที่เข้าพักอาศัย เพื่อให้นิติบุคคลสามารถออกบัตรผ่านเข้า-ออกอาคาร หรือประสานงานในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องก่อนปล่อยเช่า อีกหนึ่งขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม คือ การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องให้ละเอียดทั้งก่อนและหลังส่งมอบห้อง ทั้งระบบไฟฟ้า น้ำประปา เครื่องปรับอากาศ โครงสร้างของห้อง และเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่ง เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปล่อยเช่าคอนโด 1. แนวทางการปล่อยเช่าคอนโดให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้การปล่อยเช่าคอนโดเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย เจ้าของห้องควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ 2. ควรเรียกเก็บเงินมัดจำและค่าเช่าล่วงหน้าเท่าไหร่ ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 ได้กำหนดให้มีการเก็บเงินค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันความเสียหาย (เงินมัดจำ) โดยเรียกเก็บรวมกันได้ไม่เกิน 3 เดือน โดยทั่วไปแล้ว มักแบ่งการเรียกเก็บเป็นเงินประกันความเสียหาย 2 เดือน และเงินค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือนก่อนเข้าพักอาศัย…

กฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ซื้อผู้ขายต้องรู้

ในความเข้าใจของคนทั่วไป การซื้อขายบ้านหรือคอนโดอาจดูเป็นเรื่องง่ายๆ แค่ตกลงราคา จ่ายเงิน แล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อ แต่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้กลับมีรายละเอียดทางกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ซับซ้อน ที่หากมองข้ามขั้นตอนสำคัญไป ก็อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในระยะยาวได้ ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจภาพรวมของกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรทราบ ตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐาน การทำสัญญาที่รัดกุม ไปจนถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การซื้อขายบ้านหรือคอนโดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด ภาพรวมกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรรู้ ก่อนเข้าสู่รายละเอียดของสัญญาและค่าใช้จ่ายต่างๆ ผู้ซื้อและผู้ขายควรทำความเข้าใจภาพรวมก่อนว่ากฎหมายกำหนดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ไว้อย่างไรบ้าง โดยเริ่มต้นจาก อสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายคืออะไร? ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 139 นิยามคำว่า “อสังหาริมทรัพย์” หมายถึง ทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ทั้งที่ดินและทรัพย์สินที่ติดอยู่กับที่ดินอย่างถาวร หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน รวมถึงสิทธิต่างๆ ที่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นด้วย โดยตัวอย่างที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น บ้านบางนา ทาวน์โฮม และคอนโดติดรถไฟฟ้าต่างๆ เป็นต้น ขั้นตอนหลักในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยข้อกฎหมายต่างๆ ทำให้หลายๆ คนสงสัยว่า การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะถูกต้องและปลอดภัยสำหรับทั้งสองฝั่ง โดยสามารถสรุปลำดับขั้นตอนหลักๆ ได้ดังนี้ ขั้นตอนเหล่านี้ ถือเป็นข้อปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายคอนโดมือสอง หรือบ้านกรุงเทพกรีฑา ซึ่งอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปบ้าง เช่น การตรวจสอบเงื่อนไขบางประการร่วมกับนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ เป็นต้น การทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขั้นตอนการทำสัญญา ถือเป็นจุดที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างสูง เพราะหากดำเนินการผิดพลาด หรือมีข้อมูลในสัญญาที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจทำให้การซื้อขายล้มเหลวและอาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้ สัญญาจะซื้อจะขาย VS สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด หลายคนอาจสงสัยว่าสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะมีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ ตามมาตรา 453 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้ให้นิยามของ “สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์” ว่าเป็นข้อตกลงที่ผู้ขายยินยอมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินให้ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงจ่ายเงินให้ผู้ขายตามที่ตกลงกันไว้ โดยสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขาย คือ ข้อตกลงล่วงหน้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายก่อนที่จะโอนกรรมสิทธิ์จริง มักใช้ในช่วงที่ผู้ซื้อวางเงินมัดจำให้ผู้ขาย เพื่อยืนยันและเป็นหลักฐานว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้วว่าจะซื้อ-ขายกันตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ เช่น ราคา วันโอน หรือเงื่อนไขการผ่อนชำระ ตามมาตรา 456 วรรคสอง สัญญาจะซื้อจะขายจะมีผลบังคับใช้ ก็ต่อเมื่อมีอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้เกิดขึ้น 2. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด คือ สัญญาซื้อขายที่ทำในขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์จริง โดยต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น จึงจะถือว่าการซื้อขายนั้นสมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มาตรา 456 วรรคหนึ่ง ระบุว่า หากการซื้อขาย ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียมไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน สัญญาซื้อขายนั้นจะถือเป็น “โมฆะ” แม้ว่าจะมีการจ่ายเงินให้ผู้ขาย หรือมีการทำสัญญากันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วก็ตาม ด้วยเหตุนี้ ผู้ซื้อและผู้ขายจึงควรทำความเข้าใจความแตกต่างของสัญญาทั้งสองรูปแบบให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง โดยสามารถสรุปได้ตามตารางนี้ สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ทำเมื่อไหร่ ช่วงวางเงินมัดจำ วันโอนกรรมสิทธิ์จริง ทำที่ไหน…

การตรวจสอบอาคารคืออะไร รู้สัญญาณเตือนล่วงหน้าและวิธีเลือกบริษัทตรวจสอบ

สำหรับเจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลบางท่าน “การตรวจสอบอาคาร” อาจเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งปัญหาโครงสร้างเล็กๆ ค่อยๆ ลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ หรือร้ายแรงจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานโดยตรง เพราะในความเป็นจริงแล้ว การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอไม่ได้เป็นเพียงข้อบังคับทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในการใช้งานอาคาร โดยเฉพาะในคอนโดมือสองหรืออาคารที่ผ่านการใช้งานมานาน ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าอาคารที่สร้างใหม่ไม่น้อย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบอาคาร ตั้งแต่สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ขอบเขตของงานตรวจสอบตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงแนะนำบริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ ที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของอาคารและนิติบุคคลอย่างครบวงจร สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรตรวจสอบโครงสร้างอาคารเก่าโดยด่วน การสังเกตสัญญาณเตือนทางกายภาพต่างๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถตรวจสอบและรับมือได้อย่างทันท่วงที โดยมีสัญญาณเตือนที่สำคัญดังนี้ รอยร้าวและการทรุดตัว ระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค การละเลยสัญญาณเตือนเหล่านี้ ไม่เพียงส่งผลต่อสภาพอาคารเท่านั้น แต่ยังเพื่อความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และส่งผลเสียต่อมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาวได้อีกด้วย ดังนั้น การหมั่นสังเกตและตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่เจ้าของอาคารทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อประเมินความเสี่ยง พร้อมวางแผนการตรวจสอบและซ่อมแซมแก้ไขอย่างทันท่วงที การตรวจสอบอาคาร ตรวจอะไรบ้าง เจาะลึกขอบเขตงานที่สำคัญ หากมีคำถามว่าการตรวจสอบอาคารนั้นครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 32 ทวิ ได้กำหนดขอบเขตของงานตรวจสอบไว้อย่างชัดเจน โดยสามารถสรุปออกเป็น 4 ด้านหลัก ดังนี้ 1. ความมั่นคงของโครงสร้าง การตรวจสอบอาคารในด้านแรก คือ การประเมินความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร ทั้งสภาพความสมบูรณ์ของโครงสร้างหลัก การต่อเติมดัดแปลงหรือปรับปรุงสภาพอาคารที่อาจส่งผลต่อการรับน้ำหนัก รวมถึงตรวจหาความชำรุดสึกหรอต่างๆ เพื่อประเมินว่าอาคารยังสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 2. ระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร การตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร จะเน้นประเมินความสามารถในการทำงานของระบบต่างๆ และการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสมเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 3 ระบบหลัก ได้แก่ 3. สมรรถนะของระบบและอุปกรณ์ของอาคารเพื่ออพยพผู้ใช้อาคาร การประเมินสมรรถนะของบันไดหนีไฟ ทางหนีไฟ เครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน รวมถึงระบบแจ้งสัญญาณเตือนภัยว่าสามารถใช้งานได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงสนับสนุนให้ผู้ใช้อาคารสามารถอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 4. ระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในอาคาร การตรวจสอบอาคารยังครอบคลุมไปถึงแผนบริหารจัดการด้านความปลอดภัย ได้แก่ แผนการป้องกันและระงับอัคคีภัย แผนการซ้อมอพยพผู้ใช้อาคาร แผนการบริหารจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัยในอาคาร และแผนการบริหารจัดการของผู้ตรวจสอบอาคาร เพื่อให้ทุกฝ่ายพร้อมรับมือเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริง อาคาร 9 ประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ต้องตรวจสอบ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้มีการกำหนดอาคาร 9 ประเภทที่ต้องผ่านการตรวจสอบอาคารตามกฎหมายเป็นประจำทุกปี ได้แก่ โดยกลุ่มคอนโดมิเนียมที่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นทำเลสำหรับเช่าคอนโดสุขุมวิท คอนโดอ่อนนุช หรือคอนโดติดรถไฟฟ้า ต่างๆ ควรได้รับการตรวจสอบอาคารอย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน บริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ เมื่อทราบถึงความสำคัญและขอบเขตของการตรวจสอบอาคารแล้ว การเลือกผู้ให้บริการตรวจสอบอาคารที่มีความน่าเชื่อถือก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยพลัสฯ ได้ร่วมมือกับ “ทัช พร็อพเพอร์ตี้” บริษัทในเครือที่เชี่ยวชาญด้านระบบวิศวกรรมอาคารและการตรวจสอบอาคารครบวงจรมากว่า 17 ปี พร้อมประสบการณ์ตรวจสอบอาคารมาแล้วกว่า 5 ล้านตารางเมตร เพื่อมอบบริการตรวจสอบอาคารที่ครอบคลุมทุกมิติให้กับเจ้าของอาคารและนิติบุคคล ทำไมต้องเลือก PLUS และ TOUCH การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอ…

รวม 16 คอนโดใกล้มหาลัยฯ ถูกใจนักศึกษาและวัยทำงาน

การตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยในวัยเรียนหรือช่วงเริ่มต้นทำงาน ถือเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่สำคัญ โดยเฉพาะการเลือกพักอาศัยในคอนโดใกล้มหาลัย ที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางแต่ละวันแล้ว คอนโดใกล้มหาลัยยังมอบความอุ่นใจในด้านความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ในบทความนี้ พลัสฯ จึงได้รวบรวม 16 โครงการคอนโดใกล้มหาลัยฯ คุณภาพครอบคลุม 6 ทำเลศักยภาพรอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครอง นักศึกษา คนทำงานด้านการศึกษา รวมถึงนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มองหาโอกาสปล่อยเช่าในย่านสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬา ที่น่าสนใจ ย่านใจกลางเมืองอย่างปทุมวัน สามย่าน และราชเทวี ถือเป็นศูนย์กลางที่แวดล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สยามสแควร์ และศูนย์การค้าชั้นนำโดยรอบ การเลือกคอนโดย่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงตอบโจทย์การใช้ชีวิตเหนือระดับ พร้อมสะดวกด้วยขนส่งมวลชนที่เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว 1. แอชตัน จุฬา-สีลม (Ashton Chula-Silom) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ ระดับลักชัวรีที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 56 ชั้น บนทำเลใจกลางสามย่าน เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT เชื่อมต่อทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและย่านธุรกิจโดยรอบ โดดเด่นด้วยดีไซน์กระจกแบบ Curved Facade ที่ดูเรียบหรู ล้ำสมัย พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางขนาด 2 ชั้นที่ครบครัน ตอบโจทย์การเป็นคอนโดใกล้มหาลัยสำหรับทั้งนักศึกษาและคนทำงาน ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 34.0 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ ไลน์ ราชเทวี (The Line Ratchethewi) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ บนทำเลราชเทวี ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS เชื่อมต่อทั้งย่านประตูน้ำ พญาไท สยาม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดดเด่นด้วยอาคารสูง 38 ชั้น ตกแต่งภายนอกด้วยโทนสีดำ-ทองแดงอันเป็นเอกลักษณ์ จัดเต็มทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและรูปแบบห้องพักที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เงียบสงบแต่ใกล้ชิดย่านสยาม-ราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 32.62 ตารางเมตร คลิก 3. ไพน์ บาย แสนสิริ (Pyne by Sansiri) คอนโดใกล้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 42 ชั้น และทำเลติดสถานีรถไฟฟ้าหน้าโครงการแบบก้าวเดียวถึง มอบความได้เปรียบสูงสุดในการเดินทาง ตอบโจทย์การพักอาศัยด้วยห้องพักให้มีความโปร่งกว้างขวางเป็นพิเศษ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมที่ครบครัน ในทำเลทองคำในย่านราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 47.0 ตารางเมตร คลิก คอนโดใกล้ มศว อโศก ที่น่าสนใจ…

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

การตัดสินใจปล่อยขายคอนโดมือสองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การแปะประกาศหน้าโครงการหรือโพสต์รูปภาพลงบนอินเทอร์เน็ตแล้วรอให้ผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามา เพราะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีห้องคอนโดอีกจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะแข่งขันกับห้องของคุณ หากไม่มีจุดเด่นที่กระตุ้นผู้ซื้อให้สนใจ ห้องคอนโดที่ลงขายก็ยากที่จะมีใครสนใจ ไร้การติดต่อกลับ หรืออาจถูกกดราคาจนกำไรที่คาดหวังไว้หายไปไม่เหลือ เพื่อให้การขายคอนโดมือสองเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์การลงทุน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปไขข้อสงสัยว่า การขายคอนโดมือสองต้องทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม การจัดการเอกสารสำคัญทางกฎหมายที่ห้ามตกหล่น ไปจนถึงเทคนิคการต่อรองเพื่อปิดดีลให้สำเร็จลุล่วง ก่อนขายคอนโดมือสอง ต้องเตรียมอะไรบ้าง สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนขายคอนโดมือสอง คือ การเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร โดยเฉพาะโฉนดห้องชุด หรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) ของห้องคอนโดที่จะขายว่ามีข้อมูลต่างๆ ถูกต้องตรงตามชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในปัจจุบัน เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์ขาดในการซื้อขาย พร้อมตรวจสอบภาระผูกพันกับสถาบันการเงินอย่างละเอียด ว่าไม่มีภาระจำนองหรือการติดภาระอื่นๆ รวมถึงการตรวจสอบค่าส่วนกลางค้างชำระและขอใบปลอดหนี้จากนิติบุคคล เพื่อใช้ในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่หากขาดไปก็อาจสร้างปัญหาในการขายคอนโดมือสองได้ ห้องที่ดูทรุดโทรมมักทำให้ห้องคอนโดราคาตกลงมากกว่าที่ควรจะเป็น เจ้าของห้องจึงควรประเมินสภาพห้องและซ่อมแซมจุดบกพร่อง จุดชำรุดเสียหายต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มขายคอนโดมือสอง ไม่ว่าจะเป็นการเช็กการทำงานระบบไฟฟ้าและน้ำประปา  ตรวจสอบจุดรั่วซึมในห้องน้ำและระเบียง รอบแตกร้าวตามผนัง พื้นบวมแตก วอลล์เปเปอร์ลอกหลุด และจุดอื่นๆ เพื่อให้คอนโดของเราอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด สร้างความมั่นใจ ดึงดูดผู้ซื้อ และลดปัญหาการต่อรองจากสภาพห้องที่ทรุดโทรม แม้ว่าห้องคอนโดของเราจะตกแต่งเป็นอย่างดี อยู่ในทำเลทอง และแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่หากตั้งราคาหลุดจากความเป็นจริง ก็จะปิดการขายได้ยากยิ่งขึ้น การตั้งราคาขายคอนโดมือสองให้เหมาะสม จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยเริ่มจากการนำข้อมูลราคาประเมินต่อตารางเมตรของกรมธนารักษ์และราคาซื้อขายจริงของห้องคอนโดอื่นๆ ในทำเลและขนาดใกล้เคียงมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อหาช่วงราคาที่เหมาะสมกับห้องของเรา นอกจากราคาตลาดแล้ว การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของคอนโดก็สำคัญไม่แพ้กัน เจ้าของห้องควรพิจารณาว่าใครบ้างที่จะเลือกอยู่ห้องของเรา เช่น ชาวต่างชาติที่ต้องการคอนโดย่านสุขุมวิทที่มีคอมมูนิตีนานาชาติขนาดใหญ่ หรือคนทำงานทั่วไปที่มองหาคอนโดอ่อนนุชในราคาเข้าถึงง่าย เพราะแต่ละกลุ่มต่างมีความต้องการและราคาในใจที่แตกต่างกัน การมองหาจุดสมดุลระหว่างราคาที่คุ้มค่าและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ จะช่วยให้คอนโดมือสองของเราน่าสนใจและปิดการขายได้เร็วยิ่งขึ้น เทคนิคการขายคอนโดให้ได้ราคาดีและปิดการขายไว หนึ่งในวิธีขายคอนโดให้ออกไวและมีประสิทธิภาพ คือ การตกแต่งปรับปรุงห้องพักให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เช่น การทาสีผนังห้องใหม่ด้วยโทนสีขาว หรือสีเบจที่ช่วยพรางตาให้ห้องดูกว้างขวาง สะอาดตาขึ้น การเปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นโทนสีอบอุ่นเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย รวมถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งให้ดูน่าสนใจ ไม่แออัด ในสไตล์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถจินตนาการถึงการใช้ชีวิตในห้องคอนโดได้ง่ายขึ้น หลังจากที่มีผู้เริ่มสนใจคอนโดแล้ว เทคนิคขั้นต่อไป คือ การเจรจาราคาต่อรองราคาและเงื่อนไขต่างๆ กับผู้ที่สนใจซื้อ เพื่อหาข้อตกลงและปิดการขายคอนโดมือสองตามที่ต้องการ โดยเคล็ดลับของการวางแผนเจรจาต่อรองนั้น มีตั้งแต่การใช้ข้อมูลราคากลางและสถิติราคาขายจริงในอดีตเพื่อสนับสนุนการตั้งราคาของเรา เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นถึงความสมเหตุสมผล และโปร่งใส ไม่ได้เป็นการตั้งราคาเผื่อต่อที่สูงจนเกินไป หรือการเลือกใช้การเจรจาแบบ Win-Win เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพอใจกับข้อเสนอ เช่น การเสนอแถมเครื่องใช้ไฟฟ้า สิทธิ์จอดรถ หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญบางชิ้นเพื่อชดเชยกับราคาที่ผู้ซื้อขอต่อรอง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าและช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น ทำเลคือสิ่งที่นักลงทุนอสังหาฯ ต่างให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ เสมอ หากห้องคอนโดอยู่ในทำเลทองยอดนิยม เช่น ทำเลใกล้แหล่งงาน ใกล้ย่านเศรษฐกิจ หรือเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสำคัญ เจ้าของห้องก็ควรที่จะชูจุดเด่นสำคัญนี้เป็นหลัก รวมถึงการเดินทางจากคอนโดไปยังแหล่งงานหรือสถานีรถไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ เพื่อให้ผู้ซื้อรู้สึกถึงความคุ้มค่าในทำเลดังกล่าว เลือกช่องทางขายคอนโดมือสองอย่างไรให้ถูกจุด การลงประกาศบนเว็บไซต์หรือในชุมชนออนไลน์ต่างๆ ถือเป็นช่องทางหลักที่จะช่วยให้ผู้คนพบเจอกับประกาศขายของเราได้ง่ายขึ้น ซึ่งการลงประกาศที่ดีนั้น ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีจำนวนผู้เข้าใช้งานสูง มีฟีเจอร์เสริมในการดันประกาศ เพื่อให้โพสต์ขายคอนโดมือสองของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมถึงการเลือกใช้คำโปรยที่สะดุดตา เช่นการชูจุดเด่นด้านทำเล ขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก…

คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่

แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิท ครบทุกช่วง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

สุขุมวิท คือหนึ่งในทำเลศูนย์กลางแห่งความเจริญและไลฟ์สไตล์คนเมืองของกรุงเทพฯ ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความสำเร็จได้อย่างชัดเจน ทั้งการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ไปจนถึงแหล่งงานและย่านเศรษฐกิจชั้นนำ ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นแหล่งรวมโครงการคอนโดสุขุมวิทชั้นนำมากมายที่เป็นที่ต้องการของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างไม่เสื่อมคลาย ในบทความนี้ พลัสฯ ขอแนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ ครอบคลุมตั้งแต่สุขุมวิทตอนต้นจรดปลาย พร้อมเจาะลึกตั้งแต่ความน่าสนใจของทำเล แนวโน้มราคา ไปจนถึงการวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้คุณเลือกคอนโดแถวสุขุมวิทให้เช่าหรือซื้อได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้ชีวิต แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ 1. เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 (The Line Sukhumvit 101) คอนโดมิเนียม High Rise 38 ชั้น ทำเลติดถนนสุขุมวิท ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี โดดเด่นด้วยห้องพักเพดานสูงสไตล์ Duplex 3.4 – 5.5 เมตร ที่ให้ความโปร่งโล่งสบายในการพักอาศัย พร้อมความสะดวกสบายครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่สำหรับทำกิจกรรมและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ และการเดินทางที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ในทำเลสุขุมวิทตอนปลายแห่งนี้ ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 42.4 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ (The Monument Thonglor) คอนโดสุขุมวิทระดับ Ultra-Luxury ในย่านไลฟ์สไตล์อย่างทองหล่อ โดดเด่นด้วยตัวอาคาร High Rise สูงถึง 45 ชั้น ภายใต้แนวคิด Luxury is Space ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ โปร่งโล่ง เป็นส่วนตัว มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่หรูหราเหนือระดับ พร้อมวิวทิวทัศน์ใจกลางเมืองแบบพาโนรามา ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่ล้อมรอบโครงการ ถือเป็นหนึ่งในคอนโดสุขุมวิทที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในย่านนี้ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 125.25 ตารางเมตร คลิก 3. ฮาสุ เฮาส์ (Hasu Haus) คอนโดสุขุมวิทสไตล์รีสอร์ต Low Rise 7 ชั้น ภายในพื้นที่ T77 คอมมูนิตีคอนโดอ่อนนุช โดดเด่นด้วยการผสานไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้ากับพื้นที่ธรรมชาติและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นสไตล์มินิมอล มอบบรรยากาศการอยู่อาศัยที่เงียบสงบ ร่มรื่น ควบคู่ไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพื่อการใช้ชีวิตที่ลงตัวในทำเลยอดนิยมของย่านสุขุมวิทตอนปลาย ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

กลยุทธ์การจัดการความเสี่ยง และความมั่นคงปลอดภัยในอาคารสูง

ในยุคที่ทุกสิ่งรอบตัวมีเทคโนโลยีอันแสนชาญฉลาดเข้ามาเกี่ยวข้อง อาคารอัจฉริยะ (Smart Building) เทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองการเป็นอาคารสมัยใหม่ โดยการนำนวัตกรรมที่หลากหลายมาเชื่อมต่อให้อาคารสามารถสื่อสารกับผู้ใช้งาน โต้ตอบ เรียนรู้ และปรับสภาพแวดล้อมให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างแม่นยำ อันจะนำมาสู่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ความปลอดภัยในอาคาร การใช้พลังงานได้อย่างคุ้มค่าสำหรับเจ้าของหรือบริษัทบริหารอาคาร ซึ่งผู้บริหารจัดการอาคาร (Facility Management) ต้องมีความรู้ความเข้าใจถึงองค์ประกอบต่างๆ ของอาคารไม่ว่าจะเป็นรูปแบบอาคาร ระบบวิศวกรรมภายในอาคาร ลักษณะการใช้งาน ผู้ใช้งานที่มีความหลากหลาย รวมถึงงานด้านความเสี่ยงและความปลอดภัย สามารถวางแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน ดูแลความปลอดภัยของอาคาร และของผู้ใช้งานได้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการใช้อาคารให้เป็นไปอย่างราบรื่น และเกิดประโยชน์สูงสุด นายชาญ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคารและระบบวิศวกรรม บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในฐานะของผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า “ด้วยความจำเป็น ของการต้องมีอาคารสถานที่ (Facility) ซึ่งเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ขององค์กรที่หวังให้เกิดผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาวตามเป้าประสงค์ขององค์กร จากประสบการณ์ในการบริหารจัดการอาคารมากว่า 25 ปี พลัสฯ เข้าใจถึงความต้องการ ความซับซ้อนของอาคาร และนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในอาคาร จึงได้คิดค้น พัฒนาชุดความคิด วิธีการปฏิบัติงานของตนเองให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีกับการบริหารจัดการอาคารสถานที่และการดูแลระบบวิศวกรรมอาคาร โดยได้นำมาตรฐานสากล (International Standard Practices) มาใช้เป็น Benchmarking ในการบริหารจัดการอาคาร” ผลลัพธ์ที่เป็นคุณค่าจากการทำงานบริหารจัดการอาคาร คือ 1. ความมั่นใจในการใช้อาคาร เรื่องความมั่นคงปลอดภัยในการใช้อาคารของลูกค้า จัดเป็นเรื่องที่มีความสำคัญในระดับที่สูงของทุกอาคาร ทั้งในเหตุที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรและการรักษาทรัพย์สิน การสร้างความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์ด้านความมั่นคงของอาคาร แต่เนื่องด้วยอาคารแต่ละอาคารจะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันตามลักษณะกิจกรรมที่เกิดขึ้นของแต่ละอาคาร ดังนั้น การจัดการให้เกิดความมั่นใจในการครอบครองหรือการใช้อาคารจะต้องมีการออกแบบและวางแผน ให้สอดคล้องกับปัจจัยเงื่อนไขของแต่ละอาคาร โดย ทีมงานพลัสฯ จะมีการกำกับแผน ติดตามสถานการณ์ และตรวจสอบการดำเนินการตามที่ได้ออกแบบไว้เพื่อเตรียมการไว้ให้พร้อมเมื่อเกิดเหตุการณ์จำเป็น ตัวอย่างเช่น กรณีไฟฟ้าดับ น้ำประปาไม่ไหล เหตุลิฟต์ขัดข้อง เหตุรับมือน้ำท่วม เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาแผนการรับมือกรณีเหตุฉุกเฉิน และการเตรียมความพร้อมในสถานการณ์ต่างๆ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง 2. ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน การจัดการด้านความปลอดภัยและความเสี่ยงในอาคารสถานที่ (Facility) เป็นเรื่องของการจัดสรรทรัพยากรและการจัดให้มีมาตรการ วิธีการ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงาน ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย สอดรับกับลักษณะธุรกิจ สอดคล้องกับระดับความสำคัญของผู้ใช้อาคาร ทางทีมงานพลัสฯ จะศึกษาสภาพและเงื่อนไขความต้องการด้านความมั่นคงปลอดภัยของอาคาร และนำเครื่องมือ ประเมินงานด้านความปลอดภัยที่นิยมใช้ ได้แก่ Job Safety Analysis (JSA) มาช่วยวิเคราะห์และวางแนวปฏิบัติเพื่อการจัดการความเสี่ยงและการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในอาคาร เพื่อหลีกเลี่ยง ลด หรือขจัด รวมทั้งป้องกันควบคุมอันตรายในทุกขั้นตอนอย่างครอบคลุมทุกพื้นที่ของอาคาร โดยทีมงานจะมีการวางแผน สำรวจ ตรวจสอบระบบต่างๆ ตัวอย่างเช่น ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าจุดต่างๆ ที่อาจจะเป็นสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ สำรวจทางหนีไฟไม่ให้มีสิ่งกีดขวาง อุปกรณ์ในการดับเพลิงต้องมีความพร้อมใช้งาน รวมไปถึงการจัดอบรมให้ความรู้ และซ้อมหนีไฟเป็นประจำทุกปี เป็นต้น 3. ความปลอดภัยในระบบวิศวกรรมอาคาร การจัดการด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับระบบวิศวกรรมอาคารควรดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน…

การบริหารจัดการที่ดีช่วยให้ธุรกิจ Community Mall เติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไร

การขยายตัวของเมืองและชุมชนที่อยู่อาศัยถือว่าเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดธุรกิจขนาดเล็ก เข้ามาเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิต รวมถึงวิถีการบริโภคที่เปลี่ยนไป กลายมาเป็นโอกาสให้กับ Community Mall ที่เข้ามามีบทบาทในการเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่สำคัญ เพราะ Community Mall เป็นธุรกิจค้าปลีกที่มีรูปแบบสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เข้าถึงแหล่งชุมชนได้ง่ายกว่าค้าปลีกรูปแบบอื่นๆ และด้วยสถานการณ์โควิด-19 เป็นตัวเร่งพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการแหล่งซื้อของที่ใกล้บ้าน เดินทางสะดวก ประหยัดเวลาในการเดินทาง หาที่จอดรถและราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในยุคนี้ มีพฤติกรรมการเลือกซื้อเฉพาะสินค้าหรือบริการที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน โดยที่ Community Mall เป็นศูนย์การค้าขนาดย่อมมากกว่าห้างสรรพสินค้า ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย รวมถึงสามารถปรับตัวรองรับสถานการณ์ โควิด-19ที่ผ่านมาได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งคอนเซปต์ Community Mall ส่วนใหญ่ มักจะออกแบบสถานที่เป็นแบบ Open Air เปิดรับลมธรรมชาติ ช่วยลดการแพร่ระบาดในช่วงสถานการณ์ที่ต้องเว้นระยะห่างได้ เชื่อว่าจะเป็นเทรนด์ที่ตอบรับกับผู้บริโภคในชุมชนได้มากกว่า นอกจากนี้ Community Mall ยังมีความน่าสนใจ มีจุดเด่นที่แตกต่างจากห้างขนาดใหญ่ ได้แก่การมีพื้นที่สีเขียว ที่นั่งกลางแจ้ง พื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง พื้นที่หอประชุม พื้นที่บนดาดฟ้า ลู่วิ่งจ๊อกกิ้ง เป็นต้น Community Mall จึงเป็นสถานที่ที่เกิดไลฟสไตล์รูปแบบใหม่ๆ รองรับความต้องการในชุมชน และมักจะมีกิจกรรมที่สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าอยู่เสมอ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกมีส่วนร่วมมากขึ้น Community Mall มีการเพิ่มเติมแต่ละองค์ประกอบที่ส่งเสริมให้เข้ากับความต้องการของคนในชุมชน ทำให้เกิดการสร้าง Traffic มาใช้บริการตลอดทั้งวันแบบหมุนเวียน ทั้งวันทำงาน และวันหยุด Community Mall เป็นอีกเป็นธุรกิจค้าปลีกที่คาดว่าจะได้รับความนิยมต่อไปในอนาคต พลัส พร็อพเพอร์ตี้ในฐานะที่มีประสบการณ์ทำธุรกิจบริหารอาคารมานานกว่า 25 ปี จึงได้นำประสบการณ์มาพัฒนาองค์ความรู้ให้เข้ากับเทรนด์อยู่เสมอ ในการดูแลบริหารจัดการ Community Mall ที่มีประสิทธิภาพมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้งานบริการต่าง ๆ พลัสฯ มีแนวคิดในการบริหารจัดการที่เข้าใจถึงความต้องการของคนเป็นหลัก พลัสฯ ให้ความสำคัญเป็น Living Solutions ที่สามารถตอบความต้องการที่แตกต่างของผู้คนได้ โดยเกี่ยวข้องกับคน 4 กลุ่มหลักๆ อันดับแรกคือ 1. เจ้าของอาคาร ต้องการผู้ช่วยในการบริหารอาคารที่เข้าใจวัตถุประสงค์ของอาคาร ลักษณะการก่อสร้างอาคารและระบบวิศวกรรมในอาคาร รวมถึงมีการวางแผน Preventive Maintenance บำรุงรักษาเชิงป้องกัน เพื่อดูแลสภาพระบบวิศวกรรม เครื่องจักร และอุปกรณ์ภายในโครงการที่ใช้การตรวจสอบ ซ่อมแซม หรือเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ต่างๆ ตามเวลาที่มีการกำหนดเอาไว้ เพื่อที่จะได้มีการดูแลอาคารได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและลดค่าบำรุงรักษาในการซ่อมแซมระยะยาว ด้านกายภาพก็ควรมีการบำรุงรักษาให้มีสภาพสวยงามดึงดูดผู้มาใช้อาคารอยู่เสมอ 2. ผู้เช่า ที่เข้ามาประกอบกิจการต่างๆ ภายในอาคาร การดูแลในเรื่องระบบสาธารณูปโภค น้ำ ไฟ แอร์ เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น 3. ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ต้องได้รับความสะดวกสบาย มีพื้นที่จอดรถเข้า-ออกเพียงพอ มีพื้นที่เหมาะสมในการทำกิจกรรมต่างๆ มีความปลอดภัยอุ่นใจเมื่อเข้ามาใช้บริการภายในคอมมูนิตี้มอลล์ \ 4. บุคลากรในสายงานบริหารอาคาร…

พลัสฯ เดินหน้า Green Building บริหารความคุ้มค่าที่ไม่ใช่แค่การรักษ์โลก แต่เป็นอนาคตในการอยู่อาศัย

Green Building บริหารความคุ้มค่าที่ไม่ใช่แค่การรักษ์โลก แต่เป็นอนาคตในการอยู่อาศัย by พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในปัจจุบันอาคารที่ได้รับออกแบบและก่อสร้างอาคารในลักษณะที่เป็น Green Building ได้รับความสนใจจากหลายๆ องค์กรชั้นนำระดับโลก และถือเป็นนโยบายหลักที่จะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของ Sustainable โดยอาคารเหล่านี้จะมีการออกแบบและก่อสร้างอย่างพิถีพิถัน โดยคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างชาญฉลาด เพื่อให้ได้อาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใส่ใจต่อสุขภาพของผู้ใช้อาคาร ในสหรัฐอเมริกาได้มีการพัฒนา เกณฑ์ประเมินอาคารเขียวขึ้นมาชื่อว่า LEED (Leadership in Energy & Environmental Design) สำหรับในประเทศไทยก็มีการสร้างเกณฑ์ที่ชื่อว่า TREES (Thai’s Rating of Energy and Environmental Sustainability) ในปัจจุบันมีอาคารที่ผ่านการรับรองจากสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) เป็นจำนวนถึง 77 โครงการแล้ว สืบเนื่องจากสภาวะโลกร้อนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ ไฟป่า น้ำท่วม ฝุ่น PM 2.5 วิกฤติการณ์เหล่านี้นับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทำให้ทั่วโลกพยายามหาแนวทางในการแก้ไข ซึ่งภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน ด้วยการก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศมากถึง 39% มีการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองในการควบคุมอุณหภูมิในอาคารเกินกว่าความจำเป็นถึง 28 % ส่วนอีก 11% มาจากวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง ดังนั้นแนวทางในการป้องกัน คือ การหันมาให้ความสนใจในเรื่องของการก่อสร้างแบบ Green Building รวมไปถึงการบริหารจัดการการใช้งานอาคารเหล่านี้ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะมาเป็นทางออกในการลดสภาวะโลกเพื่อความยั่งยืนในอนาคต พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะที่เป็นบริษัทผู้นำธุรกิจบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท โครงการคอนโดมิเนียม โครงการบ้านเดี่ยว และโครงการเพื่อการพาณิชย์ ได้เข้ามามีบทบาทในการเข้ามาดูแลจัดการบริหารในอาคารประเภทต่างๆ สำหรับอาคารที่มีการออกแบบ Green Building นั้นทางทีมพลัสฯ ได้ให้ความสำคัญในการรับช่วงต่อจากผู้พัฒนาอาคาร หรืออสังหาฯ เพื่อตอบโจทย์สูงสุด สำหรับเจ้าของอาคาร และผู้ใช้งาน พลัสฯ จึงมีการพัฒนาในเรื่องของมาตรฐานการดูแล ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของอาคาร โดยมีการศึกษาตั้งแต่การดูแลโครงสร้าง การนำมาตรฐานสากล ISO 14001 ในด้านการควบคุมมาตรฐานเพื่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม เข้ามาใช้ในการวางแผนงานในการจัดการสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมการดูแลพื้นที่สีเขียว การจัดการขยะ บำบัดน้ำเสีย การประหยัดพลังงาน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมถึงมีการรณรงค์ให้ผู้พักอาศัยและผู้ใช้อาคารมีจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ให้ลูกบ้านและผู้ใช้อาคารได้มีส่วนร่วมในการแยกขยะแบบถูกวิธี เพื่อสนับสนุนการช่วยลดปัญหาโลกร้อนในปัจจุบัน และตอกย้ำการทำงานของพลัสฯ เรื่องความใส่ใจในคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง โดยใช้เทคโนโลยีภายในอาคารในการดูแลระบบบริหารอาคารเพื่อให้เจ้าของอาคารมั่นใจถึงศักยภาพของระบบภายในทั้งหมด เช่น ระบบที่ช่วยลดการใช้พลังงานในระบบระบายอากาศและปรับปรุงสภาพอากาศในเวลาเดียวกัน ด้วยระบบดูดซับสารพิษในอากาศ ช่วยควบคุมคุณภาพอากาศภายในอาคารให้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้ลดการใช้พลังงานภายในอาคารได้ถึง 20-40% ต่อปี การใช้เทคโนโลยี Digital และ IoT แบบอัจฉริยะ มาช่วยให้เจ้าของอาคาร ตลอดจนฝ่ายอาคาร Facility Management ให้สามารถจัดการควบคุมเครื่องปรับอากาศในอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิด หรือ ควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานภายในอาคาร สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ประหยัดพลังงานภายในอาคารมากขึ้น และลดการทำงานของฝ่ายอาคารในแต่ละวัน…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านคุณภาพงานบริหารอาคาร และระบบวิศวกรรมอาคาร

พลัสฯ มุ่งมั่น ยกระดับคุณภาพงานด้านบริหารอาคาร และระบบวิศวกรรมอาคาร ซึ่งเราเป็นบริษัทบริหารอาคารคนไทยบริษัทเดียวในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญ กับการนำระบบมาตรฐานการบริหารงานสากลมาใช้ โดยได้รับการรับรอง ISO ที่ครอบคลุมในทุกๆด้าน ตอกย้ำจุดแข็งยุคใหม่ของอาคารเพื่อการพาณิชย์ ด้วยการนำเทคโนโลยีและเทรนด์โลกมาพัฒนาการบริหารจัดการ พร้อมความเชี่ยวชาญในระบบวิศวกรรมอาคาร มุ่งสู่การยกระดับบุคลากรคุณภาพ เพื่อสร้างจุดขายและเพิ่มมูลค่าให้กับอาคาร มาตรฐานการบริหารอาคาร มุ่งมั่นในการให้บริการ โดยตั้งเป้าดันยอดปีนี้สู่ 400 ล้านบาท โดยมีพื้นที่ที่ให้บริการมากกว่า 2,000,000 ตร.ม.   นายชาญ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคารและระบบวิศวกรรม บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า “ในปีนี้เป็นอีกปีที่ทางพลัสฯ มุ่งมั่นยกระดับ พัฒนาคุณภาพงานด้านบริหารอาคาร และระบบวิศวกรรมอาคาร โดยการจัดทำและขอรับรองมาตรฐานทางด้านคุณภาพระดับสากล ISO 9001 / ISO 41001 และ ISO 14001 พร้อมกับการตั้งเป้าหมายขยายฐานกลุ่มลูกค้าจากอาคารสำนักงานออกไปสู่อาคารเพื่อการพาณิชย์ที่หลากหลายรูปแบบเพิ่มขึ้น ซึ่งมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วกว่า 10% โดยล่าสุดได้รับความไว้วางใจจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ให้เข้าบริหารงานด้านระบบวิศวกรรมอาคาร ซึ่งเป็นการรุกเข้าไปบริหารอาคารของกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลที่ให้บริการทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขแก่ประชาชนโดยทั่วไป จำนวน 7 อาคาร รวมพื้นที่ให้บริการกว่า 200,000 ตารางเมตร” “เราได้มีการเสริมความแข็งแกร่ง เตรียมความพร้อมด้านระบบการทำงาน เทคโนโลยี และบุคลากรเพื่อรุกในกลุ่มอาคารที่มีความหลากหลายมากขึ้น ด้วยจุดแข็งการเป็นบริษัทไทยเจ้าแรกและเจ้าเดียวที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล จาก ISO มากถึง 3 ระบบครอบคลุมครบทุกมิติ ทั้งด้านคุณภาพการบริการ การจัดการทรัพยากรกายภาพ รวมไปถึงการจัดการคุณภาพด้านสิ่งแวดล้อม โดยทีมงานบุคลากรที่มีความเป็นมืออาชีพ การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการอาคาร พร้อมเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการดูแลอาคาร, บริหารงานวิศวกรรมอาคาร, บริหารงานด้านอาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้อาคาร เพิ่มประสิทธิภาพอาคาร สำหรับอาคารเพื่อการพาณิชย์ในยุคต่อจากนี้ที่จะให้ความสำคัญกับ Sustainability และ Technology ที่เป็นจุดดึงดูดอาคารยุคใหม่ซึ่งถือได้ว่าเป็น New Normal สำหรับอสังหาฯ ยุคใหม่ก็ว่าได้” พลัสฯ มองทิศทางสำหรับการบริหารอาคารยุคใหม่ ประกอบด้วยหัวใจหลัก (Heart of Building) 3 ด้านเพื่อตอบโจทย์สูงสุดด้านธุรกิจที่คำนึงถึงเจ้าของอาคาร และความสะดวกสบายส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับผู้ใช้อาคาร 1. PROFESSIONAL ด้วยความจำเป็นที่ว่า Facility เป็นการลงทุนขนาดใหญ่ขององค์กรที่หวังให้เกิดผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาวตามเป้าหมายและความต้องการในระดับกลยุทธ์ขององค์กร ผู้บริหารอาคารต้องทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินธุรกิจทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว และต้องมีแผนการเตรียมการล่วงหน้าในการรักษาสมรรถนะ ศักยภาพ และ ขีดความสามารถขององค์กร ดังนั้นการบริหารอาคารจึงควรมีการทำงานในระดับกลยุทธ์ ผู้บริหารอาคารจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ มีความเป็นมืออาชีพ และสามารถตอบโจทย์การบริหารอาคารได้ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลเป็นทรัพย์สินที่มีค่า การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการประมวลผลเพื่อวางแผนงานการบริหารที่คำนึงถึงการประหยัดพลังงาน ค่าใช้จ่าย และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของอาคาร 2. PEOPLE บุคลากรในสายงานบริหารอาคารมีส่วนสำคัญในการนำส่งคุณภาพงาน ดังนั้นกระบวนการคัดสรรบุคลากรที่มีคุณภาพ มีความเชี่ยวชาญที่เหมาะสมกับอาคารแต่ละประเภทนั้นเป็นจุดสำคัญมาก ด้วยพลัสฯมีประสบการณ์การคัดเลือกบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า และพนักงานจะได้รับการอบรมความรู้…

พลัสฯ โชว์ศักยภาพด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ด้วยการรับรองมาตรฐาน ISO 14001 ล่าสุด

คุณอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด รับมอบประกาศนียบัตรรับรองระบบมาตรฐาน ISO 14001 : 2015 ด้านระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในโครงการ จากคุณประวาลทอง ทองใหญ่ ณ อยุธยา ผู้จัดการฝ่ายรับรองระบบมาตรฐานฯ ในอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง บริษัท บูโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ที่ร่วมแสดงความยินดีและมอบประกาศนียบัตรรับรองระบบมาตรฐานนี้ ณ อาคารสิริแคมปัส เมื่อเร็วๆ นี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มุ่งมั่นพัฒนาการบริหารจัดการอาคารและที่อยู่อาศัย โดยให้ความสำคัญในด้านของสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมถึงการดูแลพื้นที่สีเขียว การจัดการขยะ บำบัดน้ำเสีย การประหยัดพลังงาน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงมีการรณรงค์ให้ผู้พักอาศัยและผู้ใช้อาคารมีจิตสำนึก และเล็งเห็นถึงความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงปัญหาสภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน ทั้งนี้พลัสฯ ยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการทำงานผ่าน ISO ต่างๆที่ได้รับการการันตีคุณภาพระดับสากล เพื่อส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ลูกบ้านหรือผู้ใช้อาคารเป็นสำคัญ ปัจจุบัน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริหารโครงการที่พักอาศัยและอาคารเพื่อการพาณิชย์กว่า 300 โครงการ โดยคิดเป็นพื้นที่กว่า 17 ล้าน ตารางเมตร ผู้ที่สนใจบริการสามารถดูข้อมูลได้ทาง plus.co.th หรือโทร. 02-688-7555 บทความที่เกี่ยวข้อง 5 เดือนแรกปี 65 พลัสฯ ลุยงานบริหารจัดการอสังหาฯ กวาดมาแล้ว 15 โครงการเติมในพอร์ต พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้ารุกบริหารโครงการระดับลักชัวรี ชูกลยุทธ์ PLUS EXTRAORDINARY LIVING พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนธุรกิจปี 65 จัดทัพพร้อมรุกธุรกิจบริหารจัดการอาคาร ค้นหาคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดพร้อมอยู่, คอนโดให้เช่า, เช่าคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย

พลัสฯ ชูความเชี่ยวชาญรับบริหารอาคารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม ผู้อำนวยการ และคณะผู้บริหาร โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และนายชาญ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคารและระบบวิศวกรรม บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ในโอกาสที่ได้รับความไว้วางใจมอบหมายให้พลัสฯ เข้าให้บริการด้านงานบริหารอาคาร และระบบวิศวกรรมอาคาร จำนวน 7 อาคาร รวมพื้นที่ให้บริการ ประมาณ 200,000 ตารางเมตร ณ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เมื่อเร็วๆ นี้ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในสังกัดสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มีภารกิจในการให้บริการทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขแก่ประชาชนโดยทั่วไป และเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติทางคลินิกของสายวิทยาศาสตร์สุขภาพเช่น คณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ เป็นต้น พลัสฯ พร้อมด้วยทีมงานมืออาชีพมั่นใจว่าจะสามารถนำส่งงานบริหารจัดการให้กับโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ด้วยมาตรฐานในระดับสากลผสานด้านเทคโนโลยี เพื่อมุ่งหวังให้อาคารมีความปลอดภัย มีเสถียรภาพ ให้ความคุ้มค่าในการใช้งาน ปัจจุบัน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริหารอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ของผู้ประกอบการทั้งในกลุ่มของธุรกิจธนาคารและการลงทุน ธุรกิจโรงพยาบาล สถานศึกษา คอมมูนิตี้มอล และพร้อมรับงานดูแลอาคารที่ครอบคลุมในทุกประเภทสำหรับผู้ที่สนใจบริการสามารถโทร.02-688-7555 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง plus.co.th/service/facility-management บทความที่เกี่ยวข้อง พลัสฯ ร่วมแสดงความยินดีกับเจียไต๋ ที่ได้รับรางวัลด้านการอนุรักษ์พลังงาน MEA Energy Awards อาคารเพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้งาน ทางอยู่รอดในยุคโควิด พลัสฯ กวาด 10 รางวัลอาคารโดดเด่นด้านความปลอดภัย ย้ำมาตรฐานผู้นำบริษัทไทยด้านบริหารจัดการอาคาร พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 20 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย