ข่าวสารและบทความ

อัปเดตเทรนด์ ข่าวสารและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์
วิเคราะห์และเจาะลึกโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

บทความล่าสุด

Filter Articles TH

แนะนำ 6 คอนโดน่าอยู่ สำหรับเช่าคอนโดสุขุมวิทตอนกลาง เอกมัย – ทองหล่อ – พร้อมพงษ์

สุขุมวิท ถือเป็นหนึ่งในทำเลทองที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องสำหรับผู้ที่ต้องการเช่าคอนโดในกรุงเทพฯ และในทำเลสุขุมวิทตอนกลางอย่างย่านเอกมัย ทองหล่อ และพร้อมพงษ์ ก็ถือเป็นจุดหมายที่สำคัญของผู้ที่ต้องการเช่าคอนโดสุขุมวิทตอนกลาง ด้วยทำเลที่ตั้งอันโดดเด่น การเชื่อมต่อการคมนาคมที่สะดวกสบาย และแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทำให้คอนโดในย่านนี้ตอบโจทย์ผู้อาศัยที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือชาวต่างชาติเองก็ตาม บทความนี้ พลัสฯ จะพามาแนะนำ 6 คอนโดน่าอยู่ สำหรับเช่าคอนโดสุขุมวิทตอนกลาง ในย่านเอกมัย – ทองหล่อ – พร้อมพงษ์ พร้อมเหตุผลว่าทำไมถึงต้องเลือกคอนโดสุขุมวิทตอนกลาง และเรื่องที่ควรรู้ ก่อนตัดสินใจเช่าคอนโดในย่านนี้ ทำไมสุขุมวิทตอนกลางเป็นทำเลทองของกรุงเทพฯ ทำเลยุทธศาสตร์กลางกรุงเทพฯ สุขุมวิทตอนกลางนั้นเป็นทำเลเขตที่อยู่อาศัยชั้นดี ตั้งอยู่ระหว่างพื้นที่ธุรกิจของกรุงเทพฯ อย่างอโศก, เพชรบุรี, คลองเตย และพระราม 4 ที่นอกจากจะอยู่ใกล้กับแหล่งงานชั้นนำแล้ว สุขุมวิทตอนกลางยังตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมือง ด้วยชุมชนที่พักอาศัยที่อบอุ่น เป็นส่วนตัว ไม่ดูวุ่นวายเท่ากับสุขุมวิทตอนต้น และยังมีสิ่งอำนวยต่างๆ ที่ครบครัน พร้อมกับเดินทางสะดวก ทั้งจากขนส่งสาธารณะและรถโดยสารส่วนตัว ทำให้ทำเลนี้เป็นจุดเชื่อมต่อที่สมบูรณ์แบบระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว การเดินทางสะดวกสบาย อีกหนึ่งข้อดีของการเช่าคอนโดสุขุมวิทตอนกลาง คือ การเดินทางที่สะดวกสบาย โดยเฉพาะกับรถไฟฟ้า BTS ที่ผ่านถนนสุขุมวิท ทำให้การเดินทางไปยังย่านต่างๆ ในกรุงเทพฯ นั้นสะดวกสบายสุดๆ รวมถึงยังสามารถเชื่อมต่อไปยังสถานีรถไฟฟ้า MRT ได้ในระยะสั้น ทำให้การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ถือว่าเป็นหนึ่งในจุดแข็งของทำเลนี้ ตอบโจทย์ทั้งผู้ที่มองหาคอนโดติดรถไฟฟ้า BTS และคอนโดติดรถไฟฟ้า MRT ได้เป็นอย่างดี และนอกจากรถไฟฟ้าแล้ว สุขุมวิทตอนกลางยังสามารถเดินทางไปมาได้หลายเส้นทาง ทั้งถนนสายหลักที่เป็นย่านธุรกิจสำคัญ ทั้งถนนสุขุมวิท ถนนเพชรบุรี และถนนพระราม 4 รวมถึงทางด่วนต่างๆ ทั้งทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทางพิเศษฉลองรัช และทางพิเศษศรีรัช ทำให้การเดินทางเข้าสู่กรุงเทพชั้นใน หรือโซนอื่นๆ นั้นก็สะดวกสบายไม่แพ้รถไฟฟ้าเลย แหล่งรวมไลฟ์สไตล์ที่ครบครัน การเลือกเช่าคอนโดสุขุมวิทตอนกลาง นอกจากจะเป็นทำเลที่เดินทางสะดวก ใกล้แหล่งงานส่วนใหญ่แล้ว ย่านเอกมัย – ทองหล่อ – พร้อมพงษ์ ยังถือว่าเป็นแหล่งรวมของไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายไว้ด้วยกัน ทั้งห้างสรรพสินค้าและคอมมูนิตี้มอลล์ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่ว อย่างเช่น Terminal 21, EmQuartier, EmSphere, theCOMMONS Thonglor, และ DONKI Mall Thong Lor ให้เราได้ช็อปปิงหรือเดินเล่นยามว่าง หรือจะเป็นสวนสาธารณะอย่างสวนเบญจกิติ และเบญจสิริที่ผู้คนมองหาพื้นที่สีเขียวไว้พักผ่อนหรือออกกำลังกาย และสุขุมวิทตอนกลาง ยังเป็นแหล่งรวมสถานศึกษา และร้านอาหารชั้นนำ ตั้งแต่ไฟน์ไดนิ่งสุดหรู จนถึงสตรีทฟู้ดร้านเก่าแก่ข้างทาง คาเฟ่ ร้านกาแฟ หรือแม้แต่ผับ บาร์ต่างๆ ก็มีอย่างครบครัน ทำให้เช่าคอนโดสุขุมวิทตอนกลางนั้น สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ความเป็นนานาชาติ บรรยากาศสากล ความเป็นนานาชาติยังเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของย่านสุขุมวิทตอนกลาง เนื่องจากทำเลนี้มีชาวต่างชาติมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความหลากหลายทางวัฒนธรรมและบรรยากาศที่เป็นสากล…

เช่าคอนโดสุขุมวิทตอนต้น เลือกที่ไหนดี? แนะนำ 7 คอนโดน่าอยู่ โซนอโศก – นานา

หากพูดถึงทำเลในกรุงเทพฯ ที่ถือเป็นย่านใจกลางเมือง เดินทางสะดวก มีรถไฟฟ้าหลายสาย แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและย่านธุรกิจแล้ว ชื่อ “สุขุมวิท” โดยเฉพาะช่วงสุขุมวิทตอนต้นอย่างโซนอโศกและนานา ถือว่าเป็นทำเลทองในการเช่าคอนโดสุขุมวิทตอนต้น ไม่ว่าจะเป็นคนทำงาน นักธุรกิจ หรือชาวต่างชาติที่ทำงานในไทย ที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตในเมืองหลวง บทความนี้ พลัสฯ จะพามาแนะนำ 7 คอนโดน่าอยู่ โซนอโศก – นานา สำหรับคนที่อยากเช่าคอนโดสุขุมวิทตอนต้น พร้อมกับปัจจัยและเรื่องที่ควรรู้ ก่อนตัดสินใจเช่าคอนโดในย่านนี้ เพื่อให้คุณได้เช่าคอนโดสุขุมวิทที่น่าอยู่ และตรงใจที่สุด ทำไมถึงต้องเช่าคอนโดสุขุมวิทตอนต้น ทำเลนี้น่าอยู่อย่างไร ทำเลศักยภาพ ใจกลางย่านธุรกิจ สุขุมวิทตอนต้น ช่วงสุขุมวิทซอย 1-20 หรือที่เรียกว่าโซนอโศก-นานานั้น ถือว่าเป็นหนึ่งในทำเลทองของกรุงเทพฯ ที่แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่อัดแน่นและครบครันแทบทุกด้าน ตั้งแต่โซนสำนักงานต่างๆ ในย่านอโศก ร้านอาหารหลากหลายประเภท ห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง Terminal 21, Central Embassy, EmQuartier, EmSphere และ Emporium ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โรงเรียนและมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โรงเรียนสาธิต มศว. ประสานมิตร โรงเรียนเซนต์ดอมินิก NIST International School และสถานบันเทิงอื่นๆ ที่ขึ้นชื่อในย่านนี้ ถือว่าเป็นโซนที่คึกคักตลอดทั้งวัน และครบครันที่สุดในกรุงเทพฯ เลยก็ว่าได้ ระบบขนส่งครบครัน และนอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกแล้ว การเดินทางไปมาในทำเลอโศก-นานา ถือว่ามีความสะดวกสบายเป็นอันดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะกับรถไฟฟ้าสายหลักอย่างสถานีอโศก/สุขุมวิท ที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง BTS สายสีเขียว และ MRT สายสีน้ำเงิน ทำให้การเดินทางไปย่านเศรษฐกิจอื่นๆ อย่างเช่น จตุจัตร สยาม พร้อมพงศ์ รัชดา สีลม และสามย่าน เป็นเรื่องง่าย ตอบโจทย์ทั้งคนที่ต้องการเช่าคอนโดบนถนนสุขุมวิท ใกล้ BTS และ MRT นอกจากรถไฟฟ้าแล้ว อโศก-นานายังติดกับถนนเส้นหลักในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นถนนสุขุมวิท รัชดาภิเษก เพชรบุรี และถนนพระราม 4 พร้อมทางด่วนใจกลางเมืองทั้งสองเส้นอย่าง ทางพิเศษศรีรัช และทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทำให้สามารถขับรถยนต์ส่วนตัวไปไหนมาไหนได้สะดวกสบายมากขึ้นด้วย เหมาะกับไลฟ์สไตล์ระดับ High End ทุกรูปแบบ แน่นอนว่า ด้วยความเป็นตัวเมืองชั้นใน ทำให้พื้นที่ในแถบนี้มีค่าครองชีพที่ค่อนข้างสูง ทำให้ผู้ที่จะเช่าคอนโดสุขุมวิทตอนต้นนั้นจะต้องมีรายได้ในระดับหนึ่ง แต่ในขณะที่ทำเลระดับ High End ส่วนใหญ่มักจะเจาะกลุ่มนักธุรกิจ คนทำงานระดับสูง แต่ย่านอโศก – นานากลับเหมาะกับกลุ่มคนที่มีความหลากหลายมากกว่า ทั้งนักธุรกิจ นักท่องเที่ยวที่ต้องการการเดินทางที่สะดวกสบาย ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทย ที่ต้องการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและวิถีชีวิตคนเมือง รวมถึงครอบครัวขนาดเล็ก…

บ้านบางนา ดีอย่างไร? มาทำความรู้จักโซนบางนากันให้มากขึ้น

บางนาเป็นหนึ่งในทำเลที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยการขยายตัวของเส้นทางคมนาคม แหล่งธุรกิจ ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ส่งผลให้โครงการบ้านในย่านบางนาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม บ้านหรูจากผู้พัฒนาโครงการชั้นนำ และคอนโดมิเนียม ทำให้บ้านบางนากลายเป็นหนึ่งในทำเลฮิตสำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ บทความนี้พลัสฯ จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับบ้านบางนาให้มากขึ้น ว่าทำไมบางนาถึงเป็นทำเลที่น่าสนใจในการเลือกซื้อบ้านและที่อยู่อาศัย รวมถึงวิธีการเลือกบ้านแถวบางนา ให้ตอบโจทย์ความต้องการของเราที่สุด ทำไมบางนาถึงเป็นทำเลที่น่าสนใจ? แหล่งการศึกษาและสถานที่สำคัญ สำหรับใครที่กำลังเริ่มสร้างครอบครัว และกำลังดูบ้านบางนาไว้เป็นตัวเลือกละก็ ต้องบอกว่ามาถูกทางแล้ว เพราะนอกจากบางนาจะเดินทางง่ายแล้ว ในย่านบางนายังเต็มไปด้วยสถานศึกษาที่ครบครับในทุกระดับชั้น ทั้งโรงเรียนรัฐบาลและเอกชนที่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนราชวินิชบางแก้ว, โรงเรียนนานาชาติราฟเฟิลส์อเมริกัน, มหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา หรือที่เรียกกันว่า ราม 2, มหาวิทยาลัยหัวเฉียว วิทยาเขตบางพลี และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ครอบครัวไหนที่มีเด็กหรือลูกหลาน ก็สามารถเรียนหนังสือได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไกล ส่วนผู้ใหญ่ นอกจากจะเดินทางสะดวกแล้ว บางนาก็ยังถือว่าเป็นโซนเศรษฐกิจใหญ่ของกรุงเทพฯ เพราะอยู่ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ใกล้เคียง และมีตึกสำนักงาน โซนออฟฟิศกระจายอยู่ทั่วทั้งเขต และรวมถึงสถานพยาบาลต่างๆ ทั้งโรงพยาบาลไทยนครินทร์, โรงพยาบาลบางนา โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ และโรงพยาบาลอื่นๆ ให้เลือกใช้บริการ ศูนย์การค้าและสิ่งอำนวยความสะดวก การอยู่บ้านบางนา นอกจากจะมีสถานที่สำคัญและเดินทางสะดวกแล้ว ที่นี่ยังมีศูนย์การค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างมากมาย ทั้งห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่างเซ็นทรัลบางนา และเมกา บางนา, ห้างซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างบิ๊กซี บางนา, โลตัส บางนา-ตราด รวมถึง Community Mall อย่าง Bizzo Bangna และลิตเติลวอร์ค บางนา และนอกจากห้างร้านต่างๆ แล้ว บางนาก็ยังเป็นที่ตั้งของไบเทค บางนา ศูนย์ประชุมแห่งชาติขนาดใหญ่ที่เป็นที่จัดอีเวนต์และงานคอนเสิร์ตชื่อดัง รวมถึงโครงการมิกซ์ยูส (Mix Use) ชื่อดังอย่าง True Digital Park ด้วย การพัฒนาในอนาคต บางนาไม่ได้หยุดพัฒนาถึงแค่ตรงนี้ เพราะในอนาคตข้างหน้า ยังมีโครงการต่างๆ ที่รอเปิดตัวในย่านนี้อีกเพียบ เช่น Bangkok Mall ซึ่งได้ชื่อว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน, Cloud 11 โครงการมิกซ์ยูสใหม่ริมถนนสุขุมวิทที่มีเป้าหมายว่าจะตั้งเป็นฮับ (Hub) ของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย, The Forestias โครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ใจกลางย่านบางนาที่ผสมผสานธรรมชาติเข้ากับที่อยู่อาศัย และนิคม TRA Land นิคมอุตสาหกรรมแบบมิกซ์ยูสรูปแบบใหม่ ที่จะเป็นประตูเชื่อมต่อสู่ย่าน EEC ในฝั่งตะวันออก นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาระบบคมนาคมที่สำคัญ ได้แก่ การสร้างถนนวงแหวนรอบที่ 3 เชื่อมต่อการเดินทางจากบางนาไปยังจังหวัดอื่นๆ และรถไฟฟ้าสายสีเงินที่จะต่อจากสุวรรณภูมิไปยังสุขุมวิทผ่านบางนา ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางให้กับผู้อยู่อาศัยในพื้นที่นี้อย่างมาก ข้อดีของการเลือกซื้อบ้านบางนา อย่างที่เห็นไปก่อนหน้านี้ ว่าบางนาถือว่าเป็นย่านที่มีศักยภาพที่สูงมาก ทำให้บ้านบางนานั้น ถือเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอด ซึ่งนอกจากเรื่องของทำเลแล้ว…

บ้านกรุงเทพกรีฑา ดีอย่างไร? มาทำความรู้จักโซนกรุงเทพกรีฑากันให้มากขึ้น

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โซนกรุงเทพกรีฑาเป็นหนึ่งในทำเลที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยทำเลชานเมืองที่ไม่พลุกพล่าน แต่ใช้ชีวิตได้อย่างไม่ลำบาก ทำให้บ้านกรุงเทพกรีฑา กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมที่ตอบโจทย์คนเมืองที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย ผู้ที่กำลังมองหาบ้านพักในกรุงเทพฯ ที่มีทั้งความสงบและความสะดวกสบายอย่างครบครัน และในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกคนมาทำความรู้จักทำเลกรุงเทพกรีฑาให้มากขึ้น พร้อมทั้งข้อดีและข้อควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกบ้านกรุงเทพกรีฑา ทำไมกรุงเทพกรีฑาถึงเป็นทำเลที่น่าสนใจ? ทำเลยุทธศาสตร์เชื่อมต่อหลายพื้นที่ บ้านกรุงเทพกรีฑา ถือว่าตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อกับหลายพื้นที่สำคัญๆ ของกรุงเทพฯ ทั้งย่านรามคำแหง พระราม 9 ศรีนครินทร์ ร่มเกล้า บางกะปิและมีนบุรี รวมถึงทางด่วนพิเศษที่สำคัญ ทั้งทางด่วนศรีรัช และถนนมอเตอร์เวย์ ทำให้การเดินทางในสู่โซนเศรษฐกิจชั้นใน หรือโซนชานเมืองฝั่งตะวันออกและต่างจังหวัดได้อย่างง่ายดาย ส่วนในด้านระบบขนส่งมวลชนนั้น บ้านกรุงเทพกรีฑาก็ยังมีรถไฟฟ้าให้บริการถึง 2 สายสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น MRT สายสีเหลือง เชื่อมต่อกรุงเทพกรีฑาเข้ากับลาดพร้าวและสำโรง ร่วมกับ Airport Rail Link ที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านแถวกรุงเทพกรีฑา สามารถเดินทางไปกลับจากพญาไท ไปจนถึงสนามบินสุวรรณภูมิได้อีกด้วย รวมถึงในอนาคต ก็จะมีสถานีรถไฟฟ้าสายสีส้ม (บางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – แยกร่มเกล้า) ซึ่งจะช่วยให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองนั้นสะดวกยิ่งขึ้น เป็นย่านของโรงเรียนนานาชาติ บ้านกรุงเทพกรีฑา ถือว่าเป็นทำเลที่เหมาะสำหรับการสร้างครอบครัวเช่นกัน เพราะในทำเลนี้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนานาชาติชั้นนำหลายแห่ง เช่น โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตันคอลเลจ กรุงเทพฯ, โรงเรียนนานาชาติเวลลิงตันคอลเลจ กรุงเทพฯ หรือแม้แต่โรงเรียนชั้นนำอื่นๆ อย่างโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า, โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ และโรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า รวมถึงอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ทำให้กรุงเทพกรีฑาเป็นทำเลตอบโจทย์ครอบครัวที่มีบุตรหลานในวัยเรียนไม่น้อยเลย สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน บางคนอาจจะรู้สึกว่า กรุงเทพกรีฑาเป็นย่านที่ค่อนข้างห่างไกล แต่ทำเลที่นี่ถือว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน โดยเฉพาะกับคอมมูนิตี้มอลล์ อย่างเช่น มาร์เก็ตเพลส กรุงเทพกรีฑา, เดอะ พาร์ค กรุงเทพกรีฑา และลิตเติ้ล วอร์ค กรุงเทพกรีฑา เป็นต้น และห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง เดอะมอลล์บางกะปิ ทำให้ผู้ที่อาศัยในย่านกรุงเทพกรีฑาสามารถจับจ่ายใช้สอย ผ่อนคลายในยามว่างได้สบายๆ และนอกจากห้างร้านต่างๆ บ้านกรุงเทพกรีฑา ก็ยังมีโรงพยาบาลชั้นนำอย่าง โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์, โรงพยาบาลรามคำแหง, โรงพยาบาลศิริน และโรงพยาบาลเวชธานี ทำให้การใช้ชีวิตในทำเลกรุงเทพกรีฑานั้นสะดวกสบาย กว่าที่หลากๆ คนคิด บรรยากาศที่อยู่อาศัยเงียบสงบ ด้วยความที่เป็นย่านที่อยู่อาศัยใหม่ ทำให้กรุงเทพกรีฑาเป็ยทำเลที่ไม่คับแคบ อึดอัด เป็นที่นิยมสำหรับบ้านหรูกรุงเทพกรีฑาที่เน้นความเป็นส่วนตัว และปลอดภัยมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังสามารถเดินทางไปมายังสถานที่ต่างๆ ได้ง่าย พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ข้อดีของการเลือกซื้อบ้านกรุงเทพกรีฑา สังคมและสภาพแวดล้อมที่เป็นส่วนตัวและมีคุณภาพ บ้านเดี่ยวกรุงเทพกรีฑาส่วนใหญ่ มักจะเป็นโครงการบ้านระดับกลางถึงระดับหรู ทำให้สังคมโดยรอบเป็นสังคมที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยสูง และมีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งภายในและภายนอกโครงการที่ครบครัน ในขณะเดียวกัน บ้านกรุงเทพกรีฑาก็ยังไม่แออัด มีความเป็นส่วนตัวสูง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด การคมนาคมและการเข้าถึงที่สะดวกสบาย ด้วยเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมต่อกับหลายพื้นที่สำคัญ ทั้งการเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ…

ระบบปรับอากาศภายในอาคารคืออะไร ต่างจากแอร์ปกติหรือไม่

หากพูดถึงระบบปรับอากาศ หลายๆ คนน่าจะนึกถึงแอร์ติดผนัง เพราะนอกจากจะมอบความเย็บสบายให้แล้ว ระบบปรับอากาศที่ดี ยังช่วยควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น ความสะอาด และการถ่ายเทอากาศ ระบายกลิ่นออกจากห้องหรืออาคาร ซึ่งนอกจากแอร์ที่ทุกคนรู้จักนั้น ยังมีสิ่งที่เรียกว่า “ระบบปรับอากาศภายในอาคาร” อยู่ด้วย ในบทความนี้ เราจะมาทำความเข้าใจกันว่า ระบบปรับอากาศภายในอาคารคืออะไร น่าสนใจอย่างไร ทำงานเหมือนแอร์ปกติที่เรารู้จักหรือไม่ และมีระบบปรับอากาศภายในอาคารแบบไหนบ้าง ระบบปรับอากาศภายในอาคารคืออะไร ระบบปรับอากาศภายในอาคาร หรือที่เรียกกันว่าระบบปรับอากาศ HVAC ที่ย่อจากคำว่า Heating (การทำความร้อน) Ventilation (ระบบระบายอากาศ) และ Air Conditioning (ระบบปรับอากาศ) เป็นระบบปรับอากาศที่มีขนาดใหญ่กว่าแอร์ทั่วไปมาก และมีศักยภาพในการถ่ายเทอากาศที่สูง และทำให้ห้องนั้นๆ มีคุณภาพอากาศตามที่ต้องการ โดยหน้าที่ของระบบปรับอากาศภายในอาคาร คือการทำความเย็นและความร้อนภายในอาคารให้อยู่ในจุดที่ต้องการ รวมถึงการกระจายอากาศให้ถ่ายเทและหมุนเวียนเพื่อรักษาคุณภาพของอากาศ ทั้งจากฝุ่น กลิ่น หรือมลภาวะต่างๆ ภายใน โดยระบบปรับอากาศภายในอาคาร จะเหมาะสำหรับการทำความเย็นหรือควบคุมอุณหภูมิในพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น ห้างสรรพสินค้า, อาคารสำนักงาน ห้องจัดแสดงงาน รวมถึงอาคารที่พักหรือบ้านขนาดใหญ่ ที่ต้องการทำระบบปรับอากาศภายในอาคารแทนที่การติดตั้งแอร์ในแต่ละจุด และอาคารอุตสาหกรรมที่ต้องมีการควบคุมคุณภาพอาการด้วย ข้อดีของระบบปรับอากาศภายในอาคาร ควบคุมอากาศได้อย่างแม่นยำ: นอกจากจะช่วยทำความเย็นแล้ว ระบบปรับอากาศภายในอาคารยังสามารถช่วยควบคุมสภาพอากาศภายในอาคารได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ การควบคุมความชื้น รวมถึงการกรองอากาศภายในอาคารให้สะอาดและทำให้อากาศหมุนเวียนและถ่ายเทอีกด้วย เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่: ระบบปรับอากาศภายใน เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่ อย่างเช่น ระบบปรับอากาศในอาคารสูง ระบบปรับอากาศในงานอุตสาหกรรม ในหอประชุม หรือแม้แต่ในบ้านหลังใหญ่ตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป ระบบปรับอากาศภายในอาคาร ทำงานอย่างไร การทำงานของระบบปรับอากาศภายในอาคาร สามารถแบ่งได้เป็นสามส่วนหลัก ตามชื่อของ HVAC ได้แก่ ระบบทำความร้อน (Heating): เป็นระบบที่ช่วยปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นตามที่เหมาะสม โดยส่วนมากระบบนี้จะทำงานในช่วงฤดูหนาวหรือในพื้นที่ที่มีอากาศเย็นเป็นหลัก ระบบระบายอากาศ (Ventilation): เป็นระบบที่ทำหน้าที่หมุนเวียนอากาศภายในอาคาร โดยนำอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกเข้ามา แล้วนำอากาศเสียภายในออกไป เพื่อควบคุมและรักษาคุณภาพอากาศให้คงที่อยู่เสมอ ระบบปรับอากาศ (Air Conditioning): เป็นระบบที่ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นของอากาศภายในอาคารตามที่กำหนดไว้ รวมถึงการทำความเย็นด้วย โดยทั้งสามระบบนั้น จะทำงานร่วมกัน เพื่อให้ได้อากาศภายในอาคารมีคุณภาพตามที่ต้องการ โดยมีระบบท่อลม (Duct System) และเครื่องเป่าลม (Blower) ทำหน้าที่ลำเลียงอากาศไปยังจุดต่างๆ ตามที่ต้องการ ทำให้อากาศภายในอาคารมีความเย็นสบายตลอดทุกจุด โดยที่ติดตั้งระบบปรับอากาศภายในแค่จุดเดียวก็เพียงพอ ระบบปรับอากาศภายในอาคารต่างจากแอร์ปกติหรือไม่ ระบบปรับอากาศภายในอาคารมีความแตกต่างจากเครื่องปรับอากาศ (Air Conditioner) ทั่วไปที่ใช้ตามบ้านเรือนอยู่ไม่น้อย ซึ่งความแตกต่างหลักๆ นั้นก็จะมีอยู่ด้วยกันดังนี้ คุณลักษณะ ระบบปรับอากาศภายในอาคาร แอร์บ้านทั่วไป ขนาดและกำลังการทำความเย็น ขนาดใหญ่ มีกำลังการทำความเย็นสูง เหมาะกับพื้นที่ขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับห้องห้องเดียวหรือพื้นที่ขนาดเล็ก…

ทำไมถึงต้องเลือกใช้บริการตรวจสอบอาคาร พร้อมเรื่องที่ควรรู้

การตรวจสอบอาคารเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่เจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคารต้องดำเนินการตามกฎหมายควบคุมอาคารในประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าอาคารมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและสาธารณะ และการตรวจสอบอาคารนั้น ควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น แต่การเลือกใช้บริการตรวจสอบอาคารจำเป็นต้องรู้อะไรบ้าง ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปแนะนำเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการตรวจสอบอาคาร ทั้งประโยชน์ ขั้นตอนดำเนินการ และเหตุผลว่าทำไมถึงควรเลือกใช้บริการตรวจสอบอาคารโดยผู้เชี่ยวชาญที่น่าเชื่อถือ การตรวจสอบอาคาร คืออะไร? การตรวจสอบอาคาร คือ กระบวนการตรวจสอบสภาพอาคาร ทั้งในด้านความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง ความปลอดภัย และการใช้งานของระบบอุปกรณ์ประกอบต่างๆ ของอาคาร โดยมีวิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย ทำหน้าที่ตรวจสอบอาคาร ซึ่งการตรวจสอบอาคารนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้แน่ใจว่าอาคารมีความปลอดภัยต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้อาคาร ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้กำหนดประเภทของอาคารที่ต้องได้รับการตรวจสอบไว้ 9 ประเภท ได้แก่ อาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป อาคารขนาดใหญ่พิเศษที่มีพื้นที่รวมกันตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป อาคารชุมนุมคนที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตรขึ้นไป หรือจุคนได้ตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป โรงมหรสพ โรงแรมที่มีห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป สถานบริการที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 200 ตารางเมตรขึ้นไป อาคารชุดหรืออาคารอยู่อาศัยรวมที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป โรงงานที่มีความสูงมากกว่า 1 ชั้น และมีพื้นที่ตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตรขึ้นไป ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายที่มีความสูงจากระดับพื้นดินตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป หรือป้ายที่ติดตั้งบนหลังคาหรือดาดฟ้า ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 25 ตารางเมตรขึ้นไป การตรวจสอบอาคารแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ การตรวจสอบอาคารประจำปี ซึ่งต้องดำเนินการเป็นประจำทุกปีตามที่กฎหมายกำหนด และการตรวจสอบอาคารขนาดใหญ่ อาจต้องดำเนินการทุกๆ 5 ปี โดยผู้ตรวจสอบอาคารจะต้องมีการจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับการตรวจบำรุงอาคารและอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงคู่มือปฏิบัติตามแผนดังกล่าว เพื่อเป็นแนวทางและเก็บบันทึกข้อมูลจากการตรวจสอบอาคารทุกครั้ง ตลอดจนแผนการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารประจำปี ไว้เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบอาคารประจำปีต่อไป โดยผู้มีอำนาจในการตรวจสอบอาคาร จะต้องเป็นผู้ตรวจสอบอาคารที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตจากกรมโยธาธิการและผังเมืองเท่านั้น โดยต้องเป็นวิศวกรหรือสถาปนิกที่ผ่านการอบรมและทดสอบความรู้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จึงจะสามารถทำหน้าที่นี้ได้ ทำไมต้องตรวจสอบอาคาร? การตรวจสอบอาคารมีความสำคัญอย่างยิ่งด้วยเหตุผลหลายประการ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร เนื่องจากอาคารที่ก่อสร้างและใช้งานมาเป็นเวลานานอาจเกิดการเสื่อมสภาพของโครงสร้างและระบบต่างๆ ซึ่งหากไม่ได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ การตรวจสอบอาคารเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อไม่ให้โดนบทลงโทษ โดยหากเจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองที่ไม่ดำเนินการตรวจสอบอาคารตามที่กฎหมายกำหนดได้ อาจต้องเผชิญกับโทษปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับเป็นรายวันอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง การตรวจสอบอาคารสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของอาคารได้ เมื่อมีการตรวจพบปัญหาแต่เนิ่นๆ และแก้ไขอย่างทันท่วงที จะช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจลุกลามและส่งผลให้อาคารทรุดโทรมก่อนเวลาอันควร การตรวจสอบอาคารช่วยลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติและอุบัติเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น เพลิงไหม้ หรือแผ่นดินไหว หากระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย รวมถึงโครงสร้างอาคารอยู่ในสภาพดี…

ข่าวสารจากพลัสฯ​

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กางโรดแมป 3 ปี รุกตลาดภูเก็ต ขยาย Property Management

“เจาะคอนโด–พูลวิลล่า ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่” รับดีมานด์ผู้ซื้อและนักลงทุนไทย-ต่างชาติ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2570–2572) ขยายธุรกิจ Property Management ในจังหวัดภูเก็ต ปักหมุดทำเลศักยภาพใหม่ เจาะกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ชูแนวคิด “Local Touch with Global Standard” ต่อยอดประสบการณ์ Property Management กว่า 30 ปี และการบริหารโครงการในภูเก็ตกว่า 18 ปี นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ – ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีการเติบโตทั้งด้านการลงทุน ธุรกิจบริการ เมดิคัลฮับ และโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดความต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากผู้พักอาศัยระยะยาว ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และผู้ซื้อเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พลัสฯ มองว่าการเติบโตของภูเก็ตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ แต่ยังมีอีกหลายทำเลที่มีศักยภาพในระยะยาว เราจึงวางโรดแมปขยายบริการไปยังทำเลใหม่ จากปัจจุบัน พลัสฯ บริหารโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ต 30 โครงการ กว่า 10,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 725,000 ตารางเมตร ครอบคลุมหาดไม้ขาว ป่าคลอก โซนสนามบิน เชิงทะเล เกาะแก้ว กะทู้ ป่าตอง และเมืองภูเก็ต ในระยะ 3 ปี พลัสฯ ตั้งเป้าขยายพอร์ตบริหารเป็น 65 โครงการ พร้อมรุกทำเลใหม่ ได้แก่ สาคู หาดสุรินทร์ ในยาง ราไวย์ กะตะ และกะรน โดยเน้นกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า พร้อมขยายฐานรายได้จาก 95 ล้านบาทในปี 2569 สู่ 150 ล้านบาทภายใน 3 ปี หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16.5% ต่อปี มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริหารอสังหาฯ ภูเก็ตทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ ชูแนวคิด Local Touch with Global Standard เข้าใจตลาดภูเก็ต ด้วยมาตรฐานระดับสากล “เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดภูเก็ต แต่มีประสบการณ์ดูแลโครงการร่วมกับแสนสิริมากว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารโครงการอื่น ๆ และโครงการ Branded Residence ในภูเก็ต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล “Best Luxury Property Management” ยืนหนึ่งผู้ให้บริหารโครงการระดับพรีเมียมของไทย!

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำในวงการบริหารโครงการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ล่าสุดคว้ารางวัล “Best Luxury Property Management Award” สุดยอดผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี จากงาน LivingInsider Thailand Developer Awards 2026 โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัล Best Luxury Property Management มอบให้กับธุรกิจ Property Management ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการบริการที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย เพื่อรักษาคุณค่าของโครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “เรารุกตลาดโครงการระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้มีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 3 ของตลาดบริหารโครงการที่มีระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้างที่มีต่อการบริหารจัดการของเรา ขณะเดียวกันยังได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการบริหารจัดการและความเข้าใจในเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างมาก” เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยนำ ISO ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารจัดการในทุกโครงการ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านหลักสูตรด้าน Luxury Management และ CTH Hospitality Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินการในประเทศไทย ผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อเสริมทักษะและองค์ความรู้ให้ทีมงานสามารถดูแลโครงการระดับพรีเมียมได้อย่างมืออาชีพ “เราให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานระดับสากลมาผสานกับความเข้าใจในตลาดและการอยู่อาศัยของคนไทย รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลโครงการได้อย่างมีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละโครงการ พร้อมมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลโครงการระดับพรีเมียมในประเทศไทย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus บทความที่เกี่ยวข้อง ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม”ครองส่วนแบ่ง 1 ใน 3 ตลาดลักซ์ชัวรีในกรุงเทพฯ

ชูมาตรฐานบริการระดับสากล ดันธุรกิจโตกว่า 10% ต่อเนื่องทุกปี พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ เปิดเผยข้อมูลการบริหารอาคารชุดระดับพรีเมียมที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตร ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งบริษัทครองส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มนี้อยู่ที่ 36% หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 1 ใน 3 ของตลาด สะท้อนถึงความไว้วางใจจากลูกค้าระดับพรีเมียมได้เป็นอย่างดี นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ดูแลพื้นที่รวมกว่า 40 ล้านตารางเมตรทั่วประเทศ มุ่งเน้นการให้บริการระดับสากลผ่านการนำระบบ ISO มาใช้ในทุกโครงการ และยังมีจุดเด่นในการออกแบบบริการระดับพรีเมียมที่เหมาะสมกับแต่ละโครงการ ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรผ่าน Plus Eduplex สถาบันฝึกอบรมที่ช่วยยกระดับทักษะ และความเชี่ยวชาญของพนักงาน พร้อมวางเส้นทางการเติบโตในสายอาชีพ ตำแหน่งงาน และค่าตอบแทนที่สอดคล้องกัน เพื่อรักษาบุคลากรคุณภาพที่พร้อมส่งมอบบริการที่ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง” อย่างไรก็ตาม การรักษาคุณภาพบริการให้ได้มาตรฐาน และงานดูแลรักษาระบบต่าง ๆ ของโครงการ ย่อมหมายรวมถึงค่าใช้จ่ายที่ทำให้ต้นทุนในการบริหารจัดการปรับตัวสูงขึ้นทุกปี ในส่วนนี้ต้องอาศัยความเข้าใจของผู้ว่าจ้าง ในการจัดเก็บอัตราค่าส่วนกลางที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้พักอาศัยได้รับบริการที่พึงพอใจ แม้ว่าทุกวันนี้ธุรกิจบริหารอาคารจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังพบว่ามีการบริหารจัดการที่ไม่เป็นมืออาชีพ และความไม่เข้าใจของผู้อยู่อาศัยในเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่สูงขึ้น ทำให้คุณภาพการบริหารจัดการ และการบริการที่ได้รับสวนทางกับความต้องการ ในปัจจุบันตลาดมีผู้เชี่ยวชาญและเป็นมืออาชีพค่อนข้างจำกัด การจะสร้างทีมงานที่มีความรู้และประสบการณ์ รวมถึงความเข้าใจระบบงานที่ได้มาตรฐานก็เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่าย และต้องอาศัยประสบการณ์ ทำให้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ลูกค้าเชื่อมั่น โดยเฉพาะในตลาดโครงการระดับพรีเมียม ทั้งนี้ จากการมุ่งเจาะตลาดกลุ่มโครงการพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่องของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งผลให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 10% จาก 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสู่ 2,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น ตอกย้ำบทบาทที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นจากลูกค้า โดยมีตัวอย่างโครงการระดับพรีเมียมที่ไว้วางใจ เช่น 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences, THE ESSE 36 ตลอดจนขยายไปยังโครงการประเภท Branded…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชวนลูกบ้านร่วมกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2” ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เดินหน้าสานต่อแนวคิดด้านความยั่งยืน จัดกิจกรรม “SEAcret Mission ปี 2 ปล่อยปู คืนชีวิตให้ทะเล ก้าวไปกับธรรมชาติ” ณ วนอุทยานปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชวนลูกบ้านจากกรุงเทพฯ หัวหิน และชะอำ กว่า 120 คน ออกมาเปิดประสบการณ์เรียนรู้ธรรมชาติผ่านกิจกรรมอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลน พร้อมร่วมกันดูแลทรัพยากรทางทะเล ต่อยอดแนวคิดความยั่งยืนให้เกิดขึ้นผ่านการมีส่วนร่วมและการลงมือทำจริง กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “พลัสก่อการดี” ภายใต้แนวทางการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม และจัดขึ้นในช่วงวันป่าชายเลนโลก (World Mangrove Day) เพื่อร่วมสร้างความตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของระบบนิเวศป่าชายเลน ซึ่งเป็นทั้งแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ แนวป้องกันชายฝั่งตามธรรมชาติ และพื้นที่สำคัญต่อความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล พร้อมกันนี้ ยังเป็นการทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในช่วงเดือนที่ผ่านมา สะท้อนถึงความตั้งใจในการร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้านการดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน กิจกรรมในครั้งนี้ ลูกบ้านได้เรียนรู้ธรรมชาติจากทั้ง การปล่อยปูม้าคืนสู่ท้องทะเล เพื่อร่วมดูแลทรัพยากรทางทะเล พร้อมเดินศึกษาธรรมชาติบนเส้นทางป่าโกงกาง เรียนรู้ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ และสนุกไปกับกิจกรรม RC (Rally Challenge) ที่ชวนทุกคนออกตามหาคำตอบจากฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ เปลี่ยนเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เป็นประสบการณ์ที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน กิจกรรม “SEAcret Mission” จะถูกจัดขึ้นต่อเนื่อง เพื่อชวนให้ทุกคนได้ออกมาเรียนรู้ว่าธรรมชาติและการใช้ชีวิตของเราล้วนเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ระบบนิเวศป่าชายเลน ไปจนถึงการลงมือดูแลทรัพยากรธรรมชาติด้วยตัวเอง พลัสฯ เชื่อว่าความยั่งยืนเริ่มต้นได้จากความเข้าใจและการลงมือทำในเรื่องเล็ก ๆ และเมื่อทุกคนได้มีส่วนร่วม เรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้ก็สามารถกลายเป็นพลังในการดูแลโลกและส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กับคนรุ่นต่อไปได้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝันฯ” สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ปลูกฝังเยาวชนทำความดีเพื่อสังคม

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ร่วมมือกับ มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จัดโครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ภายในโรงเรียนปลูกจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ผ่านกิจกรรมจิตอาสาและศิลปะสร้างสรรค์ โดยมุ่งปลูกฝังคุณธรรมและจิตสำนึกที่ดี การมีส่วนร่วมในการดูแลสังคม และร่วมสืบสานคุณค่าที่ดีงามของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุกสนานและเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม โครงการดังกล่าวนำความเชี่ยวชาญของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ด้านการบริหารจัดการและการดูแลอาคาร มาต่อ ยอดสู่การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน โดยร่วมกันปรับปรุงพื้นที่ภายในโรงเรียน ทั้งการซ่อมแซมห้องน้ำ ทาสีรั้ว และปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมเปิดพื้นที่ให้พนักงานและลูกบ้านของพลัสฯ เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะอาสาสมัคร ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ ทาสี และซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของโรงเรียน ไปจนถึงการร่วมทำกิจกรรมกับนักเรียน สะท้อนแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนผ่านการลงมือทำจริง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมประกวดวาดภาพสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนถ่ายทอดมุมมองและจินตนาการเรื่องการทำดีผ่านงานศิลปะ ก่อนนำผลงานที่ได้รับรางวัลมาถ่ายทอดเป็นภาพวาดบนกำแพงโรงเรียน กลายเป็นพื้นที่ศิลปะที่ช่วยสร้างสีสันและส่งต่อแนวคิดเรื่องการทำความดีให้กับนักเรียนและผู้ที่เข้ามาใช้พื้นที่ โครงการ “แต้มสีเติมฝัน ต่อต้านการทุจริต” เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้แนวคิด “พลัสก่อการดี” ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ให้กับสังคม ผ่านการพัฒนาพื้นที่ การส่งเสริมการเรียนรู้ และการเปิดโอกาสให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีแผนต่อยอดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องไปยังโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อส่งต่อพื้นที่แห่งการเรียนรู้และคุณค่าของการทำความดีให้กับเยาวชนในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ จับมือ ‘HI-TOP’ และ ‘มากมิตร’ ส่ง Food Vendingรวมเมนูร้านดัง ถึงมือลูกบ้านในโครงการ สัมผัสความอร่อยใกล้ตัวเติมเต็มการใช้ชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง!

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ, บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด ผู้พัฒนาโซลูชันตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และ บริษัท มาก-มิตร จำกัด ผู้รวบรวมแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มยอดนิยม เปิดตัว “Food Vending” ตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ นำเมนูจากร้านยอดนิยมมาไว้ภายในโครงการที่อยู่อาศัย ให้ลูกบ้านเข้าถึงอาหารคุณภาพได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและคุณภาพในการใช้ชีวิต นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในทุกมิติ โดยเรามองว่าผู้บริโภคทุกวันนี้ โดยเฉพาะวิถีชีวิตคนเมือง มองหาความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมากขึ้น เราจึงได้ร่วมมือกับ HI-TOP และมากมิตร นำ Food Vending เข้ามาให้บริการภายในโครงการ โดยคัดสรรเมนูจากร้านดัง ทั้งสตรีทฟู้ด ขนมหวาน เครื่องดื่ม ครบในตู้เดียว เพื่อให้ลูกบ้านมีทางเลือกด้านอาหารที่สะดวก เข้าถึงง่าย และพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง หรือรอ Food Delivery พร้อมรองรับการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกและปลอดภัย ถือเป็นอีกหนึ่งบริการที่ช่วยเติมเต็ม Community Living และยกระดับพื้นที่ส่วนกลางให้ตอบรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกบ้านมากยิ่งขึ้น” เริ่มนำร่องเปิดให้บริการ Food Vending ใน 5 โครงการแรก ได้แก่ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต, เดอะ เบส สุขุมวิท 77, เดอะ ไลน์ วงศ์สว่าง, เดอะ เบส สะพานใหม่ และ ไอดีโอ คิว จุฬา – สามย่าน โดยทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ต้นไตรมาส 3 ของปีนี้ นายณฐกร วิเชตชาติ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮ-ท็อป เทคโนโลยี่ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ HI-TOP ในการขยายพอร์ตธุรกิจสู่ตลาดโครงการที่อยู่อาศัย ผ่านการนำโซลูชัน Food Vending เข้ามาให้บริการในคอนโดภายใต้การดูแลของพลัสฯ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของเรามาพัฒนา Vending ที่รองรับการจัดเก็บอาหารให้คงคุณภาพ รวมถึงซอฟต์แวร์ที่สามารถตรวจสอบสต็อกสินค้าและสถานะการทำงานของตู้แบบออนไลน์ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตู้สินค้ายังมีการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อรักษาคุณภาพของอาหาร พร้อมมีทีมบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้บริการที่ราบรื่น และช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารคุณภาพได้ในทุกช่วงเวลา” นายธนาคม ฮูเซ็น…