ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH
ปล่อยเช่าคอนโด

ปล่อยเช่าคอนโดอย่างไรให้คุ้มค่า พร้อมข้อกฎหมายที่เจ้าของห้องต้องรู้

หลายคนที่กำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ อาจมีคำถามในใจว่า “การซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม” เมื่อเทียบกับสภาวะตลาดที่มีความผันผวนในช่วงนี้ แต่ความคุ้มค่าของการปล่อยเช่าคอนโดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทำเลที่มีศักยภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงราคาซื้อเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนที่จะได้รับ ไปจนถึงกลุ่มผู้เช่าเป้าหมายในพื้นที่นั้นๆ ด้วย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปหาคำตอบว่าการซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มค่าจริงหรือไม่ พร้อมเผยเคล็ดลับในการปล่อยเช่าให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ข้อกฎหมายสำคัญที่เจ้าของห้องต้องรู้ รวมถึงบริการที่จะช่วยให้การปล่อยเช่าคอนโดของคุณเป็นเรื่องง่ายและหายห่วง ซื้อคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม เช็กปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุน ก่อนตัดสินใจลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า นักลงทุนควรวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อประเมินว่าการลงทุนครั้งนี้จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่ โดยสามารถสรุปปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาได้ดังนี้ ปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น vs ระยะยาว แบบไหนดีกว่ากัน หากตัดสินใจปล่อยเช่าคอนโดแล้ว คำถามต่อไปที่เจ้าของห้องต้องคิดต่อ คือการเลือกระหว่างการปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น 1-6 เดือน หรือการปล่อยเช่าระยะยาวหลัก 1 ปีขึ้นไป เพราะการปล่อยเช่าทั้งสองแบบนี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน และเหมาะกับทำเลและความพร้อมของเจ้าของห้องที่ต่างกันไป ดังนี้ หัวข้อ ปล่อยเช่าระยะสั้น (1-6 เดือน) ปล่อยเช่าระยะยาว (1 ปีขึ้นไป) ข้อดี ค่าเช่าต่อเดือนสูงกว่า สามารถปรับราคาตามฤดูกาลท่องเที่ยวได้ รายได้สม่ำเสมอต่อเนื่อง ดูแลง่าย เน้นตรวจสอบเป็นระยะๆ ข้อเสีย ต้องดูแลและทำความสะอาดห้องบ่อยตามการย้ายเข้าออก และมีความเสี่ยงด้านกฎหมายหากเช่าต่ำกว่า 30 วัน รายได้ต่อเดือนอาจต่ำกว่าการปล่อยเช่าระยะสั้นในบางช่วง เหมาะกับ คอนโดใกล้แหล่งท่องเที่ยว หรือติดรถไฟฟ้าใจกลางเมือง คอนโดในย่านที่อยู่อาศัย หรือใกล้แหล่งงาน กฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เจ้าของห้องต้องรู้ นอกจากเรื่องทำเลและรูปแบบการเช่าแล้ว เจ้าของห้องและนักลงทุนอสังหาฯ มือใหม่ยังควรทำความเข้าใจกฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต กฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเช่าคอนโด การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม คำถามที่เจ้าของห้องมือใหม่มักสงสัย คือ “การปล่อยเช่าคอนโด ต้องแจ้งนิติไหม” โดยปกติแล้วเจ้าของห้องไม่มีความจำเป็นต้องแจ้งขออนุญาตจากนิติบุคคลก่อนปล่อยเช่าห้องของตนเอง เนื่องจากเป็นสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เจ้าของห้องสามารถบริหารจัดการได้ตามความเหมาะสม เว้นแต่จะมีข้อบังคับจากนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้เช่าและเจ้าของห้องเอง รวมถึงเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบและดูแลอาคาร เจ้าของห้องควรแจ้งข้อมูลผู้เช่าให้นิติบุคคลทราบ เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อ และช่วงเวลาที่เข้าพักอาศัย เพื่อให้นิติบุคคลสามารถออกบัตรผ่านเข้า-ออกอาคาร หรือประสานงานในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องก่อนปล่อยเช่า อีกหนึ่งขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม คือ การตรวจสอบอาคารและสภาพห้องให้ละเอียดทั้งก่อนและหลังส่งมอบห้อง ทั้งระบบไฟฟ้า น้ำประปา เครื่องปรับอากาศ โครงสร้างของห้อง และเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่ง เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปล่อยเช่าคอนโด 1. แนวทางการปล่อยเช่าคอนโดให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้การปล่อยเช่าคอนโดเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย เจ้าของห้องควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ 2. ควรเรียกเก็บเงินมัดจำและค่าเช่าล่วงหน้าเท่าไหร่ ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 ได้กำหนดให้มีการเก็บเงินค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันความเสียหาย (เงินมัดจำ) โดยเรียกเก็บรวมกันได้ไม่เกิน 3 เดือน โดยทั่วไปแล้ว มักแบ่งการเรียกเก็บเป็นเงินประกันความเสียหาย 2 เดือน และเงินค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือนก่อนเข้าพักอาศัย…

กฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ซื้อผู้ขายต้องรู้

ในความเข้าใจของคนทั่วไป การซื้อขายบ้านหรือคอนโดอาจดูเป็นเรื่องง่ายๆ แค่ตกลงราคา จ่ายเงิน แล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อ แต่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้กลับมีรายละเอียดทางกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ซับซ้อน ที่หากมองข้ามขั้นตอนสำคัญไป ก็อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในระยะยาวได้ ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจภาพรวมของกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรทราบ ตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐาน การทำสัญญาที่รัดกุม ไปจนถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การซื้อขายบ้านหรือคอนโดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด ภาพรวมกฎหมายและขั้นตอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ควรรู้ ก่อนเข้าสู่รายละเอียดของสัญญาและค่าใช้จ่ายต่างๆ ผู้ซื้อและผู้ขายควรทำความเข้าใจภาพรวมก่อนว่ากฎหมายกำหนดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ไว้อย่างไรบ้าง โดยเริ่มต้นจาก อสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายคืออะไร? ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 139 นิยามคำว่า “อสังหาริมทรัพย์” หมายถึง ทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ทั้งที่ดินและทรัพย์สินที่ติดอยู่กับที่ดินอย่างถาวร หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน รวมถึงสิทธิต่างๆ ที่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นด้วย โดยตัวอย่างที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น บ้านบางนา ทาวน์โฮม และคอนโดติดรถไฟฟ้าต่างๆ เป็นต้น ขั้นตอนหลักในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยข้อกฎหมายต่างๆ ทำให้หลายๆ คนสงสัยว่า การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะถูกต้องและปลอดภัยสำหรับทั้งสองฝั่ง โดยสามารถสรุปลำดับขั้นตอนหลักๆ ได้ดังนี้ ขั้นตอนเหล่านี้ ถือเป็นข้อปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายคอนโดมือสอง หรือบ้านกรุงเทพกรีฑา ซึ่งอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปบ้าง เช่น การตรวจสอบเงื่อนไขบางประการร่วมกับนิติบุคคลของคอนโดนั้นๆ เป็นต้น การทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขั้นตอนการทำสัญญา ถือเป็นจุดที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างสูง เพราะหากดำเนินการผิดพลาด หรือมีข้อมูลในสัญญาที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจทำให้การซื้อขายล้มเหลวและอาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้ สัญญาจะซื้อจะขาย VS สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด หลายคนอาจสงสัยว่าสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำอย่างไรจึงจะมีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ ตามมาตรา 453 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้ให้นิยามของ “สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์” ว่าเป็นข้อตกลงที่ผู้ขายยินยอมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินให้ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงจ่ายเงินให้ผู้ขายตามที่ตกลงกันไว้ โดยสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขาย คือ ข้อตกลงล่วงหน้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายก่อนที่จะโอนกรรมสิทธิ์จริง มักใช้ในช่วงที่ผู้ซื้อวางเงินมัดจำให้ผู้ขาย เพื่อยืนยันและเป็นหลักฐานว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้วว่าจะซื้อ-ขายกันตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ เช่น ราคา วันโอน หรือเงื่อนไขการผ่อนชำระ ตามมาตรา 456 วรรคสอง สัญญาจะซื้อจะขายจะมีผลบังคับใช้ ก็ต่อเมื่อมีอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้เกิดขึ้น 2. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด คือ สัญญาซื้อขายที่ทำในขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์จริง โดยต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น จึงจะถือว่าการซื้อขายนั้นสมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยกฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มาตรา 456 วรรคหนึ่ง ระบุว่า หากการซื้อขาย ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียมไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน สัญญาซื้อขายนั้นจะถือเป็น “โมฆะ” แม้ว่าจะมีการจ่ายเงินให้ผู้ขาย หรือมีการทำสัญญากันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วก็ตาม ด้วยเหตุนี้ ผู้ซื้อและผู้ขายจึงควรทำความเข้าใจความแตกต่างของสัญญาทั้งสองรูปแบบให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง โดยสามารถสรุปได้ตามตารางนี้ สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ทำเมื่อไหร่ ช่วงวางเงินมัดจำ วันโอนกรรมสิทธิ์จริง ทำที่ไหน…

การตรวจสอบอาคารคืออะไร รู้สัญญาณเตือนล่วงหน้าและวิธีเลือกบริษัทตรวจสอบ

สำหรับเจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลบางท่าน “การตรวจสอบอาคาร” อาจเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งปัญหาโครงสร้างเล็กๆ ค่อยๆ ลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ หรือร้ายแรงจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานโดยตรง เพราะในความเป็นจริงแล้ว การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอไม่ได้เป็นเพียงข้อบังคับทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในการใช้งานอาคาร โดยเฉพาะในคอนโดมือสองหรืออาคารที่ผ่านการใช้งานมานาน ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าอาคารที่สร้างใหม่ไม่น้อย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบอาคาร ตั้งแต่สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ขอบเขตของงานตรวจสอบตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงแนะนำบริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ ที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของอาคารและนิติบุคคลอย่างครบวงจร สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรตรวจสอบโครงสร้างอาคารเก่าโดยด่วน การสังเกตสัญญาณเตือนทางกายภาพต่างๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถตรวจสอบและรับมือได้อย่างทันท่วงที โดยมีสัญญาณเตือนที่สำคัญดังนี้ รอยร้าวและการทรุดตัว ระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค การละเลยสัญญาณเตือนเหล่านี้ ไม่เพียงส่งผลต่อสภาพอาคารเท่านั้น แต่ยังเพื่อความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และส่งผลเสียต่อมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาวได้อีกด้วย ดังนั้น การหมั่นสังเกตและตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่เจ้าของอาคารทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อประเมินความเสี่ยง พร้อมวางแผนการตรวจสอบและซ่อมแซมแก้ไขอย่างทันท่วงที การตรวจสอบอาคาร ตรวจอะไรบ้าง เจาะลึกขอบเขตงานที่สำคัญ หากมีคำถามว่าการตรวจสอบอาคารนั้นครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 32 ทวิ ได้กำหนดขอบเขตของงานตรวจสอบไว้อย่างชัดเจน โดยสามารถสรุปออกเป็น 4 ด้านหลัก ดังนี้ 1. ความมั่นคงของโครงสร้าง การตรวจสอบอาคารในด้านแรก คือ การประเมินความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร ทั้งสภาพความสมบูรณ์ของโครงสร้างหลัก การต่อเติมดัดแปลงหรือปรับปรุงสภาพอาคารที่อาจส่งผลต่อการรับน้ำหนัก รวมถึงตรวจหาความชำรุดสึกหรอต่างๆ เพื่อประเมินว่าอาคารยังสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 2. ระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร การตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร จะเน้นประเมินความสามารถในการทำงานของระบบต่างๆ และการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสมเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 3 ระบบหลัก ได้แก่ 3. สมรรถนะของระบบและอุปกรณ์ของอาคารเพื่ออพยพผู้ใช้อาคาร การประเมินสมรรถนะของบันไดหนีไฟ ทางหนีไฟ เครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน รวมถึงระบบแจ้งสัญญาณเตือนภัยว่าสามารถใช้งานได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงสนับสนุนให้ผู้ใช้อาคารสามารถอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 4. ระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในอาคาร การตรวจสอบอาคารยังครอบคลุมไปถึงแผนบริหารจัดการด้านความปลอดภัย ได้แก่ แผนการป้องกันและระงับอัคคีภัย แผนการซ้อมอพยพผู้ใช้อาคาร แผนการบริหารจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัยในอาคาร และแผนการบริหารจัดการของผู้ตรวจสอบอาคาร เพื่อให้ทุกฝ่ายพร้อมรับมือเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริง อาคาร 9 ประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ต้องตรวจสอบ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้มีการกำหนดอาคาร 9 ประเภทที่ต้องผ่านการตรวจสอบอาคารตามกฎหมายเป็นประจำทุกปี ได้แก่ โดยกลุ่มคอนโดมิเนียมที่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นทำเลสำหรับเช่าคอนโดสุขุมวิท คอนโดอ่อนนุช หรือคอนโดติดรถไฟฟ้า ต่างๆ ควรได้รับการตรวจสอบอาคารอย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน บริการตรวจสอบอาคารจากทัช พร็อพเพอร์ตี้ เมื่อทราบถึงความสำคัญและขอบเขตของการตรวจสอบอาคารแล้ว การเลือกผู้ให้บริการตรวจสอบอาคารที่มีความน่าเชื่อถือก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยพลัสฯ ได้ร่วมมือกับ “ทัช พร็อพเพอร์ตี้” บริษัทในเครือที่เชี่ยวชาญด้านระบบวิศวกรรมอาคารและการตรวจสอบอาคารครบวงจรมากว่า 17 ปี พร้อมประสบการณ์ตรวจสอบอาคารมาแล้วกว่า 5 ล้านตารางเมตร เพื่อมอบบริการตรวจสอบอาคารที่ครอบคลุมทุกมิติให้กับเจ้าของอาคารและนิติบุคคล ทำไมต้องเลือก PLUS และ TOUCH การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอ…

รวม 16 คอนโดใกล้มหาลัยฯ ถูกใจนักศึกษาและวัยทำงาน

การตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยในวัยเรียนหรือช่วงเริ่มต้นทำงาน ถือเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่สำคัญ โดยเฉพาะการเลือกพักอาศัยในคอนโดใกล้มหาลัย ที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางแต่ละวันแล้ว คอนโดใกล้มหาลัยยังมอบความอุ่นใจในด้านความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ในบทความนี้ พลัสฯ จึงได้รวบรวม 16 โครงการคอนโดใกล้มหาลัยฯ คุณภาพครอบคลุม 6 ทำเลศักยภาพรอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครอง นักศึกษา คนทำงานด้านการศึกษา รวมถึงนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มองหาโอกาสปล่อยเช่าในย่านสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬา ที่น่าสนใจ ย่านใจกลางเมืองอย่างปทุมวัน สามย่าน และราชเทวี ถือเป็นศูนย์กลางที่แวดล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สยามสแควร์ และศูนย์การค้าชั้นนำโดยรอบ การเลือกคอนโดย่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงตอบโจทย์การใช้ชีวิตเหนือระดับ พร้อมสะดวกด้วยขนส่งมวลชนที่เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว 1. แอชตัน จุฬา-สีลม (Ashton Chula-Silom) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ ระดับลักชัวรีที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 56 ชั้น บนทำเลใจกลางสามย่าน เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT เชื่อมต่อทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและย่านธุรกิจโดยรอบ โดดเด่นด้วยดีไซน์กระจกแบบ Curved Facade ที่ดูเรียบหรู ล้ำสมัย พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางขนาด 2 ชั้นที่ครบครัน ตอบโจทย์การเป็นคอนโดใกล้มหาลัยสำหรับทั้งนักศึกษาและคนทำงาน ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 34.0 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ ไลน์ ราชเทวี (The Line Ratchethewi) คอนโดใกล้มหาลัยฯ จุฬาฯ บนทำเลราชเทวี ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS เชื่อมต่อทั้งย่านประตูน้ำ พญาไท สยาม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดดเด่นด้วยอาคารสูง 38 ชั้น ตกแต่งภายนอกด้วยโทนสีดำ-ทองแดงอันเป็นเอกลักษณ์ จัดเต็มทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและรูปแบบห้องพักที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เงียบสงบแต่ใกล้ชิดย่านสยาม-ราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 32.62 ตารางเมตร คลิก 3. ไพน์ บาย แสนสิริ (Pyne by Sansiri) คอนโดใกล้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มาพร้อมกับอาคาร High Rise 42 ชั้น และทำเลติดสถานีรถไฟฟ้าหน้าโครงการแบบก้าวเดียวถึง มอบความได้เปรียบสูงสุดในการเดินทาง ตอบโจทย์การพักอาศัยด้วยห้องพักให้มีความโปร่งกว้างขวางเป็นพิเศษ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมที่ครบครัน ในทำเลทองคำในย่านราชเทวี ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 47.0 ตารางเมตร คลิก คอนโดใกล้ มศว อโศก ที่น่าสนใจ…

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

ขายคอนโดมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง? รวมเคล็ดลับปล่อยห้องไว ได้กำไรดีฉบับมือโปร

การตัดสินใจปล่อยขายคอนโดมือสองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การแปะประกาศหน้าโครงการหรือโพสต์รูปภาพลงบนอินเทอร์เน็ตแล้วรอให้ผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามา เพราะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีห้องคอนโดอีกจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะแข่งขันกับห้องของคุณ หากไม่มีจุดเด่นที่กระตุ้นผู้ซื้อให้สนใจ ห้องคอนโดที่ลงขายก็ยากที่จะมีใครสนใจ ไร้การติดต่อกลับ หรืออาจถูกกดราคาจนกำไรที่คาดหวังไว้หายไปไม่เหลือ เพื่อให้การขายคอนโดมือสองเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์การลงทุน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปไขข้อสงสัยว่า การขายคอนโดมือสองต้องทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม การจัดการเอกสารสำคัญทางกฎหมายที่ห้ามตกหล่น ไปจนถึงเทคนิคการต่อรองเพื่อปิดดีลให้สำเร็จลุล่วง ก่อนขายคอนโดมือสอง ต้องเตรียมอะไรบ้าง สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนขายคอนโดมือสอง คือ การเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร โดยเฉพาะโฉนดห้องชุด หรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) ของห้องคอนโดที่จะขายว่ามีข้อมูลต่างๆ ถูกต้องตรงตามชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในปัจจุบัน เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์ขาดในการซื้อขาย พร้อมตรวจสอบภาระผูกพันกับสถาบันการเงินอย่างละเอียด ว่าไม่มีภาระจำนองหรือการติดภาระอื่นๆ รวมถึงการตรวจสอบค่าส่วนกลางค้างชำระและขอใบปลอดหนี้จากนิติบุคคล เพื่อใช้ในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่หากขาดไปก็อาจสร้างปัญหาในการขายคอนโดมือสองได้ ห้องที่ดูทรุดโทรมมักทำให้ห้องคอนโดราคาตกลงมากกว่าที่ควรจะเป็น เจ้าของห้องจึงควรประเมินสภาพห้องและซ่อมแซมจุดบกพร่อง จุดชำรุดเสียหายต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มขายคอนโดมือสอง ไม่ว่าจะเป็นการเช็กการทำงานระบบไฟฟ้าและน้ำประปา  ตรวจสอบจุดรั่วซึมในห้องน้ำและระเบียง รอบแตกร้าวตามผนัง พื้นบวมแตก วอลล์เปเปอร์ลอกหลุด และจุดอื่นๆ เพื่อให้คอนโดของเราอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด สร้างความมั่นใจ ดึงดูดผู้ซื้อ และลดปัญหาการต่อรองจากสภาพห้องที่ทรุดโทรม แม้ว่าห้องคอนโดของเราจะตกแต่งเป็นอย่างดี อยู่ในทำเลทอง และแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่หากตั้งราคาหลุดจากความเป็นจริง ก็จะปิดการขายได้ยากยิ่งขึ้น การตั้งราคาขายคอนโดมือสองให้เหมาะสม จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยเริ่มจากการนำข้อมูลราคาประเมินต่อตารางเมตรของกรมธนารักษ์และราคาซื้อขายจริงของห้องคอนโดอื่นๆ ในทำเลและขนาดใกล้เคียงมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อหาช่วงราคาที่เหมาะสมกับห้องของเรา นอกจากราคาตลาดแล้ว การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของคอนโดก็สำคัญไม่แพ้กัน เจ้าของห้องควรพิจารณาว่าใครบ้างที่จะเลือกอยู่ห้องของเรา เช่น ชาวต่างชาติที่ต้องการคอนโดย่านสุขุมวิทที่มีคอมมูนิตีนานาชาติขนาดใหญ่ หรือคนทำงานทั่วไปที่มองหาคอนโดอ่อนนุชในราคาเข้าถึงง่าย เพราะแต่ละกลุ่มต่างมีความต้องการและราคาในใจที่แตกต่างกัน การมองหาจุดสมดุลระหว่างราคาที่คุ้มค่าและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ จะช่วยให้คอนโดมือสองของเราน่าสนใจและปิดการขายได้เร็วยิ่งขึ้น เทคนิคการขายคอนโดให้ได้ราคาดีและปิดการขายไว หนึ่งในวิธีขายคอนโดให้ออกไวและมีประสิทธิภาพ คือ การตกแต่งปรับปรุงห้องพักให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เช่น การทาสีผนังห้องใหม่ด้วยโทนสีขาว หรือสีเบจที่ช่วยพรางตาให้ห้องดูกว้างขวาง สะอาดตาขึ้น การเปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นโทนสีอบอุ่นเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย รวมถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งให้ดูน่าสนใจ ไม่แออัด ในสไตล์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถจินตนาการถึงการใช้ชีวิตในห้องคอนโดได้ง่ายขึ้น หลังจากที่มีผู้เริ่มสนใจคอนโดแล้ว เทคนิคขั้นต่อไป คือ การเจรจาราคาต่อรองราคาและเงื่อนไขต่างๆ กับผู้ที่สนใจซื้อ เพื่อหาข้อตกลงและปิดการขายคอนโดมือสองตามที่ต้องการ โดยเคล็ดลับของการวางแผนเจรจาต่อรองนั้น มีตั้งแต่การใช้ข้อมูลราคากลางและสถิติราคาขายจริงในอดีตเพื่อสนับสนุนการตั้งราคาของเรา เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นถึงความสมเหตุสมผล และโปร่งใส ไม่ได้เป็นการตั้งราคาเผื่อต่อที่สูงจนเกินไป หรือการเลือกใช้การเจรจาแบบ Win-Win เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพอใจกับข้อเสนอ เช่น การเสนอแถมเครื่องใช้ไฟฟ้า สิทธิ์จอดรถ หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญบางชิ้นเพื่อชดเชยกับราคาที่ผู้ซื้อขอต่อรอง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าและช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น ทำเลคือสิ่งที่นักลงทุนอสังหาฯ ต่างให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ เสมอ หากห้องคอนโดอยู่ในทำเลทองยอดนิยม เช่น ทำเลใกล้แหล่งงาน ใกล้ย่านเศรษฐกิจ หรือเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสำคัญ เจ้าของห้องก็ควรที่จะชูจุดเด่นสำคัญนี้เป็นหลัก รวมถึงการเดินทางจากคอนโดไปยังแหล่งงานหรือสถานีรถไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ เพื่อให้ผู้ซื้อรู้สึกถึงความคุ้มค่าในทำเลดังกล่าว เลือกช่องทางขายคอนโดมือสองอย่างไรให้ถูกจุด การลงประกาศบนเว็บไซต์หรือในชุมชนออนไลน์ต่างๆ ถือเป็นช่องทางหลักที่จะช่วยให้ผู้คนพบเจอกับประกาศขายของเราได้ง่ายขึ้น ซึ่งการลงประกาศที่ดีนั้น ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีจำนวนผู้เข้าใช้งานสูง มีฟีเจอร์เสริมในการดันประกาศ เพื่อให้โพสต์ขายคอนโดมือสองของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมถึงการเลือกใช้คำโปรยที่สะดุดตา เช่นการชูจุดเด่นด้านทำเล ขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก…

คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่

แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิท ครบทุกช่วง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

สุขุมวิท คือหนึ่งในทำเลศูนย์กลางแห่งความเจริญและไลฟ์สไตล์คนเมืองของกรุงเทพฯ ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความสำเร็จได้อย่างชัดเจน ทั้งการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ไปจนถึงแหล่งงานและย่านเศรษฐกิจชั้นนำ ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นแหล่งรวมโครงการคอนโดสุขุมวิทชั้นนำมากมายที่เป็นที่ต้องการของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างไม่เสื่อมคลาย ในบทความนี้ พลัสฯ ขอแนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ ครอบคลุมตั้งแต่สุขุมวิทตอนต้นจรดปลาย พร้อมเจาะลึกตั้งแต่ความน่าสนใจของทำเล แนวโน้มราคา ไปจนถึงการวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้คุณเลือกคอนโดแถวสุขุมวิทให้เช่าหรือซื้อได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้ชีวิต แนะนำ 9 คอนโดสุขุมวิทน่าอยู่ 1. เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 (The Line Sukhumvit 101) คอนโดมิเนียม High Rise 38 ชั้น ทำเลติดถนนสุขุมวิท ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี โดดเด่นด้วยห้องพักเพดานสูงสไตล์ Duplex 3.4 – 5.5 เมตร ที่ให้ความโปร่งโล่งสบายในการพักอาศัย พร้อมความสะดวกสบายครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่สำหรับทำกิจกรรมและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ และการเดินทางที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ในทำเลสุขุมวิทตอนปลายแห่งนี้ ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 42.4 ตารางเมตร คลิก 2. เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ (The Monument Thonglor) คอนโดสุขุมวิทระดับ Ultra-Luxury ในย่านไลฟ์สไตล์อย่างทองหล่อ โดดเด่นด้วยตัวอาคาร High Rise สูงถึง 45 ชั้น ภายใต้แนวคิด Luxury is Space ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ โปร่งโล่ง เป็นส่วนตัว มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่หรูหราเหนือระดับ พร้อมวิวทิวทัศน์ใจกลางเมืองแบบพาโนรามา ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่ล้อมรอบโครงการ ถือเป็นหนึ่งในคอนโดสุขุมวิทที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในย่านนี้ ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 125.25 ตารางเมตร คลิก 3. ฮาสุ เฮาส์ (Hasu Haus) คอนโดสุขุมวิทสไตล์รีสอร์ต Low Rise 7 ชั้น ภายในพื้นที่ T77 คอมมูนิตีคอนโดอ่อนนุช โดดเด่นด้วยการผสานไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้ากับพื้นที่ธรรมชาติและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นสไตล์มินิมอล มอบบรรยากาศการอยู่อาศัยที่เงียบสงบ ร่มรื่น ควบคู่ไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพื่อการใช้ชีวิตที่ลงตัวในทำเลยอดนิยมของย่านสุขุมวิทตอนปลาย ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผลิตอาจารย์ประจำของสถาบัน PLUS Eduplex เสริมแกร่งยกระดับศักยภาพ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผลิตอาจารย์คุณภาพยกระดับมาตรฐานของสถาบัน Plus Eduplex สู่การเป็น Eduplex Creator รุ่นที่ 3 ด้วยหลักสูตร Train The Professional Trainer โดยมีนายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เป็นประธานเปิดงาน การอบรมนี้จัดขึ้นเพื่อมุ่งเน้นพัฒนาอาจารย์ประจำของสถาบันให้มีความเชี่ยวชาญ ในการบริหารการสอนที่หลากหลายสาขาวิชาครอบคลุมทักษะทั้งSoft และFunctional ในด้านการคิดและแก้ปัญหา ด้านการสื่อสาร ด้านระบบวิศวกรรม ด้านบัญชี ด้านการบริหารการจัดการ ด้านบุคลิกภาพ ด้านกฎหมาย และด้านงาน Luxury Management เป็นต้น พร้อมเรียนรู้เทคนิคการสอนในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อ Up-Skills และ Re-Skills ให้ตอบโจทย์ในการถ่ายทอดความรู้ มุ่งเน้นความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของผู้สอนอย่างมืออาชีพ โดยการสอนของทางสถาบันมีองค์ประกอบที่สำคัญคือ สร้างสภาวะการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Learner Centered) เน้นการเรียนรู้ด้วยกิจกรรม (Activity Based Learning) ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและส่งผลต่อการเรียนรู้ทีมีประสิทธิภาพ (Show Time Delivery) เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจได้อย่างง่าย สามารถนำไปใช้ได้จริง (Friendly Content and Willing-to-Do Application ) พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และเพิ่มทักษะในการดูแลลูกบ้านได้ครบทุกมิติของการอยู่อาศัย รวมถึงตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงาน โดยมี อาจารย์พากร อัตตนนท์ จากสถาบัน ATTA9 TRAINING ผู้เชี่ยวชาญงานวิทยากร พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และประสบการณ์ด้านการพัฒนาองค์กรมาเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการอบรม ณ ห้อง Auditorium สิริ แคมปัส พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 20 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย

การตรวจสอบอาคารสูงในกรุงเทพฯ เคล็ดลับสำคัญสำหรับความปลอดภัย

การดูแลและตรวจสอบอาคารสูงในกรุงเทพฯ พร้อมข้อเสนอแนะและแนวทางในการปรับปรุงอาคาร ปัจจุบันพบว่าประเทศไทยมีจำนวนอาคารที่มีความสูงมากกว่า 150 เมตร มากเป็นอันดับ 10 ของโลก (ข้อมูลจาก Council on Tall Building and Urban Habitat) การดูแลอาคารสูงด้วยความเชี่ยวชาญจึงมีความสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน โรงแรม หรือที่พักอาศัยก็ตาม โดยเราเห็นได้จากภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ อาทิ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม ลิฟต์ตก ตึกถล่ม หรืออาคารทรุดตัวโดยเกิดจากการก่อสร้างไม่ได้คุณภาพ จากภัยพิบัติตามธรรมชาติ หรือการดูแลระบบอาคารไม่ได้คุณภาพทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ล้วนเป็นบทเรียนสำคัญในการเรียนรู้ เพราะเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ผู้คนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก นั่นหมายความว่าโครงสร้างอาคารต่างๆ ต้องมีมาตรฐานในการก่อสร้างมีความแข็งแรงตามหลักวิศวกรรม รวมถึงได้รับการตรวจสอบอาคารตามที่กฎหมายกำหนด และมีขั้นตอนในการรับมือจากภัยพิบัติดังกล่าวที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในอนาคตอย่างมืออาชีพ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำในธุรกิจบริหารจัดการอาคารมามากกว่า 2 ทศวรรษ ดูแลพื้นที่กว่า 18 ล้านตารางเมตร ด้วยประสบการณ์ในการดูแลอาคารขนาดใหญ่จึงมีข้อแนะนำให้มีการตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำปีทุกปี และมีการตรวจสอบใหญ่ทุก 5 ปี ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเจ้าของอาคารต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารทำการตรวจสภาพอาคารตามระยะเวลาที่กำหนด โดยองค์ประกอบของการตรวจสอบและดูแลอาคารมี 3 ส่วนสำคัญ คือ 1. การตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร เป็นสิ่งสำคัญต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้อาคารและประชาชนโดยรอบอาคาร เพราะหากอาคารขาดความแข็งแรงปลอดภัย จะทำให้อาคารเกิดการโค่นหรือทรุดตัว และพังทลายลงมาในที่สุด ซึ่งสาเหตุที่ทำให้โครงสร้างของอาคารเกิดความเสียหายนั้นอาจเกิดได้จากการที่อาคารดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ ที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ เช่น อัคคีภัย อุทกภัย แผ่นดินไหว หรือมีการต่อเติม ดัดแปลงอาคารที่มีอยู่เดิม และเกิดจากการขาดการบำรุงรักษาอาคารอย่างเป็นประจำและต่อเนื่อง พลัสฯ จึงมีการดูแลอย่างสม่ำเสมอตรวจสอบทั้งภายในและภายนอกอาคารเป็นประจำ โดยทีมวิศวกรที่ผ่านการรับรองเพื่อตรวจสอบและระบุปัญหาต่างๆ เช่น รอยร้าว การรั่วไหล หรือความเสียหายของหลังคา ผนัง หรือฐานราก ช่วยให้สามารถตรวจจับปัญหาต่างๆ ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และจัดการปัญหาได้ก่อนที่จะเกิดเหตุร้ายแรงขึ้นในอนาคต รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายที่จะตามมาอีกด้วย 2. ความปลอดภัยของระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร เช่น ระบบลิฟต์ ระบบบันไดเลื่อน ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบประปา ระบบระบายน้ำและระบบบำบัดน้ำเสีย มีความสําคัญเกี่ยวเนื่องกับความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร พลัสฯ มีการดูแลบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) โดยมีการทดสอบสมรรถนะการทำงานของระบบหรืออุปกรณ์เพื่อให้มั่นใจว่าในเวลาที่มีความจำเป็น หรือเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินระบบต่างๆ ยังคงทำงานได้ปกติและสามารถทำการอพยพคนออกจากอาคารได้อย่างปลอดภัย ซึ่งการดูแล/บำรุงรักษาระบบจำเป็นที่จะต้องใช้วิศวกร/ผู้ชำนาญการเป็นผู้เข้ามาดำเนินการ ตัวอย่าง เช่น การดูแล/บำรุงรักษาระบบปั๊มน้ำดับเพลิง นอกจากการดูแลตามระยะเวลาที่กำหนดแล้วจะต้องมีการทดสอบเดินเครื่องอย่างน้อย 30 นาทีในทุกสัปดาห์ และยังต้องมีแผนการบำรุงรักษาประจำปีทำการทดสอบสมรรถภาพเครื่องด้วยการวัดค่าแรงดันการจ่ายน้ำและปริมาณน้ำที่จ่ายในพื้นที่ต่างๆ จนครบถึง 100% การตรวจสอบระบบ HVAC (Heating Ventilation and Air Conditioning) ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาการควบคุมสภาพแวดล้อมภายในอาคาร (อุณหภูมิ, ความชื้น, air flown และ ระบบการกรองของอากาศ) เพื่อให้อากาศในอาคารมีคุณภาพตามมาตรฐานที่ถูกกำหนดไว้ รวมถึงสามารถช่วยประหยัดพลังงานและทำให้อาคารใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย 3.…

ตัวอยู่ไกล ใจห่วงบ้าน มัดรวม Checklist เตรียมความปลอดภัยให้บ้านช่วงหยุดยาว

ในเดือนเมษายนที่กำลังจะมาถึงนี้ มีเทศกาลสงกรานต์ที่มีวันหยุดยาวต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นวันสำคัญขึ้นปีใหม่ไทยและวันครอบครัว หลายครอบครัวต้องเดินทางไปต่างจังหวัดหรือมีแผนท่องเที่ยวกัน ซึ่งแน่นอนว่าต้องจากบ้านกันไปหลายวัน อาจจะทำให้บางคนเกิดความกังวลใจในเรื่องของการดูแลบ้านในช่วงเวลาดังกล่าว วันนี้พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขอแนะนำ Checklist เตรียมความปลอดภัยตัวบ้านระหว่างหยุดยาว ดังนี้ ควรตรวจสอบดูแลอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านว่าอยู่ในสภาพดีหรือไม่ จุดใดมีสภาพชำรุด เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยควรเปลี่ยนใหม่ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ควรทำการถอดปลั๊กไฟให้หมดเมื่อจะไม่อยู่บ้านหลายวัน อาจจะยกเว้นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น เช่น ตู้เย็น ปิดวาล์วน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงเบื้องต้นของการรั่วซึมของน้ำจากอุปกรณ์ ท่อน้ำภายในบ้าน / ห้องชุด ล็อกประตู – หน้าต่าง – บานกระทุ้ง ให้สนิท หากมีตัวเสริมป้องกันการงัดแงะจะยิ่งเพิ่มความปลอดภัย นำของมีค่าไปไว้ในที่ปลอดภัย อาทิ ตู้เซฟธนาคาร หรือซ่อนในจุดที่ปลอดภัย ติดตั้งระบบไฟอัตโนมัติ ที่จะสามารถช่วยให้บ้านของเราเหมือนมีคนอยู่บ้าน เพิ่มสวิตช์เวลา เพื่อให้มีการทำงานเฉพาะช่วงกลางคืน และควรเปลี่ยนหลอดไฟจากหลอดที่ใช้บัลลาสต์ขดลวดให้เป็นหลอดแอลอีดีจะช่วยประหยัดไฟ วางรองเท้าไว้หน้าประตู พร้อมมีแง้มม่านบางจุดเล็กๆให้เสมือนมีคนอยู่ในบ้าน แจ้งนิติบุคคล ที่ดูแลโครงการให้ทราบว่าช่วงวันหยุดยาวนี้จะไม่อยู่บ้าน เพื่อที่จะได้ประสานให้พนักงานรักษาความปลอดภัยช่วยสอดส่องดูแลบ้านให้ในช่วงเวลาที่ไม่อยู่ รวมถึงประสานให้นิติช่วยรับกล่องพัสดุที่เดลิเวอรี่นำมาส่งให้ก่อน เพื่อไม่ให้มีวัสดุกองอยู่ที่หน้าบ้านให้เป็นที่สังเกต   การเตรียมความปลอดภัยให้ตัวบ้านก็เป็นสิ่งสำคัญ ส่วนการดูแลความปลอดภัยแบบขั้นกว่าสำหรับพื้นที่ส่วนกลาง โครงการ พลัสฯ ขอแนะนำเทคโนโลยีดูแลความปลอดภัยอัจฉริยะ LIV-24 (ลีฟ ทเวนตี้โฟร์) ที่จะช่วยดูแลโครงการของคุณอย่างมั่นใจ ด้วย ระบบ Visitor Management ที่สามารถตรวจสอบและคัดกรองผู้มาติดต่อเข้า-ออกโครงการที่พักอาศัย เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลน่าสงสัยเข้าไปในพื้นที่ Digital Fence รั้วอัจฉริยะ เป็นแนวรั้วไฟฟ้าป้องกันทั่วบริเวณโครงการ รวมถึงมีระบบ AI CCTV – Video Analytics ที่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวผิดปกติ ด้วยการทำงานระบบ Detect Monitoring และตรวจดูเหตุการณ์ต่างๆ ภายในโครงการได้อย่างทั่วถึงแม้ในมุมมืด มุมอับ หากตรวจพบการบุกรุกจากทั้งบุคคลภายนอก และสัตว์เลื้อยคลานที่เป็นอันตราย ระบบจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนมายังศูนย์ควบคุม Command Center เพื่อวิเคราะห์และประสานงานผู้ดูแลหรือนิติบุคคลให้เข้าแก้ไขและยับยั้งการเกิดเหตุอันตรายได้ในทันที นอกจากนี้ LIV-24 (ลีฟ ทเวนตี้โฟร์) ยังสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยด้วย Real-Time Guard Tour ที่คอยมอนิเตอร์รอบเดินตรวจโครงการได้แบบเรียลไทม์ หากมีการละเลยหน้าที่หรือการตรวจตราที่ไม่ทั่วถึง เจ้าหน้าที่ LIV-24 จะทราบและแจ้งตักเตือนได้ทันที สำหรับตัวอาคารเอง LIV-24 มีระบบ IOT Facility Management ที่ช่วยดูแลระบบวิศวกรรมในอาคาร อาทิ ระบบน้ำ ไฟ ลิฟท์ ระบบแอร์ ฯลฯ และทำการแจ้งเตือนทันทีที่เกิดเหตุผิดปกติ ทั้งหมดนี้เป็นการนำเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยมาใช้ เพื่อป้องกันและยับยั้งความรุนแรงของเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ก่อนจะสร้างความเสียหายขนาดใหญ่ ที่ไม่เพียงแค่ทรัพย์สินที่มีมูลค่าเท่านั้นแต่อาจรวมไปถึงชีวิตที่ไม่สามารถประเมินค่าได้อีกด้วย LIV-24 ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะนี้จึงตอบโจทย์การดูแลรักษาความปลอดภัยแบบรอบด้าน ผสานทั้งเทคโนโลยี และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญมีประสบการณ์ยาวนาน ให้คุณอุ่นใจ หมดกังวลระหว่างเที่ยวพักผ่อนช่วงวันหยุดยาว LIV-24 ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะนี้จึงตอบโจทย์การดูแลรักษาความปลอดภัยแบบรอบด้าน ผสานทั้งเทคโนโลยี และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญมีประสบการณ์ยาวนาน ให้คุณอุ่นใจ หมดกังวลระหว่างเที่ยวพักผ่อนช่วงวันหยุดยาว *เงื่อนไขการดูแลความปลอดภัยขึ้นอยู่กับ Features และ Package ที่โครงการเลือกใช้ 𝐋𝐈𝐕-𝟐𝟒 บริการเทคโนโลยี ระบบสังเกตการณ์อัจฉริยะ เป็นเทคโนโลยีหนึ่งเดียวในไทยที่มีศูนย์ควบคุมฯ…

พลัสฯ โชว์ฟอร์มแกร่ง ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เป็นเลิศในทุกมิติ

ภาพรวมตลาดอสังหาฯ เริ่มฟื้น ทั้งที่อยู่อาศัยแนวราบ-แนวสูง เศรษฐกิจดีปีนี้มีโครงการเปิดใหม่เป็นจำนวนมากและยอดโอนกรรมสิทธิ์ เพิ่มขึ้น 14.3% รวมถึงอาคารสำนักงานต่างๆ สร้างเสร็จเข้าสู่ตลาด เป็นโอกาสให้ธุรกิจบริหารจัดการอาคารขยายตัวโตขึ้น สร้างงานและอาชีพ เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดอีกด้วย ผนวกปัจจัยบวกจากการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย ส่งผลให้อุปทานตลาดเช่าทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดสูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้า 55% และ 400% ตามลำดับ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำในธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเมนต์ไทย มุ่งมั่นขยายธุรกิจ และรักษาความเป็นที่หนึ่งด้านคุณภาพ ที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง เผยผลงานบริหารจัดการโครงการด้วยพื้นที่บริหารมากที่สุดกว่า 18 ล้านตร.ม. ตั้งเป้าหมายปี 2566 ขยายพอร์ตรวมกว่า 400 โครงการ รุกขยายตลาดต่อเนื่องทั้งใน กรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ยกระดับมาตรฐานงานบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ปั้นคนเข้าสู่ตลาดแรงงาน รองรับการเติบโตของอสังหาฯ ประกอบกับธุรกิจตัวแทนซื้อ ขาย เช่าและบริหารงานขายโครงการ ที่มีสัญญาณบวกกลับมาสู่ตลาด มั่นใจปีหน้าโตขึ้น ตั้งเป้ารายได้ 1,700 ล้านบาท นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำการบริหารจัดการพื้นที่และบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรเปิดเผยว่า “ภาพรวมตลาดอสังหาฯ เริ่มฟื้นตัวจากการที่ธุรกิจท่องเที่ยวและการลงทุนจากต่างชาติเพิ่มขึ้น ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจดีขึ้น จากศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ ปีนี้พบว่าตลาดที่อยู่อาศัยโครงการใหม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 94.6 % ผู้บริโภคมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ทำให้ในตลาดเริ่มมี Supply มากขึ้นตามไปด้วยคิดเป็น 14.3% ซึ่งจากปลายปี 65 ที่ผ่านมากลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียมมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดเพิ่มขึ้น 145.3% ขณะที่กลุ่มบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมมีการขยับตัวดีขึ้น 59.6% รวมถึงมีอาคารออฟฟิศ สำนักงานให้เช่าที่กำลังทยอยแล้วเสร็จรับการกลับมาของการทำงาน สะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตของตลาดอสังหาฯ ในปีนี้เป็นปัจจัยบวกที่ส่งผลให้มีความต้องการบริษัทบริหารจัดการอาคารที่เป็นมืออาชีพมาดูแลอาคารเพิ่มขึ้นตามไปด้วย พลัสฯ เผยผลการดำเนินงานปี 2565 เติบโตขึ้น ผ่าน 4 เสาหลักของธุรกิจ ได้แก่ การบริการดูแลที่พักและบริหารโครงการบริหารอาคารที่พักอาศัยแนวราบและนิติบุคคลอาคารชุด (Property Management) บริการบริหารอาคารเชิงพาณิชย์ (Facility Management) LIV – 24 ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ งานที่ปรึกษางานขายโครงการ บริหารการขายและการตลาด (Sole Agent) และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า (Brokerage Service) ในปี 2566 พลัสฯได้ตั้งเป้าหมายเน้นธุรกิจในตลาดที่เชี่ยวชาญ ขยายเพิ่มเป็นกว่า 400 โครงการ เป้ารายได้ที่ 1,700 ล้าน บาท” สำหรับกลยุทธ์และแผนงานของพลัสฯ ในปี 2566 ยังตั้งเป้าให้เป็นปีแห่งการเติบโต โดยวางกลยุทธ์ 3 ด้าน ที่จะขับเคลื่อนธุรกิจและส่งมอบคุณภาพงานบริการที่ครอบคลุมทุกมิติ 1. Business Growth การเติบโตของธุรกิจอย่างแข็งแกร่งครบทุกมิติ งานบริหารจัดการอาคาร (Property Management) ชูจุดเด่นด้วยผู้นำด้านคุณภาพการบริการระดับสากลที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 3 ด้านเป็นรายแรกและรายเดียวในไทย…

กบข. เชื่อมั่นเลือก พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริหารอาคารบางกอก ซิตี้ ทาวเวอร์

นายชาญ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคารและระบบวิศวกรรม บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ นำทีมงานเข้าพบนายรัตนะ รัตติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีพีเอฟ พร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด ร่วมถ่ายภาพในโอกาสที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นบริษัทผู้บริหารอาคารของอาคารบางกอก ซิตี้ ทาวเวอร์ (BANGKOK CITY TOWER) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองทำเลย่านสาทร เป็นอาคารที่มีการเชื่อมต่อการเดินทางที่สะดวกทั้งด้วยรถไฟฟ้า BTS และรถ BRT ไปยังสถานที่สำคัญต่างๆ ในกรุงเทพฯ อีกทั้งยังใกล้กับโรงแรมชั้นนำและสถานฑูต โดยเป็นอาคารสำนักงานเกรดเอ สูง 30 ชั้น มีพื้นที่สำนักงานให้เช่ากว่า 43,000 ตรม. และมีผู้เช่าเป็นบริษัทชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ อาทิ PricewaterhouseCoopers กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ (TRINITY SECURITIES GROUP) บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด (L’Oreal) Jubilee Diamond นอกจากนั้นภายในอาคารยังมีร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ และร้านกาแฟให้บริการ ตัวอาคารมีระบบการดูแลรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยมได้มาตรฐาน พร้อมพื้นที่จอดรถรองรับได้มากกว่า 800 คัน ปัจจุบัน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้รับบริหารอาคารสำนักงานขนาดใหญ่จากผู้ประกอบการหลากหลายประเภทธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของอาคารสำนักงาน ธนาคารและการลงทุน ธุรกิจโรงพยาบาล สถานศึกษา คอมมูนิตี้มอลล์ ซึ่งเป็นการยืนยันในความพร้อมของพลัสฯ สำหรับการรับงานบริการจัดการอาคารที่ครอบคลุมในทุกประเภท บทความที่เกี่ยวข้อง : พลัสฯ ต้อนรับทีม Depot by Vanachai ที่วางใจใช้ระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะของศูนย์ LIV – 24 พลัสฯ คว้าบริหารอาคาร Spring Tower สำนักงานเกรดเอย่านราชเทวี มั่นใจกับมาตรฐานการดูแลอาคารสีเขียว ปัง! รับต้นปี อีสเทอร์น สตาร์ ร่วมกับ พลัสฯ ประกาศความสำเร็จ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 20 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย

การบริหารจัดการบุคลากรด้วยมาตรฐาน อีกหนึ่ง key success ในการดูแลลูกบ้านของพลัส พร็อพเพอร์ตี้

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จากประสบการณ์มากกว่า 25 ปี และความไว้วางใจจากลูกบ้านมากว่า 350 โครงการ จึงเข้าใจถึงความสำคัญในการคัดสรรบุคลากร ที่ต้องมีความรู้ ความสามารถ เหมาะสมในการเข้ามาดูแล พร้อมมีทีมสนับสนุนส่วนกลางมืออาชีพในทุกด้านของการบริหารโครงการตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล โดยทางพลัสฯ มี สถาบัน PLUS Eduplex ที่มีส่วนในการพัฒนาบุคลากรให้มีมาตรฐานการทำงานเดียวกัน ที่จะมาช่วยเติมเต็มทักษะทั้ง Hard & Soft skill ให้กับพนักงานเหล่านี้ให้ตรงตามมาตรฐานที่พลัสฯกำหนด รวมถึงมีการ training เฉพาะทางอีกด้วย พนักงานรักษาความปลอดภัย ต้องมีการอบรมจาก SSI (Sansiri Security System) ฝึกระเบียบวินัยกับการป้องกันภัย ที่สามารถรับมือกับเหตุการณ์ได้ทันที มีการตรวจสอบด้วยการจัดให้มีจุดตรวจประจำการ ในบริเวณที่อาจเกิดความเสี่ยงขึ้นได้ โดยฝ่ายจัดการฯ ต้องมีระบบกำกับและควบคุมการทำงานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเรียกว่า ชุดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Guard Scan) ที่สามารถตรวจสอบรายงานการเดินตรวจการณ์ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแต่ละคนได้ คนสวน จะได้รับการอบรมความรู้ในการดูแลต้นไม้ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่จากทีมรุกขกร ที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลต้นไม้ จะมีการสำรวจและทดแทนต้นไม้ที่ตายอยู่เสมอ แม่บ้าน จะได้รับการอบรมความรู้ในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์การทำความสะอาดให้เหมาะสมกับพื้นผิววัสดุที่แตกต่างกันจากผู้เชี่ยวชาญ ในโครงการที่มีหินอ่อนมูลค่าสูง ต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการบำรุงรักษาหินอ่อนเป็นอย่างดี รวมถึงมีการตรวจสอบทุกจุดด้วยการเช็กรอบการทำความสะอาดในแต่ละวัน พลัสฯ มีความเชี่ยวชาญในการบริหาร ดูแล บำรุงรักษากายภาพ ที่มีความแตกต่างกันในแต่ละโครงการ ให้ยังคงสภาพดี เป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าตราบนานเท่านาน รวมไปถึงการคัดสรร Sub-Contract ที่จะเข้ามาทำงานร่วมกันก็เป็นอีกหนึ่งในการรักษามาตรการดูแลที่มีมาตรฐาน โดยบริษัทเหล่านี้ต้องเป็นบริษัทที่มีผลงานน่าเชื่อถือ ผ่านการตรวจสอบข้อมูลเรื่องชื่อ เสียง เครดิตของบริษัท การหมุนเวียนของพนักงาน ความรวดเร็วในการจัดหาบุคลากรทดแทน การดูแลของส่วนกลาง ความใส่ใจในการดูแลให้บริการ แก้ไขปัญหาให้กับผู้ว่าจ้าง เป็นต้น ด้านความพร้อมของบุคลากร พลัสฯมีการตรวจสอบข้อมูลของพนักงานเป็นส่วนที่สำคัญ เพราะไม่ว่าจะเป็นงานรักษาความปลอดภัย แม่บ้าน คนสวน พนักงานกำจัดแมลง ล้วนต้องทำงานเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินต่างๆ ของโครงการนั้นๆ จึงมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมเป็นการคัดกรองความปลอดภัยเสมอ การสนับสนุนด้านการพัฒนาพนักงานของ Sub Contract นอกจากบริษัทฯ เหล่านั้นจะมีการอบรมพนักงานเบื้องต้นแล้ว พร้อมทั้งมีการตรวจสอบบริษัทคู่สัญญา Sub-Contract อยู่เสมอหากเกิดความบกพร่องไม่ว่ากรณีใด ลูกบ้านก็จะได้รับการดูแลได้ดี เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานและกฎระเบียบของนิติบุคคล รวมไปถึงสร้างประสบการณ์ที่ดีในการอยู่อาศัยด้วยกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ในการสร้างคอมมูนิตี้ที่ดี พลัสฯมีการบริหารจัดการโครงการที่ครบ Service All in one ในที่เดียว ช่วยลดขั้นตอน ความยุ่งยากในการคัดสรร จัดหา และจัดการเรื่องต่าง ๆ การเลือกใช้บริษัทฯ ที่มีการบริหารจัดการแบบมืออาชีพก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุด คือการเลือกตัวแทนในการบริหารจัดการ ทุกๆเรื่องที่จะเกิดขึ้น ด้วยบทพิสูจน์การบริหารโครงการที่พักอาศัยกว่า 350โครงการ โดยคิดเป็นพื้นที่กว่า 18 ล้านตารางเมตร ยืนยันถึงความสำเร็จในการบริหารโครงการอย่างมืออาชีพ และในปี 2565 ยังคงเดินหน้ารับธุรกิจบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัย ครอบคลุมโครงการคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว และทาวน์โฮม บทความที่เกี่ยวข้อง: PLUS Eduplex สถาบันพัฒนาบุคลากรด้านอสังหาฯ จากพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 PLUS Eduplex สถาบันพัฒนาบุคลากรด้านอสังหาฯ จากพลัสฯ เร่งสปีดเสริมทักษะ เพิ่มความสุข ขับเคลื่อนองค์กร พลัสฯ ปฐมนิเทศต้อนรับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เตรียมความพร้อมในการฝึกงานธุกิจอสังหาฯ…